กำลังแสดงผล 1 ถึง 5 จากทั้งหมด 5

หัวข้อ: ..ของหวานๆ..

  1. #1
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ น้องเซียง
    วันที่สมัคร
    Aug 2008
    กระทู้
    28

    ..ของหวานๆ..


    "ของหวาน" สาเหตุของความเสื่อมทั้งหลาย
    คนที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ป่วยเบาหวานเท่านั้น หมายถึงทุกคนที่ชอบรับประทานขนมหวาน ผลไม้หวาน
    น้ำผลไม้ น้ำอัดลม ฯลฯ จะทำให้อวัยวะในร่างกายเสื่อมเร็วกว่าปกติ ทำให้แก่เร็ว ความดันโลหิตสูง ไขมันสูง เบาหวาน กระดูกพรุน อ้วน
    เนื้องอก และมะเร็ง น้ำตาลจะทำให้อาการของโรคที่เป็นอยู่ทวีความรุนแรงขึ้นอีกด้วยไม่ว่าจะป่วยเป็นโรคอะไรก็ตาม เช่น ถ้าดื่มนมจน
    เป็นภูมิแพ้ ภูมิแพ้จะรุนแรงเป็น 2 เท่าถ้าเรากินหวานด้วย เพราะ "เชื้อโรคทุกตัวใช้น้ำตาลเป็นอาหาร" ปัญหาสุขภาพของคนไทยส่วน
    ใหญ่จะเกิดจากการทานหวานมากกว่าอย่างอื่น ยกเว้นเด็กปัจจุบันที่มีพฤติกรรมการรับประทานคล้ายคนอเมริกัน ก็จะมีสาเหตุจาก เนื้อ
    นม ไข่ ร่วมด้วยในการเจ็บป่วยในสหรัฐฯ ได้มีการบัญญัติโรคๆหนึ่ง มีชื่อว่า Syndrome X เป็นกลุ่มอาการอย่างหนึ่งที่ประกอบด้วย
    โรค 4 โรค คือเบาหวาน ความดัน เส้นเลือดหัวใจตีบ อัมพาต 4 โรคนี้เกิดจาก "หวาน" อย่างเดียว อีกโรคหนึ่งที่พบมากในสหรัฐฯ เช่น
    กันก็คือ IBS หรือโรคลำไส้ระคายเคืองเรื้อรัง อาการแสดงอออกหลายแบบคือ ท้องผูกตลอด ท้องเสียตลอด ท้องผูกสลับท้องเสีย ริดสี
    ดวง ถ่ายเป็นเลือดบ่อยๆ โรคพวกนี้เกิดจากการกินหวานอย่างเดียว ที่เป็นเช่นนี้เพราะคนอเมริกันดื่มน้ำผลไม้มากกว่าน้ำเปล่าและบริ-
    โภคชอคโกแล็ตในปริมาณที่มาก ในคนไข้กลุ่มนี้เมื่อให้หยุด น้ำผลไม้ ผลไม้หวาน และชอคโกแลต อาการของโรคก็จะหายไป ปัจจุบันใน
    ประเทศไทยพบคนไข้ที่มีอาการกลุ่มนี้เฉลี่ยสัปดาห์ 10 คน ต่อแพทย์ 1 คน คนไข้เบาหวานคนหนึ่ง มีพฤติกรรมการกินที่ถูกต้องทุก
    อย่าง เว้นแต่เขารับประทานกล้วยน้ำว้า วันละ 6 ลูกทุกวัน มาเป็นเวลา 5 ปี เขาเป็นโรคเบาหวานมา 3 ปี หลังจากแพทย์ให้หยุดกล้วย
    น้ำว้า 3 เดือนต่อมาอาการเบาหวานหายหมด ไม่มีอีกเลย ไม่ต้องรักษาโดยใช้ยาใดๆทั้งสิ้น บางคนเข้าใจว่าน้ำตาลทรายแดงไม่เป็นอัน -
    ตราย ความจริงน้ำตาลทรายแดงดีกว่าน้ำตาลทรายขาวที่มีวิตามิน B และไม่มีอันตรายจากสารฟอกขาว แต่อันตรายจากความหวาน
    นั้นมีเท่ากัน คนไข้มะเร็งต่อมลูกหมากท่านหนึ่งได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับโรคของท่าน เนื่องจากท่านสามารถทำให้มะเร็งหายไปได้ภาย
    ใน 2 เดือน โดยไม่ได้รับการรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบันเลย ท่านสรุปในตอนหนึ่งว่า "เกิดมาอายุจะ 60 แล้วเพิ่งรู้ว่าน้ำตาลเป็น
    อาหารของมะเร็ง น้ำตาลทุกประเภทเป็นอาหารของเชื้อโรค น้ำตาลทุกชนิดทำให้คนป่วย" ท่านเป็นคนชอบทานผลไม้หวานเป็นที่สุด
    เช่น ทานมะม่วงทีละ 2 ลูก หรือทุเรียนทีละครึ่งลูก ทุกอย่างที่หวานเป็นอันตรายต่อทุกคนที่กิน คนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอจะมีโอกาส
    เป็นอันตรายจากหวานลดลง แต่ปริมาณน้ำตาลที่พอดี ร่างกายไม่เกิดอันตรายคือวันละ 10 ช้อนสูงสุด ในแต่ละวันนี้เราทุกคนได้เกิน
    เพราะเราได้จากหลายอย่าง เช่น ในโอวัลติน 1 แก้ว มีน้ำตาล 2 ช้อน น้ำอัดลม 1 ขวดเล็กมีน้ำตาล 6 ช้อน น้ำส้มคั้นไม่ใส่น้ำตาลมีน้ำตาล
    4 ช้อน โอเลี้ยงหรือกาแฟมีน้ำตาล 2 ช้อน เป็นต้น จากเฉพาะเครื่องดื่มในแต่ละวันเราก็ได้รับน้ำตาลเกินแล้ว
    จากความจริงที่ว่าร่างกายใช้กลูโคสเป็นพลังงาน เพราะฉะนั้นทุกคนจึงเชื่อว่าน้ำหวาน น้ำผลไม้หวาน หรือน้ำอัดลม ดื่มแล้วจะสด
    ชื่น และมีพลังงาน แต่น้ำตาลจะมีประโยชน์นั้นจะต้องได้รับในปริมาณที่เหมาะสม ถ้าคนได้น้ำตาลมากเกิน น้ำตาลที่มีประโยชน์จะก่อให้
    เกิดโทษทันที น้ำผลไม้จะมีประโยชน์หากร่างกายได้รับวันละ 1/3 แก้ว หากมากกว่านี้จะเกิดโทษได้ กลูโคสที่ดีคือกลูโคสที่เป็น complex
    carbohydrate หรือคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าว เผือก มัน ข้าวโพด กลูโคสแบบนี้จะค่อยๆ ถูกย่อย ร่างกายจะ ค่อยๆดูดซึม เป็น -
    ระยะเวลานาน ร่างกายจะเอาไปใช้ทัน แต่ถ้าเราได้จากน้ำตาลซึ่งมันไม่ต้องย่อยเลยพอตกไปถึงท้องก็ถูกดูดซึมทั้งหมด กลูโคสท่วมเซล
    ร่างกายแล้วก่อให้เกิดอันตรายทันที แต่อาการจะไม่แสดงออกทันที ร่างกายคนเราสามารถทนได้ถึง 5-10 ปี กว่าจะเกิดโรค
    ผลไม้หวาน: ทุเรียนไม่รวมเปลือกและเม็ดมีน้ำตาล 60% สัปปะรดไม่รวมแกนและเปลือก ลำไย ส้ม องุ่น มะละกอ กล้วยมีน้ำตาล
    เท่ากับทุเรียน สำหรับสัปปะรด ส่วนที่ดีที่สุดของสัปปะรดคือแกน เพราะแกนมีสารบรอมมีเลน ซึ่งเป็นสารต้านมะเร็ง ต้านการอักเสบและ
    ทำลายเชื้อโรคโดยตรง คนไทยที่เป็นเบาหวานมักเกิดจากผลไม้หวาน เพราะหลายคนมีความรู้แล้วพยายามหลีกเลี่ยงขนมหวาน แต่ไม่ -
    ทราบถึงอันตรายของผลไม้หวาน ผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อยมากคือ แอปเปิ้ลเขียว หรือมะนาวซึ่งไม่มีน้ำตาลเลยสัญญาณเตือนภัยเมื่อร่างกาย
    ได้รับอันตรายจากหวาน: น้ำหนักลดยาก, เอวใหญ่กว่าสะโพก (ไม่ค่อยพบในคนไทย), อยากกินหวาน ถ้าไม่ได้กินหวานจะหงุดหงิด,ตัว
    บวม, มีผมหรือขนในที่ที่ไม่ควรมี, ผมร่วง, เป็นสิวในผู้ที่มีอายุเกิน 30 ปี, ซีสต์ที่รังไข่, ความดันสูง, นิ่ว,ไต, เบาหวาน, เส้นเลือดหัว -
    ใจตีบ, ไขมันไตรกลีเซอไรด์, ตับแข็ง, ไขมันแทรกในตับ, ยูริค, เป็นตะคริว, เป็นเชื้อรา หรือโรคผิวหนังอื่นๆบ่อยๆ เช่น กลาก เริม เป็น
    ต้นใครก็ตามที่ชอบกินหวานผิวหนังของคนๆนั้นจะเป็นกรด พร้อมให้ราขึ้น สำหรับโรคไตนั้น เกิดจากการตกตะกอนของหินปูน แคล -
    เซียม ออกซาเลต ซึ่งสัมพันธ์กับการกินหวานโดยตรง เนื่องจากการตกตะกอนของเกลือออกซาเลตในไต จะต้องใช้น้ำตาลเป็นตัวตก
    ตะกอนเพราะฉะนั้นโรคไตจึงเกิดจากการกินหวานและการกินพืชที่มีสารออกซาเลตสูง เช่น ใบชะพลู กระถิน ชะอม ถั่วพู สะตอ ลูกเนียง
    เป็นต้น คนส่วนใหญ่คิดว่าไตจะสัมพันธ์กับเค็ม ความจริงถ้ากินเค็มแล้วกินน้ำมากพอก็จะไม่ก่อให้เกิดโรคไต แต่เค็มเป็นสาเหตุของ
    มะเร็งและโรคกระดูกผุ น้ำปลาที่ไม่ใส่พริกขี้หนู หอมแดง บีบมะนาว จะก่อให้เกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร ทางเดินอาหาร และกระดูกผุ
    แต่ถ้าใส่พริกขี้หนู หอมแดง บีบมะนาวอันตรายนั้นก็จะหมดไปทันที การวิจัยพบว่าวิตามินซีจากผลไม้เปรี้ยว โดยเฉพาะมะนาวและสาร-
    โคซทินที่มีอยู่ในหอมแดงสามารถฆ่าเซลมะเร็งได้จากหน้ามือเป็นหลังมือ ส่วนเค็มจากเกลือก็จะก่อให้เกิดมะเร็งเช่นกัน แต่อันตราย -
    น้อยกว่าน้ำปลาเปล่าๆ สาเหตุที่เค็มทำให้กระดูกผุเพราะโซเดียมที่เกินเวลาขับทิ้งที่ไต ถ้าปริมาณน้ำพอดี ร่างกายจะขับออกไปได้โดยไม่
    ทำลายไตแต่จะดึงเอาแคลเซียมในร่างกายออกไปด้วย นอกจากนี้น้ำตาลที่เรากินเข้าไป เมื่ออยู่ในร่างกายจะทำให้เลือดเหนียว เหมือน
    น้ำเชื่อมทำให้ไหลได้ช้าลง จึงนำสารอาหารไปสู่เนื้อเยื่อได้ช้าลง ความสามารถในการซ่อมแซมเนื้อเยื้อก็จะตกลง มีผลทำให้เส้นเลือด
    ฝอยตีบจากความเหนียวของมัน ฉะนั้นก็จะทำให้เกิดความเสื่อมของอวัยวะต่างๆได้

  2. #2
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา
    Mr.Reception
    สัญลักษณ์ของ คนตระการ...
    วันที่สมัคร
    Feb 2008
    กระทู้
    4,728
    ว่าแล้ว เป็นหยังอ้ายพล อ้ายตว่ง บ่าวจัย คือบ่อพากันมักของหวาน มักแต่ของคาวๆ..........พวกปลาไปจั่งซั่น 5555

  3. #3
    บ่าวมะลิ
    Guest
    น่ากลัวจังเลยความหวาน .... เนี้ย.... ขอบคุณสำหรับ ขอความดีีๆ

  4. #4
    ร่วมกิจกรรมนำความรู้ สัญลักษณ์ของ เซียนเมา
    วันที่สมัคร
    Jun 2009
    ที่อยู่
    Suratthani
    กระทู้
    1,703
    รอดโตไป ผมบ่มักของหวาน มักแต่ของขม ประเภท กรึ๊บ อา...ไปจั่งซั่น

  5. #5
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ มะนาว
    วันที่สมัคร
    Sep 2008
    กระทู้
    136
    ขอบคุณหลายๆจ้า ความฮู้ดีๆที่เอามาฝาก เฮ็ดจั่งได๋ล่ะบาดนิแห่งมักกินหวานยุ :-*
    คันสั่นกะหันมากินส้มๆเน๊าะจ้า จะได้ชื่นใจ ฮิ้ววววววววววว

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •