กำลังแสดงผล 1 ถึง 1 จากทั้งหมด 1

หัวข้อ: ภัยสังคม ตอนลวงข่มขืนแบบใหม่

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ภัยสังคม ตอนลวงข่มขืนแบบใหม่


    ภัยสังคม ตอนลวงข่มขืนแบบใหม่



    จากสภาพสังคมและเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน มิจฉาชีพเริ่มแฝงมาในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะภัยของผู้หญิง และเด็กนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น แก๊งคนร้ายหรือแก๊งมิจฉาชีพจะมีการฉกฉวยจุดอ่อนในจิตใจอันอ่อนโยนดีงามที่มีอยู่ในทุก ๆ คน เป้าหมายส่วนใหญ่แล้วเป็นหญิงสาว ที่แก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้จะใช้เด็กเล็กเป็นตัวล่อ ลวงหญิงที่เดินทางเพียงลำพัง ด้วยวิธีการให้เด็กร่วมแก๊งทำทีเป็นร้องไห้หลงทาง และขอให้เหยื่อพาไปส่งบ้านตามหมู่บ้านต่าง ๆ


    หากเหยื่อรายใดหลงเชื่อ นำเด็กไปส่งตามแผนการของแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้ ซึ่งมักจะอยู่ไม่เป็นที่ มีการเปลี่ยนแหล่งกบดานไปทั่ว เมื่อเหยื่อกดกริ่งหน้าบ้าน หรือจับประตูลูกบิดที่แก๊งคนร้ายได้ต่อกระแสไฟไว้ จะทำให้ถูกไฟช็อตหรือดูดจนสลบหมดสติ จากนั้นกลุ่มแก๊งชั่วจะลงมือสร้างตราบาปด้วยการข่มขืน ถ่ายวิดีโอ รวมทั้งลักทรัพย์ และจะนำเหยื่อไปทิ้งไว้ตามสถานที่เปลี่ยว ยากที่เหยื่อจะจดจำสถานที่เกิดเหตุ บางรายก็อายเกินกว่าที่จะไปแจ้งความเอาผิดกับคนร้าย

    แม้เรื่องราวนี้จะไม่มีผู้ใดยืนยัน แต่เราก็สมควรที่จะเชื่อไว้ เพราะจะได้หาทางป้องกันตัวได้เน๊าะ เพราะแต่ละเรื่องราวมาสารพัดรูปแบบ การระลึกป้องกันตัวด้วยความมีสติ ไม่หลงกลเม็ดของกลุ่มมิจฉาชีพ คือหนทางที่จะป้องกันตนเองให้รอดพ้นจากการตกเป็นเหยื่อได้ดีที่สุด.


    แถวทุ่งกุลา ก็มีคนเล่าบอกมาว่า กลางวันถนนสายปัทมานนท์ นานมาแล้ว จะมีผู้หญิงอายุมากแล้ว ทำทีเป็นเจ็บขา โบกมือขอซ้อนมอเตอร์ไซด์ไปด้วย มีแม่ค้ามาซื้อของที่ตลาดจะกลับบ้าน หลงกล ให้ซ้อนท้ายไปด้วย ถึงจุดหนึ่ง ก็จะขอลง ขณะที่รถจอดมีผู้ชายวิ่งออกมาเอามีดมาจี้ แต่บังเอิญแม่ค้า นำสตางค์เก็บไว้กับเสื้อชั้นในที่มีซิบ เลยบอกไปว่าเงินซื้อของหมดแล้ว มีอยู่ 50 บาท คนร้ายก็เลยเอาเงิน 50 บาท แต่ของในรถไม่เอา แล้วก็ปล่อยให้แม่ค้ากลับบ้านไป แต่จะไปตามคนร้ายได้ไง กลางทุ่งกุลา ฯ เปลี่ยวมาก ตำรวจก็อยู่ไกลด้วย เรื่องก็เลยเป็นอันว่า แม่ค้าไม่ได้บอกตำรวจ แต่บอกร้านค้าและแม่ค้าด้วยกันไว้ ว่าให้เวลาไปซื้อของห้ามรับคนแปลกหน้าค่ะ


    อีกอย่างที่เคยเห็นก็คือ ขณะที่นั่งรอรถโดยสารกลับสุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่ ระหว่างรอรถอยู่นั้น ได้มีผู้หญิงสองคนมาส่งกัน โดยได้ความว่าเจ้านายมาส่งลูกน้องกลับบ้าน เจ้านายก็อุตส่าห์ซื้อตั๋วมาให้เสร็จสรรพ แต่รอรถอยู่ได้ไม่นานก็คงมีธุระเลยกลับก่อน พร้อมบอกว่าจะไปนั่งรถตรงช่องทางไหน พอเจ้านายไปก็มีผู้ชายหนุ่มคนหนึ่งทำทีมาตีสนิทด้วย คุยนั่นคุยนี่ไป ซื้อน้ำให้หญิงสาวคนนั้นกินไป ไม่เท่าไรก็คงสนิทกัน ทางข้าพเจ้าก็ไปซื้อตั๋วกลับบ้าน กลับมาที่ม้านั่งอีกทีหนึ่งปรากฏว่า เห็นหลังไวๆ ว่าผู้หญิงคนนั้นถือกระเป๋าไปกลับผู้ชายที่มาคุยด้วยแล้ว จะห้ามก็ไม่ทันเพราะขึ้นแท็กซี่ไปด้วยกันแล้ว...ก็เลยงงเลยว่า เจ้าของอยู่บ้านนอกมานาน บ่ ถึงไม่เข้าใจวัฒนธรรมเมืองหลวงเอาเสียเลย....


    ส่วนหนึ่งคัดลอกมาจาก หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
    และคำบอกเล่าและประสบการณ์จริง

    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 26-01-2010 at 10:06.

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •