หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 2 หน้า 12 หน้าสุดท้ายหน้าสุดท้าย
กำลังแสดงผล 1 ถึง 10 จากทั้งหมด 18

หัวข้อ: คำทวย

  1. #1
    บ่าวสายฟ้า
    Guest

    คำทวย


    คำว่า "ทวย" ในภาษาของคนภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือคนอีสาน มีความหมายเป็น 2 อย่าง ทั้งเป็นปริศนาหรือปัญหา และเป็นทั้งคำทำนายหรือคำแก้ ทั้งนี้แล้วแต่สถานะที่ใช้ เช่น

    ความหมายที่เป็นคำปริศนาหรือปัญหา เช่น นาย ก. เป็นเพื่อนรักกับ นาย ข. ตอบหรือแก้นาย ก. จะว่า
    "ข. กูสิทวยมึง (ฉันจะตั้งปัญหาถามแก) มึงสิแก้ได้บ่หมอ (เอ็งจะแก้ได้ไหมเพื่อน?)" นาย ข. ก็จะพูดว่า "มึงลองทวยมาเบิ่ง (เอ็งลองตั้งคำถามมาดู) กูสิแก้ (ฉันจะตอบ)"
    ให้พึงสังเกตให้ดีว่า คำว่า "ทวย" ที่เป็นลักษณะของปริศนาหรือปัญหานี้ ท่านจะใช้กับคำพูดที่ไม่มีสิ่งของให้ดู ถ้าจะเรียกว่า เล่นเชาว์ปัญญากันก็ไม่น่าจะผิด
    ตัวอย่าง ความหมาย ทวย ที่เป็นปริศนาหรือปัญหา
    ผู้อยู่โคกปั้นถ้วย เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ มดลิ้น (มันทำรู มันขนดินมาวางไว้เรียงรายรอบรู มีขอบสูงเหมือนถ้วย แต่ความจริงไม่มีมดลิ้นทำรูในขณะที่ถามกัน
    ผู้อยู่ห้วยสานมอง เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ แมงย่างชิ้น (แมงมุมป่าชนิดหนึ่ง ตัวใหญ่ยาวชอบทำตาข่ายขึงดักอาหารระหว่างต้นไม้กับต้นไม้) ในขณะที่ถามปัญหากันก็ไม่มีแมลงที่ว่านั้นเลย
    ความหมายที่เป็นการทำนายหรือไข ความหมายนี้จะใช้ในลักษณะที่ให้ทายสิ่งที่มีอยู่ในที่นั้น และในขณะนั้น แต่ได้ซ่อนไว้หรือปกปิดไว้ ตัวอย่าง เช่น

    นาย ก. เป็นเพื่อนนาย ข. กำเม็ดมะขามไว้ในมือโดยที่นาย ข. ไม่เห็น แล้วถามนาย ข. ว่า "ข. มึงลองทวยเบิ่ง (เองลองทำนายหรือทายดูสิ) ว่าแม่นหยังที่กูกำไว้ในมือเดี๋ยวนี้ (อะไรที่ฉันกำไว้ในมือขณะนี้) พอทายเสร็จ นาย ก. ก็แบมือออกให้ดู ให้เห็นได้ทันที นี่คือคำว่า ทวย มีความหมายเท่ากับคำว่า "ทายหรือทำนาย"
    น.ส.มี ซ่อนลูกของนางมา เพื่อนกันไว้ในห้องนอน แล้ว น.ส.มี ก็ถามนางมาเพื่อนกันว่า "มา! โตลองทวยเบิ่งว่า เฮาเอาลูกโตไปไว้ไส" พอทายเสร็จก้พาเข้าไปดูได้
    คำว่า ทวย ในตัวอย่างทั้งสองข้อ จึงมีความหมายเท่ากับคำว่า ทำนายหรือไข

    แต่คำว่า ความทวย ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้จะหมายถึง ปัญหา หรือ ปริศนา ตามความหมายที่หนึ่งเท่านั้น

    ลักษณะของความทวย

    ความทวย เป็นปริศนาหรือปัญหาที่บรรพบุรุษชาวอีสานจินตนาการจากรูปลักษณ์ของสิ่งต่างๆ นั้น แล้วตั้งเป็นปริศนาหรือปัญหาขึ้น ด้วยภูมิปัญญาของตน เพื่อให้ลูกหลานคิดเทียบเคียงแล้วทาย เช่น

    ถ้าเขาจะเอาจอมปลวกเป็นความทวย (ปริศนา-ปัญหา) เขาก็จะตั้งปัญหาหรือความทวยนั้นให้มันเหมือนลักษณะของจอมปลวก เช่น
    ความทวย "ไฟไหม้ป่า บ่ไหม้หมกเห็ด" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ ก็คือ "จอมปลวก" นั่นเอง เพราะไฟจะไหม้ป่าเท่าไร มันก็จะไม่ไหม้หมกเห็ดคือจอมปลวกเลย
    ความทวย "ไฟไหม้ดัง บ่ไหม้ขี้มูก" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ ก็คือ คนสูบบุหรี่เอาควันออกทางจมูก ควันออกจากจมูกมันก็เหมือนไฟไหม้จมูก แต่มันก็ไม่ไหม้ขี้มูก เพราะมันเป็นเพียงควันเฉยๆ
    ถ้าขณะนั้น บรรยากาศมันเครียดเกินไป ต่างคนต่างเมื่อยล้า เพราะฟังนิทานและคิดตอบความทวยมามากแล้ว แต่ยังไม่ถึงเวลาเลิก ท่านก็จะคิดปัญหาที่ตลกๆ ชวนหัวเราะขึ้นมา ให้ลูกหลานพากันคิดหาคำตอบ ความทวยดังกล่าวนี้ พอได้ฟังเท่านั้นเด็กๆ ก็จะหัวเราะและคลายเครียดลงได้ เช่น
    ความทวย "แข่วซากลาก ฮูดากหลมแขน" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ ก็คือ "สุ่ม" สุ่มนั้นถ้าเป็นสุ่มใหญ่เขาจะใช้ขังไก่ ถ้าเป็นสุ่มเล็ก เขาจะนำไปสักหาปลา ลักษณะของสุ่ม ปากและฟันมันจะคว่ำลงข้างล่าง ส่วนก้นสุ่มจะหันขึ้นข้างบน เวลาขังไก่ก็จะคว่ำปากลง เอาไก่ลงทางฮูดาก (รูก้น) ของสุ่ม เวลาจะเอาไก่ก็ล้วงลงทางฮูดาก (รูก้น) ของสุ่มนี้ สุ่มเล็กเขาใช้สักหาปลา น้ำจะต้องลึกไม่เกินครึ่งแข้ง ถ้าลึกกว่านั้นใช้สุ่มสักหาปลาไม่ได้
    การใช้ ผู้ใช้จะจับทางก้นสุ่ม สักจ๊วบๆๆๆ ไปเรื่อยๆ ถ้าไปครอบหรือสักถูกปลา ปลามันจะวิ่งชนสุ่ม ถ้าตัวใหญ่สุ่มก็จะโยก เจ้าของสุ่มจะต้องขึ้นไปนั่งบนก้นสุ่ม ให้ปลามันวิ่งชนสุ่มจนมันเมื่อยล้าก่อน ค่อยเอามือล้วงลงไปจับเอาใส่ข้องที่ผูกติดไว้กับเอว
    พอเด็กได้ฟังความทวยหรือคำถามที่ตั้งขึ้นว่า "แข่วซากลาก ฮูดากหลมแขน" เท่านั้นเด็กก็จะหัวเราะกัน แล้วคิดหาคำตอบ
    ความทวย ไก่อีดำงำดิน ไผว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ ก็คือ ขี้ควาย
    เด็กจะแยกกันคิด และรวมกันคิดหาคำตอบอย่างสนุกสนาน จนได้เวลากินข้าวเย็น บางคนก้กินกับตายาย บางคนก็กลับไปกินบ้าน บางคนยังทายไม่เสร็จแต่อาหารเย็นบ้านเขาเสร็จ พ่อแม่ของเขาจะมาเรียกแล้วพากลับไปกินข้าว
    วันไหนคุณย่าคุณปู่ หรือคุณตาคุณยาย ผู้เป็นครูพิเศษมีอาหารมาก ท่านก็จะบอกพ่อแม่เด็กที่มาเรียกว่า "บ่ต้องเอิ้นมันดอก มื้อนี้กูสิเลี้ยงมันเอง" วัฒนธรรมเก่าของเรามันน่ารักอย่างนี้ แต่พอวิทยุ โทรทัศน์นำนวนิยายมาทำเป็นละครฮิต จนลูกหลานลุ่มหลงตั้งตารอดูและลุกลามไปจนถึงผู้เฒ่าผู้แก่ก็ยังตั้งตาคอยด้วย วัฒนธรรมเหล่านี้ก็นับวันจะหดหายและไม่อาจหวนกลับมาอีก

    ประเภทของความทวย

    ความทวย ดังได้กล่าวมาแล้ว เมื่อดูตามลักษณะของการผูกปมปัญหาขึ้นมา เพื่อให้ลูกหลานทายกันแล้วจะมีลักษณะต่างกัน ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 5 ประเภท คือ

    ความทวยธรรมดาทั่วไป ได้แก่ ความทวยที่ผูกขึ้นตามลักษณะของสิ่งนั้น และตามธรรมชาติของสิ่งนั้น ไม่แฝงด้วยปริศนาซ่อนเงื่อนอย่างอื่น เช่น
    ความทวย "ญาท่านบ่เว้า ญาเจ้าบ่จา" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    ความตอบ ก็คือ พระพุทธรูป พระพุทธรูปก็คือพระ คือญาท่าน ลักษณะของท่านคือไม่พูดไม่จา
    ความทวย "บ่มีขาขึ้นกกไม้ได้" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    ความตอบ ก็คือ งู งูมันไม่มีขา แต่มันขึ้นต้นไม้ได้
    ความทวยแบบปัญหาเชาว์ ได้แก่ความทวยที่ผูกเป็นปมปัญหาขึ้น จากสิ่งหรือของนั้น ซึ่งถ้าจะว่าตามลักษณะก็ไม่เชิงจะใช่ ตัวอย่างเช่น
    ความทวย "ตักบ่เต็ม" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    ความตอบ บก คือความไม่เต็มนั่นเอง
    ความทวย "ตากบ่แห้ง" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    ความตอบ ก็คือ ชุ่ม คือความไม่แห้งนั่นเอง
    ความทวยแบบซ่อนคำตอบไว้ในคำถามแล้ว ได้แก่ความทวยที่เอาคำตอบขึ้นมาถาม พร้อมกับความทวยคือตัวปัญหาหรือปริศนานั้น คนถูกถามจะไม่รู้ว่ามีคำตอบอยู่ในคำถามแล้ว เช่น
    ความทวย "สัตว์สี่ขากินสัตว์ขาเดียว สัตว์หัวเขียวกินสัตว์หน้าข่วม(คว่ำ) เต่ากินเห็ด เป็ดกินหอย" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    ความตอบ ก็คือ เต่ากินเห็ด เป็ดกินหอย นั่นเอง อธิบายชัดๆ ว่า สัตว์สี่ขาคือเต่า สัตว์ขาเดียวคือเห็ด สัตว์หัวเขียวคือเป็ดตัวผู้ สัตว์หน้าคว่ำคือหอย ปราชญ์อีสานท่านเอาคำตอบใส่เข้าไว้ในคำถาม คนที่ตอบได้ก็คือคนที่มีเชาว์ปัญญาดี
    ความทวย "พีเคิ่งกลางหัวหางมันส่วย กบเขียดอยู่ห้วยงูกินเบิ๊ด" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    ความตอบ ก็คือ งูกินกบกินเขียด นั่นเอง คนที่ไม่ฉลาด เชาว์ปัญญาไม่ดี ก็จะคิดหาคำตอบจากการเปรียบเทียบเป็นลักษณะอย่างอื่นไป ซึ่งในความทวยบทนี้ลักษระของงูกินกบกินเขียด มันก็จะอ้วนตรงกลางอยู่แล้ว ซ้ำท่านยังบอกว่า กบเขียดในห้วยงูกินหมดแล้ว ดังนั้นคนมีเชาว์ปัญญาดี จึงเฉลียวใจและตอบได้
    ความทวยแบบสอนคุณธรรม ได้แก่ ความทวยที่เป็นปรัชญาคำสอน ซึ่งปราชญ์อีสานต้องการสอนลูกหลานด้วยการใช้ปริศนาคำตอบหรือความทวยนี้ เช่น
    ความทวย "ตายบ่เน่า เก่าบ่เป็น" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    ความตอบ ความดีที่คนทำไว้
    ความทวย "พรหมสองหน้าผู้ข้าเกิดนำ" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    ความตอบ ก็คือ พ่อกับแม่
    ความทวยที่มีลักษณะ 2 แง่ 2 ง่าม ความทวยนี้มีหลายคนเห็นว่า "มันหยาบ" และผู้คิดความทวยนี้ก็มี "เจตนาลามก" ข้าพเจ้าได้ใช้ปัญญาพิจารณาดูถ้วนถี่แล้ว ชี้เปรี้ยงได้เลยว่า เป็นความทวยไม่ลามก และผู้คิดความทวยนี้ขึ้นก็ไม่มีเจตนาลามก ข้าพเจ้าสงสัยแต่ว่า เจ้าคนที่พูดว่าลามกนั้น คงคิดเหมือนกับว่า ท่านปราชญ์ผู้ผูกความทวยนี้ขึ้นจะลามกเหมือนกับตัวกระมัง! ถึงได้คิดและพูดเช่นนั้น
    ความทวยนี้ ข้าพเจ้าจะยกมาให้พิจารณามากๆ เพื่อปราชญ์ผู้ฉลาดในศาสตร์และศิลป์ จะได้ใช้วิจารณญาณตัดสิน เพราะท่านก็ทราบดีว่า สมัยก่อนนั้นไม่ค่อยได้ยินครูข่มขืนศิษย์ เด็กทั้งผู้หญิงผู้ชายอายุ 6-7 ขวบในปี พ.ศ. 2495-6 ยังเปลือยกายวิ่งเล่นกันอยู่ ไม่เห็นมีใครข่มขืนใครเลย จึงขอให้ท่านนักปราชญ์ทั้งหลายได้พิจารณาความทวยนี้ด้วยว่า "ลามก" หรือไม่? ตัวอย่างเช่น
    ความทวย "ขนแย่มแยะแปะกันมีแฮง"
    ความตอบ "ขนตาเวลาหลับนอน" ก็เท่านั้น ไม่ได้คิดไปไกลเหมือนคนสมัยนี้
    ความทวย "ผู้หญิงเห็นผู้หญิงกลาย ผู้ชายเห็นผู้ชายเด้าเข้าบ่เข้าคลำเบิ่งเอา"
    ความตอบ "ผู้ชายฝนพร้า (ลับมีด)" ซึ่งการลับมีด ร่างกายทั้งท่อนบนและท่อนล่าง จะเคลื่อนไหวไปตามจังหวะที่ผลักมีด ผู้ผูกปัญหาก็จะผูกไปตามกิริยาอาการนี้ก็ไม่เห็นจะต้องมีหยาบหรือลามกตรงไหน
    ความทวย "ทางเทิงกะดำ ทางหลุ่มกะดำ มักตำกันเวลากลางคืน"
    ความตอบ "ขนตาเวลาหลับนอน" ลามกตรงไหน? คิดดู
    ความทวย "นกโก่นโต่น สี้ก้นแม่เจ้าของ"
    ความตอบ "ลูกกุญแจ" ดูซิหยาบตรงไหน
    ความทวย "นาหนองน้อย บ่มีจอกบ่มีแหน มีปลาซิวหัวแปโตหนึ่งอยู่หั่น"
    ความตอบ "ปากกับลิ้น" ดูซิลามกตรงไหน
    ความทวย "นอนหงายให้เขาขี่ เอามือตี่ยัดใส่"
    ความตอบ "เกิบ" มันก็คนใส่รองเท้า หยาบตรงไหน สงสัยคนคิดแบบนั้นหยาบเอง
    ความทวย "ยาวค่าคืบ ยัดเข้าหลืบฮูหนังทั่งไปทั่งมา น้ำแบ้นไหลออก" (ความทวยคิดขึ้นใหม่)
    ความตอบ "คนแปรงฟัน" ดูซิลามกตรงไหน
    ความทวย "เสียกแพ่แว่ แหย่เข้าฮูหนัง"
    ความตอบ "หลอดยาดม" ดูซิลามกตรงไหน?
    ความทวย "เสียกข่านหล่านจำกั่นจำบัก ยกขาขึ้นผู้อยู่หลุ่มมีแฮง"
    ความตอบ "คนกั้งคันยู (ร่ม)" ดูซิลามกตรงไหน
    ความทวย "อูดหลูด ปูดหลูดออก ปูดหลูดเข้าเอาหัวตำ ผู้หยิงชอบกำ ยามมื้อเช้ามื้อแลง"
    ความตอบ "สากกะเบือ" ดูซิลามกตรงไหน
    ความทวย "ฮูเนิน แม่นฮูคัน ฮูซันแม่นฮูลูก"
    ความตอบ "ฮูคราด" ลามกตรงไหน
    จากความทวยและคำตอบนี้ เราจะเห็นได้ว่าปราชญ์โบราณอีสานท่านผูกคำทวยขึ้นมา จากสิ่งแวดล้อมรอบข้าง แม้คำทวยจะระคายความรู้สึกของคนคิดมากในยุคปัจจุบัน แต่สมัยก่อนโน้นท่านคงไม่ได้คิดจะให้ลามก เพราะดูจากคำตอบแล้วไม่เห็นมีอะไรลามกเลย นี่แหละวัฒนธรรมของคนอีสานขนานแท้

    (ต่อข้างล่าง)


  2. #2
    บ่าวสายฟ้า
    Guest

    Re: คำทวย

    ...ต่อนะจ๊ะ..

    ความทวยเรียงตามหมวดอักษร
    ความทวย : "กกบ่มีฮาก หมากบ่มีใบ" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ เครือเขาดำ อธิบายให้รู้จักกันชัดๆ คือเครือเขาดำนั้นเป็นเถาวัลย์เล็กๆ ชนิดหนึ่งชอบเกิดบนต้นไม้ ไม่มีรากลงดิน มีลูก (ผล) แต่ไม่มีใบ (เวลาตอบให้ตอบเฉพาะว่า เครือเขาดำ เท่านั้น)
    ความทวย : "ไก่อีดำงำดิน" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ก้อนขี้ควาย เพราะกองขี้ควายมันจะเป็นกองดำๆ คว่ำอยู่บนดิน (งำดิน = คว่ำอยู่บนดิน)
    ความทวย : "ไก่อีกล้ากินหญ้าอ้อมโพน" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ กรรไกรตัดผม หมายถึง กรรไกรตัดผมรอบศรีษะ (อ้อมโพน = รอบโคนจอมปลวก ในที่นี้หมายถึงศรีษะ)
    ความทวย : "ไก่อีลายขี้ยายคันฮั้ว" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ขี้ตอก หมายถึง เศษไม้ไผ่ที่เหลาจากตอกแล้ว เขามักจะเอาไปวางตามรั้วบ้านสมัยก่อน
    ความทวย : "กกอยู่ป่า ง่าอยู่บ้าน บานได้สู่แลง" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ กระบอง หมายถึง ขี้ไต้ที่จุดไฟไว้ อธิบายให้รู้ชัดๆ คือ กก หมายถึงต้นยางที่เอายางของมันมาผสมกับไม้ผุ ห่อด้วยใบตองยางเช่นเดิม แล้วเอามาจุดไฟให้แสงสว่าง ง่า หมายถึง กิ่งไม้ ซึ่งก็คือที่วางขี้ไต้ สู่แลง คือทุกค่ำคืน
    ความทวย : "ไก่อีลายตายอยู่นอกซาน คนเบิ้ดบ้านมาปาดบ่เบิ้ด" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ หินฝนพร้า หมายถึง คนที่มาลับมีด (ฝนพร้าที่หินเป้นร้อยคน หินก็ไม่หมด)
    ความทวย : "ไก่อีลายตายอยู่ไฮ่อ้อย คนเป็นร้อยไปปาดบ่เบิ้ด" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ หินฝนพร้า หมายถึง หินลับมีด
    ความทวย : "ไก่อีขาวซาวเกลือ" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ หน่อไม้ส้ม หมายถึง หน่อไม้ดอง
    ความทวย : "ไก่อีขาวซาวปีก" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ดอกซ้อน หมายถึง ดอกมะลิ
    ความทวย : "ขนแยมแยะแปะกันมีแฮง" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ขนตา หมายถึง เวลาหลับตานอน
    ความทวย : "แข่วซากลาก ฮูดากหลุมแขน" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ สุ่ม อธิบายว่า สุ่มนั้นที่ปากของมันจะมีริ้วไม้ไผ่ที่ใช้สานสุ่มแหลมๆ เรียงกันเป้นแถวคนอีสานเรียกว่า "แข่ว" (ฟัน) หรือ (เขี้ยวสุ่ม) ใช้ขังไก่ จับปลา เวลาใช้จะเอาปากลง เอาก้นขึ้น เวลาจะเอาของในสุ่มจะล้วงเอาทางดาก (ก้น) สุ่มนี้
    ความทวย : "ข่ายหล่ายก่ายหี" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ หางควายโตแม่
    ความทวย : "ขาวคือฝ้าย ยายอยู่ทั่วฟ้า" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ดาว
    ความทวย : "เค็งๆ ก้องในดงมิดมี่ คื่นๆ ก้องในบ้านบ่ได้ยิน" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ หมากเค็ง (ลูกหยี) และ หมากเขือคื่น (ขื่น) อธิบายได้ว่า เค็งๆ ก้องในดงมิดมี่ คือหมากเค็ง คื่นๆ ก้องในบ้านบ่ได้ยิน คือหมากเขือขื่น เค็งๆ กับคื่นๆ เป็นเพียงชื่อผลไม้ ไม่ใช่เสียงมันจึงเงียบและไม่ได้ยิน
    ความทวย : "คนเบิ้ดบ้านกินน้ำสร้างเดียว เทียวทางเดียวบ่ให้เหยียบฮอยกัน" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ คนรับศีลจากพระ อธิบายว่า คือรับจากพระรูปเดียว ว่าความเดียวกัน และว่าพร้อมกันด้วย
    ความทวย : "ควยบ่มีขากินหญ้าบ่เป็น" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ หลักฝังบ่แน่น (ของที่เคยแน่นมาก่อนแต่มาโยกหรือคลอนตอนหลัง คนอีสานเรียก "ควย" เช่น ฟันโยก คนอีสานจะเรียกว่า "แข่วควย" หลักที่ถูกโยกหรือคลอน คนอีสานจะเรียกว่า "หลักควย")
    ความทวย : "งงงาพร้อมหูหางดูอาจงามเด สัตว์สิ่งนี้ควรค่ำค่าเมือง" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ช้าง
    ความทวย : "งุมหน้าให้ฟ้าเบิ่งก้น" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ บักหอยโข่ง
    ความทวย : "โงโค้งโน้งข่วมท่งข่วมภู" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ฮุ้งลงกินน้ำ
    ความทวย : "จับหางขี้จ๊วก" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ คันโซ่ หมายถึง เครื่องมือวิดน้ำ ทำด้วยไม้ไผ่สาน ใช้แรงคนวิด
    ความทวย : "จับใต้ฉีกแคกแดกเข้าในฮู" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ขนไก่แหย่หู อธิบายว่า สมัยก่อนคนนิยมเอาขนปีกไก่มาฉีกบางส่วนออก แล้วเอามาแหย่รูหู (แทนคอตตอนบัดในสมัยนี้นั่นเอง) ทั้งคัน ทั้งมันอย่าบอกใครเชียว
    ความทวย : "จากไปบ่เห็นฮอย บ่ต้งคอยกลับมาเอง" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ จิตใจของคน
    ความทวย : "เจ้าบ่มีศาล สมภารบ่มีวัด" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : "เจ้าบ่มีศาล คือ แม่น้ำเจ้าพระยา สมภารบ่มีวัด คือ การแถมสมภาร ในภาคอีสานเวลาพระเทศน์ เช่น กัณฑ์มัททรี เวลาพระขึ้นเสียงสูง ชาวบ้านจะหยอดเหรียญในบาตรทำให้เกิดเสียงดังพร้อมกับร้องว่า "นิมนต์ข้าน้อย" การกระทำเช่นนี้เรียกว่า แถมสมภาร
    ความทวย : "ว้างอีเอ่นเล่นน้ำกลางวัง ทางหลังมันเปียก ทางท้องมันบ่เปียก" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ เฮือน หมายถึง เรือนอยู่อาสัยของเรานี้เอง เวลาฝนตกใส่หลังคาจะเปียก แต่ท้องบ้านคือใต้ถุนบ้านใต้ไม้กระดานปูไม่เปียก
    ความทวย : "ซ้างขึ้นพลูตีหูปั๊วๆ" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ฟืม หมายถึง ฟืมเวลาทอผ้า โดยเอากี่เป็นโรงทอ
    ความทวย : "ซ้างขึ้นภู หักไว้หักไว้" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ไหวาก คือไหปากวิ่นนั่นเอง
    ความทวย : "ใช้แล้วใหม่ บ่ใช้แล้วเก่า" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ หนทาง คือ หนทางนั้นถ้าเราเทียวอยู่บ่อยๆ มันก็ไม่รก แต่ถ้าเราไม่เทียวหรือไม่ใช้เส้นทางนั้น มันก็จะรก
    ความทวย : "หญิงเห็นกลาย ชายเห็นชายเด้า เข้าบ่เข้าคลำเบิ่งเอา" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ผู้ชายฝนมีดหรือฝนพร้า อธิบายเวลาลับมีด-พร้า ผู้ชายจะนั่งยองๆ ผลักมีดไปตามหินและดึงกลับเป็นจังหวะๆ เอวก็จะโยกตัวไปตามจังหวะผลักและดึงกลับนั้น
    ความทวย : "ญาท่านบ่เว้า ญาเจ้าบ่แสดง" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ พระพุทธรูป
    ความทวย : "หญ้าผีบ้าบ่ถูกกะติด" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ หญ้าคา
    ความทวย : "ดำจั่งหมี ตีก้นจั่งกัด คำจั่งหมัดสนเคราทางก้น" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ สิ่ว และ เข็มเย็บผ้า (จั่ง = คล้าย, สนเครา = สนตะพาย)
    ความทวย : "ดังบ่มีฮู อยู่ป่ากินสัตว์" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ เสือ (ดัง = จมูก, ฮู = รู)
    ความทวย : "ดังอยู่ดิน บินบนอยู่เทิงฟ้า" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ เฮือหอ (ดัง = เสียงดัง, เฮือหอ = เรือเหาะหรือเครื่องบิน)
    ความทวย : "ต้นมันท่อลำเทียน หมากมันเลียนซ่ายล่าย" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ต้นข้าว อธิบายได้ว่า ต้นมันเล็กๆ แต่หมาก (เมล็ด) มันจะเรียงเป็นรวงยาว
    ความทวย : "ตักกะเต็ม บ่ตักกะเต็ม" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ หมากพร้าว อธิบายว่า น้ำมะพร้าวไม่มีใครไปตักใส่ไว้ มันก็เต็มอยู่อย่างนั้น
    ความทวย : "ตาเดียว หลายหน่อ" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ตากล้า อธิบายว่า แปลงนาที่หว่านข้าวเพื่อเอาต้นกล้าไปดำนานั้น ชาวอีสานเรียก ตากล้า ตากล้าแปลงเดียวนั้นจะมีหน่อข้าวที่หว่านลงไปงอกขึ้น นับหน่อไม่ได้
    ความทวย : "โตอยู่นา ตาอยู่บ้าน" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ปูกับเหล็กตาปู อธิบายว่า โต (ตัว) อยู่นา (ท้องนา) คือ ปู ตาอยู่บ้านคือเหล็กตาปู
    ความทวย : "ตกปุ๊ก ข้างซี่บ่ให้ว่าขี้ช้าง ยื่อแย่งแขนงเดียว" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ข้าวเหนียวแดง
    ความทวย : "ตักบ่เต็ม" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ต้นบก อธิบายว่า บก ภาษาอีสานคือเหือดแห้ง
    ความทวย : "ตากบ่แห้ง" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ซุ่ม ปัญหาเชาวว์ หมายถึงความซุ่มที่ไม่แห้ง (ในที่นี้จะหมายถึง ซุ่มขังไก่ เพราะในสำเนียงคนอีสาน ซุ่มกับสุ่ม ออกเสียงเหมือนกัน)
    ความทวย : "โตใหญ่ตาน้อย" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ช้าง
    ความทวย : "ตุ้มกลางดง โค่งโน่งกลางเหล่า เค้าเม้ากลางเฮือน แอ๋แอ่นกลางซาน" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : จุ้มกลางดง คือ เสียงปืน, โค่งโน่งกลางเหล่า คือ คันแฮ้ว เค้าเม้ากลางเฮือน คือ ใต้กระบอง แอ๋แอ่นกลางซาน คือ ไม้คานหาบของ
    ความทวย : "ตาบ่เน่า เก่าบ่เป็น" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ความดีที่คนทำไว้
    ความทวย : "แถนบ่เว้า หมู่เจ้ากะให้" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ บั้งไฟ (แถน = พระอินทร์)
    ความทวย : "ไถบ่มีฮอย แต่ว่าจ่อยเบิ้ดโต" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ไถเงิน (ฮอย = รอย, จ่อย = ผอม, เบิ้ดโต = ทั่วทั้งตัว)
    ความทวย : "เถียงอีหยัง บังแดดบ่ได้" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ คนเถียงกัน กระท่อมนา คนอีสานเรียกว่า "เถียงนา" คนทะเลาะกัน คนอีสานเรียกว่า "เถียงกัน" (อีหยัง = คืออะไร)
    ความทวย : "ถมบ่เต็ม" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ บก คำตอบนี้เป็นคำตอบปัญหาเชาว์เพราะถ้ายังมีคำว่า "บก" หรือพร่องอยู่มันก็ต้องไม่มีคำว่าเต็ม
    ความทวย : "ถิ่มใส่น้ำดังโป๊ก ถิ่มใส่บกดังถ่วน ถิ่มใส่ป่าหญ้าดังป้อง ดังก้องทั่วเมือง" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ความดีคนดี อันว่าความดีคนดีนั้นโบราณท่านว่าตกน้ำไม่ไหลคือทิ้งลงน้ำจะให้จมมันก็ไม่จม ใช้ไม้แข็งกะจะให้ตาย ให้แตก มันก็ไม่ตาย เพราะมันมีฐานมวลชนรองรับเหมือนทิ้งลงน้ำ ยกให้มวลชนไป เหมือนทิ้งเข้าป่าหญ้าป้อง มันก็ยิ่งดังระเบิดเมือง
    ความทวย : "ทางบ่มีเส้น" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ทางสวรรค์ ทางนิพพาน
    ความทวย : "ทิศบ่มีทาง" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ทิศสึกใหม่
    ความทวย : "ท้องอยู่หลัง" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ หม้อกะทะ
    ความทวย : "เทิงกะดำ หลุ่มกะดำ มักตำกันเวลากลางคืน" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ขนตา คนส่วนใหญ่ชอบนอนเวลากลางคืน เวลานอนจะหลับตา ขนตาดำข้างล่างกับขนตาดำข้างบนมันจะปิดทับกัน หรือมาชนกันอยู่ คนอีสานเรียกว่า "ตำ"
    ความทวย : "ธงบ่มีสัญชาติ ปราชญ์เอามาจาระนัย" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ธงบุญผะเหวด
    ความทวย : "ธรรมอันใด๋หมุนไปคือล้อ" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ธรรมจักร
    ความทวย : "ธรรมอยู่ในคัมภีร์ แต่ว่าอยู่สู่หม่อง" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ธรรมดา
    ความทวย : "เนื้อจิ้มเนื้อ แซบเกินเชื่ออีหลี" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ เด็กน้อยดูดนมแม่
    ความทวย : "น้อยๆ มันนุ่งผ้าเหลือง ใหญ่ขึ้นมามันนุ่งผ้าเขียว" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ไม้ไผ่
    ความทวย : "น้ำบ่มีฝน คนกินกะบ่ได้" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ น้ำหมอก หรือน้ำค้าง
    ความทวย : "นกกดตาแดง น้ำแห้งกะตาย" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ตะเกียงเบิ๊ดน้ำมัน
    ความทวย : "นกโก่นโต่น สี้ก้นแม่เจ้าของ" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ลูกกุญแจ (โก่นโต่น = การเปลือยกาย)
    ความทวย : "นาหนองน้อย บ่มีจอกบ่มีแหน มีปลาซิวหัวแป โตหนึ่งอยู่หั่น" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ปากกับลิ้น (หัวแป = หัวแบน)
    ความทวย : "นอนหงายให้เขาขี่ เอามือตี่ยัดใส่" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ เกิบ (ตี่ = คลี่ออก หรือแยกออก)
    ความทวย : "บ่มีขาขึ้นกกไม้ บ่มีใส้ฮ้องดัง" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ งู และ แมงง่วง (เรไร)
    ความทวย : "บ่มีตาขึ้นต้นไม้ บ่มีไส้กินคน บ่มีขนนอนบวก" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ เครือไม้ (เถาวัลย์) ยุง และ ปลิง
    ความทวย : "บักน้อยๆ แก่ไส้ลอดขอน" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ เข็ม อธิบายว่า เข็มที่สอดด้ายเวลาเย็บผ้า ขอนนั้นคือ ดูกผ้า
    ความทวย : "บักหัวโล่นโตนน้ำแต่เดิ๊ก" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ กระบวยตักน้ำ (เดิ๊ก = ดึก)
    ความทวย : "ใบมันท่อแป้นกี่ หมากมันจี่กินกะเป็น" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ กกกล้วย (แป้นกี่ = ไม้กระดานรองนั่งทอผ้า, กี่คือที่ทอผ้าของคนอีสาน)
    ความทวย : "บานแพ่แว่ มีตั้งแต่ของดี" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ เปิดหนังสืออ่าน
    ความทวย : "บักน้อยๆ ไปค้าบ่เห็นฮอย" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ เฮือ เรือไปที่ไหนจะไม่มีรอยเหลือได้
    ความทวย : "ป้องกะหลิ่วกิ่วกลาง ขึ้นกกยูงขึ้นกกยางกะได้" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ มดแดง อธิบายว่า มดแดงมันตัวเล็กๆ คอดกิ่วกลางตัว ขึ้นต้นยูง ขึ้นต้นยางต้นโตๆ ก็ขึ้นได้คล่อง
    ความทวย : "ปลาอีหยังตายแล้วกะยังถั่ง" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : ปลาแดก
    ความทวย : "ปลาหยังปลาบ่มีเลือด" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ปลาท่องโก๋
    ความทวย : "เปิดสิ่นในวัด บ่ขัดศีลธรรม" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ เปิดห่อคัมภีร์มาเรียน อธิบายว่า สมัยก่อนหนังสือใบลาน โบราณจารย์ท่านจะเอาผ้าซิ่นไหมที่คนยังไม่ได้ใช้มาห่อไว้
    ความทวย : "ไปท่อไร่นา มาท่อก้อนเส้า" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ตึกแหกับตุ้มแห (ทอดแหกับตะล่อมเข้า)
    ความทวย : "ปลดบ่หลุด" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ข้อง หมายถึง ข้องใส่ปลาที่ชาวอีสานทำขึ้น แต่คำตอบนี้เป็นเชาว์ปัญญา เพราะข้องก็คือติดๆ อย่างไม่หลุด ถ้าหลุดจะเรียกว่า ข้อง ได้อย่างไร
    ความทวย : "ผู้อยู่โคกปั้นถ้วย" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ มดลิ้น อธิบายว่า มดเวลามันขุดรูมันจะเอาดินมาวางรอบๆ รู กองดินนั้นมีลักษณะเหมือนถ้วย
    ความทวย : "ผู้อยู่ห้วยสานมอง" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ แมงย่างซิ้น อธิบายว่า เป็นแมลงชนิดหนึ่งคล้ายแมงมุม แต่ตัวใหญ่กว่าและยาวกว่า ลำตัวไม่มีขน ชอบทำตาข่ายดักอาหารกิน คนอีสานชอบกินแมลงชนิดนี้ด้วย
    ความทวย : "ผู้อยู่หนองกองก้น" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ บักหอย หอยโข่งหรือหอยอะไรก็ตามเวลามันจะไปมันจะคว่ำหน้าลง และยกก้นขึ้นเคลื่อนตัวไป
    ความทวย : "ผักกินบ่ได้ ไม้กินบ่เป็น" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ผักตู ผักตูคือประตู บางแห่งออกเสียงเป็นผักกะตู
    ความทวย :
    "ผู้เฮ็ดบ่ได้ใช้ ผู้ใช้บ่ได้เฮ็ด" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ โลงผี
    ความทวย : "ฝาอีหยังหย่างไปกะได้" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ปลาฝา
    ความทวย : "ฝนบ่คม มีแต่ลมกับน้ำ" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ฝนตก
    ความทวย : "เฝ้าบ่หนี ผีบ่ย่าน" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ อยู่ยาม
    ความทวย : "พระฤาษีอยู่ในถ้ำ ฝนตกฮำปีละเทื่อ" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ พระพุทธรูปยามสงกรานต์ อธิบายว่า พระพุทธรูปปีหนึ่งเขาจะเอาลงสรงน้ำครั้งหนึ่ง
    ความทวย : "พระบ่ได้บวช บ่ต้องสวดกะนับถือ" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ พระเจ้าแผ่นดิน
    ความทวย : "พรหมสองหน้า ผู้ข้าเกิดนำ" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ พ่อกับแม่
    ความทวย : "พีเคิ่งกลาง หางหัวมันส่วย" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ งูกินเขียด (พีเคิ่งกลาง = อ้วนตรงกลาง, มันส่วย = มันเรียวปลาย)
    ความทวย : "พิศหนู มีหูอยู่ปาก พิศนาคมีปากอยู่ท้อง พิศหล่องหง่องมีท้องอยู่หลัง" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ กระทอ, มีดสะนาก และ หม้อกระทะ อธิบายว่า พิศหนู มีหูอยู่ปากคือ กระทอ พิศนาคมีปากอยู่ท้อง คือ มีดปาดหมากของคนแก่สมัยโบราณ (บางแห่งเรียกมีดสะนาก) พิศหล่องหง่องมีท้องอยู่หลัง คือหม้อกระทะ
    (พิศหนูให้อ่านออกเสียงว่าพิดสะหนู, พิศนาค อ่านว่า พิดสะนาก)
    ความทวย : "ไฟไหม้ป่าบ่ไหม้หมกเห็ด" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ โพนปลวก อธิบายว่า เวลาไฟไหม้ป่า โคลนปลวกหรือจอมปลวกจะไม่ถูกไหม้ด้วย
    ความทวย : "ไฟไหม้ดัง บ่ไหม้ขี้มูก" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ คนสูบยา เวลาคนสูบยา (บุหรี่) จะเอาควันออกทางจมูก (ดัง = จมูก)
    ความทวย : "ฟ้าวบ่ไว ไฟบ่ลุก" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : ฟ้าวบ่ไว คือ ช้า และไฟบ่ลุก คือ ไฟฟ้า (ฟ้าว = รีบเร่ง)
    ความทวย : "ภูเขาสูงบ่มีบ่อนตั้ง" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ โหง่นขี้ฝ่า (บ่อน = ที่, โหง่น = กลุ่มที่ตั้งขึ้นดำทะมึน, ขี้ฝ่า = ก้อนเมฆ)
    ความทวย : "ภาชนะบ่มีแกง ภาแลงบ่มีข้าว" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ เดือนเคิ่งซีก (พระจันทร์ครึ่งซีก)
    ความทวย : "ภูต่ำคนปั้น ภูเป็นชั้นคนทำ" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ คันแทนา กับ ตึกแถว (คันแทนา คือ คันนา)
    ความทวย : "แม่มันฮ้องอีอี ลูกมันพีมั่นลั่น" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ หลากับไนเข็นฝ้าย หลาคือเครื่องมือปั่นฝ้ายให้เป็นเส้นใยเพื่อนำมาทอ ผ้าสมัยโบราณเวลาปั่นเสียงมันจะดัง อี อี หรือ อือ อือ ปั่นให้เป็นเส้น แล้วเขาก็จะม้วนเก็บไว้ที่เหล็กตัวที่หมุนให้ฝ้ายเป้นเส้น เหล็กนี้เขาเรียกกันว่า เหล็กไน ม้วนเข้าไปเรื่อยๆ ฝ้ายที่ม้วนเข้าไปในเหล็กไนก็จะโตขึ้นเรื่อยๆ การที่มันโตขึ้นนี้แหละที่เขาเรียกกันว่า พี ในภาษาอีสาน
    (ฮ้อง = ร้อง, พีหรือภี = อ้วน, มั่นลั่น เป็นกิริยาวิเศษของพี = อ้วนเนื้อแน่น)
    ความทวย : "ม้าอี่ขาวหางยาวต้วยก้น บ่ให้ว่าต้นกล้วย" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ เด็กน้อยเอาขี้มูกเช็ดก้น สมัยก่อนเสื้อผ้าที่จะใส่ก็หายาก เด็กเวลาเป็นหวัดขี้มูกไหลก็จะเช็ดด้วยหลังมือ แล้วเอาไปเช็ดก้นตัวเอง (ต้วยก้น = เอามาทาที่ก้น)
    ความทวย : "มีน้ำบ่มีปลา" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ น้ำบักพร้าว
    ความทวย : "ยามมื้อเช้าเก็บเข้าบุงหวาย ยามมื้อแลงยายออกยายออก" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ดาวเทิงฟ้า ดวงดาวบนท้องฟ้าเวลากลางคืนจึงเห็น พอรุ่งเช้าจะไม่เห็น (ยามมื้อแลง = ตอนเย็น)
    ความทวย : "ยืนต่ำกว่านั่ง" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ หมา (สุนัข)
    ความทวย : "อยากให้ยาวแล้วปั่น อยากให้สั้นแล้วต่อ" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ เข็นฝ้าย และ ต่อยา อธิบายว่า การเข็นฝ้ายให้เป็นเส้นโดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า "หลา" ชาวอีสานเรียกเข็นฝ้าย การเข็นฝ้ายจะได้เส้นยาวออกไปเรื่อยๆ การต่อยา (จุดบุหรี่สูบ) จะทำให้ยา (บุหรี่) สั้นลงเรื่อยๆ
    ความทวย : "ยาวคาคืบ ยัดเข้าหลืบฮูหนัง ทั่งไปทั่งมา น้ำแบ้นไหลออก" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ คนสีฟัน (แปรงฟัน) (คาคืบ = แค่คืบ, หลืบ = ซอกหรือเงื้อม, ฮูหนัง = รูหนัง, ทั่งไป = ชักเข้า, ทั่งมา = ชักออก, น้ำแบ้น = น้ำอสุจิ (แต่ในที่นี้หมายถึงฟองน้ำของยาสีฟันที่ไหลออกจากปาก))
    ความทวย : "ลงบ่เห็นฮอย ถอยบ่เห็นส้น" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ เฮือ (เรือ)
    ความทวย : "เลือดบ่ดีย้อมสีบ่แดง" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คนชั่วที่ลื่นความพ่อแม่ (ลื่นความ = ไม่เชื่อฟัง)
    ความทวย : "เลียทางปากเอาของใกล้ดากใส่กัน" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ หมาสิเซิงกัน (ดาก = ก้น, สิเซิงกัน = จะสัดกัน)
    ความทวย : "ลมบ่มีฝน ฝนบ่มีหยาด" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ :
    ลมบ่มีฝน คือ ลมปาก ฝนบ่มีหยาด คือ ฝนพร้า (ลับมีด)
    ความทวย : "ศิษย์บ่มีครู ผักตูบ่มีบาน" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : ศิษย์บ่มีครู คือ คนเฮียน (เรียน) ด้วยตนเอง ผักตูบ่มีบาน คือ ผักตูโขง (ประตูหน้าวัด)
    ความทวย : "ศาลาบ่อยู่กลางบ้าน คนย่านบ่อยากไป" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ศาลาพักศพ (ย่าน = กลัว)
    ความทวย : "ศาลาบ่อยู่วัด แต่ว่าจัดไว้อยู่กลางเมือง" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ศาลากลางจังหวัด
    ความทวย : "สุกอยู่ดินกากินบ่ได้" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ถ่านไฟแดงๆ
    ความทวย : "สุกอยู่ฟ้า กายื้อบ่เถิง" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ตาเว็น (ดวงตะวัน)
    ความทวย : "สัตว์สี่ขากินสัตว์ขาเดียว สัตว์หัวเขียวกินสัตว์หน้าคว่ำ เต่ากินเห็ดเป็ดกินหอย" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ เต่ากินเห็ด และ เป็ดกินหอย (พึงสังเกตว่าปริศนาคำทายนี้แฝงคำตอบไว้ด้วยแล้ว ถ้าช่างสังเกตก็จะทราบทันที)
    ความทวย : "เสียกแพ้แว้ แหย่เข้าฮูหนัง" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ยาดม (เสียกแพ้แว้ = ลักษณะของหลอดยาดมที่เปิดฝาออกแล้ว)
    ความทวย : "เสียกข่านหล่าน จำกั่นจำบัก ยกขาขึ้นผู้อยู่หลุ่มมีแฮง" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ คนกั้งคันยู (เสียกข่านหล่าน = ลักษณะของการกางร่ม, จำกั่นจำบัก = ออกไปจนสุด, ร่ม ภาษาอีสานเรียกว่า คันยู)
    ความทวย : "ส่วยคือใบพลู มีฮูอยู่กลาง" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ หูควาย
    ความทวย : "สามขาตั้งธรณีแหยแหย่ง อ้าปากขึ้นเห็นช้างคาบงา" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ก้อนเส้า หม้อนึ่ง หวดข้าว (การนึ่งข้าวเหนียวจะตั้งหม้อนึ่งบนเตาใช้หินก้อนเส้าวางสามก้อน แล้วนำหวดบรรจุข้าวเหนียววางบนหม้อนึ่งอีกที)
    ความทวย : "ห้อยอยู่หลักบ่ตักกะเต็ม" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ บักพร้าว (มะพร้าวไม่มีใครเอาน้ำไปใส่มัน มันก็มีน้ำเป็นของตัวเอง)
    ความทวย : "หายบ่เห็น เฮ็ดให้คนเป็นได้" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ หายใจ (เฮ็ด = ทำ)
    ความทวย : "หูอยู่ปาก ดากอยู่ท้อง" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ หม้อกะทะ (ดาก = ก้น)
    ความทวย : "อุดหลูดปูดหลูดออก ปูดหลูดเข้าเอาหัวตำ ผู้หญิงมักทำยามมื้อเช้ามื้อแลง" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ สากกระเบือ (ยามมื้อแลง = ตอนเย็น)
    ความทวย : "อ้อยมีรสหวาน เฮ็ดน้ำตาลบ่ได้" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ เครืออ้อยช้าง
    ความทวย : "ฮ้อยคนเอิ้นบ่มีเพรียก แสนคนเฮียกบ่มีขาน" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ คนตาย
    ความทวย : "อุ้มแล้วไห้ ปลงไว้แล้วเซา" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ คนเป่าแคน
    ความทวย : "ฮากแดงๆ ไปแทงตาฝั่ง ฮากมันหยั่งเถิงเมืองนคร" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ แสงตาเว็น (แสงตะวัน) (ฮาก = ราก, ตาฝั่ง = ฝั่งน้ำ, เถิง = ถึง)
    ความทวย : "ฮูเนินคือฮูคัน ฮูซันคือฮูลูก" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ ฮูคราด (คราด คืออุปกรณ์ปรับดินดำนาหรือก่อนปลูกพืช)
    ความทวย : "เฮือบ่มีน้ำ ไปได้ทุกก้ำทุกภาย" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ เฮือหอ (เครื่องบิน)
    ความทวย : "ฮอยใหญ่กว่าโต เอาโซ่ล่ามไว้" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ : คือ เฮือ


  3. #3
    นักการภารโรง สัญลักษณ์ของ บ่าวคนเดิม
    วันที่สมัคร
    Jan 2006
    ที่อยู่
    Amphoe Det Udom
    กระทู้
    3,760

    Re: คำทวย

    โอ้...เก็บไว้เป็นคำทวยกันเลนกะได้ความม่วนซื่นดีแท้เด้อครับ...ขอบคุณสายฟ้าที่เอื้อเฟื้อข้อมูล
    ขอบพระคุณสมาชิกและทีมงานที่เคารพรักทุกท่าน

  4. #4
    บ่าวสายฟ้า
    Guest

    Re: คำทวย

    อะไร เอ่ยมือพิณสายฟ้า ? (เจ้าว่าแม่นหยัง งงตี้ฮัน ฮ่าๆๆๆ)

  5. #5
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ ปลัดโตคนเดิม
    วันที่สมัคร
    Feb 2006
    กระทู้
    506

    Re: คำทวย

    Re: คำทวย กระทู้ต้นฉบับโดยคุณ +♪มือพิณสายฟ้า+
    อะไร เอ่ยมือพิณสายฟ้า ? (เจ้าว่าแม่นหยัง งงตี้ฮัน ฮ่าๆๆๆ)
    งง หลายแต่ผมมีคำถามมาทวยคือกัน อะไรเอ่ยมีฮูคือขวานผ่ายอแข้งยอขาสองมือสอดขยับเข้า 555
    ยอมแพ้ซาก่อนสิเฉลย555

  6. #6
    บ่าวสายฟ้า
    Guest

    Re: คำทวย

    แคน คักๆ สงสัยบ่ถืก....555+

  7. #7
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ ปลัดโตคนเดิม
    วันที่สมัคร
    Feb 2006
    กระทู้
    506

    Re: คำทวย

    Re: คำทวย กระทู้ต้นฉบับโดยคุณ +♪มือพิณสายฟ้า+
    แคน คักๆ สงสัยบ่ถืก....555+
    ถูๆๆๆกกกกก...........ผิดนะครับ 5555 แคนหม่องได๋มีฮูคือขวานผ่าอ้าย 55555+
    ข้อความอื่นเว้าถือ มาเจอคำทวยมีมึน อิอิอิ

  8. #8
    บ่าวสายฟ้า
    Guest

    Re: คำทวย

    มึนตึบ ..555+

  9. #9
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ ปลัดโตคนเดิม
    วันที่สมัคร
    Feb 2006
    กระทู้
    506

    Re: คำทวย

    Re: คำทวย กระทู้ต้นฉบับโดยคุณ +♪มือพิณสายฟ้า+
    มึนตึบ ..555+
    ยอมยัง สิเฉลย 5+5+5

  10. #10
    ศิลปิน นักร้อง นักแสดง
    มิสบ้านมหา 2011
    สัญลักษณ์ของ ผู้ก่อการรัก
    วันที่สมัคร
    Feb 2006
    ที่อยู่
    HappyLand ดินแดนแห่งความสุข, Thailand
    กระทู้
    3,379

    Re: คำทวย

    Re: คำทวย กระทู้ต้นฉบับโดยคุณ ปลัดโต (ทูน)
    ถูๆๆๆกกกกก...........ผิดนะครับ 5555 แคนหม่องได๋มีฮูคือขวานผ่าอ้าย 55555+
    ข้อความอื่นเว้าถือ มาเจอคำทวยมีมึน อิอิอิ
    แปลเป็นภาษากลางหน่อยสิคะ เผื่อพี่แม็กซ์ทายมั่ง อิอิ

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •