กำลังแสดงผล 1 ถึง 9 จากทั้งหมด 9

หัวข้อ: คะลำ หรือ ขะลำ

  1. #1
    บ่าวสายฟ้า
    Guest

    คะลำ หรือ ขะลำ


    ขะลำ หรือ คะลำ คืออะไร?

    ขะลำ,คะลำ หรือ กะลำ บางท่านเชื่อว่ามาจากรากศัพท์ของคำว่า กรรม ซึ่งหมายถึงการกระทำ อันเป็นเรื่องใกล้ตัวในชีวิตประจำวันของคนอีสานในอดีต เนื่องจากคะลำเป็นข้อห้ามในการกระทำแสดงออกต่างๆ หรือสิ่งต้องห้าม ต้องเว้น ห้ามประพฤติปฏิบัติ ไม่สมควรที่จะกระทำ ทั้งกาย วาจาและใจ หากละเลย หรือล่วงละเมิดจะเป็นอัปมงคล เป็นบาปกรรม ผิดฮีตผิดคอง นำความเสื่อมเสีย และอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลที่ฝ่าฝืนรวมทั้งมีผลต่อสังคมที่อยู่ด้วย
    ดังนั้นคะลำจึงเป็นดังมาตรการหรือข้อห้ามในการควบคุมความประพฤติของคนในสังคมและเป็นกฏเกณฑ์ในการจัดความสัมพันธ์ของคนในสังคมด้วย ทั้งนี้อาจจะใกล้เคียงกับ 'ขึด' ของทางภาคเหนือ หรือข้อห้ามต่างๆที่มีในภาคกลางและภาคใต้ รวมทั้ง Taboo ในภาษาชาวเมลานีเชีย โดยได้ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาและหลายคนที่รับปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ซึ่งลางครั้งหลายข้อกะลำไม่มีเหตุผลอธิบายรายละเอียดว่าเหตุใดจึงต้องคะลำ เห็นว่าเคยถูกสั่งสอนปฏิบัติสืบต่อกันมาจึงได้ปฏิบัติสืบต่อกันไป ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะว่าคะลำหลายข้อได้บอกถึงผลข้างเคียงหรือผลจากการฝ่าฝืนไว้อย่างน่ากลัว น่า "เข็ดขวง" ซึ่งผู้ล่วงละเมิดจะได้รับ ดังนั้นข้อคะลำหลายข้อจึงมีลักษณะอย่างฟันธงว่า "เพราะว่าคะลำจึงห้ามประพฤติ !"
    ด้วยเหตุนี้คะลำซึ่งได้กลายเป็นเหตุผลของการห้ามคะลำไปในตัว มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวเองโดยปริยาย แต่ครั้นพอเวลาล่วงเลยผ่านบริบทแวดล้อมที่เปลี่ยนไป คะลำหลายข้อได้ถูกละเลย ละทิ้งและไม่ได้รับความสนใจที่จะประพฤติ ปฏิบัติดังที่เคยเป็นมา ทั้งที่หากพิจารณาถึงข้อคะลำโดยรวมทั้งหมดจะเห็นภาพชีวิตของคนที่ปรากฏในข้อคะลำทั้งหลายที่บัญญัติ ทั้งนี้การที่บัญญัติข้อคะลำออกมานั้น จำเป็นต้องได้รับประสบการณ์ก่อนจึงจะสามารถเข้าใจถึงผลที่จะเกิดจากการฝ่าฝืนข้อคะลำ
    เช่นนั้นคะลำจึงเป็นผลผลิตหนึ่งที่เกิดจากการกระทำที่เคยประสบมาในอดีต ภายใต้เงื่อนไขของสิ่งแวดล้อมและเวลาในขณะนั้น เพื่อกำหนดข้อประพฤติ ปฏิบัติของคนในสังคม หลายข้อแฝงด้วยปรัชญาของชีวิตและภูมิปัญญาที่คนอีสานในอดีตได้คิดค้นเพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมและแบบแผนปฏิบัติเฉพาะบุคคลเพื่อความดี ความงามตามมาตรฐานสังคมและสวัสดิภาพของชีวิต โดยได้ถ่ายทอดในรูปแบบต่างๆทั้งมุขปาฐะ ซึ่งเป็นคำสอน ข้อห้ามโดยตรงในชีวิตประจำวัน และผ่านงานวรรณกรรมต่างๆ เช่น ผญา กลอนลำ วรรณคดี นิทานต่างๆ เป็นต้น

    ประเภทของคะลำ

    ทั้งนี้หากจะแบ่งประเภทของข้อคะลำแล้ว สามารถแบ่งออกกว้างๆตามสิ่งที่ได้ไปเกี่ยวข้อง หรือปฏิสัมพันธ์ได้ 3 ลักษณะคือ
    1. ข้อคะลำที่สัมพันธ์กับบุคคล
    2. ข้อคะลำที่สัมพันธ์กับสถานที่
    3. ข้อขะลำที่สัมพันธ์กับเวลา
    ซึ่งการแบ่งลักษณะดังกล่าวนั้นไม่ได้แยกออกจากกันเป็นอิสรภาพหากแต่มีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกัน ในลักษณะองค์รวมความรู้ของค่านิยม บรรทัดฐาน อุดมการณ์ อันจะครอบคลุมไปทั้งหมดของวิถีการดำเนินชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การเกิด การอยู่ การกิน การนอน การเจ็บป่วย การแต่งงาน การตาย เป็นต้น ซึ่งจะจัดพฤติกรรมความสัมพันธ์ของผู้คนในระดับต่างๆ เพื่อผลที่น่าปรารถนาทั้งต่อระดับบุคคลและสังคม

    1. ข้อคะลำที่สัมพันธ์กับบุคคล
    ข้อคะลำในหมวดนี้หากจะแบ่งย่อยออกไปเพื่อระบุให้ชัดเจนแล้ว อาจจะสามารถแยกออกไปได้ในส่วนของระดับหรือประเภทของบุคคลต่างๆในสังคม เช่น

    1.1 สตรีมีครรถ์
    ข้อคะลำที่สตรีมีครรถ์ไม่ควรประพฤติปฏิบัติในระหว่างช่วงดังกล่าวนั้น มีมากมายทั้งนี้เพื่อต้องการให้ทั้งแม่และเด็กสามารถที่จะประสบกับสวัสดิภาพของชีวิตให้มากที่สุด ซึ่งในจำนวนข้อขะลำทั้งหมดนั้นส่วนใหญ่มักจะเน้นหนักไปทางด้านอาหารการกิน(ของแสลง) แบบแผนที่ผู้เป็นว่าที่คุณแม่ควรนำมาประพฤติ ซึ่งห่างละเลยแล้วต้อง คะลำ ถือว่าไม่ดี ไม่งามไม่เหมาะสม หนักเข้าจะเป็นบาปกรรม เสื่อมเสียและอาจถึงแก่ชีวิต เป็นต้น ซึ่งหลายข้อคะลำบางข้อหากมองด้วยความรู้มาตรฐานโดยเฉพาะหลักสุขลักษณะตามหลักโภชนาการแม่และเด็กแล้วดูจะเป็นการขัดกันอยู่หลายข้อ แต่เมื่อพิจารณาตามสภาพแวดล้อมและเวลาในช่วงเวลานั้นของสังคมอีสาน ด้วยเงื่อนไข ขีดจำกัดทั้งแพทย์ วิทยาการรักษาแล้ว ความจำเป็นในสวัสดิภาพของชีวิตและเผ่าพันธุ์จึงจำเป็นต้องบัญญัติข้อคะลำตามที่บรรพบุรุษแนะนำไว้ จากประสบการณ์ที่เคยประสบอย่างเคร่งครัด เนื่องจากความเคารพนับถือแก่บุคคลที่กำเนิดเกิดก่อนผู้เฒ่าผู้แก่ในสังคมดั้งเดิม ซึ่งข้อคะลำที่นำมาเป็นตัวอย่างประกอบในการพิจารณามีดังนี้

    ข้อคะลำในการปฏิบัติ เช่น

    - ห้ามอาบน้ำเวลากลางคืน เพราะน้ำคาวปลาจะมาก
    (ภูมิปัญญาแฝง : เพราะอาจจะหกล้มได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายต่อแม่และเด็กได้ เนื่องจากในอดีตต้องใช้ไต้ หรือกะบองในการให้แสงสว่างซึ่งอาจจะไม่เพียงพอ)
    - ห้ามข้ามเชือกที่กำลังล่ามวัวควาย ลูกออกมาจะเป็นคนตะกละตะกลาม
    (ภูมิปัญญาแฝง : เพราะอาจจะสะดุดเชือกหกล้มได้ หากวัวควายลุกเดินหรือวิ่งชน)
    - ห้ามนั่งขวางประตูบ้าน จะทำให้คลอดลูกยาก
    (ภูมิปัญญาแฝง : กีดขวางทางเข้าออกของผู้สัญจรไปมา)
    - ห้ามนั่งขวางบันไดบ้าน จะทำให้คลอดลูกยาก
    (ภูมิปัญญาแฝง : กีดขวางทางเข้าออกของผู้สัญจรไปมา)
    - คะลำเย็บที่นอน จะทำให้คลอดลูกยาก
    - (ภูมิปัญญาแฝง อาจจะเป็นเหน็บเนื่องจากนั่งนอนหรือเพ็งมากเกินไป)
    - คะลำไปงานศพ เดี๋ยวผีคนตายจะมาเกิดด้วย
    (ภูมิปัญญาแฝง : ไม่ต้องการให้แม่เด็กต้องพบเจอภาพที่ไม่สวยงาม ซึ่งจะส่งผลต่อจิตใจและอารมณ์ได้)
    - คะลำไปเบิ่งคนคลอดลูก เดี๋ยวเด็กในท้องจะชักชวนกันไปในทางไม่ดี
    (ภูมิปัญญาแฝง : ไม่ต้องการให้แม่เด็กต้องพบเจอภาพที่ไม่สวยงาม ซึ่งจะส่งผลต่อจิตใจและอารมณ์ได้)
    - คะลำปิดหน้าต่างประตู (ไม่บอกเหตุผล)
    (ภูมิปัญญาแฝง : ต้องการให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก)
    - คะลำตอกตะปู (ไม่บอกเหตุผล)
    (ภูมิปัญญาแฝง : อาจจะกระเทือนต่อลูกในท้อง และรบกวนคนอื่น)
    - ห้ามตำหนิผู้อื่น ลูกออกมาจะบ่ดีเป็นเหมือนที่ตำหนิ
    (ภูมิปัญญาแฝง : อาจส่งผลทางด้านอารมณ์และจิตใจ)
    - ห้ามทำท่าทางเลียนแบบคนพิกลพิการไม่สมประกอบ ลูกออกจะเหมือนอย่างที่ทำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : ไม่เหมาะสม ไม่ดีไม่งาม แสดงถึงความไม่มีมารยาท)
    - คะลำนั่งยองๆ (ไม่ทราบเหตุผล)
    (ภูมิปัญญาแฝง : อาจส่งผลกระทบกระเทือนถึงลูกในท้องได้)
    - คะลำนั่งชันเข่า (ไม่ทราบเหตุผล)
    (ภูมิปัญญาแฝง : อาจส่งผลกระทบกระเทือนถึงลูกในท้องได้)
    - คะลำนั่งคุกเข่า (ไม่ทราบเหตุผล)
    (ภูมิปัญญาแฝง : อาจส่งผลกระทบกระเทือนถึงลูกในท้องได้)
    - คะลำพลิกด้านใบตอง (ไม่ทราบเหตุผล)
    - คะลำเผาหอย เผาปู (ไม่ทราบเหตุผล)
    - ห้ามเดินเร็ว ให้เดินช้า
    (ภูมิปัญญาแฝง : อาจจะหกล้มได้รับอันตรายได้)
    - คะลำขึ้นที่สูง (ไม่ทราบเหตุผล)
    (ภูมิปัญญาแฝง : อาจจะตกลงมาได้รับอันตรายได้)
    - คะลำนั่งบนที่สูง (ไม่ทราบเหตุผล)
    (ภูมิปัญญาแฝง : อาจจะตกลงมาได้รับอันตรายได้)
    - คะลำนั่งลงแรงๆ (ไม่ทราบเหตุผล)
    (ภูมิปัญญาแฝง : อาจส่งผลกระทบกระเทือนต่อลูกในครรภ์ได้)
    - คะลำนอนหงาย นอนคว่ำ (ไม่ทราบเหตุผล)
    (ภูมิปัญญาแฝง : อาจส่งผลกระทบกระเทือนต่อลูกในครรภ์ได้ หรือหากนอนหงายอาจล่อแหลมที่จะเกิดอุบติเหตุ เช่น สิ่งของหล่นใส่ คนเดินไปมาหกล้มใส่เป็นต้น)
    - ห้ามอาบน้ำร้อน (ไม่ทราบเหตุผล)
    - ห้ามอาบน้ำสกปรก
    - ห้ามเอาครกกับสากแช่อยู่ด้วยกัน จะทำให้คลอดลูกลำบาก
    - (ภูมิปัญญาแฝง : ปลูกฝังมารยาทที่งดงามแก่ผู้ที่จะเป็นแม่)
    - ห้ามชะโงกดูน้ำในบ่อ (ไม่ทราบเหตุผล)
    (ภูมิปัญญาแฝง : อาจจะวิงเวียนและตกลงไปได้)
    - ห้ามเดินข้ามขัว(สะพาน) (ไม่ทราบเหตุผล)
    (ภูมิปัญญาแฝง : ในอดีตสะพานทั่วไปจะมีลักษณะเป็นท่อนไม้ขนาดเล็กพอที่คนเดียวจะเดินข้ามได้ ดังนั้นอาจจะเป็นอันตรายได้)
    เป็นต้น

    ข้อคะลำเรื่องอาหาร เช่น

    - คะลำกินกล้วยแฝด จะได้ลูกแฝด
    - คะลำกินเนื้อควายเผือก (ไม่ทราบเหตุผล)
    - คะลำกินอาหารที่ติดอยู่กับไม้ย่าง
    (ภูมิปัญญาแฝง : ดูแล้วไม่งาม ไม่เหมาะสม)
    - คะลำกินผักข่า (ผักชะอม) (ไม่ทราบเหตุผล)
    - คะลำกินปลาเพี้ย (ไม่ทราบเหตุผล)
    - คะลำกินปลาชะโด (ไม่ทราบเหตุผล)
    - คะลำกินไข่ (ไม่ทราบเหตุผล)
    - คะลำกินเผือกมัน (ไม่ทราบเหตุผล)
    - คะลำกินเห็ด (ไม่ทราบเหตุผล)
    - คะลำกินอาหารรสจัด
    - คะลำกินเนื้อเต่าเพ็ก (เต่าตัวเล็ก) (ไม่ทราบเหตุผล)
    - คะลำกินเนื้อตะพาบน้ำ (ไม่ทราบเหตุผล)
    - คะลำกินแมลง แตน ต่อ (ไม่ทราบเหตุผล)
    - คะลำกินปลาร้า (ไม่ทราบเหตุผล)
    - คะลำกินของดองมึนเมา
    - คะลำกินเนื้อกระต่าย (ไม่ทราบเหตุผล)
    - คะลำกินข้าวจี่
    - คะลำกินเมล็ดมะขามคั่ว
    - คะลำกินอาหารที่มีไขมัน
    เป็นต้น

    1.2 สตรีแม่ลูกอ่อน
    แม่ลูกอ่อนหรือผู้หญิงที่เพิ่งคลอดลูกใหม่ ยังอยู่ในภาวะที่อาจเป็นอันตรายต่อทั้งชีวิตของผู้เป็นแม่และทารกที่เพิ่งคลอดได้ ดังนั้นในช่วงเวลานี้จึงยังมีข้อประพฤติ ปฏิบัติหรือข้อห้ามข้อคะลำที่ผู้เป็นแม่ลูกอ่อนต้องคะลำอยู่หลายอย่าง

    ข้อคะลำในการปฏิบัติ เช่น

    - ห้ามเดินไปไหนไกลๆ คะลำ
    - ห้ามเดินเร็ว ให้เดินช้าๆ
    (ภูมิปัญญาแฝง : หากประสบอุบัติเหตุอาจจะเป็นอันตราย เช่น ตกเลือด หรือกระทบกระเทือนบาดแผลที่ยังไม่หายสนิท)
    - ห้ามนั่งยองๆ หรือนั่งพับเพียบ
    (ภูมิปัญญาแฝง : อาจจะเป็นอันตรายหรือพระทบกระเทือนต่อบาดแผลได้)
    - ห้ามไกลเปล อู่ที่ว่างของเด็กทารก จะทำให้ผีมาเอาเด็กไป
    - (ภูมิปัญญาแฝง : ผู้เชื่อโชคลางเห็นว่าเป็นลางไม่ดี เท่ากับแช่งให้เด็กตาย)
    - ห้ามให้ใครข้ามเปล อู่เด็กทารก จะทำให้เด็กร้องไห้งอแง ไม่ยอมหลับนอน
    (ภูมิปัญญาแฝง : อาจจะหกล้มหรือมีสิ่งของหล่นใส่เด็กเป็นอันตรายได้)
    - ห้ามกล่อมลูกเวลากลางคืน
    (ภูมิปัญญาแฝง : อาจจะก่อความรำคาญ รบกวนผู้คนที่ยังหลับนอนอยู่)
    - ห้ามหลับนอนกับสามี
    - ห้ามนอนใกล้กับสามี
    - ห้ามนอนหัวสูง (ไม่ทราบเหตุผล)
    - ห้ามนอนหงาย
    - ห้ามนอนนอกมุ้ง
    - ห้ามนอนกลางวัน
    - ขณะอยู่ไฟ (อยู่กรรม) ห้ามออกห่างหม้อไฟเป็นเวลาประมาณ 2 สัปดาห์
    - ห้ามทำงานบ้าน (คะลำเวียก)
    (ภูมิปัญญาแฝง : ยังไม่แข็งแรง อาจกระทบกระเทือนต่อสุขภาพและบาดแผลได้)
    - ห้ามนำเด็กทารกออกจากชายคาบ้าน คะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : เด็กยังไม่แข็งแรง กะโหลกศรีษะยังไม่หุ้มดี อาจจะไม่สบายได้ง่าย)
    - ห้ามเอารกเด็กไปฝัง เพราะจะทำให้เด็กปัญญาทึบ
    (ภูมิปัญญาแฝง : เกรงว่าหากฝังไม่มิดชิด สัตว์ป่าหรือสุนัข สัตว์เลี้ยงอาจมาคุ้ยเขี่ยได้)
    - ให้ซักผ้าอ้อมก่อนเพล(ประมาณเที่ยง) และให้ถือขมิ้นและมีดน้อยๆไปด้วย มิเช่นนั้นจะทำให้ผีร้ายตามมาเอาตัวเด็กไปได้
    (ภูมิปัญญาแฝง : หากมัวชักช้าโอ้เอ้อาจจะทำให้เสียการงานอย่างอื่นไปด้วย บังคับทางอ้อม)
    เป็นต้น

    ข้อคะลำเรื่องอาหาร ทั้งนี้เชื่อว่าหากรับประทานเข้าไปแล้วจะก่ออันตรายต่อแม่ลูกอ่อน เป็นของแสลง ผิดสำแดง ซึ่งหากพิจารณาตามหลักโภชนาการแล้ว เข้าใจว่าสิ่งของที่คะลำนั้นยากต่อการย่อยเผาผลาญ และอาจมีผลต่อร่างกายที่ยังอ่อนแอของแม่และอาจมีผลต่อลูกได้ ตัวอย่างคะลำ เช่น

    - ห้ามกินเนื้อควายเผือก
    - ห้ามกินไข่มดแดง
    - ห้ามกินของหมักดอง
    - ห้ามกินผักชะอม
    - ห้ามกินฟัก
    - ห้ามกินดอกขี้เหล็ก
    - ห้ามกินใบสะระแหน่
    - ห้ามกินกล้วยหอม
    - ห้ามกินข้าวก่ำ (ข้าวเหนียวดำ)
    - ห้ามกินเนื้อหมู
    - ห้ามกินเนื้อกระต่าย
    - ห้ามกินเป็ดเทศ
    - ห้ามกินห่าน
    - ห้ามกินแมงดานา
    - ห้ามกินปลาร้า
    - ห้ามกินปลาชะโด
    - ห้ามกินปลาอีจน
    - ห้ามกินปลาสลิด
    - ห้ามกินเห็ดขาว เห็ดกะด้าง
    - ห้ามกินตะพาบน้ำ
    - ห้ามกินหน่อไม้
    - ห้ามกินปลาหมึก
    - ห้ามกินมะละกอสีม่วง
    - ห้ามกินน้ำเย็น
    - ห้ามกินไก่งวง
    - ห้ามกินใบโหระพา
    - ห้ามกินสะเดา
    - ห้ามกินปลาเพลี้ย
    - ห้ามกินปลานกเขา
    - ห้ามกินปลาอีวน
    - ห้ามกินเต่าเพ็ก
    เป็นต้น

    1.3 คนเจ็บป่วย
    ข้อคะลำสำหรับคนเจ็บป่วยนั้น โดยภาพรวมเป็นข้อที่ห้ามปฏิบัติของผู้ป่วยในแต่ละ
    โรค ซึ่งจะบอกกล่าวโดยรวมทั่วไปว่าสิ่งใดควรเว้นควรไม่กระทำ หลีกเลี่ยงแล้วจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้ป่วย ทั้งนี้ขอให้พิจารณาภายใต้เงื่อนไขของสังคมอีสานในอดีตท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ต้องช่วยเหลือดูแลตัวเอง ทั้งนี้ความก้าวหน้าทางการแพทย์ สาธารณสุขที่ยังไม่สามารถย่างกรายเข้ามาในสังคมดังกล่าว และได้สืบทอดปฏิบัติสืบต่อกันมานับหลายร้อยปีจากการสังเกต ลองถูกลองผิด สั่งสมเป็นข้อคะลำที่ควรระลึกไว้ ซึ่งจะขอยกตัวอย่างมาดังนี้
    - ห้ามกินหมากไม้ทุกชนิด เช่น กล้วยน้ำว้า ฝรั่ง มะม่วง ทุเรียน ลำไย อ้อย มะละกอ สับปะรด
    - ห้ามกินถั่วฝักยาว
    - ห้ามกินของรสเปรี้ยว
    - ห้ามกินข้าวต้มห่อ
    - คนเป็นวัณโรคห้ามกินของหมักดอง เช่น ปลาส้ม สัมวัว หน่อไม้ดอง
    - คนเป็นไออย่ากินหมากเขือ กุ้ง ปลาซิว ส้มตำ มะเกลือ อาหารรสจัด หัวกลอย หัวมัน เพราะมันจะทำให้คันคอ ไอไม่หยุด
    - คนถูกหมาว้อ(หมาบ้า)กัด บ่ให้กินลาบเทา(สาหร่ายชนิดหนึ่ง) มันจะเป็นบ้าคือเก่า
    - บ่ให้ผู้หญิงเป็นระดูเก็บผักอีเลิศ ผักสะระแหน่ ผักมันจะตายหมด
    - คนป่วยนอนบนฟูก จะทำให้หายป่วยช้า
    - คนเป็นฝีหนอง เป็นหิด กลากเกลื้อน ห้ามกินไก่และของหมักดอง
    - คนเป็นคางทูม ห้ามกินไข่
    - คนเป็นโรคประสาทห้ามกินน้ำมันหมู
    เป็นต้น

    1.4 เด็กเล็ก
    เด็กถือว่าเป็นวัยที่จะต้องเติบใหญ่ เป็นผู้สืบทอดความรู้ รักษาระเบียบแบบแผนของสังคมในอนาคตต่อไป จึงเป็นวัยหัวเลี้ยวหัวต่อที่ต้องมีการปลูกฝังแบบแผนความประพฤติในสังคมอีสานโดยผ่านคะลำ ซึ่งเป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยถ่ายทอดองค์ความรู้ และควบคุมพฤติกรรมของเด็กให้อยู่ในระเบียบแบบแผนที่พึ่งปรารถนาของสังคม และเป็นการเพาะกล้าของความคิด ความรู้ ค่านิยม อุดมการณ์ บรรทัดฐานบางอย่างให้แก่คนจากรุ่นหนึ่งสู่รุ่นหนึ่งด้วย ซึ่งข้อคะลำที่ผู้ใหญ่นำมาใช้กับเด็กรุ่นหลังมักจะเป็นลักษณะการปราบและปรามพฤติกรรมที่ไม่พึ่งปรารถนา และแสดงถึงผลที่ฝ่าฝืนข้อห้ามข้อคะลำดังกล่าวให้น่ากลัว หรือบางครั้งจะไม่แสดงเหตุผลแต่จะบอกว่าคะลำ ซึ่งนั้นมักจะทำให้เด็ก(ส่วนใหญ่)สยบยอมต่อข้อคะลำเหล่านั้น พร้อมกันนั้นยังเป็นการควบคุมหรือบอกข้อควรปฏิบัติระหว่างผู้ใหญ่ต่อเด็ก และบางข้อยังสามารถใช้กับบุคคลทั่วไปได้ด้วย, ทั้งนี้ภายใต้บริบทแวดล้อมในขณะนั้นที่เป็นตัวหล่อหลอมความคิด การรับฟัง เชื่อถือผู้ใหญ่ที่เกิดมาก่อนด้วย ซึ่งตัวอย่างข้อคะลำที่ยกมามีดังนี้

    - ห้ามทักว่าเด็กที่เกิดใหม่ว่าน่ารัก เพราะถ้าผีรู้จะตามมาเอาตัวเด็ก หรืออายุเด็กจะสั้น
    (ภูมิปัญญาแฝง : เป็นการปรามทั้งตัวแม่เด็กและตัวเด็กที่เกิดขึ้นมาไม่ให้หลงระเริงต่อคำชมยกย้อป้อปั้น สร้างนิสัยไม่พึ่งปรารถนาตามมา)
    - อย่าป่อน(หย่อน)เด็กเล็กลงเรือน เป็นเชิงหยอกล้อ เพราะจะทำให้เด็กอายุสั้น
    (ภูมิปัญญาแฝง : อาจจะเกิดอุบัติเหตุเด็กพลัดตกลงไป และอาจจะอายุสั้นจริงๆได้)
    - ห้ามเอาจิ้งหรีดมากัดกันเล่น ฟ้าจะผ่าเอาได้
    (ภูมิปัญญาแฝง : ควบคุมพฤติกรรมที่ควรประพฤติ ให้มีจิตใจเมตตา)
    - อย่าให้เด็กนั่งบนหลังสุนัข จะทำให้เด็กนิสัยเหมือนสุนัข
    (ภูมิปัญญาแฝง : สุนัขอาจแว้งมากัดเป็นอันตรายได้ และไม่ให้รังแกสัตว์)
    - อย่านั่งหันหลังขณะที่นั่งบนหลังวัว ควาย จะเป็นอัปมงคล
    (ภูมิปัญญาแฝง : มองไม่เห็นทาง ควบคุมสัตว์ไม่ได้ อาจตกลงมาเป็นอันตรายได้)
    - อย่าเคาะหรือตีหัวเด็ก จะทำให้เด็กปัสสาวะรดที่นอน
    (ภูมิปัญญาแฝง : อาจจะกระทบกระเทือน เป็นอันตรายต่อสมองของเด็กได้)
    - อย่าตีหัวแมว เพราะเมื่ออายุมากจะทำให้ศรีษะสั่น
    (ภูมิปัญญาแฝง : ห้ามรังแกสัตว์ให้มีเมตตา)
    - ห้ามนอนกินอาหาร จะเป็นงู
    (ภูมิปัญญาแฝง : อาจจะมีผลต่อระบบย่อยอาหาร และฝึกมารยาทที่เหมาะสม)
    - ห้ามเล่นข้าวสาร จะทำให้มือด่าง
    (ภูมิปัญญาแฝง : ข้าวเป็นอาหารไม่ควรนำมาเล่น และเป็นการสอนให้รู้สำนึกในคุณข้าวด้วย)
    - เด็กขณะพูดกับผู้ใหญ่อย่าอมนิ้ว
    (ภูมิปัญญาแฝง : ปลูกฝังมารยาท และบุคลิกภาพ)
    - ห้ามจับหางสุนัข จะทำให้สุนัขกินลูกไก่
    (ภูมิปัญญาแฝง : สุนัขอาจจะรำคาญและแว้งกัดทำอันตรายได้)
    - ด่าพ่อแม่บุพการีผู้มีพระคุณ ตายไปจะเป็นเปรตปากเท่ารูเข็ม
    (ภูมิปัญญาแฝง : ปลูกฝังจริยธรรม และมารยาท ค่านิยมและควบคุมพฤติกรรมของเด็กและบุคคลทั่วไป)
    - อย่าเดินใกล้ผู้ใหญ่
    (ภูมิปัญญาแฝง : ปลูกฝังมารยามสังคม พฤติกรรมที่เหมาะสม)
    - อย่าลักขโมยของพ่อแม่ จะทำใหตีนบาทสั้นมือฮี
    - (ภูมิปัญญาแฝง : ปลูกฝังจริยธรรม คุณธรรมและศีลธรรม)
    - ห้ามโกหกหลอกลวง
    - อย่าเดินข้ามขาผู้ใหญ่ ขาจะด้วน
    (ภูมิปัญญาแฝง : ปลูกฝังจริยธรรม มารยาทสังคม)
    - ห้ามเด็กกินไข่ร้างรัง
    - ห้ามเด็กทารกที่ฟันยังไม่ขึ้นส่องกระจก
    (ภูมิปัญญาแฝง : ปลูกฝังจริยธรรม พฤติกรรมให้เหมาะสมกับวัย)
    - ห้ามเด็กกินไส้และพุงปลาช่อน
    - ห้ามตีก้นเด็ก จะทำให้เด็กเป็นซางตานขโมย
    - เวลาอุ้มเด็กทารกห้ามพูดหนักหรือเบาเกินไป
    - ห้ามเป่าลมปากใส่หน้าเด็ก
    - (ภูมิปัญญาแฝง : อาจจะมีเชื้อโรคติดต่อไปยังเด็กได้)
    - เวลาอุ้มเด็กห้ามโยนเด็ก
    - (ภูมิปัญญาแฝง : เด็กอาจจะหลุดมือ เป็นอันตรายได้)
    - ห้ามเด็กกินจาวมะพร้าว
    - ห้ามเด็กกินเครื่องในไก่ จะทำให้เป็นดื้อด้าน ดื้อรั้น
    - (ภูมิปัญญาแฝง : ตามหลักวิทยาศาสตร์ปัจจุบันอวัยวะดังกล่าวมีสารเคมีที่เป็นพิษเจือปนอยู่)
    เป็นต้น

    1.5 ผู้ที่ร่ำเรียนวิชาความรู้ เช่น ผู้เรียนไสยศาสตร์ หมอยา (หมอยาสมุนไพร หมอยากระดูก หมอยาเป่า) หมอธรรม

    ถือว่าเป็นปูชนียบุคคลสำคัญในสังคมอีสานเมื่อครั้งอดีต เนื่องจากเป็นทรัพยากรบุคคลที่จำเป็นต่อวิถีชีวิต ซึ่งจะเป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ต่อคนอีสานทุกเพศทุกวัย เนื่องจากในช่วงเวลาวิกฤติของชีวิต เช่น การเกิด การเจ็บป่วย การตาย และงานพิธีกรรมต่างๆ บุคคลดังกล่าวต้องได้รับเชิญมาประกอบพิธีกรรม หรือไม่มักจะเป็นข้อขะลำส่วนตัวเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อคุณวิชาที่ตนเรียนมา ดังนั้นในส่วนของฮีตปฏิบัติของบุคคลดังกล่าวจึงต้องเคร่งครัดเพื่อสร้างความมั่นใจในคุณความดีความสามารถของตนเองและสร้างความนาเชื่อถือศรัทธาแก่ผู้พบเห็น ซึ่งข้อคะลำบางกล่าวอาจจะหาเหตุผลมาชี้แจงได้ชัดเจน ทั้งนี้อาจจะเป็นเรื่องของศีลธรรม จริยธรรม คุณธรรมหรือจรรยาบรรณที่ผู้ร่ำเรียนทางด้านนี้ต้องมี เชื่อกันว่าสำหรับผู้ที่เรียนคาถาอาคมหากฝ่าฝืนจะมีอาการผิดครู อาจจะเกิดสิ่งไม่ดีต่อตนเอง เช่น คาถาอาคมเสื่อม เป็นบ้า เป็นผีปอบ เป็นต้น ซึ่งตัวอย่างของข้อคะลำมีดังนี้ เช่น
    - ห้ามลอดใต้ราวตากผ้า จะทำให้วิชาคุณไสยจะเสื่อม
    - ห้ามลอดใต้ถุนบ้าน
    - ห้ามลอดเครือกล้วยที่ใช้ไม้ค้ำไว้
    - ห้ามลอดกี่ทอผ้า
    - ห้ามลอดจ่อ (เครื่องมือเลี้ยงตัวไหม)
    - ห้ามลอดใต้บันได
    - ห้ามกินฟักทอง
    - ห้ามกินแตง
    - ห้ามกินฟัก แฟง
    - ห้ามกินมะเฟือง
    - ห้ามกินผักกระถิน (ภาษาอีสานเรียกผักกะเสด) นอกจากว่าเวลาที่กินนั้นไม่มีใครเรียกว่าผักกะเสด จึงจะสามารถกินได้ เนื่องจากถือว่าเป็นของเศษเหลือเดน
    - ห้ามกินอึ่งอ่าง
    - ห้ามกินปลาไหล
    - ห้ามกินน้ำเต้า
    - ห้ามกินเนื้อควาย
    - ห้ามเล่นชู้
    - ห้ามกินอาหารใดในงานศพ จะทำให้คาถาอาคมที่เรียนมาเสื่อม
    - เวลากินข้าว ห้ามไม่ให้เอามือไปชนกับมือคนอื่นที่ร่วมสำรับ มันคะลำ
    - ห้ามดื่มสุราที่เหลือจากคนอื่นดื่มไปแล้ว
    - ห้ามกินเนื้องู เนื้อสุนัข เนื้อแมว เนื้อม้า และเนื้อเต่า มันคะลำ

    นอกจากนี้ยังมีข้อคะลำข้อห้ามปฏิบัติของผู้ที่มีวิชาอาคมที่สอดคล้องกับอาชีพหลักของครอบครัว ซึ่งจะจำเพาะเจาะจงว่าเป็นคะลำอย่างยิ่ง เช่น ผู้มีอาชีพคล้องช้าง, ทั้งนี้ข้อคะลำดังกล่าวยังได้มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นๆข้างเคียงด้วย เช่น ภรรยาคู่ชีวิต อีกนัยหนึ่งอาจจะสอดคล้องกับข้อที่ควรปฏิบัติของผู้เกี่ยวข้อง อาจจะเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ไปคล้องช้าง และเป็นอุบายตักเตือนห้ามปรามผู้ที่อยู่บ้านปฏิบัติตนให้เหมาะสมทั้งกาย วาจา และใจเพื่อรอคอยผู้ชายที่ออกไปคล้อง และข้อเตือนใจเพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นแก่ผู้ที่อยู่บ้าน เป็นการป้องกันสวัสดิภาพไปด้วย ซึ่งข้อคะลำของภรรยาหรือฝ่ายหญิงที่อยู่เรือน นับตั้งแต่ฝ่ายสามี ฝ่ายชายออกเดินทางออกไปทำกิจดังกล่าว คือ
    - ห้ามตัดผม
    - ห้ามหวีผม
    - ห้ามแต่งหน้า
    - ห้ามพูดคุยกับคนแปลกหน้า โดยเฉพาะผู้ชาย
    - ห้ามรับญาติมาพักอาศัยอยู่ภายในบ้าน
    - ห้ามกวาดบ้านไปทางด้านทิศเหนือ
    - ห้ามไปไกลจากบ้านของตน
    - ห้ามกล่าวคำหยาบโลน
    - ห้ามแสดงอาการโกรธขึ้ง
    - ห้ามนั่งบนบันได
    - ห้ามปีนต้นหม่อน
    - ห้ามทิ้งของลงจากเรือน เว้นแต่ว่ามีคนรอรับอยู่ข้างล่าง
    - ห้ามถอนฟืนออกจากเตาขณะที่กำลังหุงต้ม
    - ต้องกราบไหว้เทวดา ผีรักษาทุกคืนก่อนนอน
    เป็นต้น

    มีต่อ ข้างล่าง


  2. #2
    บ่าวสายฟ้า
    Guest

    Re: คะลำ หรือ ขะลำ

    ต่อจากข้างบน
    1.6 บุคคลทั่วไป
    นอกเหนือจากข้อคะลำของประเภทบุคคลข้างต้นดังที่กล่าวไปแล้ว ยังมีข้อคะลำที่ห้ามประพฤติ ปฏิบัติของบุคคลทั่วไปอยู่มากมาย โดยข้อคะลำของบุคคลทั่วไปที่นำตัวอย่างมากล่าวนี้ จะเป็นการบอกโดยรวมอาจจะไม่ใคร่สัมพันธ์กับเวลาหรือสถานที่มากนัก ทั้งนี้จะไม่เจาะจงสถานที่หรือกำหนดห้วงเวลาที่ชัดเจน บอกเพียงว่าอย่าปฏิบัติเท่านั้น เช่น
    - ห้ามแช่ครกและสากไว้ด้วยกัน มันคะลำ ถ้าเป็นหญิง(ทั้งแต่งงานและยังไม่แต่ง) จะคลอดลูกยาก
    (ภูมิปัญญาแฝง : ปลูกฝังมารยาท ความสนใจเอาใจใสในครัวเรือน นิสัยที่ดีงามแก่สตรี)
    - อย่าเดินข้ามไม้คาน
    - อย่าวางขันแช่ไว้ในตุ่ม โอ่ง
    - ห้ามด่าลมฟ้าอากาศต่างๆ
    - ห้ามเดินข้าม หรือนั่งทับหนังสือ มันจะปึก(ปัญญาทึบ)
    - ห้ามเย็บเสื้อผ้าตัวที่กำลังใส่กับตัวอยู่
    - ห้ามเอามีด พร้ามาหยอกกันเล่น
    (ภูมิปัญญาแฝง : อาจพลาดเป็นอันตรายได้)
    - ปล่อยให้น้ำดื่ม น้ำใช้ในโอ่งตุ่มแห้งขอดจนหมด คะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : ปลูกฝังความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน)
    - ปักจอบ จอบ เสียบคาดินไว้มันคะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : อาจจะเป็นอันตรายแก่ผู้เดินไปมา และเครื่องมือเครื่องใช้อาจขึ้นสนิท หรือถูกขโมยไปได้)
    - ผู้หญิงกินขาไก่ ปีกไก่ มันคะลำ จะทำให้เป็นคนไม่ดี แย่งสามีคนอื่น
    - ข้าวสารหมดเกลี้ยง คะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : ปลูกฝังความรับผิดชอบต่อหน้าที่)
    - ข้าวเหลือกินในป่าต้องนำกลับทุกเม็ด
    (ภูมิปัญญาแฝง : สัตว์ป่าอาจตามมากินถึงในหมู่บ้านได้)
    - ใช้เท้าเขี่ยเสื้อผ้า คะลำ
    - ผู้หญิงผิวปาก คะลำ จะได้ผัวเฒ่า
    - ห้ามตีวัวตีควายในคอก มันคะลำ
    - ห้ามตีหลังสัตว์เลี้ยง เช่น หมู วัว ควาย คะลำ
    - ผู้หญิงเล่นการพนัน สูบบุหรี่ มันคะลำ
    - เด็กนั่งสูงกว่าผู้ใหญ่ มันคะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : ปลูกฝังมารยาทสังคม)
    - นั่งกระดิกเท้า กระดิกมือ คะลำ ทำให้ยากจน หากินบ่คุ้ม
    (ภูมิปัญญาแฝง : ปลูกฝังมารยาทสังคม และบุคลิกภาพ)
    - เอาหมอนตีกัน มันคะลำ
    - ข้ามร่างกายคนกำลังนอนหลับ คะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : ปลูกฝังมารยาทสังคม และบุคลิกภาพ)
    - อย่าเอาด้ามไม้กวาดตีหรือหยอกล้อกัน มันคะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : เป็นสิ่งไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นของต่ำ และเศษฝุ่นสิ่งสกปรกด้านที่กวาดอาจจะถูกเปรอะเปื้อนคนจับได้)
    - อย่าเทน้ำกินที่เหลือลงแอ่ง มันคะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : เป็นของเศษเหลือกินไม่เหมาะสม และผิดหลักสุขลักษณะด้วย)
    - อย่าเหยียบย่ำบนหมอน ของสูงเป็นบาป
    (ภูมิปัญญาแฝง : สำหรับหนุนหนอนไม่สมควรมาเหยียบเล่นให้สกปรก และรักษาสิ่งของให้ใช้ได้นาน เพราะไม่มีขายต้องทำเองด้วย)
    - ปูเสื่อสาดให้ถูกลายถูกด้าน
    - อย่าปูเสื่อสาดหันหัวไปทางทิศตะวันตก ทิศคนตาย
    - อย่าเอามือประสานกันขัดไว้หลังท้ายทอย มันคือผีบ้า คนไร้ความคิด
    - (ภูมิปัญญาแฝง : ปลูกฝังบุคลิกภาพให้เหมาะสม)
    - อย่าเอามือตบปากเสียงดัง มันจะหาไม่พออยู่พอกิน
    (ภูมิปัญญาแฝง : ปลูกฝังบุคลิกภาพและมารยาทสังคม)
    - อย่านอนหันหัวไปทางทิศตะวันตก
    - อย่าเอาด้านขวางของหมอนมาหนุน มันคะลำ
    - อย่าปีนคำเว้าผู้ใหญ่(ปีนเกลียว)
    - อย่าเลียคมมีด
    - อย่าเอาหอกค้างหาว อย่าเอาต้าวค้างควน(ควัน)
    (ภูมิปัญญาแฝง : อาจจะตกลงมาถูกคนบาดเจ็บหรือเป็นอันตรายด้วย)
    - อย่านอนแงง(ส่อง)ดาบ
    (ภูมิปัญญาแฝง : อาจจะหล่นหรือพลาดมือถูกผู้ส่องได้)
    - อย่าคาบนมเมีย
    (ภูมิปัญญาแฝง : อาจเผลอกันได้)
    - อย่าเลียคมมีด
    - ไปบ่ลา มาบ่คอบ (ไปไม่ลา มาไม่ไหว้) คะลำ
    - อย่าป้อย(สาป)แซ่งเสียงดัง
    (ภูมิปัญญาแฝง : ปลูกฝังมารยาทสังคม)
    - อย่าแน(เล็ง)มีดใส่หัว อย่าแนปืนใส่เขา
    (ภูมิปัญญาแฝง : อาจจะพลาดและเป็นอันตรายได้)
    - อย่าเวียนหวดข้าว
    (ภูมิปัญญาแฝง : ในอดีตเตาหุงหาอาหารจะเป็นก้อนเสาสามก้อน อาจจะเดินเตะท่อนฟืนหรือก้อนเส้าได้)
    - อย่าตั้งหม้อข้าวเอียง คะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : หากหม้อข้าวเดือนอาจหกเสียหาย หรือถูกคนเป็นอันตรายได้)
    - อย่าเอาฟืนเคาะก้อนเส้า มันคะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : ก้อนเส้าอาจจะแตกเสียหายได้)
    - อย่าเอามีดสับเขียงเปล่า มันคะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : ทำให้สิ่งของเสียหาย และทำให้เสียงดังก่อความรำคาญแก่คนอื่น)
    - อย่าตำครกเปล่า มันคะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : ทำให้สิ่งของเสียหาย และทำให้เสียงดังก่อความรำคาญแก่คนอื่น)
    - อย่าเอาสากเคาะปากครก มันคะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : ทำให้สิ่งของเสียหาย และทำให้เสียงดังก่อความรำคาญแก่คนอื่น)
    - อย่าเดินข้ามหม้อข้าวหม้อแกง มันคะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : อาจเดินเตะข้าวของเสียหายได้ รวมทั้งไม่เหมาะสม ไม่มีมารยาทและเป็นการลบหลู่ ไม่แสดงอาการเคารพสิ่งของเครื่องใช้ดำรงชีพด้วย)
    - อย่าเอาช้อนเคาะถ้วยชามเล่น มันบ่พออยู่พ่อกิน
    (ภูมิปัญญาแฝง : ข้าวของเสียหายได้ รวมทั้งไม่เหมาะสม ไม่มีมารยาทและเป็นการลบหลู่ ไม่แสดงอาการเคารพสิ่งของเครื่องใช้ดำรงชีพด้วย)
    - อย่ายืนตักข้าวสารเวลาม่าข้าว(แช่ข้าวเหนียว) มันคะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : ส่วนใหญ่ผู้หญิงจะผู้จัดการดูแลในเรื่องครัวเรือน และจะนุ่งผ้าถุง การยืนตักข้าวสารอาจจะมีฝุ่นละอองข้าว ทำให้ผิวหนังคันได้ รวมทั้งยังเป็นการแสดงอาการลบหลู่คุณข้าว และดูไม่เหมาะสม ไม่งาม)
    - อย่าล้วงข้าวจากกระติ๊บที่ห้อยอยู่
    (ภูมิปัญญาแฝง : ปกติคนอีสานจะแขวนกระติ๊บข้าวเหนียวบนตะขอเหล็กป้องกันมันและหนู แมลงมากิน ดังนั้นการล้วงข้าวในกระติ๊บที่ยังห้อยอยู่อาจจะทำให้กระติ๊บและข้าวอาจตกลงพื้นได้ รวมทั้งยังเป็นการแสดงการลบหลู่คุณข้าว และเป็นกริยาไม่งามด้วย)
    - ห้ามเอาซิ่นใช้แล้วไปห่อใบลาน
    (ภูมิปัญญาแฝง : เป็นการแสดงอาการไม่เคารพ)
    - อย่าเอาดินจี่(อิฐ)จากธาตุเข้าบ้าน
    - เพิ่นบ่เอิ้น(ไม่เรียก)โตขาน เพิ่นวานโตซ่อย(ช่วย) คะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : สอนมารยาทให้รู้จักกาลเทศะ สิ่งใดควรไม่ควรทำ ไม่ควรถือวิสาสะเข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องของคนอื่น)
    - ชายหญิงนั่งใกล้กัน หญิงสาวไปเที่ยวกลางคืนลำพังหรือไปกับชายสองต่อสอง คะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : เป็นมาตรการป้องกันเรื่องชู้สาว ผิดทำนองคองธรรมและเกณฑ์การประพฤติปฏิบัติของหนุ่มสาวให้อยู่ในกรอบศีลธรรมจรรยา)
    - ผู้หญิงบ่ให้ใกล้องค์พระธาตุ (?)
    - ไปเอาบุญก่ายบ้าน บ่ฮู้แลงฮู้งาย มันคะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : ปลูกฝังความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน)
    - บ่ให้นั่งเขียง หินฝนมีด มันซิหนักก้น ชาติหน้าก้นจะใหญ่
    (ภูมิปัญญาแฝง :ปลูกฝังมารยามสังคม และรักษาสิ่งของเครื่องใช้)
    - บ่ให้ล้างถ้วยล้างชามใส่กับข้าวที่เพื่อนบ้านนำมาส่ง ให้ส่งคืนทั้งที่ไม่ได้ล้าง มิเช่นนั้นจะทำให้โกรธเคืองกัน
    (ภูมิปัญญาแฝง : เป็นปรัชญาหมายถึงให้คนที่รับอาหารของเพื่อนบ้านมา เอาอาหารกับข้าวของตัวเองใส่ลงแล้วส่งไปแทนจะได้ไม่ต้องล้าง เป็นการแลกเปลี่ยนแก่กัน)
    - บ่ให้กินน้ำต่ง(รอง)กันมันจะทำให้เป็นข้าข่อยกัน
    (ภูมิปัญญาแฝง : เป็นหลักสุขลักษณะ)
    - บ่ให้เอาควายมานอนน้ำขี้สีก(น้ำคร่ำใต้ถุนบ้าน) มันคะลำ
    - ผู้สาวบ่ให้สีก(ฉีก)ปลาร้า มันจะเอ้(แต่ง)บ่ขึ้น
    - ผู้หญิงยืนเยี่ยว คะลำ
    - ผู้สาวบ่ให้กินไข่ร้างรัง มันซิเป็นแม่ฮ้าง (แม่หม่าย)
    - อย่าปีนต้นมะยม มะยมจะเปรี้ยวมาก มันคะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : กิ่งมะยมเปราะอาจจะหัก เป็นอันตรายได้)
    - อย่าเอาไม้ขว้างปามะขามหวาน มันจะเปรี้ยว
    (ภูมิปัญญาแฝง : มะขามเป็นของหายาก ผู้คนจึงมักมาเก็บมะขาม ถ้ามีคนใดใจร้อนขว้างเอา อาจจะทำให้พลาดไปถูกคนอื่นได้)
    - เดินข้ามเบ็ดตกปลา ปลาบ่กินเบ็ด คะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : อาจพลาดเหยียบเบ็ดหักเสียหาย หรือเบ็ดอาจเกี่ยวเท้าเอาได้)
    - เดินข้ามมีด ของมีคม ทำให้ไม่คม คะลำ
    - (ภูมิปัญญาแฝง : มีดหรือของมีคมอาจบาดเอาได้)
    เป็นต้น

    นอกจากนี้ยังมีข้อคะลำที่สัมพันธ์กับความเชื่อเรื่องลาง เรื่องโชคชะตาต่างๆ เช่น
    - หนูร้องเสียงดังประหลาดเวลากลางคืน คะลำ คนในบ้านจะเจ็บป่วย ไม่ดี
    - ตัวบึ้งเดินผ่านหน้าในช่วงแดดจัด คะลำ เป็นลางไม่ดีต่อตัวเองและญาติมิตร
    - กาหลายตัวร้องและบินวนเวียนไปมา คะลำอาจเกิดเหตุร้าย
    - กิ้งก่า จิ้งจก ไต่ตามตัว คะลำ จะมีเคราะห์
    - งูขึ้นไปอยู่บนเรือน คะลำ จะมีเคราะห์ร้าย
    - งูเลื้อยผ่าน จะโชคดี หมาน
    - ข้าวเหนียวนึ่งจนสุกแล้วเป็นสีแดง คะลำ ไม่ดีจะมีเคราะห์ต้องนำไปถวายพระ
    - สุนัขตกลูกบนเรือน ไม่ดี คะลำ เป็นอัปมงคล
    - อีแร้ง นกแสกจับเฮือน บินผ่านเรือน จะมีเคราะห์
    เป็นต้น

    2. ข้อคะลำที่สัมพันธ์กับสถานที่
    ในส่วนของคะลำที่สัมพันธ์กับสถานที่ ทั้งที่เป็นสถานที่ซึ่งคนสร้างขึ้นมา เช่น บ้านเรือน วัด หรือสถานที่ตามธรรมชาติ เช่น แหล่งน้ำ ป่าเขาต่างๆ คนอีสานจะมีข้อคะลำกำกับไว้ เพื่อควบคุมพฤติกรรม ความประพฤติให้เหมาะสม สอดคล้องกับสถานที่นั้นๆ เพื่อความสัมพันธ์ที่พึ่งปรารถนาในการอยู่ร่วมกัน และสวัสดิภาพของบุคคลนั้น
    ซึ่งข้อคะลำที่นำมาเป็นตัวอย่างประกอบในส่วนนี้เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น เช่น

    ข้อคะลำเกี่ยวกับบ้านเรือน

    ข้อคะลำที่เกี่ยวข้องกับบ้านเรือนนั้นมีมากมาย ตั้งแต่การเริ่มสร้างบ้านขึ้นมา จนถึงข้อปฏิบัติในระหว่างอยู่ที่บ้าน เช่น
    การเลือกไม้ที่จะสร้างบ้าน ห้ามเลือกไม้ที่มีลักษณะดังนี้ มิเช่นนั้นจะคะลำ เช่น
    - ต้นไม้ที่มีรูกกลวงระหว่างลำต้น มันคะลำ
    - ต้นไม้ที่เสียงดังขณะเกิดการเสียดสี
    - ต้นไม้ที่แตกกลางลำต้น
    - ต้นไม้ที่ล้มพาดต้นอื่น โดยไม่ตกถึงพื้น
    - ต้นไม้ที่แตกเป็นร่อง เป็นทางยาวลงมา
    - ต้นไม้ที่มียางไหล หลังจากตัด สร้างบ้านแล้วจะทำให้คนอยู่โศกเศร้าเสียใจอยู่เสมอ
    - ต้นไม้ที่ตัดแล้ว ต้นหลุดจากตอก่อนที่ปลายจะตกถึงพื้น เรียกว่าไม้โตนตอ มันคะลำ
    - ต้นไม้ที่มีนามไม่เป็นมงคล เช่น ต้นกะบก ต้นกะบาก ต้นตะเคียน (สร้างบ้านอยู่แล้วคนอยู่จะไม่พออยู่พอกินขาดแคลน บกอยู่เสมอ หาอยู่หากินลำบาก และเชื่อว่าต้นตะเคียนมีผีสถิตย์อยู่)
    - ปลูกต้นไม้ไม่เป็นมงคลนามในเขตบ้าน เช่น ลั่นทม(จำปา) มะไฟ พุทรา หรือต้นโพธิ์ เชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตย์ของผีหรือรุกขเทวดา
    - ปลูกต้นมะรุม ลิ้นฟ้า(เพกา) และผักหวานในเขตบ้าน มันคะลำ
    - ปลูกต้นยานางในบริเวณลานบ้าน คะลำ
    นอกจากนั้นยังมีข้อคะลำเกี่ยวกับบ้านทั้งการสร้างบ้าน และการอาศัยอยู่ในบ้าน เช่น
    - อย่าทำบันไดบ้านหันไปทางตะวันตก ทิศผีหลอก มันคะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : เวลาพระอาทิตย์ใกล้ตก แสงจะส่องมาจ้ามองอะไรหรือใครกำลังขึ้นบันไดมา)
    - ยกเรือนให้ยกวันเสาร์จะดี ห้ามวันอังคาร วันพุธ และวันพฤหัสบดี มันคะลำ
    - อย่าปลูกบ้านขวางตะวัน มันคะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : แสงแดดจะส่องบ้านตอนเช้า และสาย มองอะไรไม่ชัดเจน)
    - อย่าปลุกบ้านคร่อมตอ มันคะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : ตออาจจะเป็นปัญหาในอนาคตได้)
    - ปลูกบ้านคร่อมจอมปลวก มันคะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : ปลวกอาจจะแทะกินบ้านได้)
    - ปลูกบ้านคร่อมทางเดิน มันคะลำ
    - ปลูกบ้านกลางพรรษา คะลำ
    - นำไม้ที่เคยถูกฟ้าผ่ามาทำเรือน มันกะลำ
    - ทำบันไดต้องเป็นจำนวนคี่ ( 5 ,7 ,9)
    - เขยหรือสะใภ้อย่าเดินเข้าไปในห้องเปิง หรือห้องห้องนอนพ่อตาแม่ยาย ในคะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : ห้องเปิงถือว่าเป็นห้องพระ หรือห้องเก็บของรักษา ห้องศักดิ์สิทธิ์ และห้องนอนพ่อตาแม่ยายไม่ควรเข้าไป เป็นการแสดงอาการเคารพ มารยาทสังคม)
    - อย่านั่งขวางประตู
    - อย่านั่งขวางบันได มันคะลำ
    - อย่าเดินกระทืบเรือนเสียงดัง มันคะลำ
    - อย่าเล่นหมากเก็บ เสือกินหมูในบ้าน มันคะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : เนื่องจากเป็นการละเล่นในงานศพ จึงไม่เหมาะสม เป็นลางไม่ดี และสร้างความรำคาญแก่ผู้อื่น)
    - ผู้หญิงร้องเพลงในครัว มันคะลำ จะได้ผัวคนเฒ่าคนแก่
    (ภูมิปัญญาแฝง : ปลูกฝังมารยาทอันเหมาะสม)
    - อย่านอนใต้ขื่อบ้าน จะคะลำ
    - อย่าเต้ากระโดดขาเดียวในบ้าน มันคะลำ
    - (ภูมิปัญญาแฝง : อาจจะหกล้ม เสียงดังก่อความรำคาญรบกวนคนอื่น และไม่มีมารยาท)
    - อย่านั่งห้อยขาลงข้างล่าง
    (ภูมิปัญญาแฝง : อาจจะมีการหยอกล้อดึงขากันเล่น ตกลงมาบาดเจ็บได้รับอันตรายได้)
    - อย่าเอามีดฟันต้นเสาบ้าน มันคะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : เป็นการทำลายสิ่งของ และเสียงดังรบกวนคนอื่น)
    - อย่าข้ามบันไดทีละหลายขั้น มันคะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : อาจพลาดตกลงมาเป็นอันตรายได้)
    - อย่าแบกฟืนขึ้นเฮือน มันคะลำอย่าเล่นงัวตึงตังเทิงเฮือน มันคะลำ
    - ห้อยโหนประตูบ้าน คะลำ
    - เปิดหน้าต่างบ้านนอน คะลำ
    - ใช้เท้าเปิด ปิดประตู คะลำ
    - เอาผ้าถุงพาดตากหน้าต่างเรือน คะลำ
    รวมทั้งข้อปฏิบัติเมื่อไปยังสถานที่ต่างๆ ห้ามไปล่วงกระทำหรือไม่นำพาแล้ว ถือว่าเป็นคะลำ

    ข้อคะลำเกี่ยวกับสถานที่อื่นๆ
    - เข้าวัดเว้าเสียงดัง มันคะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : ให้สำรวม เป็นมารยาทสังคม)
    - ขี่ม้าเข้าในเขตวัด คะลำ
    - เลี้ยงวัว ควายในวัดคะลำ
    - ผู้หญิงอย่าไปม่อ(ใกล้)พระ มันคะลำ
    - อย่านั่งเบาะพระ มันคะลำ
    - อย่าอุ้มลูกใส่บาตร มันคะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : เด็กอาจปัดข้าวของเสียหาย ตกหล่นได้ รวมทั้งไม่เหมาะสม)
    - บ่ให้ครุบเซิงเอาที่วัด มันคะลำ
    - บ่ให้นั่งขัดสมาธิเวลาฟังเทศน์
    - ใส่หมวก โพกผ้าเข้าวัด คะลำ มันสิหัวล้าน
    - ยิงนกในบริเวณวัด คะลำ
    - สวมรองเท้าเวลาตักบาตร และสรงน้ำพระ คะลำ
    - หนุ่มสาวพลอดรักกันในวัดและสถานที่สักการะบูชา คะลำ
    - ขณะพายเรือไปหลายๆคนห้ามพูดตลกขบขัน คะลำ
    - เข้าป่าอย่าพูดถึงสัตว์ร้าย คะลำ
    - เข้าป่าได้ยินเสียงร้องเรียกชื่อตนเองห้ามขานรับ
    - บ่ให้เยี่ยวลงน้ำ มันคะลำ
    - บ่ให้ตัดต้นไม้ดอนปู่ตา คะลำ
    - อย่าลากไม้ในป่า คะลำ
    - ปัสสาวะลงน้ำ มันคะลำ
    - ซักผ้าในแม่น้ำ คะลำ
    เป็นต้น


    3. ข้อคะลำที่สัมพันธ์กับเวลา
    ข้อคะลำที่สัมพันธ์กันกับเวลานั้นมีหลายข้อที่สัมพันธ์กับบุคคลและสถานที่ด้วย ซึ่งแยกออกจากกันลำบาก แต่เพื่อให้เห็นภาพกว้างๆโดยรวม และไม่ต้องแบ่งซอยลงไปมากจนเกินไป จึงขอยกตัวอย่างดังที่แบ่งข้างต้น ซึ่งข้อคะลำที่สัมพันธ์กับเวลานั้น น่าจะหมายถึงเวลาที่เป็นงานเทศกาลประเพณีประจำปี หรือเวลาของการประกอบอาชีพประจำฤดูกาล โดยเฉพาะการทำนา รวมทั้งประเพณีเฉพาะกิจในระดับส่วนบุคคลที่เกี่ยวพันกับสังคม ตัวบุคคลและสถานที่ด้วย รวมทั้งกิจวัตรประจำที่อยู่ในวิถีชีวิตประจำวัน แต่ในที่นี้จะเอาเวลาเป็นตัวตั้งเพื่อให้สอดคล้องกับที่แบ่งหัวข้อไว้ เช่น

    ข้อคะลำในการทำนาและข้าว
    เวลาหรือขั้นตอนในการทำนา ซึ่งจะต้องดำเนินการสอดคล้องตามระยะเวลา เนื่องจากต้องอาศัยธรรมชาติเป็นหลัก ในสังคมเกษตรกรรมดั้งเดิมที่ยังควบคุมธรรมชาติไม่ได้ ซึ่งถ้าไม่ปฏิบัติแล้วจะต้องคะลำ ผิดประเพณี "กินไม่บกจกไม่ลง" นอกจากนั้นยังมีข้อปฏิบัติที่สัมพันธ์กับข้าว เช่น
    - ก่อนหว่านกล้า ต้องเลือกฤกษ์วันดีในการแช่ข้าวเปลือกก่อน ข้าวที่ปลูกจะได้ให้ผลผลิตมาก
    - ช่วงเวลาหว่าน ถ้ามีตัวปูไต่ตามท้องนา ห้ามจับถือว่าเป็นการเลี้ยงผีตาแฮก
    - ก่อนที่จะถอนกล้าและปักดำต้องเลือกฤกษ์ยามวันดี
    - ช่วงเก็บเกี่ยว ก่อนตั้งลอมข้าวต้องไหว้ปลงแม่พระธรณีก่อน
    - ก่อนนวดข้าว ต้องเลือกวันดี
    - ช่วงนวดข้าวญาติพี่น้องต้องมาช่วยเหลือกัน และหาบข้าวขึ้นยุ้ง
    - หลังจากนั้นต้องมาช่วยกันตีข้าวสนุ (ข้าวที่ยังเหลือติดซังข้าวอยู่)ให้หมด
    - จากนั้นจึงทำพิธีเอาข้าวขึ้นยุ้งและปิดยุ้งเพื่อเลือกวันดีเปิดยุ้งข้าว
    - เลือกวันดีเพื่อตักข้าววันแรกให้ตรงกับเดือนขึ้นปีใหม่ แล้วสู่ขวัญข้าว โดยใช้กระดองเต่าตักข้าวครั้งแรก เพื่อให้ผู้ผลิตอยู่เย็นเป็นสุข (กระดองเต่าเป็นสัญลักษณ์ของความอยู่เย็นอยู่ดี)
    - เวลาพักกินข้าวอยู่ทุ่งนาอย่าเรียกกันกินข้าว มันคะลำ เท่ากับเรียกปูมากัดกินต้นข้าวด้วย
    - อย่าเอาไม้แต้ กะบก มาทำเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ มันคะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : ไม้ดังกล่าวเป็นไม้เนื้อแข็ง แตกหักง่าย ไม่เหมาะนำมาใช้งาน)
    - เป็ด ไก่มาเก็บกินข้าว รำข้าวหกอย่าดุด่า มันคะลำ
    - จี่ข้าวในช่วงข้าวออกรวง คะลำ
    - ไถนาวันพระ คะลำ
    - กินข้าวสารดิบ คะลำ เป็นคนจัญไร
    - กัดกินข้าวเหนียวครึ่งคำข้าว คะลำ
    - ยืนกินข้าว กะลำ
    - กินข้าวคาหม้อ คะลำ
    - ร้องเพลงเวลากินข้าว คะลำ
    - กินข้าวแล้วบ่อัดฝาก่อง บ่ฮู้เก็บฮู้เมี้ยน คะลำ ทำให้ผัวเมียจะป๋าหย่าร้าง
    (ภูมิปัญญาแฝง : ให้รู้จักเก็บรักษาและรับผิดชอบในสิ่งที่ตนกระทำลงไป เพื่อความเป็นระเบียบ)
    - เวลาเขยสะใภ้กินข้าวร่วมวงกับทั้งครอบครัวอย่างนั่งขัดสมาธิ มันคะลำ
    - เวลากินข้าวอย่าตบหัวแมว จะบาปเนื่องจากแมวมีเชื้อสายเทวดา
    (ภูมิปัญญาแฝง : เนื่องจากเศษขนแมวอาจติดมือได้ )
    - เวลากินข้าวผู้หญิงอย่ายองๆ หรือขัดสมาธิ มันคะลำ
    - อย่าเว้ายามกิน
    (ภูมิปัญญาแฝง : ไม่งาม ไม่เหมาะสม ข้าวอาจติดคอ ลงหลอดลมได้)
    นอกจากนี้ยังมีข้อคะลำที่สัมพันธ์กับเวลา เช่น บุญหรืองานประเพณี พิธีกรรมต่างๆ อาทิ

    ข้อคะลำในงานศพ
    - คนตายโหง(ผูกคอตาย ฟ้าผ่าตาย จมน้ำตาย เสือกัดตาย ลงท้องตาย ตกต้นไม้ตาย) ห้ามกินทาน ห้ามมีพระนำหน้า ห้ามเผา
    - เด็กตาย(อายุไม่ถึง 10 ขวบ) ห้ามเผา
    - ห้ามนำศพไต่ขัว(สะพาน)
    - ห้ามหามศพข้ามขอนไม้
    - ห้ามเผาศพวันอังคาร
    - ห้ามเผาศพวันศุกร์ ผีจะร้าย
    - (ภูมิปัญญาแฝง : ความเชื่อโชคลาง วันศุกร์เป็นชื่อดี คือวันแห่งความสุข ที่คนนิยมจัดงานมงคลกันจึงไม่นิยมเผาในวันดังกล่าว)
    - หากมีเพื่อนบ้านตายให้มาช่วยกัน บุคคลใดทำเฉยไม่สนใจ จะคะลำ
    - อย่าให้แมวข้ามศพ มันคะลำ
    - อาหารที่เลี้ยงแขกในงานศพต้องไม่เป็นเส้น เช่น ขนมจีน เพราะจำทำให้คนตายไม่ไปเกิด
    - คนป่วยตายธรรมดาเกิน 6 วันจึงจะสามารถเผาได้
    - เสื่อสาดต้องกลับทางให้เป็นตรงข้ามทั้งหมด
    - การแต่งตัวศพ ต้องสวมเสื้อผ้าศพให้กลับจากในมานอก
    - เอาศพออกจากบ้านให้คว่ำภาชนะทุกอย่าง และคว่ำกลับข้างบันได
    - เวลาเผาศพให้เอาท่อนไม้ใหญ่ 2 ท่อนทับศพไว้ ไม่ทำคะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : ป้องกันศพพลิกคว่ำ หรือเอ็นหดทำให้ศพอาจตกจากเชิงตะกอนได้)
    - เมื่อเผาศพเสร็จให้เดินมาล้างมือล้างเท้าสิ่งสกปรกที่วัดก่อนจึงจะกลับบ้านได้
    (ภูมิปัญญาแฝง : ชำระร่างกายให้สะอาดเพราะอาจจะติดเชื้อโรคจากศพได้ และเป็นอุบายการบำบัดทางจิตสำหรับผู้ที่กลัวผีจากภาพที่ประสบ)
    เป็นต้น

    ข้อคะลำในงานพิธีแต่งงาน
    ถือว่าเป็นงานมงคลในช่วงชีวิตของคน ดังนั้นจึงมีข้อคะลำเพื่อให้เกิดความมั่นใจในชีวิตคู่ สร้างกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป รวมทั้งข้อคะลำที่ควรทราบในระหว่างมีชีวิตคู่ด้วย เช่น
    - ห้ามแต่งงานวันคี่ คะลำ จะหย่าร้างกัน
    - อย่าทำสิ่งของแตกร้าวในวันแต่ง คะลำ จะทำให้หย่าร้าง
    - ห้ามมีชื่ออาหารที่ไม่เป็นมงคล เช่น แกงฟัก(ฟัก ภาษาอีสานหมายถึง ฟัน สับ) แกงจืด ยำ
    - ห้ามคนเป็นหมัน ไม่มีลูกถือขันหมาก
    - ห้ามบุคคลที่เป็นกำพร้าเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาว
    - ห้ามแต่งงานในเดือน 12 คะลำ เป็นเดือนที่สุนัขติดสัด ไม่เป็นมงคล
    - ห้ามแต่งช่วงเดือนเข้าพรรษา (เพราะเป็นช่วงที่กำลังเร่งดำนา)
    - เมียนอนหัวสูงกว่าผัว คะลำ
    - เมียกินข้าวก่อนผัว คะลำ
    - เมียต้องไม่เอาอาหารที่ตนเหลือกินให้ผัวกิน คะลำ
    - เมียย่าง(เดิน)เอาผ้าเอาซิ่นปัดป่ายผัว คะลำ
    - เมียบ่สมมา(ขอขมา)ผัวในวันพระวันศีลก่อนนอน คะลำ
    เป็นต้น

    ข้อคะลำในวันสงกรานต์
    วันสงกรานต์หรือวันเนา เชื่อกันว่ามาจากคำว่า "เน่า" หมายความว่าถ้าใครกระทำผิดคะลำในวันนี้แล้ว เวลาตายไปจะเน่าเหม็น สำหรับในวันนี้ของสังคมอีสานในอดีตถือว่าเป็นวันหนึ่งในรอบปีที่ต้องผ่อนคลาย สนุกสนานให้เต็มที่ การเตรียมการเตรียมงานหรือเวียกงานต่างๆต้องกระทำก่อนหน้านั้นให้เสร็จสิ้น หากมีบุคคลใดฝ่าฝืนทำสิ่งใดในวันนี้ถือว่าคะลำ ไม่เจริญรุ่งเรือง ทำมาค้าขายไม่ขึ้น จะต้องตายเน่าตายเหม็นอย่างไม่มีศักดิ์ศรี ซึ่งคล้ายกับข้อห้ามของวันว่างในประเพณีของคนใต้
    สำหรับข้อคะลำที่ห้ามประพฤติปฏิบัติในวันเนาตามความเชื่อของคนอีสานมีดังนี้
    - ห้ามผ่าฟืน ฟันฟืน
    - ห้ามตำข้าว ห้ามเปิดยุ้งข้าวตักข้าว
    - กองฟืนจะต้องหาพงหนามไปปิดไว้
    - ครกตำข้าวจะต้องเอาพงหนามไปปิดไว้
    - ห้ามทอผ้า
    - ห้ามสานแห
    สรุปคือห้ามทำการงานทุกอย่างในวันดังกล่าว ให้สนุกสนานร่วมงานของเพื่อนบ้านอย่างเต็มที่ถือว่าเป็นการผ่อนคลายความเคร่งเครียดตรากตรำทำงานตลอดปีอีกวันหนึ่ง

    ข้อคะลำที่สัมพันธ์กับเวลาอื่นๆ
    นอกจากนี้ยังมีข้อคะลำอื่นๆที่สอดคล้องกับเวลา เช่น
    - อย่าตอกตะปูตอนกลางคืน คะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : อาจรบกวนคนอื่นที่ต้องการพักผ่อนได้)
    - อย่าตัดเล็บ ตัดผมเวลากลางคืน
    - อย่าล้างถ้วยชามเวลากลางคืน
    - เดินทางกลางคืนอย่าพูดเรื่องอัปมงคล
    - กินข้าวยามวิกาล ตอนดึก คะลำ
    - อย่ากวาดบ้านเวลากลางคืน ยกเว้นบริเวณที่จะกินข้าว
    (ภูมิปัญญาแฝง : อาจจะกวาดสิ่งของสำคัญตกลงไปข้างล่าง จะหาลำบาก เพราะในอดีตไม่มีไฟฟ้า มีเพียงกะบอง หรือไต้ที่ไม่ค่อยสว่างและสะดวกนัก)
    - อย่าเข็นฝ้าย(ปั่นฝ้าย)ตอนกลางคืน คะลำ
    (ภูมิปัญญาแฝง : เสียงจะดังก่อความรำคาญรบกวนคนอื่นได้)
    - อย่าเคี้ยวหมากนอนตอนกลางคืน
    (ภูมิปัญญาแฝง : คำหมากอาจติดข้อเป็นอันตรายได้)
    - อย่าฝัดข้าวตอนกลางคืน
    (ภูมิปัญญาแฝง : เสียงดัง อาจก่อความรำคาญให้แก่คนอื่นได้)
    - อย่าต่อยมองแฮง(แรง)ยามเช้า อย่าตำข้าวสักกะวันยามดึก
    (ภูมิปัญญาแฝง : อาจก่อความรำคาญให้แก่ผู้ที่ยังไม่ตื่น และกำลังหลับอยู่ได้)
    - อย่าผิวปากเวลากลางคืน คะลำ
    - (ภูมิปัญญาแฝง : อาจก่อความรำคาญให้คนอื่นได้)
    - อย่านอนเวลาบ่ายคล้อย คะลำ เพราะเป็นช่วงที่ผีตกป่า(เผาศพ)
    (ภูมิปัญญาแฝง : ช่วงดังกล่าวคนส่วนใหญ่ต้องทำงาน หากนอนแล้วจะเสียการงาน และแรงงานโดยไม่จำเป็น รวมทั้งช่วงดังกล่าวเมื่อตื่นขึ้นมามักจะไม่สดชื่น แข็งแรง อารมณ์เสียได้ง่าย)
    - ตีด่ากันในวันพระ คะลำ
    - เวลานอน คุยกัน คะลำ
    - สาวไหมวันพระ คะลำ
    - เวลาออกล่าสัตว์ อย่ากินข้าวกับเนื้อสัตว์ มันคะลำ

  3. #3
    ฟ้าสางที่บางกอก
    Guest

    Re: คะลำ หรือ ขะลำ

    เหอ ๆ ดูเผิน ๆ นึกว่า คลำ อิอิ......

  4. #4
    บ่าวเต็งคนโก้
    Guest

    Re: คะลำ หรือ ขะลำ

    อย่าสิปาก มันคะลำ

  5. #5
    ศิลปิน นักร้อง นักแสดง
    มิสบ้านมหา 2011
    สัญลักษณ์ของ ผู้ก่อการรัก
    วันที่สมัคร
    Feb 2006
    ที่อยู่
    HappyLand ดินแดนแห่งความสุข, Thailand
    กระทู้
    3,379

    Re: คะลำ หรือ ขะลำ

    ขอบคุณมากนะคะ บางคำก็อยากรู้มานานแล้วว่า ทำไมเค้าถึงต้องห้ามกระทำ ...

  6. #6
    นักการภารโรง สัญลักษณ์ของ บ่าวคนเดิม
    วันที่สมัคร
    Jan 2006
    ที่อยู่
    Amphoe Det Udom
    กระทู้
    3,760

    Re: คะลำ หรือ ขะลำ

    ถ้าเว้านำไปคลำลูกเมียผู้อื่น....กะคะลำคือกันเด้อ หรือบางเทื่ออาจซิบ่มีโอกาสได้คะลำเลย ฮ่าๆๆ
    ขอบพระคุณสมาชิกและทีมงานที่เคารพรักทุกท่าน

  7. #7
    บ่าวสายฟ้า
    Guest

    Re: คะลำ หรือ ขะลำ

    Re: คะลำ หรือ ขะลำ กระทู้ต้นฉบับโดยคุณ +☺♫บ่าวมหา™+
    ถ้าเว้านำไปคลำลูกเมียผู้อื่น....กะคะลำคือกันเด้อ หรือบางเทื่ออาจซิบ่มีโอกาสได้คะลำเลย ฮ่าๆๆ
    คะลำ เด้อ บ่แม่น คลำครับ 5555+

  8. #8
    yana
    Guest

    Re: คะลำ หรือ ขะลำ

    เป็นความรุ้อย่างแฮงครับ....

  9. #9
    ศึกษาหาความรู้
    วันที่สมัคร
    Sep 2007
    กระทู้
    51
    คำนี้ ภาษาเหนือเขาใช้เรียกตรงนั้นของผู้ชาย เด้อ พี่น้องเด้อ

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •