กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

หัวข้อ: มหัศจรรย์ “น้ำหมักชีวภาพ” รักษาโรคได้จริงหรือ???

  1. #1
    ดูแลตรวจสอบเนื้อหา สัญลักษณ์ของ ต้นข้าว
    วันที่สมัคร
    Dec 2007
    กระทู้
    617

    มหัศจรรย์ “น้ำหมักชีวภาพ” รักษาโรคได้จริงหรือ???


    บูม!!! ขึ้นมากันอีกครั้งสำหรับ “น้ำหมักชีวภาพ” หลังตกเป็นข่าวโฆษณาอวดอ้าง รักษาได้สารพัดโรคร้าย แต่นั่นต้องรอผลพิสูจน์จากกระทรวงสาธารณสุขให้แน่ชัดว่า “น้ำหมักชีวภาพ” ที่ว่านี้ หากใช้บริโภคมันมีผลต่อร่างกายคนเราหรือไม่...มหัศจรรย์ “น้ำหมักชีวภาพ” รักษาโรคได้จริงหรือ??? แต่การที่คุณหลงเชื่อ ซื้อมาใช้หวังจะรักษาโรคต่างๆนาๆ ได้นั้น คุณรู้หรือไม่ว่า “น้ำหมักชีวภาพ” นั้นจริงๆ แล้วมันคืออะไร ใช้ทำอะไร...


    มหัศจรรย์ “น้ำหมักชีวภาพ” รักษาโรคได้จริงหรือ???

    ซึ่ง “น้ำหมักชีวภาพ” ที่ว่านี้ เดิมมีผู้คิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้ประโยชน์ทางการเกษตร ป้องกันและกำจัดศัตรูพืชเท่านั้น โดยการนำเอาพืช ผัก ผลไม้ สัตว์ชนิดต่างๆ มาหมักกับน้ำตาลทำให้เกิดจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์จำนวนมาก ซึ่งจุลินทรีย์เหล่านี้จะไปช่วยสลายธาตุอาหารต่าง ๆ ที่อยู่ในพืช มีคุณค่าในแง่ของธาตุอาหารพืชเมื่อถูกย่อยสลายโดยกระบวนการย่อยสลายของแบคทีเรียหรือจุลินทรีย์สารต่างๆจะถูกปลดปล่อยออกมา เช่น โปรตีน กรดอะมิโน กรดอินทรีย์ ธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง จุลธาตุ ฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต เอนไซม์ วิตามิน ซึ่งพืชสามารถนำไปใช้ในการเจริญเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    สามารถแบ่งได้ 2 ประเภท ด้วยกัน คือ น้ำหมักชีวภาพจากพืช ทำได้โดยการนำเศษพืชสด ผสมกันน้ำตาลทรายแดง หรือกากน้ำตาล อัตราส่วน กากน้ำตาล 1 ส่วน พืชผัก 3 ส่วน หมักรวมกันในถังปิดฝา หมักทิ้งไว้ประมาณ 3-7 วัน เราจะได้ของเหลวข้น ๆ สีน้ำตาล ซึ่งเราเรียกว่า น้ำหมักชีวภาพจากพืชและน้ำหมักชีวภาพจากสัตว์ มีขั้นตอนทำคล้ายกับน้ำหมักจากพืช แตกต่างกันตรงวัตถุดิบจากสัตว์ เช่น หัวปลา ก้างปลา หอยเชอรี่ เป็นต้น

    แต่...ปัจจุบัน “น้ำหมักชีวภาพ” สามารถพัฒนาการให้ใช้ประโยชน์ได้มากมายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ด้านปศุสัตว์ เพื่อช่วยกำจัดกลิ่นเหม็นจากฟาร์มสัตว์ ไก่ สุกร ช่วยกำจัดน้ำเสียจากฟาร์ม ช่วยป้องกันโรคอหิวาห์และโรคระบาดต่างๆ ในสัตว์แทนยาปฏิชีวนะ ช่วยกำจัดแมลงวัน ด้วยการตัดวงจรชีวิตของหนอนแมลงวัน ไม่ให้เข้าดักแด้เกิดเป็นตัวแมลงวัน ช่วยเสริมสุขภาพสัตว์เลี้ยง ทำให้สัตว์แข็งแรง มีความต้านทานโรค ให้ผลผลิตสูงและอัตราการรอดสูง

    ด้านการประมง ช่วยควบคุมคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำได้ ช่วยแก้ปัญหาโรคพยาธิในน้ำ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำ ช่วยรักษาโรคแผลต่างๆในปลา กบ จระเข้ได้ ช่วยลดปริมาณขี้เลนในบ่อ ช่วยให้เลนไม่เน่าเหม็น สามารถนำไปผสมเป็นปุ๋ยหมัก ใช้กับพืชต่างๆได้ดี ด้านสิ่งแวดล้อม ช่วยบำบัดน้ำเสียจากการเกษตร ปศุสัตว์ การประมง โรงงานอุตสาหกรรม ชุมชน และสถาน-ประกอบการทั่วไป ช่วยกำจัดกลิ่นเหม็นจากกองขยะ การเลี้ยงสัตว์ โรงงานอุตสาหกรรม และชุมชนต่างๆ ปรับสภาพของเสีย เช่น เศษอาหารจากครัวเรือนให้เป็นประโยชน์ต่อการเลี้ยงสัตว์ และการเพาะ-ปลูกพืช กำจัดขยะด้วยการย่อยสลายให้มีจำนวนลดน้อยลง สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ช่วยปรับสภาพอากาศที่เสียให้สดชื่น และมีสภาพดีขึ้น

    ส่วนวิธีทำนั้น ก็ง่ายแสนจะง่าย โดยการนำ ผลไม้หรือพืชผักหรือเศษอาหาร 3 ส่วน น้ำตาล 1ส่วน น้ำ 10 ส่วน ใส่รวมกัน ในภาชนะ (ขวด, ถัง) ที่มีฝาปิดสนิท อย่าให้อากาศเข้า โดยเว้นที่ว่างไว้ประมาณ 1 ใน 5 ของขวด/ถัง หมั่นเปิดฝา คลายแก๊สออก และ ปิดกลับให้สนิททันที วางไว้ในที่ร่ม อย่าให้ถูกแสงแดด หมักไว้ 3 เดือน เพียงเท่านี้ เราก็จะได้ “น้ำหมักชีวภาพ” ซึ่งมีจุลินทรีย์ สารอินทรีย์ ธาตุอาหาร ที่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เช่น ใช้ทำปุ๋ยสะอาด(แทนปุ๋ยเคมี) ใช้ในการเพาะปลูกกสิกรรมธรรมชาติไร้สารพิษ ใช้ในการซักล้างทำความสะอาด(แทนสบู่ ผงซักฟอก แชมพู น้ำยาล้างจาน) ใช้ดับกลิ่นในห้องน้ำ โถส้วม ท่อระบายน้ำ

    นอกจากนี้...หากหมักได้ 3 เดือนแล้ว น้ำหมักชีวภาพที่ได้จะมีส่วนที่เป็นน้ำใสๆ ถ้าใช้สายยางดูดออกมา เฉพาะน้ำใส ส่วนนี้เรียกว่า หัวเชื้อน้ำหมักชีวภาพ แล้วนำส่วนนั้นไปผสมอีกครั้ง หมักไว้ 2 เดือน เราก็จะได้หัวเชื้อน้ำหมักชีวภาพอายุ 5 เดือน ขยายต่อทุก 2 เดือน เราก็จะได้หัวเชื้อน้ำหมักชีวภาพที่มีอายุมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย


    แต่ด้วยพัฒนาการที่ทันสมัยในยุคปัจจุบัน ทำให้มีการคิดค้น “น้ำหมักชีวิภาพ” ที่ใช้บริโภค ดื่มกินขึ้น โดยกระแสความนิยมการบริโภคนั้น เริ่มจากผลิตภัณฑ์ “น้ำลูกยอ” เมื่อมีธุรกิจเอกชนนำเข้าน้ำลูกยอมาจำหน่ายในราคาสูง และอ้างสรรพคุณที่มีต่อสุขภาพไว้มากมาย การบอกกล่าวสรรพคุณปากต่อปาก ทำให้เครือข่ายเกษตรกรและกลุ่มชุมชน นำน้ำหมักชีวภาพไปใช้เพื่อดูแลสุขภาพ ทั้งในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน ภูมิแพ้ มะเร็ง โรคเรื้อรังต่างๆ เช่น ปวดเมื่อย ไขมันในเลือดสูง และผู้ติดเชื้อ HIV

    ก่อให้เกิดกระแสความนิยมทั้งในการบริโภคและการผลิตอย่างแพร่หลาย ส่งผลถึงน้ำหมักสมุนไพรชนิดอื่นๆ ด้วย เช่น น้ำพลูคาว และน้ำมะขามป้อม รวมทั้งน้ำสมุนไพรรวม ซึ่งกว่าร้อยละ 90 ของผลิตภัณฑ์นี้ในท้องตลาดผลิตโดยผ่านกระบวนการหมักด้วยวิธีธรรมชาติ มีวิธีการผลิตอย่างง่าย มีสูตรการหมักหลากหลาย แต่ที่เป็นหลักสำคัญคือ “น้ำหมักชีวิภาพ” ที่ใช้ดื่ม กินนั้น ยังขาดข้อมูลที่เป็นวิทยาศาสตร์รองรับ จึงยากต่อการควบคุมคุณภาพ ความปลอดภัย ซึ่งถือว่าอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้

    จากโครงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำหมักชีวภาพ ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ทำการสำรวจแหล่งผลิตและเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่มีวางจำหน่ายในท้องตลาดไทยกว่า 70 ผลิตภัณฑ์มาวิเคราะห์ พบว่ามีความปลอดภัยทางกายภาพ ไม่มีการปนเปื้อนของโลหะ เศษไม้ เศษดิน แต่พบปัญหาสำคัญ คือพบการปนเปื้อนของยีสต์ รา และการปนเปื้อนของ มีเมทานอล (เมทิลแอลกอฮอล์) และเอทานอล (เอทิลแอลกอฮอล์) ซึ่งส่งผลต่อตับ ระบบประสาท และสายตา โดยเฉพาะเมทานอล พบว่าผลิตภัณฑ์ร้อยละ 30 มีปริมาณของเมทานอลเกินเกณฑ์มาตรฐานขององค์การอาหารออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

    ที่สำคัญ “น้ำหมักชีวภาพ” ยังส่งผลทำให้ฟันผุกร่อน เนื้อฟันบาง เพราะน้ำหมักชีวภาพ นั้นมีสภาพเป็นกรดสูง วัดค่า pH ได้ 3-4 ซึ่งกรดจะกัดกร่อนเนื้อฟัน (แคลเซียม) ทำให้ฟันเสียได้ ฉะนั้นการดื่มกินน้ำหมักชีวภาพ แบบเข้มข้นจึงควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างยิ่ง

    เมื่อคุณรู้จัก “น้ำหมักชีวภาพ” กันดีแล้ว ...จากนี้ก่อนหลงเชื่อโฆษณาอวดอ้างต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ ก็ควรพิจารณาถึงความน่าเชื่อถือของผู้ผลิตและแหล่ง และที่สำคัญผลิตภัณฑ์นั้น ต้องได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา พร้อมทั้งมีเอกสารแสดงผลการวิเคราะห์คุณลักษณะของผลิตภัณฑ์นั้นๆอีกด้วย...เพื่อความปลอดภัยในสุขภาพของตัวคุณเอง

    แต่ทางที่ดีที่สุด ที่จะช่วยให้เราหายจากโรคภัยต่างๆได้นั่นคือ การออกกำลังกายนั่นเอง.



    ข้อมูลจากwww.thaihealth.or.th

  2. #2
    ศิลปิน นักแต่งเพลง สัญลักษณ์ของ thedon
    วันที่สมัคร
    Aug 2007
    กระทู้
    1,507
    บล็อก
    1
    ผมว่าหากใช้วัตถุดิบและอุปกรณ์การหมักที่สะอาด ถูกหลักอนามัย กะเป็นทางเลือกทางหนึ่งของการรักษาครับ

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •