หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 2 หน้า 12 หน้าสุดท้ายหน้าสุดท้าย
กำลังแสดงผล 1 ถึง 10 จากทั้งหมด 11

หัวข้อ: มองทุ่งกุลา ตอนที่ 1

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    มองทุ่งกุลา ตอนที่ 1


    มองทุ่งกุลา ตอนที่ 1



    วรรณกรรมสะท้อนความเป็นไปของชาวทุ่งกุลาร้องไห้
    ที่ทรหด อดทน มานะ พยายาม สร้างทุ่งกุลาให้เป็นทุ่งทอง




    1

    เดือนห้ารอฟ้าฝนสักนิด
    เร่งให้คิดปลุกปั้นคันนาใหม่
    นารกเรื้อค่อยค่อยทำไป
    พอฝนมาฟ้าใหม่คอยกันน้ำ

    ปั้นนาเสริมดินคันนาไว้
    เพื่อช่วยให้ได้เก็บได้กั้น
    พอน้ำมาจะได้ไม่มีพัง
    มีคั้นกั้นน้ำไว้อาศัยให้ดินชุ่ม

    ฝนเอ๋ยทำไมแล้งมานักหนัง
    มองท้องฟ้าโล่งแจ้งเห็นแต่ฝุ่น
    ลมหัวกุดพัดมาพาหมุนหมุน
    ก็ลมทุ่งหมุนกระจายปลายยอดไม้

    น้ำแห้งผากประหลาดรอฝนเจ้า
    อยากจะเฝ้าถามว่าฝนจ๋าอยู่ไหน
    ทำไมเจ้าจึงลืมแล้วหายไป
    ทิ้งให้ชาวนาอาดูรใจ.....




    :heart::heart::heart::heart::heart:

  2. #2
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    มองทุ่งกุลา ตอนที่ 2

    มองทุ่งกุลา ตอนที่ 2


    วรรณกรรมสะท้อนความเป็นไปของชาวทุ่งกุลาร้องไห้
    ที่ทรหด อดทน มานะ พยายาม สร้างทุ่งกุลาให้เป็นทุ่งทอง




    2

    มองท้องนาแห้งแตกระแหงหม่น
    แต่ใจคนยิ่งหม่นเป็นไหนไหน
    ครุกรุ่นกลิ่นไอความเศร้าใจ
    ก็ยามไหนฝนจะมาข้าจะรอ

    มองไปที่ขอบนภาฟ้าแสงจ้า
    นี่แหละหนาชาวนาเฝ้าตัดพ้อ
    ก็ขอฝนหล่นมาพอพนอ
    ใจที่ท้อก่อนหมดแรงอยู่ปลายนา

    แดดพรายระยิบไฟทุ่งคลุ้งทั่ว
    ราวระรัวท้องฟ้าไสวสว่าง
    ยามค่ำคืนบรรเลงวาบดวงมาลย์
    ไฟฟืนพาลรัวรอบขอบแดนทุ่ง

    ต่างรีบไปที่ขอบปลายนา
    หากิ่งไม้ฟาดฟางอย่าลามไหม้
    เสียงสัตว์ในนาวิ่งรอบหนีไฟ
    นกหนูงูใหญ่ระทึกขวัญ



  3. #3
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    มองทุ่งกุลา ตอนที่ 3

    มองทุ่งกุลา ตอนที่ 3

    วรรณกรรมสะท้อนความเป็นไปของชาวทุ่งกุลาร้องไห้
    ที่ทรหด อดทน มานะ พยายาม สร้างทุ่งกุลาให้เป็นทุ่งทอง



    3

    ตาเฒ่าคูณหลังงุ้มเดินลงทุ่ง
    แบกจอบมุ่งถากถางคันนานั่น
    หลังสู้ฟ้าเปลวแดดแผดเผาพลัน
    เหงื่อรินหยดรดนั่นคือคันนา

    เสียงจังหวะขุดดินดังฉับฉับ
    มือปาดรับเหงื่อย้อยไปทั้งหน้า
    เงยหน้ามองอาทิตย์กระพริบตา
    ทำไมหนาฝนไม่ตกลงสักที

    ก้มสูบยามวนตองพอคลายเครียด
    นั่งถอนใจละเลียดรอฝนที่
    จะรินหลังหยาดหยดรดทวี
    แผ่นดินนี้คงชุมคลายรุ่มใจ

    แดดกลางทุ่งเคล้าลมพายุหมุน
    เป็นโพยพุ่งหมุนกว้างทิวยอดไผ่
    อาทิตย์ลาเย็นย่ำต้อนวัวควาย
    ได้ผ่อนคลายชุ่มเย็นบ้างประทังตัว



    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 11-01-2010 at 16:49.

  4. #4
    Membership renewed สัญลักษณ์ของ บ่าวจ้ำ
    วันที่สมัคร
    Jan 2009
    ที่อยู่
    ขัวข้วมของหนองคาย
    กระทู้
    579
    บล็อก
    2

    กระพริบตา [บูรพาบุปผาภพ]

    .
    .
    .
    .
    ถ้าใช้ทุ่งกุลาเปรียบเปนความแห้งแล้ง
    น้องท่าน..คงเปนดั่งฝน
    .
    .
    .
    .

  5. #5
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    มองทุ่งกุลา 4

    .........4.........


    ฝนมาแล้วพร้อมฟ้าเปรี้ยงเปรี้ยงดัง
    เหมือนระฆังบังเกิดจากเมฆฝน
    เสียงครืนครืนปลุกเร้าของผู้คน
    ที่มัวมนกับชีวิตชื่นปรีดา


    ฤดูฝนก้าวเวียนมารอบชายทุ่ง
    พ่อเฒ่าคูณมุ่งแบกจอบสู่ทุ่งกว้าง
    เราชาวทุ่ง – กุลาใจเบิกบาน
    แสนสราญยามฟ้าโปรยมาเยือน




    ฝนฝนฝน....พร่ำพร่ำ.... ใจชื่นฉ่ำ
    ฤดูทำ ไร่นาทุ่งมีเพื่อน
    ดินจรดฟ้าชื่นฉ่ำไม่แชเชือน
    น้ำเป็นเพื่อนดินฉ่ำจรดโค้ง



    ฟ้าขาวฉ่ำชื่นอุรายามฝนริน
    สายแต่แลทุยโผผินสู่ที่โล่ง
    ให้หากินก่อนเทียมไถที่ปลายโค้ง
    ตะวันโด่งจึงจะหยุดให้เหงื่อคลาย









  6. #6
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    5



    นำข้าวปลูกไปแช่ไปแอ่งดิน
    ซาวข้าวเปลือกลอยดิ้นทิ้งไปบ้าง
    เป็นเวลาหนึ่งคืนใสกระสอบกาง
    เพื่อนำไปหว่านตกกล้าลงดินไป


    เตรียมดินไว้ไถดะแต่วันก่อน
    อกสะท้อนแต่เราไม่หวั่นไหว
    ที่เหนื่อยแรงไม่ล้าไม่เหนื่อยใจ
    คราเริ่มใหม่ฝนมาทำนากัน



    หลังจากที่หม่าข้าวเปลือกพร้อมหว่านกล้า
    ก็ไถนาคราดดินกันอีกครั้ง
    ดินละเอียดกอหญ้าผุยคราดนารั้ง
    พอหญ้าพังจากดินจับทิ้งไป


    เจ้าทุยร้องหิวหญ้าเจ้าคงหิว
    ทุยคงหิ้วท้องรอเหมือนเจ้าไห้
    เจ้าหิวโหยเราก็หิวอย่าน้อยใจ
    อย่าร้องไห้นะเจ้าทุยเรารู้ดี





    ................................





  7. #7
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    6



    สายแล้วอาทิตย์คล้อยอยู่เบื้องหัว
    ทุยลุยทั่วปลายนาคงล้าอ่อน
    คงอยากกินหญ้าเหมือนเราหิวจนท้องร้อง
    ปล่อยทุยทุ่งป่าหญ้าตามคันนา


    กินข้าวกับป่นปลาภาษายาก
    ผักเก็บจากริมนามาแจ่วหา
    ปิ้งปลากินกับผักแม้เหนื่อยล้า
    ใต้ต้นไม้คือชายคาให้เอนกาย



    มองภาพนาสุดปลายใจสะท้อน
    แม้เหนื่อยอ่อนเพียงไหนไม่หนีหาย
    ทุ่งกุลาคือเจ้าของแห่งเรือนตาย
    แม้ทุกข์กายแต่ใจสุขในทุ่งทอง


    เมื่อพักผ่อนได้ที่มีงานใหม่
    นำข้าวปลูกที่หม่าไว้ไปหว่านท่อง
    ลุยตามนาโปรยข้าวลงทุ่งทอง
    รอยยิ้มผ่องหว่านกล้าลงแดนใจ




    .........................................








  8. #8
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    7



    กล้าที่ตกเกิดขึ้นยาวแต่ใจผ่าว
    น้ำไม่พราวใจเศร้าแสนระห้อย
    กล้าในนามองไปใจเลื่อนลอย
    ยอดก่อห้อยใจสะท้านข้าวในนา


    มองทุ่งทองเวิ้งว้างไร้ทางสู้
    ดินเข้าสู่ความระแหงดังเพลิงผา
    ข้าวกล้าตกไปใจละล้า
    เมื่อไรหนาจะได้ดำข้าวลงนา


    ฝนจ๋าฝนอยู่ไหนจงช่วยด้วย
    อย่าให้ใจต้องม้วยด้วยอ่อนล้า
    ข้าวในนาปลาในน้ำใจอ่อนลา
    จะมีกล้าให้ปักดำได้อย่างไร


    ท้องทุ่งทองเหือดแห้งแดดระยิบ
    ลมทุ่งพริบหมุนกว้างใจสลาย
    มองดูเมฆไม่มีปลายฟ้าปราย
    แล้วจะทำอย่างไรที่ปลายนา


    พญาแถนอยู่ที่ไหนจงให้ฝน
    จงช่วยดลความแข็งแรงแต่งแต้มกล้า
    นางแมวเอยขอฝนบ้างในเวลา
    ที่อ่อนล้าคอยฝนพรำเพื่อทำกิน








  9. #9
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    8



    ฝนจ๋าฝนพร่างพรูพรมถล่มพา
    ให้ใจล้าได้ยิ้มชื่นรื่นเริงได้
    ชีวิตที่เปล่าเปลี่ยวรอบรอบกาย
    ยังยิ้มได้ชื่นอารมณ์ยามฝนพรม


    ได้ไถนาพาทุยลงลุยทุ่ง
    แบบแอกมุ่งทุ่งทองที่ที่น้ำล้น
    ความชื่นช่ำมีเพียงนี้ไม่ระทม
    ยามฝนพรมลงพื้นพสุธา



    ไถนาไปกับทุยร่าเริงรี่
    ชีวิตมีเพลงกล่อมฤดีขาน
    วิทยุน้อยน้อยเปิดมาใจชื่นบาน
    รับสำราญเริงรมย์ผสมนา



    เสียงเพลงทุยขับบรรเลงลั่นทุ่ง
    สายแล้วผูกควายตู้ให้กินหญ้า
    ตัวเรานี้วิ่งไปรอบคันนา
    หาปูปลาในนาข้าวพราวดวงใจ





    ...................................






  10. #10
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    9



    ถึงเวลาดำนาเข้ามาแล้ว
    เพลงชาวทุ่งบรรเลงแจ้วร้องลั่นทุ่ง
    เหล่าชาวนาเฮฮาภาษาฟุ้ง
    ต่างคนมุ่งสู่นาจรดฟ้าไกล


    ไถคราดนาพาพื้นเรียบปราบหญ้าสิ้น
    ตอนนี้ดินพร้อมดำนาใจไสว
    ถอนกล้ามาปักดำด้วยหัวใจ
    ฝากรอยยิ้มไว้กับนาประสาเรา




    ข้าวเรียงแถวปักดำลงกลางนา
    น้ำจรดฟ้าข้าวกล้าไม่หมองเศร้า
    น้ำในนาปริ่มข้าวที่เขียวราว
    ทุ่งไกลพราวแดนกุลาพราวพื้นพรม



    โอ้แดนทุ่งแดนใจเขียวไสว
    มองวิไลเขียนตระการแสนงามสม
    ทุ่งหอมมะลิไปสุดเลิศล้น
    ก็อยู่บนพื้นพรมทุ่งกุลางาม



    ……………………………..




    .....................................








    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 20-06-2011 at 06:33.

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •