กำลังแสดงผล 1 ถึง 6 จากทั้งหมด 6

หัวข้อ: ทำอย่างไรจะให้หายโกรธ

  1. #1

    ทำอย่างไรจะให้หายโกรธ


    ทำอย่างไรจะหายโกรธ



    พระพุทธศาสนา เป็นศาสนาแห่งเมตตาการุณย์ พระพุทธเจ้า มีพระคุณข้อใหญ่ประการหนึ่ง คือ พระมหากรุณา ชาวพุทธทุกคนได้รับการสั่งสอนให้มีเมตตากรุณา ให้ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นด้วยกายวาจา และมีน้ำใจปรารถนาดี แม้แต่เมื่อไม่ได้ทำอะไรอื่น ก้ให้แผ่เมตตาแก่เพื่อนมนุษย์ตลอดจนสัตว์ทั้งปวง ขอให้อยู่เป็นสุขปราศจากเวรภัยกันโดยทั่วหน้า

    อย่างไรก็ตาม เมตตา มีคู่ปรับสำคัญอย่างหนึ่งคือความโกรธ ความโกรธเป็นศัตรูที่คอยขัดขวางไม่ให้เมตตาเกิดขึ้น คนบางคนเป็นผู้มักโกรธ พอโกรธขึ้นมาแล้วก็ต้องทำอะไรรุนแรงออกไป ทำให้เกิดความเสียหาย ถ้าทำอะไรไม่ได้ ก็หงุดหงิดงุ่นง่านทรมานใจตัวเอง

    เวลานั้นเมตตาหลบหาย ไม่รู้ว่าไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ไม่ยอมปรากฏให้เห็น ส่วนความโกรธ ทั้งที่ไม่ต้องการแต่ก็ไม่ยอมหนีไปบางทีจนปัญญา ไม่รู้จะขับไล่หรือกำจัดให้หมดไปอย่างไร

    โบราณท่านรู้ใจและเห็นใจและเห็นใจคนขี้โกรธ จึงพยายามช่วยเหลือโดยสอนวิธีการต่าง ๆ สำหรับระงับความโกรธ แต่เป็นคติแก่ทุกคนช่วยให้เห็นโทษของความโกรธ และมั่นในคุณของเมตตายิ่งขึ้น จึงขอนำมาเสนอพิจารณากันดู วิธีเหล่านั้นท่านสอนไว้เป็นขั้น ๆ ดังนี้



    มีต่อ...


    จาก หนังสือ เพื่อชีวิตที่ดี ของ พระธรรมปิฏก (ป. อ. ปยุตฺโต)

  2. #2
    ศิลปิน นักร้อง นักแสดง
    มิสบ้านมหา 2011
    สัญลักษณ์ของ ผู้ก่อการรัก
    วันที่สมัคร
    Feb 2006
    ที่อยู่
    HappyLand ดินแดนแห่งความสุข, Thailand
    กระทู้
    3,379
    เมื่อก่อนแม็กกี้เป็นคนใจร้อน โมโหง่าย รู้สึกว่ามันเครียด แล้วใจก็เป็นทุกข์

    ตอนหลังๆ เริ่มคิดได้ว่าเราจะโกรธไปเพื่ออะไร สู้ทำใจให้สบายๆ ดีกว่า ใครอยากจะทำอะไรก็ช่างเค้า เราไม่เอามาใส่ใจ

    เดี๋ยวนี้มีความสุขมากๆ เลยจ้า

    วิธีที่คุณแม่ของแม็กกี้สอนเสมอๆ คือ นับ 1-10 ถ้าไม่หาย นับถึงร้อย ถึงพันไปเลยลูก

  3. #3
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ ไทสกลฯ
    วันที่สมัคร
    Jun 2009
    กระทู้
    222

    คาถา..เฮ็ดให่หายโกรธ (เคียด)ครับ

    ก่ะหย่ามันดอก.......ภาษาภูไท, ญ้อ
    ก่ะซ่างมันเถาะ.......ภาษาไทยอิสานหลัก
    ช่างมันเถอะ.......ภาษาไทยภาคกลาง
    จ้างมันเต๊อะ......ภาษาไทยภาคเหนือ
    ช่างแม้ง/ม่ายผรื่อ.......ภาษาไทยภาคใต้ (แม่นบ่บุ๊?)
    Forget it/ let it be......ภาษาฝรั่งอังกิต
    Que Sera Sera.......ภาษาฝรั่งสเปน (ออกเสียงว่า เกย์. เซมา ฯ ฮ่วยบ่แมน.. เคว์ เซรา เซรา..)

    จ่ม/ท่องให่ครบทุกภาษา จั๊กหน่อยก่ะหายเคียดค้าบ..บ

    ความหมายอาจ สิบ่ตรงกันคักปานได๋เด้อครับ แต่ก่ะพอ ก้อมแก้มเอาได้ยู...
    ฮ่า..ซูซีเอาซือ ๆ นี่หละ.!! เฮ้ว..ว

  4. #4
    เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ สัญลักษณ์ของ หนุ่มน้อย
    วันที่สมัคร
    Mar 2009
    กระทู้
    644
    บล็อก
    21
    อันดับแรกตั้งสติครับ
    ส่วนมากบ่อได้ตั้งสติ พอแต่หมึ๋นขึ้นมา พ้ออันได๋อยู่ใกล้มือกะคว้าเอามาฟาดใส่หมูโลด
    เป็นพ่อเป็นแม่กะฝ่ามือเปี๊ยะโลด เป็นหมู่เป็นฝูงกะกำปั้นเหวี่ยงใส่โลด
    ผลที่ตามมากะคือความเสียหายทั้งสองฝ่าย บ่อได้หยังขึ้นมา
    ตั้งสติเด้อครับเด้อ คือยายผู้ก่อการฮัก เผิ่นว่านั่นแหล้ว นับเอาไว้ในใจ นับแล้วนับอีก มันกะสิเซาเคียดซั่นดอกวา

  5. #5
    ตามที่สังเกตุตัวเองน้อครับซิพยายามบ่อให้ตังเองโกรธเเต่พยายามคิดหาวิธีทำใจเอากะคือให้มีสตืนั้นละน้อครับ

  6. #6

    สว่างใจ ขั้นที่ ๑ นึกถึงผลเสียของความเป็นคนมักโกรธ

    ขั้นที่ ๑ นึกถึงผลเสียของความเป็นคนมักโกรธ

    ขั้นที่ ๑ นึกถึงผลเสียของความคนมักโกรธ เช่น

    ก. สอนตนเองให้นึกว่า พระพุทธเจ้าของเราทรงมีพระมหากรุณาธิคุณและทรงสอนสาวพุทธให้เป็นคนมีเมตตา เรามัวมาโกรธอยู่ไม่ระงับความโกรธเสีย เป็นการไม่ปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ไม่ทำตามอย่างพระศาสดา ไม่สมกับที่เป็นศิษย์ของพระพุทธเจ้า

    จงรีบทำตัวให้สมกับที่เป็นศิษย์ของพระองค์ และจงเป็นชาวพุทธที่ดี

    ข. พระพุทธเจ้าตรัสสอนว่า คนที่โกรธเขาก่อนก็นับว่าเลวอยู่แล้ว คนที่ไม่มีสติรู้เท่าทัน หลงโกรธตอบเขาไปอีก ก็เท่ากับสร้างความเลวให้ยืดยาวเพิ่มมากขึ้น นับว่าเลวหนักลงไปกว่าคนที่โกรธก่อนนั้นอีก

    เราอย่าเป็นทั้งคนเลว ทั้งคนเลวกว่า นั้นเลย

    ค. พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนต่อไปอีกว่า เขาโกรธมา เราไม่โกรธตอบไป อย่างนี้เรียกว่า ชนะสงครามที่ชนะได้ยาก เมื่อรู้ทันว่าคนอื่นหรืออีกฝ่ายหนึ่งเขาขุ่นเคืองขึ้นมาแล้ว เรามีสติระงับใจไว้เสีย ไม่เคืองตอบ จะชื่อว่าเป็นผู้ทำประโยชน์ให้แก่ทั้งสองฝ่าย คือ ช่วยไว้ทั้งเขาและทั้งตัวเราเอง

    เพราะฉะนั้น เราอย่าทำตัวเป็นผู้แพ้สงครามเลย จงเป็นผู้ชนะสงคราม และเป็นผู้สร้าประโยชน์เถิด อย่าเป็นผู้สร้างความพินาศวอดวายเลย

    ถ้าคิดนึกระลึกอย่างนี้แล้วก็ยังไม่หายโกรธ ให้พิจารณาขั้นที่สองต่อไปอีก



    ขั้นที่ ๒ พิจารณาโทษของความโกรธ

    ขั้นที่ ๒ พิจารณาความโกรธ

    ในขั้นนี้มีพุทธพจน์ตรัสสอนไว้มากมาย เช่นว่า

    "คนขี้โกรธจะมีผิวพรรณไม่งาม คนขี้โกรธนอนก็เป็นทุกข์ ฯลฯ คนโกรธไม่รู้เท่าทันว่า ความโกรธนันแหละคือภัยที่เกิดขึ้นข้างในตัวเอง"

    "พอโกรธเข้าแล้วก็ไม่รู้จักว่าอะไรเป็นประโยชน์ โกรธเข้าแล้วมองไม่เห็นธรรม เวลาถูกความโกรธครอบงำ มีแต่ความมืดดื้อ คนโกรธจะผลาญสิ่งใด สิ่งนั้นทำยากก็เหมือนทำง่าย แต่ภายหลังพอหายโกรธแล้ว ต้องเดือนร้อนใจเหมือนถูกไฟเผา"

    "แรกจะโกรธนั้น ก็แสดงความหน้าด้านออกมาก่อนเหมือนมีควันก่อนจะเกิดไฟ พอความโกรธแสดงเดชทำให้คนดาลเดือดได้ คราวนี้ละไม่มีกลัวอะไร ยางอายก็ไม่มี ถ้อยคำไม่มีคาวะ ฯลฯ"

    "คนโกรธฆ่าพ่อฆ่าแม่ของตัวเองก็ได้ ฆ่าพระอรหันต์ ฆ่าคนสามัญก็ได้ทั้งนั้น ลูกที่แม่เลี้ยงไว้จนได้ ลืมตามองดูโลกนี้ แต่มีกิเลสหนา พอโกรธขึ้นมาก็ฆ่าได้แม้แต่แม่ผู้ให้ชีวิตนั้น ฯลฯ "

    "กาลีโตไม่มีเท่าไทสะ ฯลฯ เคราะห์อะไรเทสะไม่มี"

    ความโกรธมีโทษก่อผลร้ายให้มากมาย อย่างพุทธพจน์นี้เป็นตัวอย่าง แม้เรื่องราวในนิทานต่าง ๆ และชีวิตจริงก็มีมากมาย ล้วนแสดงให้เห็นว่าความโรธมีแต่ทำให้เกิดความเสียหายและความพินาศไม่มีผลดีอะไรเลย จึงควรฆ่ามันทิ้งเสีย อย่าเก็บเอาไว้เลย

    ฆ่าอะไรอื่นแล้อาจจะต้องมานอนเป็นทุกข์ ฆ่าอะไรอื่นแล้วอาจจะต้องโศกเคร้าเสียใจ แต่ "ฆ่าความโกรธแล้วไม่โศกเศร้าเลย"

    พิจารณาโทษของความโกรธของความโกรธทำนองนี้แล้ว ก็น่าจะบรรเทา ความโกรธได้ แต่ถ้ายังไม่สำเร็จก็ลองวิธีต่อไปอีก



    ขั้นที่ ๓ นึกถึงความดีของคนที่เราโกรธ

    ขั้นที่ ๓ นึกถึงความดีของคนที่เราโกรธ

    ธรรมดาคนเรานั้น ว่าโดยทั่วไป แต่ละคน ๆ ย่อมมีข้อดีบ้าง ข้อเสียบ้าง มากบ้างน้อยบ้าง จะหาคนดีครบถ้วนบริบุรณ์ ไม่มีข้อบกพร่องเลย คงหาไม่ได้หรือแทบจะไม่มี

    บางทีแง่ที่เราว่าดี คนอื่นว่าไม่ดี บางที่แง่ที่เราว่าไม่ดี คนอื่นว่าดี เรื่องราว ลักษณะหรือการกระทำของคนอื่นที่ทำให้เราโกรธนั้น ก็เป็นจุดอ่อนหรือข้อบกพร่องของเขาอย่างหนึ่ง หรืออาจเป็นแง่ที่ไม่ถูกใจเรา

    เมื่อจุดนั้นแง่นั้นของเราไม่ดีไม่ถูกใจเรา ทำให้เราโกรธ ก็อย่ามัวนึกถึงแต่จุดนั้นแง่นั้นของเขา พึงหันไปมองหรือระลึกถึงความดีหรือจุดอื่นที่ดี ๆ ของเขา เช่น

    คนบางคน ความประพฤติทางกายเรียบร้อยดี แต่พูดไม่ไพเราะ หรือปากไม่ดี แต่ก็ไม่ได้ประพฤติเกะกะระรานทำร้ายใคร

    บางคนแสดงออกทางกายกระโดกกระเดกไม่น่าดู หรือการแสดงออกทางกายเหมือนไม่มีส้มมาควรวะ แต่พูดจาดี สุภาพ หรือ ไม่ก็อาจพูดจามีเหตุมีผล

    บางคนปากร้ายแต่ใจดี บางคนสัมพันธ์กับคนอื่นไม่ค่อยดี แต่เขาก็รักงาน ตั้งทำหน้าที่ของเขาดี บางคนถึงแม้คราวนี้เขาทำอะไรไม่สมควรแก่เรา แต่ความดีเก่า ๆ เขาก็มี เป็นต้น

    ถ้ามีอะไรที่ขุ่นใจกับเขา ก็อย่าไปมองส่วนที่ไม่ดี พึงมองหาส่วนที่ดีของเขาเอาขึ้นมาระลึกถึง

    ถ้าเขาไม่มีความดีอะไรเลยที่จะให้มองเอาจริง ๆ ก็ควรคิดสงสาร ตั้งความกรุณาแก่เขาว่าโธ่! น่าสงสาร ต่อไปคนคนนี้คงจะต้องประสบผลร้านต่าง ๆ เพราะความประพฤติไม่ดีอย่างนี้ นรกอาจรอเขาอยู่ ดังนี้เป็นต้น พึงระงับความโกรธเสีย เปลี่ยนเป็นสงสารเห็นใจหรือคิดช่วยเหลือแทน

    ถ้าคิดอย่างนี้ ก็ยังไม่กายโกรธ ลองวิธีขึ้นต่อไปอีก


    ขั้นที่ ๔ พิจารณาว่า ความโกรธ คือการสร้างทุกข์ให้ตัวเอง และเป็นการลงโทษตัวเองให้สมใจศัตรู


    ขั้นที่ ๔ พิจารณาว่าความโกรธคือการสร้างทุกข์ให้ตัวเองและเป็นการลงโทษตัวเองให้สมใจศัตรู

    ธรรมดาศัตรูย่อมปรารถนาร้าย อยากให้เกิดความเสื่อและความพินาศวอดวายแก่กันและกัน คนโกรธจะสร้างความเสื่อพินาศให้แก่ตัวเอง ได้ตั้งหลายอย่าง โดยที่ศัตรูไม่ต้องทำอะไรให้ลำบากก็ได้สมใจของเขาเช่น

    ศัตรูปรารถนาว่า "ขอให้มัน (ศัตรูของเขา) ไม่สวยไม่งาม มีผิวพรรณไม่น่าดู" หรือ


    มีต่อ ...
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ขอโทษที่คิดถึง...เด็กดื้อ; 12-02-2010 at 07:04.

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •