กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

หัวข้อ: ปริศนาธรรมจากพระพุทธรูป

  1. #1
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ ระพินทร์
    วันที่สมัคร
    Apr 2009
    ที่อยู่
    thai
    กระทู้
    145

    ปริศนาธรรมจากพระพุทธรูป


    ปริศนาธรรมจากพระพุทธรูป

    พระพุทธรูปเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า ชาวพุทธให้ความเคารพศรัทธามาก บางแห่งก็มีความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธรูปแต่ละองค์นั้นมีตำนานเล่าขานกันมามากบ้างน้อยบ้างสุดแท้แต่ความศรัทธาของชาวบ้าน ... แต่สิ่งที่เหมือนกันของรูปเปรียบหรือตัวแทนของพระพุทธเจ้านี้ ... ที่สังเกตเห็นได้มีอยู่ด้วย กัน 3 ประการ คือ

    1. พระเศียรแหลม มีคำถามว่า ทำไมพระพุทธรูปจึงมีพระเศียรแหลมในเมื่อพระพุทธเจ้าของเราก็เป็นมนุษย์ ที่เป็นเช่นนี้เพราะเขาสร้างพระพุทธรูปเพื่อให้คิดเป็นปริศนาธรรมพระเศียรที่แหลมนั้นหมายถึง สติปัญญาที่เฉียบแหลมในการดำเนินชีวิต สอนให้ชาวพุทธแก้ปัญหาต่างๆ ด้วยสติปัญญาไม่ใช่ใช้อารมณ์ หากใช้ปัญญาคิดพิจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบเสียก่อนแล้วจึงทำความผิดพลาด เกิดขึ้นน้อย หรือไม่เกิดขึ้นเลย

    2. พระกรรณยาน หรือหูยานเป็นปริศนาธรรมให้ชาวพุทธเป็นคนหูหนัก คือมีจิตใจหนักแน่นมั่นคงนั่นเอง ไม่เชื่ออะไรง่ายๆแต่คิดพิจารณาไตร่ตรองด้วยสติปัญญาอันแยบคาย แล้วจึงเชื่อในฐานที่เป็น ชาวพุทธก็ต้องเชื่อในกฎแห่งกรรม ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว บุคคลหว่านพืชเช่นใดย่อมได้รับผลเช่นนั้น
    เชื่อว่าไม่มีอะไรทำให้ใครเป็นอะไรๆทั้งนั้นแต่ตัวเราเองนั่นแหละทำให้เราเป็นสุขเป็นทุกข์ คนเราจะดีจะชั่วจะเสื่อมจะเจริญไม่ได้ขึ้นอยู่กับอำนาจภายนอก หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ขึ้นอยู่กับการทำ การพูด การคิด ของตนเอง นี้เป็นการเชื่อตามหลักของพระพุทธศาสนา


    3. พระเนตรมองต่ำ พระพุทธรูปที่สร้างโดยทั่วไปจะมีพระเนตรมองลงที่พระวรกายของพระองค์ อย่างในพระอุโบสถของวัดทั่วไป จะนั่งมองดูพระวรกาย ไม่ได้มองดูหน้าต่างหรือมองดูประตูพระอุโบสถว่าจะมีใครเข้ามาไหว้บ้าง
    นี้เป็นปริศนาธรรม สอนให้มองตนเองพิจารณาตนเอง ตักเตือนแก้ไขตนเองไม่ใช่คอยจับผิดผู้อื่น ซึ่งตามปกติของคนแล้วมักจะมองเห็นความผิดพลาดของบุคคลอื่น แต่ลืมมองของตนเองทำให้สูญเสียเวลาและโอกาสในการปรับปรุงพัฒนาตนเอง ใครเล่าจะตักเตือนตัวเราได้ดีกว่าตัวเราเองจึงมีพุทธพจน์ตรัสให้เตือนตนเองว่า


    อตฺตนา โจทยตฺตาน.......จงเตือนตนด้วยตนเอง
    จงเตือนตนของตนให้พ้นผิด ตนเตือนจิตตนได้ใครจะเหมือน
    ตนเตือนตนเตือนไม่ได้ใครจะเตือน ตนแชเชือนรีบเตือนตนให้พ้นภัย ทั้ง 3 ประการนั้นเป็นการสอนโดยใช้ปริศนาธรรมจากพระพุทธรูปเป็นสื่อการสอนใจตนเอง .....ดังนั้น ชาวพุทธเมื่อมีปัญหาอะไรแก้ไขไม่ได้คิดไม่ตกก็เข้าวัดเสียบ้าง นั่งประนมมือตรงหน้าพระพุทธรูป หรือถ้าที่บ้านมีพระพุทธรูป ก็นั่งประนมมือต่อหน้าพระพุทธรูป ที่บ้านนั่นแหละ ค่อยๆ เพ่งพินิจที่พระพักตร์ของพระพุทธเจ้าก่อนที่จะกราบจะมอง


    .....เห็นพระเศียรแหลม

    .....สอนใจตนว่าอย่าแก้ปัญหาด้วยอารมณ์นะ ใจเย็นๆ ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลกนี้ไม่มีอะไรแก้ไขไม่ได้ ค่อยๆ คิด ค่อยๆ แก้ ด้วยสติปัญญาที่เฉียบแหลม เหมือนพระพุทธเจ้าของเรา ที่พระองค์ใช้สติปัญญาในการแก้ไขปัญหา


    .....เห็นพระกรรณยาน

    ก็บอกตนเองว่า ... สุขุมเยือกเย็นมีเหตุผลเข้าไว้ อย่าปล่อยใจตามอารมณ์หรือหุนหันพลันแล่น เดี๋ยวจะผิดพลาดได้ ต้องมีจิตใจหนักแน่นมั่นคง เชื่อในสิ่งที่มีเหตุผล


    .....เห็นสายพระเนตรที่มองต่ำ

    ก็บอกตนเองว่า ... มองตนเองบ้างนะ อย่าไปมองคนอื่นมากนักเลย เดี๋ยวจะไม่สบายใจ และอาจมีปัญหาได้ การมองตนเองบ่อยๆ จะได้พิจารณาตนเอง ปรับปรุงตนเองและแก้ไขตนเองให้ดีขึ้น จากนั้นก็ค่อยกราบ พระพุทธรูปด้วยสติปัญญาและจิตใจที่ชื่นบาน

    นี้เรียกว่า .....ยิ่งกราบยิ่งฉลาด
    สมกับเป็น.....ผู้รู้ ผู้ตื่นผู้เบิกบานที่แท้จริง ..



    ที่มาhttp://board.palungjit.com/

  2. #2
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ นา ดอกจาน
    วันที่สมัคร
    Mar 2009
    ที่อยู่
    FL,USA
    กระทู้
    263
    สาธุ ขอขอบคุณเจ้าของกะทู้ค่ะ เป็นประโยชน์ มากมายเลยค่ะ!!
    ธุจ้าธุจ้าธุจ้าสาธุ สาธุ สาธ อนุโมทามิ

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •