กำลังแสดงผล 1 ถึง 4 จากทั้งหมด 4

หัวข้อ: ยิงปืนขึ้นฟ้า...กระสุนตกลงมา...ทำให้คนตายไหมน้อจ้า...

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ยิงปืนขึ้นฟ้า...กระสุนตกลงมา...ทำให้คนตายไหมน้อจ้า...

    ยิงปืนขึ้นฟ้า...กระสุนตกลงมา...ทำให้คนตายไหมน้อจ้า...


    จากกรณีตัวอย่างต่อไปนี้


    กรณีตัวอย่างที่ 1

    รุ่นพี่เขาเล่าให้ฟังว่า ขณะนอนอยู่ ได้ยินเสียงเหมือนกระจกระเบิด ประมาณ 4 ทุ่ม ตรงห้องนอนชั้นบน ก็เปิดไฟระเบียงดูว่าใครขว้างหิน มาหรือเปล่า
    ปรากฎว่า ที่ชายประตู อลูมิเนียม ด้านล่างเป็นรูเล็ก ๆ เท่านิ้วโป้ง กระจกร้าว เป็นไยแมงมุม พี่เขาก็นึกว่า เป็นเพราะ อากาศในห้องที่อยู่ เย็น เพราะติดแอร์ ส่วนข้างนอกร้อนจัด กระจก ก็เกิดการระเบิด หรือ ขยายตัว แต่พอเช็คดี ๆ เจอหัวกระสุนตกอยู่ใกล้ ๆ ครับ เป็น หัวกระสุน 9 มม. เกือบโดน แฟนพี่เขา ที่นอนอยู่ข้าง ๆ ประตูกระจก บานนั้นเลย




    กรณีตัวอย่างที่ 2

    น้องเขาเล่าให้ฟังว่า

    เมื่อวันขึ้นปีใหม่ที่แล้วตอน 6 โมงเช้า หนูนอนในห้องชั้นสอง เพิ่งตื่นนอน ได้ยินเสียงคล้ายวัตถุไม่หนักนักตกลงบนหลังคาบ้าน สองเสียงติดกัน ประมาณว่าน่าจะใหญ่เท่านิ้วหัวแม่มือผู้ใหญ่ผู้ชาย แล้วทันใดก็มีกระสุนทะลุผ่านฝ้าเพดาน ตกลงบนพื้นพรมน้ำมัน ผลคือ หลังคาทะลุขนาดเท่าลูกปืนขนาด .38 ฝ้าก็ทะลุเป็นรูขนาดใกล้เคียงกัน ส่วนพรมน้ำมันเป็นรอยบุ๋มลึกเล็กน้อยและมีรอยแตกนี่ ขนาดหลังคากระเบื้องลอนใหญ่ และฝ้าทะลุตามที่เล่ามา หากกระสุนนัดนั้นตกตรงหัวใคร จะตายไหม




    เท่าที่ทราบและอ่านพบ ก็คือ


    กระสุนปืนพกอัตราเร็วที่ปากกระบอกประมาณ200-300เมตร/วินาที
    ต่ำกว่าอัตราเร็วเสียงแต่ก็อาจมีชนิดกระสุนแรงสูงที่อัตราเร็วสูงกว่ากระสุนธรรมดา
    กระสุนปืนสงคราม(เอ็ม16,อากา)จะมีอัตราเร็วสูงกว่าอัตราเร็วเสียงเสียง(เกิน350เมตร/วินาทีขึ้นไป)
    และปืนซุ่มยิงระยะไกลจะมีอัตราเร็วสูงมาก
    อาจจะเป็น2-3เท่าอัตราเร็วเสียงขึ้นไป
    สามารถยิงหวังผลได้ไกลถึง1,000เมตร
    ยิงเข้าเป้าขนาดเพียง25เซ็นติเมตร(ประมาณหัวคน)
    จะเห็นได้ว่ากระสุนอัตราเร็ว200เมตร/วินาทีก็ฆ่าคนได้แล้ว

    ทีนี้กรณีที่ยิงกระสุนปืนขึ้นฟ้า
    ตามหลักกลศาสตร์การเคลื่อนที่แล้ว
    อัตราเร็วปลายทางจะเท่ากันกับอัตราเร็วต้นทาง
    แต่เรามีอากาศแวดล้อมอยู่
    เป็นตัวชะลออัตราเร็วกระสุน
    ดังนั้นเมื่อกระสุนตกกลับลงมาถึงพื้น
    อัตราเร็วกระสุนจะน้อยกว่าขาขึ้น

    เป็นไปได้ว่าอาจเหลือเพียง1/3-1/2ของอัตราเร็วขาขึ้น
    ทีนี้ถ้าเป็นกระสุนแรงสูงที่อัตราเร็วปากกระบอกเกิน600เมตร/วินาทีขึ้นไป
    เมื่อตกกลับลงมายังมีอัตราเร็วเหลืออยู่ประมาณ200-300 เมตร/วินาที


    และเมื่อตกกลับลงมายังมีอัตราเร็วเหลืออยู่ประมาณ 200-300เมตร/วินาที
    พลังงานยังเหลือมากพอที่จะฆ่าคนได้

    ส่วนใหญ่กระสุนที่ตกจากฟ้าจะไม่มีการปั่นหมุนและมักจะไม่ใช้ปลายแหลม
    ของหัวกระสุนพุ่งลงมา แต่จะลอยเคว้งคว้างลงมาแต่โอกาส
    ที่จะพุ่งเอาหัวแหลมๆ ลงมาก็มีได้ โดยมีโอกาสประมาณ 10 องศา/ 360 องศา
    หรือประมาณ 3% (หมายถึงในการตก 100 ครั้ง จะเอาหัวแหลมลงมา 3 ครั้ง)
    ใครรับหัวแหลมๆ ก็ถึงคราวแหละจ้า...

    ส่วนน้ำหนักกระสุนประมาณคร่าวๆว่าหนักตั้งแต่10 กรัม-50 กรัมโดยประมาณ
    แต่นอกจากน้ำหนักกับอัตราเร็วแล้ว
    ความแข็งและรูปร่างของหัวกระสุน
    ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดอำนาจทะลุทะลวง



    แต่ปัจจุบัน

    ความเร็วปากลำกล้องของกระสุนปืนพกส่วนใหญ่ที่ใช้กันทั่วไปนั้นจะมีความเร็วสูงกว่าเสียงนิดหน่อย ถ้าความเร็วต่ำกว่าเสียงแสดงว่าใช้กระสุนประเภท subsonic ซึ่งใส่ดินขับในปริมาณต่ำ แต่กระสุน subsonic ในเมืองไทยหายากครับ ส่วนกระสุน M16 นั้นความเร็วปากลำกล้องได้เกือบถึง 3 มัค หรือเกือบสามเท่าของความเร็วเสียง

    ส่วนขนาดหัวกระสุนนั้น ถ้าได้เห็นกระสุน 9 มม. หรือโดยเฉพาะ 11 มม. บอกได้คำเดียวว่าเห็นแล้วจะหนาว ใหญ่เบ้อเร่อ ตกลงมาจากที่สูงโดนหัว ทะลุกะโหลกแน่นอน

    ขนาดกระสุนลูกกรด .22 (ประมาณ 5.6 มม. หนักประมาณ 2.5 กรัม) ซึ่งมีขนาดหัวกระสุนเล็กกว่ามากยิงด้วยกระสุน subsonic ยังทะลวงกะโหลกได้เลยคร๊าบบบบบบบผม(จ้า) นับประสาอะไรกับ 9 หรือ 11 มม. ต่อให้ถูกแรงต้านอากาศเสียดสีจนเสียพลังงานจลน์ไปแล้วก็ตาม


    ไม่ทราบว่าข้อมูลล้าสมัยหรือเปล่านะคะ
    เท่าที่ทราบ

    กระสุนปืนพกที่มีขนาดหน้าตัดหัวกระสุนเท่ากัน
    ถ้าเป็นกระสุนที่ยิงด้วยปืนลูกโม่จะมีอัตราเร็วสูงกว่า
    แต่ถ้าเป็นกระสุนที่ยิงด้วยปืนกึ่งอัตโนมัติอัตราเร็วจะต่ำกว่า
    เหตุผลมีอยู่2ประการ

    1.กระสุนที่ยิงด้วยปืนกึ่งอัตโนมัติมักจะออกแบบปลอกกระสุนให้สั้นกว่ากระสุนที่ยิงด้วยปืนลูกโม่
    แรงขับจึงน้อยกว่า
    ที่ต้องจำกัดเรื่องความยาวปลอกกระสุน
    ก็เพื่อจำกัดระยะถอยหลังของลำเลื่อน
    2.ปืนกึ่งอัตโนมัติต้องใช้แรงสะท้อนกลับของดินขับไปบริหารกลไกของปืน
    (ผลักลำเลื่อนให้ถอยหลัง,คัดปลอกกระสุน,ขึ้นนกปืน)
    ก็เลยมีผลให้แรงขับลดลงไปอีก

    ส่วนเรื่องกระสุนปืนสงครามเท่าที่จำได้คือ อัตราเร็วสูงกว่าความเร็วเสียง
    แต่ไม่แน่ใจว่าสูงกว่ากี่เท่า....

    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 17-01-2010 at 01:43.


  2. #2
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ ครูโนช
    วันที่สมัคร
    Sep 2007
    กระทู้
    372
    อย่าเล่นเลยครับ ปืน อันตราย

  3. #3
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ ไทสกลฯ
    วันที่สมัคร
    Jun 2009
    กระทู้
    222

    มีความรู้ เรื่องปีนไว้บ้างก็ไม่เสียหาย ครับ
    เผื่อเวลาฉุกเฉินต้องใช้ จะได้ไม่ติดขัด หรือ ไม่เกิดอุบัติเหตุ เพราะความไม่รู้

    เหตุผลเรื่องกระสุนของปืนแต่ละประเภทมีหลากหลายครับ
    กระสุนปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ ถูกออกแบบสั้นกว่า ลูกโม่ ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ซองกระสุนที่ต้องเล็กพอดีกับช่องเสียบที่ด้ามปืน ซึ่งไม่เหมาะที่จะใหญ่เกินกว่าจะกำได้ถนัด และปืนแบบนี้ เน้นแรงปะทะ มากว่า แรงทะลุทะลวง ขณะที่ปืนลูกโม่เน้นอำนาจทะลุทะลวงมากกว่าแรงปะทะ
    ปืนสงครามอย่าง เอ็ม16 เป็นปืนอัตโนมัติที่มีกระสุนยาวกว่า ปืนลูกโม่ที่ใช้แรงถีบของกระสุนไปขับกลไกอัตโนมัติ ในขณะที่ปืน อาก้า หรือ AK47 ใช้แรงดันแก๊สจากการระเบิดของกระสุน ส่งย้อนกลับมาขับเคลื่อนกลไกการยิงอัตโนมัติแทนแรงถอยของกระสุนอย่าง เอ็ม16 เป็นผลให้ อำนาจทะลุทะลวงของ AK47 มีประสิทธิภาพสูงเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ของแรงขับ (มากกว่า เอ็ม16) แต่วิถีกระสุนที่ไม่คงที่ กลายเป็นข้อด้อย คือความแม่นยำลดลงไปครับ
    ไผ ๆ ที่เป็นทหาร ตำรวจ อธิบายเพิ่มเติมต่อแนค้าบ....

  4. #4
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ COLLETTE
    วันที่สมัคร
    May 2009
    กระทู้
    119
    ขอบคุณข้อมูลดี ๆ เด้อจ้า

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •