กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

หัวข้อ: พระพุทธเจ้าในสายตานักปราชญ์โลก (ของเก่าเล่าใหม่)

  1. #1
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ กิตติ
    วันที่สมัคร
    Aug 2008
    กระทู้
    64

    พระพุทธเจ้าในสายตานักปราชญ์โลก (ของเก่าเล่าใหม่)


    บรมครูผู้ยิ่งใหญ่
    เพราะค่าที่พวกเราได้นำเอาหลักคำสอนของพระองค์มาใช้ในชีวิตจริง พวกเราจึงควรถวายการอภิวาทสดุดีแด่พระองค์ว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระบรมครูของมวลมนุษย์ ตลอเวลาที่โลกนี้ยังดำรงอยู่ ข้าพเจ้ามั่นใจอย่างไม่หลงเหลือความเคลือบแคลงเลยแม่แต่น้อยว่า พระองค์จะทรงดำรงฐานะปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมุษยชาติ
    มหาตมคานธีใน "สุนทรพจน์ในพิธีพุทธชยันตี"
    ปี พ.ศ. 2495 เมืองกัลกัตตา ประเทศ อินเดีย

    กลุ่มก้อนแห่งคุณงามความดี
    พระพุทธเจ้า คือ กลุ่มก้อนแห่งคุณงามความดีทั้งหมด ซึ่งพระองค์เองได้เทศนาสั่งสอน ตลอดช่วงเวลา 45 พรรษาแห่งการประกาศพรหมจรรย์อย่างสัมฤทธิ์ผล และน่าสังเกตนั้น พระพุทธองค์ได้ทรงนำเอาพระดำรัสทั้งหมกปรับไปสู่การกระทำจริง ไม่มีที่ใดเรย ไม่มีที่ใดเลยที่พระพุทธองค์จะเปิดช่องให้กับความอ่อนแอหรือกิเลสของมนุษย์ ดังนั้น หลักการทางศีลธรรมของพระพุทธเจ้าจึงสมบูรณ์ที่สุด เท่าที่ชาวโลกเคยประสบมา
    ศาสตรจารย์แมกซ์ มูลเลอร์
    นักภารตวิทยาคนสำคัญชาวเยอรมัน

    พระผู้ประเสริฐสุด
    ถ้าท่านปรารถนาจะพบบุคคลประเสริฐสุดแห่งมวลมนุษย์แล้ว จงมองดูพระราชาในชุดเสื้อผ้าขอทานเถิด นั่นคือพระพุทธองค์ผู้ทรงอำนาจ น่าเกรงขาม ยิ่งใหญ่ที่สุดท่ามกลางหมู่มนุษย์
    อับดุล อะตะหิยะ กวีมุสลิม

    พระพุทธเจ้าคือ สมบัติของมนุษยชาติทั้งมวล
    พระพุทธเจ้า มิใช่สมบัติของชาวพุทธเท่านั้น แต่เป็นสมบัติของมนุษยชาติทั้งมวล พระธรรม คำสอนของพระองค์ ก็เป็นสมบัติร่วมของทุกคน ศาสนาทุกศาสนาที่เกิดหลังพระพุทธองค์ ต่างก็ได้ยืมเอาแนวคิดดีๆ ไปจากพระพุทธเจ้าทั้งนั้น
    ปราชญ์ชาวมุลิม

    ข้าพเจ้ารู้สึกมากขึ้นๆ ตามลำดับว่า พระพุทธเจ้า ศากยมุนี "โดยบุคลิกภาพ" แล้ว ทรงประทับอยู่ใกล้ชิดกับข้าพเจ้าที่สุด โดยความรักที่มีต่อพระองค์แล้ว พระพุทธเจ้าทรงเป็นทั้งมรรควิธี สัจธรรมความจริง และ ชัวิต
    บิชอพ มิลแมน

    ไม่เคยเอ่ยเอื้อนถึงบาปเดิม
    ด้วยความสงบเย็น ณ ภายในและพระเมตตาต่อสรรพสัตว์ ที่พระพุทธองค์ทรงมีอย่างเปี่ยมล้น นั้น พระองค์จึงไม่เคยตรัสถึงบาปดั้งเดิมเลย ตรัสถึงเพียงแต่ อวิชชา ความไม่รู้ความจริงและความโง่งมงาย ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยความรู้แจ้ง และความเห็นอกเห็นใจกัน
    ดร.เอส.ราธกฤษณัน
    ใน "พระโคดมพุทธเจ้า"

    คำตอบเชิงปฏิเสธ
    ขอยกตัวอย่าง ถ้าถูกถามว่า "สถานภาพของอิเล็กตรอนอยู่คงที่หรือไม่" พวกเราต้องตอบว่า "ไม่" ถ้าถูกถามว่า "สถานะของอิเล็กตรอนเปลี่ยนไปตามกาลเวลาหรือ" พวเราก็ต้องตอบว่า "ไม่" ถ้าถูกถามอีกว่า "มันอยู่ในการเคลื่อนไหวหรือ" พวกเราก็ต้องตอบว่า "ไม่" พระพุทธเจ้าได้ทรงประทานคำตอบเช่นนี้ เมื่อถูกถามถึงสภาพของอัตตา ตัวตน ของมนุษย์หลังจากการตาย แต่คำตอบอย่างนี้ นับเป็นคำตอบที่ไม่คุ้นเคยกันเลยในแวดวงวิทยาศาสตร์ ใน ช่วงศรรตวรรษที่ 17 ถึง 18
    เจ.โรเบิร์ต โอปเปน ไฮเมอร์

    พระผู้ไถ่บาป
    "ถ้า" พระพุทธเจ้าจะถูกขนานพระนามว่า "พระผู้ไถ่บาป" แล้วไซร้ คงจะเป็นได้เพียงในความหมายว่า พระองค์ทรงค้นพบและแสดงทางแห่งความหลุดพ้น คือ พระนิพพาน เท่านั้น แต่ว่าทางไปสู่ความหลุดพ้นนั้น พวเราต้องเดินไปด้วยตนเอง
    พระ ดร.ดับบริว. ราหุล มหาเถร
    ใน "พระพุทธเจ้าสอนอะไร"

    นักจริยะศาสตร์อัจฉริยะ
    ในพิภพนี้ พระองค์ผู้ทรงแสดงสัจจะทางคุณธรรม ซึ่งมีค่านิรันดร์กาล และได้ทรงทำให้จริยศาสตร์ ที่มิใช่เฉพาะของอินเดีย แต่เป็นของมนุษยชาติทั้งมวล รุดหน้าไป พระพุทธเจ้าจึงเป็นหนึ่งในบรรดานักจริยศาสตร์อัจฉริยะที่นิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา
    อัลเบิร์ต ชไวเดอร์
    นักปรัชญาตะวันตกคนสำคัญ

    พระพุทธเจ้าในพระดำรัชของพระองค์เอง
    กาลครั้งหนึ่ง มีพราหมณ์คนหนึ่ง เมื่อได้ไปพบพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ใต้โคนต้นไม้แห่งหนึ่ง จึงเอ่ยปากทูลถามพระองค์ว่า "ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ท่าเป็นเทวดาหรือ" พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า "อาตมามิใช่เทวดาหรอก"
    "ท่านเป้นคนธรรพ์หรือ"
    "อาตมามิใช่คนธรรพ์หรอก"
    "ท่านเป็นยักษ์หรือ"
    "อาตมามิใช่ยักษ์หรอก"
    "ท่านเป็นมนุษย์หรือ"
    "อาตมามิใช่มนุษย์หรอก"
    เมื่อถูกพราหมณ์ทูลถาว่า พระองค์อาจจะเป็นนั่นเป็นนี่ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสตอบว่า กิเลส ธุลีเหล่าใด เมื่อยังกำจัดไม่มิได้จะเป็นเหตุให้อาตมาต้องเป็นเทวดา คนธรรพ์ ยักษ์ หรือมนุษย์ บัดนี้อาตมาได้กำจัดได้หมดแล้ว เพราะฉะนั้น พราหมณ์เอยเธอจงรู้ว่า "อาตมาคือ พระพุทธเจ้า"
    ศาสตรจารย์ พี.ลักษมี นราสุ
    ใน "สารัตถะแห่งพระพุทธศาสนา"
    และ คัมภีร์อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต 21/36/48

    ศาสนาสากลจักรวาล
    ศาสนาในอนาคต จะเป็นศาสนาสากลจักวาล ซึ่งข้ามพ้นเรื่องพระเจ้าที่มีตัวตน และไม่มีเรื่องความเชื่อคำสั่งสอนแบบฝังหัวและเทววิทยา ศาสนานั้นจะครอบคุลมเรื่องธรรมชาตอและจิตวิญญาณ ตั้งอยู่บนฐานความรู้สึกทางศาสนา ที่เกิดจากประสบการณ์แห่งศรรพสิ่ง ทั้งเรื่องธรรมชาติและจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นเอกภาพรวมอย่างมีความหมาย พระพุทธศาสนาสามารถตอบสนองสิ่งที่พรรณามานี้... ถ้าจะมีศาสนาใดๆ ที่เข้ากันได้กับความต้องการทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ศาสนานั้น ก็คือพระพุทธศาสนา
    อัลเบิร์ต ไอสไตน์
    นักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่

    ไม่มีศาสนาใดเหนือกว่าพระพุทธศาสนา
    ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธศาสนา หรือมิใช่พระพุทธศาสนา ข้าพเจ้าได้ตรวจสอบระบบศาสนาใหญ่ๆ แห่งโลกทั้งหมด ในระบบศาสนาโลกดังกล่าวทั้งหมดนั้น ข้าพเจ้าไม่พบคำสอนของศาสนาใด จะล้ำเลิศกว่าอริยมรรคมีองค์ 8 และอริสัจ 4 ของพระพุทธเจ้าเลย ไม่ว่าในแง่ความงดงาม และความสมบูรณ์ครบถ้วน ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงพึงพอใจที่จะประคับประคองชีวิตของตนเองไปตามทางนั้น
    ศาสตราจารย์ รัส เดวิด
    ผู้ก่อตั้ง - นายกสมาคมบาลีปกรณ์

    พระพุทศาสนาทำสิ่งที่วิทยาศาสตร์ทำไม่ได้
    พระพุทธศาสนา เป็นการผสมผสานเข้ากันระหว่างปรัชญาแบบกาคาดการณ์และปรัชญาแบบวิทยาศาสตร์ พระพุทธศาสนาสนับสนุนวิธีการทางวิทยาศาสตร์ และดำเนินตามวิธีนั้นไปสู่เป้าหมายสุดท้าย ซึ่งอาจจะเรียกว่า วิธีการแบบเหตุผล... พระพุทธศาสนา ได้ลงมือทำในที่ที่วิทยาศาตร์ไม่อาจทำได้ เพราะว่าความจำกัดของสมรรถนะทางเครื่องมือแสดงหาความจริงของวิทยาศาสตร์ ชัยชนะสำคัญของพระพุทธศาสนา คือ การชนะใจตนเอง... ไม่มีเหตุผลใดเลยที่จะตั้ง ข้อสมมติฐานว่า โลกนี้มีการเริ่มต้น แนวความคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องมีการเริ่มต้น เกิดขึ้นจากความด้อยทางจินตนาการของพวกเราเอง
    เบอร์ทรันด์ รัสเซลล์
    นักปรัชญาอังกฤษยุคปัจจุบัน

    สูงส่งกว่าศาสนาอื่น
    ในฐานะนักศึกษาวิชาศาสนาเปรียบเทียบ ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่สมบูรณ์ที่สุดที่โลกเคยเห็นมา หลักปรัชญา หลักวิวัฒนาการและกฏแห่งกรรมของพระพุทธองค์ช่างสูงส่งกว่าลัทธิศาสนาใดๆ
    ศาสตราจารย์ คาร์ล กุสต๊าฟ จุง
    นักจิตวิทยาแห่งซูริค

    ศาสนาที่ยอดเยี่ยม
    ถ้าข้าพเจ้าจะถือเอาเนื้อหาปรัชญาของตัวเองเป็นปทัฏฐานแล้ว ข้าพเจ้าก็ต้องประกาศยอมรับว่า พระพุทธศาสนายิดเยี่ยมกว่าศาสนาที่เหลือทั้งหมด
    โชเปนเอาเออร์
    นักปรัชญาชาวเยอรมัน

    ไม่แสวงหาสมาชิกด้วยการบังคับ
    ไม่เคยเป็นวิธีการของชาวพุทธในเรื่องการเปลี่ยนศาสนา ซึ่งเป็นการยัดเยียดความคิด และความเชื่อแก่ผู้ไม่ประสงค์จะเชื่อ ในการเผยแผ่แบบพุทธนั้น มีน้อยที่สุดที่จะใช้วิธีการบีบคั้น หรือการพูดยกยิปอปั้น หลอกลวง คะยั้ยคะยอ เพื่อให้เขายอมรับนับถือทัศนะของตน เพราะพระธรรมทูตของพุทธศาสนา ไม่เคยแข่งขันกันเปลี่ยนศาสนาของคนอื่นมาเป็นของตนเลย
    ดร.จี. พี. มาลลาเสกระ
    ปราชญ์พุทธชาวศรีลังกา

    มิได้สอนเผื่อใปลี่ยนศาสนาแต่สอนเพื่อรู้แจ้ง
    พระพุทธศาสนา คือแผนสำหรับการดำรงชีวิตในลักษณะที่จะเก็บเกี่ยวเอาประโยชน์สูงสุดจากชีวิต พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งปัญญา ที่ความรู้และความฉลาด มีความสำคัญสูงสุด พระพุทธเจ้ามิได้ทรงสั่สอนเพื่อชักชวนให้เปลี่ยนศาสนา แต่สั่งสอนเพื่ให้ผู้ฟังรู้แจ้งตาม
    นักเขียนชาวตะวันตก

    การประหารประหัต
    เมื่อพิจารณาประวัติความเป็นศาสนาสำคัญๆทั้งหลาย ข้าพเจ้าเลื่อมใสพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะรูปแบบของพุทธยุคต้นๆ เพราะมีการประหัตประหารทางศาสนาน้อยที่สุด
    เบร์ทรันด์ รัสเซลล์

    ไม่มีการประหัตประหาร
    เท่าที่ข้าพเจ้าเคยทราบมา ม่มีการบันทึกตลอดประวัติศาสตร์ที่ยาวนานหลายศรตวรรษของพระพุทธศานิกชนเมื่อได้ครองความเป็นใหญ่ในช่วงเวลายาวนานเพียงนั้น ได้ทำการประหัตประหารศาสนิกชนของลักทธิศาสนาอื่นใดเลย
    ศาตราจารย์ รีส เดวิดส์

    ท้าทายศาสนาอื่น
    พระพุทธศาสนาตามที่พวกเราพบ เป็นการบันทึกไว้อย่างถูกต้อง มิใช่เป้นระบบความเชื่อดึกดำบรรพ์อย่างไร้เหตุผล ซึ่งยังคงจะสร้างความท้าทายต่อศาสนาอื่นๆ อยู่
    บิชอพ กอร์
    ใน "พระพุทธเจ้าและพระเยซู"

    สันติมรรค
    บรรดาศาสนาสากลที่สำคัญทั้งหลายนั้น มีเพียงแต่พระพุทธศาสนาเท่านั้น ได้ยึดถือแนวทางของตน โดยไม่มีการประหัตประหาร การตรวจสอบ หรืการไต่สวนความเชื่อเลย
    อัลเดาส์ ฮุกซเลย์

    พระพุทธศาสนา กับ ศาสนาอื่นๆ
    พระพุทธศาสนาเปรียเสมือนฝ่ามือในขณะที่ศาสนาอื่นๆ เปรียบเสมือนนิ้วมือ
    ข่าน มองกา

    ปัญหาสมัยใหม่
    เมื่อศึกษาพระพุทธศาสนาเพียงเล็กน้อย ก็จะเห็นได้ว่า เมื่อ 2500 ปีมาแล้วชาวพุทธได้รับทราบถึงปัญหาทางจิตวิทยาสมัยใหม่ได้ดีมาก มากว่าที่พวกเราให้เครดิตด้วยซ้ำ พวกเขาได้ศึกษาปัญหาเหล่านี้มานานแล้ว และได้พบคำตอบของการแก้ปัญหาเหล่านั้นด้วย
    ดร.กราฮัม โฮว์

    ชีวิตด้วยหลักการ
    พระพุทธศานาสอนว่า ชีวิตมิได้อยู่ด้วยกฏข้อบังคับ แต่ชีวิตที่ดีงามอยู่ด้วยหลักการ และด้วยเหตุนี้ พระพุทธศาสนจึงเป้นศาสนาแห่งความมีใจกว้าง นับเป็นระบบที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มากที่สุดภายใต้ดวงอาทิตย์นี้
    คุณพ่อโจเซฟ เวน

    มนุษย์อาจถูกหลุดบีบคั้นได้
    มนุษย์ยิ่งใหญ่กว่าพลังมืดบอดของธรรมชาติเพราะว่า ถึงแม้มนุษย์จะถูกธรรมชาติบีบคั้น มนุษย์ก็ยังคงความประเสริฐของตนไว้ด้วยคุณสมบัติคือ มีความเข้าใจใจธรรมชาติของตน อนึ่งพระพุทธศาสนายังชูความจริงยิ่งขึ้นไปกว่านั้น นั่นคือการเข้าใจในธรรมชาติซึ่งจะช่วยให้มนุษย์สามารถควบคุมสภาวการณ์ของตนไว้ได้ด้วย เขาสามารถหยุดการถูกธรรมชาติบีบคั้น และใช้กฏเกณฑ์ของธรรมชาตินั้น เลื่อนชั้นตัวเองให้สูงขึ้นได้
    พาสคาล

    เหตุและผลมาแทนการให้รางวัลและการลงโทษ
    ตามหลักการของพระพุทธเจ้าแล้ว โลกนี้มิได้ประกอบขึ้นมาอย่างมั่นคงนัก ชาวพุทธเชื่อในความมีเหตุมีผลแห่งกรรม ซึ่งปฏิบัติการได้อย่างอัตโนมัติ และพูดถึงแต่เรื่องของเหตุและผล แทนการให้รางวัลและการลงโทษ
    นักเขียนนิรนาม

  2. #2
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ นา ดอกจาน
    วันที่สมัคร
    Mar 2009
    ที่อยู่
    FL,USA
    กระทู้
    263
    ในสายตาของใครๆก็คงไม่สำคัญเท่าในสายตาของเราเอง เราเชื่อเพราะพระธรรมนั้นประเสริฐและบริสุทธิ์ ไม่มีศาสนาใดในโลกจะประเสริฐเท่าศาสนาพุทธของเราอีกแล้ว!!
    ขอบคุณมากค่ะที่แบ่งปันความรู้เป็น ธุจ้าวิทยาทาน!! อ่านจนวินน้อยเลย

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •