กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

หัวข้อ: ผมเกือบโดนรุมกินโต๊ะ...

  1. #1
    ดูแลตรวจสอบเนื้อหา สัญลักษณ์ของ wundee2513
    วันที่สมัคร
    Aug 2006
    ที่อยู่
    ตามภารกิจ
    กระทู้
    1,167
    บล็อก
    11

    บ้านมหาโพสต์ ผมเกือบโดนรุมกินโต๊ะ...


    ... รถโดยสารประจำทางสีส้มหรือรถพัดลมวิ่งระหว่างจังหวัดท่านอาจจะเคยใช้บริการ หรืออาจมีประสบการณ์ในการเดินทางไปมา... การทรมานคือการนั่งรอคอยบนรถประเภทนี้ เมื่อจอดสถานีไหน จะนานเอามากๆ ... แต่เมื่อออกจากสถานีได้จะเริ่มความตื่นเต้นให้ผู้โดยสารได้เห็น ขับเร็ว ขับน่าหวาดเสียว เมื่อจะรับผู้โดยสารรายทางจะเบรกรถ แบบหัวทิ่มหัวตำ ... การเชิญชวนผู้โดยสารขึ้นรถเต็มไปด้วย น้ำใจไมตรี คล้ายๆ จะอุ้มผู้โดยสารขึ้นรถเลยทีเดียว เวลาลงรถคล้ายๆจะถีบส่ง...เร่งผู้โดยสาร บางคนต้องหอบหิ้วสัมภาระ อิรุงตุงนัง เด็กรถไม่ได้ให้ความสนใจอะไร ต่างจากตอนเชื้อเชิญขึ้นรถจริงๆ...
    ... ผมแต่งเครื่องแบบด้วยชุดก้างปลากลับด้านลงแป้งรีดด้วยตัวเองอย่างประณีต รองเท้าคอมแบท วนน้ำจนมองเห็นหน้าตัวเอง ซึ่งเตรียมไว้เป็นอาทิตย์ เพื่อเตรียมตัวกลับบ้านเยี่ยมพ่อแม่... ปกติเมื่ออยู่กองร้อยจะใส่ชุดฝึกเก่าๆ รองเท้าผ้าใบขาดจนนิ้วเท้าโผล่ ทำงานโยธา ขุดดิน ตัดหญ้า ตามประสาชีวิตพลทหาร... เครื่องแต่งกายที่ได้รับแจก ที่ประทับใจที่สุดคือ กางเกงใน ทบ. พี่พล พระยาแล (ขออภัยที่เอ่ยนาม)คงได้สัมผัส และได้รับรู้การสวมใส่ ว่าเป็นอย่างไร เพราะเป็นรุ่นพี่ผม...
    ... เมื่อรับใบลาจากจ่ากองแล้ว... รอรถที่สถานี บขส.แห่งที่ ๒ โคราช ... ก็ได้ยินเสียง พี่หาร คันหลัง คันไหนๆ ก็พูดเหมือนๆกัน เหมือนก็อปปี้ คำพูดกันมา...พี่หาร คันหลัง... เมื่อรถที่จะไปบ้านเป็นเที่ยวสุดท้าย
    ไม่ต้องมีใครมาเชื้อเชิญแล้ว ผมไปยืนด้านหลัง ซึ่งผู้โดยสารแน่นมาจากกรุงเทพแล้ว... ระหว่างทางก็วิ่งๆ หยุดๆ รับผู้โดยสาร เด็กรถให้ผู้โดยสารลุกๆนั่งๆ เพื่อขยับเบาะให้ช่องทางเดินนั่งได้ คนก็นั่งแออัด ยัดเยียด อยู่ในนั้นแหละ ร้อนก็ร้อน เด็กรถก็เดินไปเดินมา ผมเริ่มอารมณ์เปลี่ยนแล้ว “อะไรวะเดินไปเดินมาอยู่ได้” ผมพูดตะคอก เด็กรถ ที่จริงไม่ใช่เด็กหรอกตัวเท่ากับผมนี่แหละ เดินข้ามไปข้ามมารบกวนผู้โดยสารคนอื่นด้วย แขกที่ผมไม่อยากรู้จัก เข้ามาหาผมห้าคน “คนนี้แหละพี่ เอาไงดี...” เด็กรถพูด ผมคิดว่างานเข้าแล้วเรา... ยังไงผมก็สู้ไม่ไหว ... ผมอาศัยความสงบสยบความเคลื่อนไหว ดึงมวลชนมาเป็นพวก “ ใจเย็นๆ ครับพี่... ฟังผมพูดก่อนพี่...ผมพูดกับลูกน้องพี่จริง...ลูกน้องพี่ก็เดินข้ามผู้โดยสารไปมาให้เกียรติเขาไหม เขาก็มีความรู้สึกเหมือนผม... ไม่เชื่อพี่ถามผู้โดยสารดู...” ผมดูสีหน้าเขาเริ่มเป็นมิตรมากขึ้น “ผมขอโทษ ถ้าพี่ไม่สบายใจ” .... ผมคิดย้อนไป หากเราขาดสติวันนั้นไม่รู้จะเป็นอย่างไร เราจะกลับถึงบ้านไหม จะคุ้มกับการที่เราลงแป้งชุดฝึก วนน้ำรองเท้าหรือเปล่า... ผมเกือบโดนรุมกินโต๊ะ...
    “ จงแก้ปัญหาด้วยสติ อย่าใช้อารมณ์”
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย wundee2513; 21-11-2009 at 19:41.

  2. #2
    ฝ่ายบริหารระดับสูง สัญลักษณ์ของ พล พระยาแล
    วันที่สมัคร
    Mar 2008
    กระทู้
    6,940
    กางเกงใน ทบ. ฮ่า ๆ ๆ ไม่อยากจะพูดถึงครับ ตอนที่ผมเป็นทหารที่เมืองกาญจน์จะเข้ากรุงเทพฯ วันศุกร์ รถประจำทางระหว่างอำเภอ จอดให้ขึ้นแบบไม่เต็มใจให้เราวิ่งตามจนหอบและจอดไม่สนิท ขาลงให้กระโดดลงเหมือนกบ ผมปวดเอวทุกครั้งที่ขึ้นลง

    รถโดยสารสีแดงที่จะเข้ากรุงเทพฯ เห็นพวกเราลงจากรถ กระเป๋ารถบอกไป ๆ ๆ ลูกพี่ พวกมันมาแล้ว ๆ ๆ ผมกับเพื่อน 5 คนกระโดดขึ้นรถจนหัวคะมำ เพื่อนผมกลุ่มหนึ่งขึ้นไม่ได้ พี่หารคันหลัง ๆ ๆ ๆ กระเป๋ารถโดนพวกกระผมเอาคอมแบทเกาให้ก็เลยหายซ่าส์ครับ อิอิ

    จนถึงขนาดผู้บังคับบัญชาทำหนังสือถึงขนส่งจังหวัด ห้ามปฏิเสธการรับทหาร หากขัดขืนให้หยุดเดินรถ และไม่ให้รถวิ่งผ่านเขตทหาร คุณจะขับผ่านไร่อ้อยก็เรื่องของคุณ ฮ่า ๆ ๆ

    ท่าทีก็เลยอ่อนลงบ้าง แต่อย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก เพราะมันได้ค่าโดยสารน้อย เพราะแต่ก่อนกาญจนบุรี - กรุงเทพฯ ประมาณ 8 บาท ไปชัยภูมิจากกรุงเทพฯ ถ้าแต่งเครื่องแบบ 27 บาท ครับ

    รถเข้ากรุงเทพฯ บางคัน จอดรอนักเรียนตามอำเภอ เรื่อยมา จนถึงนครปฐม นครชัยศรี สาวโรงงานอ้อมใหญ่ เบียดกันแน่นเอี๊ยด เที่ยวนั้นฟลุ๊ค ถึงสายใต้เก่าใช้เวลา 6 ชม. รวมรถติด ลงจากรถผมต้องกินสปอนเซอร์ 2 ขวดครับ เพราะเสียเหงื่อมาก ฮ่า ๆ

    พอจะต่อรถไปชัยภูมิ อุตส่าห์นั่งท้ายสุด ก็ยังไล่ให้เราลุกยืน นอกจากที่นั่งจะว่าง และไม่มีคนยืน จึงจะนั่งได้ ก็ประมาณ 5 กิโลเมตร ก่อนถึงชัยภูมิ กระเป๋ารถเมล์บางคนพูดจาสุนัขไม่รับประทาน ถือเหล็กเคาะล้อรถขึ้นมาบนรถ พูดจากระโชกโฮกฮาก สถุน ทำเป็นนักเลง เจอกลุ่มผมกลายเป็นแมวเลยครับ กระเป๋า 2 คน ต้องไปนั่งรวมกันกับคนขับข้างหน้า ไม่กล้าเดินมาด้านหลัง เพราะกลัวพวกผมตี๊บ ฮ่า ๆ ๆ

    เรื่องตีรันฟันแทง หรือโดนขู่ ทุกวันนี้ผมกลัวครับ ยิ่งตอนนี้แก่แล้ว ต้องยกมือไหว้อย่างเดียวครับ จึงจะปลอดภัยจาก
    ดงตรีนชาวบ้าน

    เพราะทุกวันนี้คนฆ่ากันง่ายครับ แค่เหยียบเล็บขบ หรือมองหน้ากัน ก็จะฆ่ากันแล้ว
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย พล พระยาแล; 21-11-2009 at 18:04.

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •