จาก FW. mail ครับ น่าคิด...


เพื่อนสมัยเรียนปริญญาตรีด้วยกัน ไปทำนา ........แล้วรู้ไหมว่าเป็นยังไง

ไปงานศพ แล้วเจอเพื่อนสมัยเรียนเกือบครบทุกคน ในโอกาสที่ไม่ดีนัก
ก็กลายเป็นว่าได้รวมรุ่น เจอหลายๆคน

เพื่อนที่ไปได้ดิบได้ดี ในบริษัทโฆษณาใหญ่ๆ หรือบริษัทมหาชน

ไม่มีใครมางานศพได้ซักคน มันยุ่งไปหมด
แต่ถ้านัดแถวๆ หลังสวน พวกนี้สู้ตาย

ไปเจอเพื่อนคนหนึ่ง ที่ไม่คิดว่าจะเจอ
มันเนื้อตัวดำกร้าน และบอกเพื่อนๆว่ากลับมาทำนา
เพื่อนๆก็อึ้งๆ กันไป ว่าเฮ้ยปริญญาตรีเนี่ยะนะ

พอนั่งๆคุยไป ก็รู้สึกว่า ชีวิตตามเศรษฐกิจพอเพียงเป็นยังไง
มันหันหลังให้เมืองหลวง และ ดินเนอร์หลังสวนของพวกเรา
มันกลับไปทำนา เพราะคิดว่า น่าจะทำอาชีพเดิมของพ่อ
ที่ดิน ราว 80 ไร่ ของพ่อ
กับความลำบากที่ทำมาแต่เด็ก
เพิ่มเติมความสบายด้วยเทคโนโลยี และความรู้เข้าไป
มันกลายเป็นชาวนาเทพๆ คนหนึ่ง
และวันนี้ มันมีเงินเก็บ สามล้านกว่า
ใช้เงินวันละ 50 บาท
บ้านไม่ต้องผ่อน รถกระบะซื้อเงินสด
ไม่มีบัตรเครดิต
เสื้อผ้า ตลาดนัด ตัวละ 89 ชุดออกงาน 199
ความสุขคือ ได้อยู่กับพ่อและแม่

และโชคที่เข้าข้างลูกกตัญญูคือ ราคาข้าวดีวันดีคืน
.........
เล่นเอา ผู้จัดการ และ หัวหน้าฝ่ายหลายคนในงาน
ตาร้อนผ่าว
จะกลับไปลาออกมาทำนากันหมดซะแล้ว

บางทีก็ตอบไม่ได้ ว่าที่ทำทุกวันในเมืองหลวง
นี่มันกำไรเหรอเปล่า

รถไฟฟ้าวัน 40 บาท
น้ำมันรถกลับบ้าน 80 บาท
อาหารวันละ 60 กาแฟ 45 บาท
ค่าเสื้อผ้า โทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต
ค่าภาษีสังคม เลี้ยงลูกน้อง

เรามีเงินเก็บน้อยกว่าเขาอีก