กำลังแสดงผล 1 ถึง 3 จากทั้งหมด 3

หัวข้อ: บรรยากาศ Countdown 2010 ต่างประเทศ

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    บรรยากาศ Countdown 2010 ต่างประเทศ


    บรรยากาศ Countdown 2010 ต่างประเทศ




    ออสเตรเลีย อลังการ


    บรรยากาศ  Countdown 2010  ต่างประเทศ


    บรรยากาศ  Countdown 2010  ต่างประเทศ


    บรรยากาศ  Countdown 2010  ต่างประเทศ


    บรรยากาศ  Countdown 2010  ต่างประเทศ

    บรรยากาศ  Countdown 2010  ต่างประเทศ


    บรรยากาศ  Countdown 2010  ต่างประเทศ



    เอเอฟพี - พลุไฟสว่างไสวบนท้องฟ้าเหนือสะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์ ช่วงเวลาที่เมืองใหญ่ที่สุดของออสเตรเลียแห่งนี้ฉลองเข้าสู่ทศวรรษใหม่ ขณะที่เจ้าหน้าที่พยายามรณรงค์ให้ประชาชนงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์


    ฝูงชนมากกว่า 1.5 ล้านคน แออัดยัดเยียดบริเวณริมฝั่งเพื่อต้อนรับปีใหม่ ที่ได้มีการจัดแสดงพลุไฟหลากสี ณ สะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์ ด้าน คริสตินา เคเนอัลลี รัฐมนตรีมลรัฐนิวเซาต์เวลส์ ชี้ว่างานเฉลิมฉลองดังกล่าวนับเป็น "โชว์ที่ดีที่สุดบนโลก" พร้อมระบุว่ามีประชาชนอีกราว 2 พันล้านคนที่เฝ้าดูโชว์นี้ผ่านทีวี


    พลุไฟรวม 4,500 กิโลกรัม ถูกจุดขึ้นจากสะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์อันเลื่องชื่อและเรือ 4 ลำที่ลอยอยู่ในแม่น้ำ แต่งแต้มสีสันและก่อความสว่างไสวให้แก่เมืองระหว่างการแสดง 12 นาที




    จาก ผู้จัดการออนไลน์

  2. #2
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197
    ญี่ปุ่น แดนอาทิตย์อุทัย









    เทศกาลปีใหม่ถือเป็นเทศกาลแห่งความรื่นเริง ใครที่มีความขุ่นข้องหมองใจกันในปีที่ผ่านมา ก็มักจะขอให้ตะกอนแห่งความบาดหมางนั้น หายไปพร้อมกับปีเก่า... รอคอยสิ่งใหม่ๆ และอะไรที่ดีๆ ในปีที่จะถึงนี้...แถมช่วงเวลาแห่งความสุขนี้ หลายคนก็มักจะได้อยู่กันพร้อมหน้ากับครอบครัว


    ยิ่งปัจจุบันนี้คนรุ่นใหม่ นิยมเข้าวัดนั่งสมาธิและสวดมนต์ในคืนข้ามปีนี้เสียด้วย....


    บ้านเรามักฉลองปีใหม่และรวมญาติกันจริงๆในช่วงสงกรานต์เพราะถือเป็นปีใหม่ไทย นอกจากนี้ยังมีผู้คนอีกหลายเผ่าพันธุ์ที่จะมีประเพณีรวมญาติในวาระรื่นเริงที่แตกต่างกันไป


    ชาวญี่ปุ่นเอง ส่วนใหญ่นิยมคืนข้ามปีนี้อยู่กับครอบครัวหรือคนที่ตัวเองรัก และถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในวันสิ้นปีคือ 31 ธันวาคม พวกเขาต้องกินโซบะ ค่ะ โทชิโคชิ โซบะ ที่แปลได้ว่า โซบะข้ามปี ถือเป็นอาหารที่ต้องกินก่อนปีใหม่ ด้วยลักษณะของเส้นที่ยืดยาว เปรียบเสมือนอายุที่พวกเขาต้องให้ยืนยาวดั่งเส้นโซบะ อีกทั้งสุขภาพที่แข็งแรงอีกด้วย


    เส้นโซบะทำมาจากแป้งบั๊กวีต เป็นเส้นบางสีน้ำตาล โซบะถือเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะโซบะชนิดที่มี โซบาโกะจะอุดมไปด้วยวิตามินบี 1 และวิตามินซี


    กล่าวกันว่า ธรรมเนียมกินโซบะในวันสิ้นปีนั้น เริ่มต้นในสมัยเอโดะ ทุกครอบครัวมักจะต้มเส้นโซบะแจกจ่ายให้สมาชิกในบ้านได้รับประทานพร้อมหน้ากัน แต่ปัจจุบันในเขตเมืองใหญ่ๆของญี่ปุ่น ร้านขายโซบะจะขายดีในช่วงเวลาดังกล่าว บางพื้นที่ที่ไม่นิยมโซบะก็อาจกินเส้นอื่นๆที่มีอยู่เช่น อุด้งก็ได้


    หลังจากกินโซบะกันแล้ว ชาวญี่ปุ่นจะพากันไปยังศาลเจ้าหรือ ชไรร์ เพื่อร่วมกันฟังเสียงตีระฆังส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ตามประเพณีโบราณนักบวชจะตีระฆัง 108 ครั้งเพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย 108 อย่างที่มีอยู่ในตัวของคนเราออกไป เมื่อครบจำนวนก็ถือว่า กิเลส ตัณหา ความโลภต่างๆ ที่อยู่ในตัวของแต่ละคนได้ถูกชำระออกไปหมดแล้ว กายและใจของคนผู้นั้นก็พร้อมรับวันใหม่ ปีใหม่ด้วยใจที่ผุดผ่องอย่างแท้จริง


    และเมื่อรุ่งอรุณแรกของปีใหม่ ผู้คนก็จะพากันตื่นขึ้นรับแสงแรกแห่งปี ด้วยเชื่อกันว่าการได้เห็นแสงแรกของอาทิตย์ในปีใหม่นั้น ถือเป็นเป็นการเริ่มต้นที่สดใส และพวกเขาจะพากันไปที่วัดอีกครั้งหนึ่งเพื่อทำบุญ ไหว้พระนำสิ่งที่เป็นมงคลเข้ามาสู่ตัวพร้อมอธิษฐานของพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์และในวันนี้เอง คนในครอบครัวจะพากันกินอาหารร่วมกันซึ่งหลักๆ ต้องมี สาเก ถือเป็นการฉลองปีใหม่และเชื่อกันว่า สาเกนี้จะช่วยขับไล่สิ่งชั่วร้ายและรักษาสุขภาพของคนๆ นั้นด้วย อีกสิ่งหนึ่งที่นิยมรับประทานก็คือ ซุปโมจิหรือ ozouni ถือเป็นอาหารที่ต้องกินเป็นพิเศษในช่วงปีใหม่ อาหารพิเศษนี้มีส่วนประกอบหลักคือ แป้งโมจิ ที่มีลักษณะขาวและเหนียว ใส่ในซุปที่อาจต้มกับปลาตัวเล็กๆ หรือ หน่อไม้ บางบ้านจะต้มกับเห็ด บางครอบครัวต้มเป็นซุปใส หรืออาจทำเป็นซุปมิโซะ ก็มีค่ะ


    นอกจากอาหารสำหรับคนกินแล้ว ซุปโมจิที่ใส่ถั่วแดง จะเป็นอาหารสำหรับไหว้ผีในบ้าน พวกเขาจะเก็บซุปถ้วยนั้นไว้เป็นเวลา 3 วัน จากนั้นจึงนำโมจิในถ้วยซุปนั้นมาปิ้งและแบ่งให้คนในบ้านกิน


    นอกจากซุปโมจิและสาเก ที่ต้องกินเป็นอาหารเช้าแล้ว ตลอดเวลา 3 วัน คนในครอบครัวยังมีอาหารที่ต้องกินร่วมกันอีกด้วยโดยจะทำเรียงกันเป็นชั้น แต่เดิมจะมีอยู่ 5 ชั้น แต่ในปัจจุบันสามารถปรับเปลี่ยนไปตามสภาพเศรษฐกิจและครอบครัว

    ว่าไปแล้ว การกินอาหารปีใหม่นี้ก็คล้ายกับชาวจีนที่จะเปรียบเสียงเรียกอาหารกับสิ่งที่เป็นมงคลแก่ตัว เช่น กินเผือกเพื่อให้มีทรัพย์สมบัติ หรืออาหารที่นำไข่มาม้วนด้วยมีเสียงเรียกที่พ้องกับความหมายว่า มั่งคั่ง หรือถั่วดำเม็ดใหญ่ที่จะไปพ้องเสียงกับคำว่า อยู่อย่างสงบ เป็นต้นค่ะ


    นอกจากนี้ เทศกาลฉลองปีใหม่นี้ ยังเป็นที่สราญของเด็กๆ อีกด้วยเพราะ พวกเขาจะรอรับซองเงินจากผู้ใหญ่ เรียกว่า โอโทชิดามะ Otoshidama แต่เดิมคือประเพณีการแลกเปลี่ยนของขวัญของขุนนางและนักรบในช่วงปลายสมัยมูโรมาจิ แต่โอโทชิดามะกลายเป็นการให้ซองเงินแก่เด็กเอาเมื่อสมัยเมจิ นี่เองค่ะ


    ปีใหม่ ปีนี้ขออวยพรให้ทุกท่านประสบแด่ความสุขกาย สบายใจ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ คิดสิ่งใดที่เป็นผลดีต่อตัวเองและผู้อื่น ก็ขอให้สมปรารถนา สวัสดีปีใหม่ค่ะ.




    • ขอขอบคุณข้อมูลจาก คุณมาซาโนบุ ทากาโอกะ และคุณเทรุยูกิ ทานากะ และ ผู้จัดการออนไลน์

  3. #3
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ กำลังใจ
    วันที่สมัคร
    Mar 2007
    กระทู้
    1,611
    บล็อก
    1
    สนุกกันชื่นมื่นทั่วโลกเลยเนาะ

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •