สามัคคีคืออีหยัง?

ฟังเหตุการณ์อ่านข่าวบ้าน การเมืองแบ่งเป็นแดงเหลือง
ในใจเมียงมองหา สิ่งชักพาเหตุผลน้าว
ไทยของเฮาเป็นเปี่ยงเสี้ยว ประเทศเดียวเป็นสองฝ่าย
พี่น้องเก่าเคยฮ่วมสาย กลายมาเป็นคนละขั้ว ใจมองมั้วมู่หม่นหมอง
สถานการณ์คันเกี่ยวข้อง กะต้องชั่งสองทางเห็น
ล้วนแต่เป็นสายเลือดไทย ฝ่ายสยามนามดินนี้
บ่ห่อนมีเป็นไผได้ แนมไปไสกะโดยดั่ง
แดงหรือเหลืองแม่นมองต่าง เพียงสีกางเขตกั้น บ่หันหน้าเข้าใส่กัน
สีเจ้าอยู่ข้างนั้น ข้างนี้ย่านสีเฮา
เจ้ากับข้อยอยู่คนทาง เพียงต่างสีบ่ดีด้วย
ปัญหาทวยโบราณเว้า ลองคิดเอาท่านผู้อ่าน
“ญาท่านบ่เว้า ญาเจ้าบ่จา” ต้าน คับขันแล้วให้อยู่กลาง
เหลืองกับแดงต่างคนอ้าง ว่าข้างอยู่ยกชูธรรม
ฝ่ายผู้นำแต่ละทาง อ้างประชาขึ้นเป็นป้าย
ประชาธิปไตย แท้ สร้างกระแสพี่น้องเปลี่ยน
ความเว้าเป่าเข้าวนเวียน เขียนด้วยมือลบด้วยเว้า ไผเป็นเป้าให้คิดตรอง
ฟังก่อนเด้อพี่น้อง..... เมืองทองถิ่นดินไทยขวาน
บรรดามวลผู้หวังดี ต่อประเพณีบ้าน
อยู่อีสาน เหนือ ใต้ ฝ่ายไทยกะแล้วแต่
ให้ลองฟังผู้เขียนแหน่ ผญาแลเบิ่งข้อย แต่เพียงน้อยเป็นหนึ่งใน
ลูกสยามยังจำได้ ประวัติไล่อดีตหลัง
เมืองเก่าพังย้อนคนไทย ได้แตกสามัคคีม้าง
สิ่งเหลือยังซากพังฮ้าง ปูนเก่าทางเมืองกรุงเก่า
กำแพง วัด โบสถ์ ถืกเผา ย้อนเฮามีหนอนบ่อนไส้ ทำลายพ้องหมู่เฮา
อยุธยากะเลยเศร้า เป็นเรื่องเก่าสมัยหลัง
สยามพังย้อนคนใน ได้แตกสามัคคีเอื้อ
หวังอยู่เหนือพวกชาวบ้าน อันธพาลหวังตำแหน่ง
ยศศักดิ์บ่าหวังค่าแฮง เป็นใบแดง ทอง เพชรก้อน เอาไฟฮ้อนใส่ประชา
ต่อมาได้ผู้ใจกล้า วิชาแกร่งอาจหาญศึก
ตกผลึกการศึกษา จากวัดวาอารามฮู้
มาเชิดชูกู้เมืองบ้าน ปราบหมู่พาลจนสิ้นไง่
สร้างเมืองกรุงขึ้นหม่องใหม่ บ่ไล่ยาวฮู้ข่าวสิ้น “รัตนโกสินทร์” นี้ ชื่อนาม
เจิดจำรัสประกาศข้าม ชาวโลกหล่ำมายาม หา
พัฒนาประเทศไทย จนชื่อไกลชาวไทยบ้าน
ไทยอีสาน กลาง เหนือ ใต้ คือคนไทยไผก็ซ่า
“ยิ้มสยาม” แต่เก่ามา ไผว่าเห็นได้ชิดใกล้ ในใจยิ้มประทับฮอย
ไทยสยามคือบ้านข้อย คอยสร้างอ่านแต่งานบุญ
คนอุดหนุนบ่แม่นไผ ล้วนแต่ไทยซ่อยกันปั้น
อาชีพการเกษตรเหย้า เอานาดินเป็นสินอยู่
บ่ได้ถืกข่มขู่ ให้อยู่ในใต้ข้ออ้าง พวกนายจ้างหมู่ได๋
หม่องเปลี่ยนแปลงเพียงอยากได้ หาเงินง่ายกลายเป็นหนี
เปลี่ยนวิถีอาชีพไทย มาอยู่ในแต่เมืองกว้าง
แข่นเมืองหลวงยอมอยู่ใต้ เจ้านายพวกพ่อค้าวุ่น
อยู่กับพวกนายทุน ปิ้นเฮาหมุนพลิกหน้า ลืมถิ่มฟ้าและดิน
กรอบเขามัดแน่นติ้ง ตีงคีงเปลี่ยนบ่เพียรเห็น
พอปานเป็นหุ่นหนัง ย่างเชิดนำตามเส้นด้าย
นโยบายทางการค้า เริ่มเข้ามากำหนดย่าง
ประเทศค่อยหลงลู่ทาง วางอดีตมิดมู่ เลยเข้าลู่ไปแข่งเงิน
(ระบบ) “เศรษฐกิจ” เขาก็เอิ้น หม่องพาเปิ่นเหินนำหาว
อ้างว่าชาวประเทศไกล เขาฮอดไสแล้วทางพุ้น
เฮามาหมุนแต่นำฟ้า เป็นชาวนา สวน ฮั้ว ไฮ่
บอกพี่น้องไปค้าขาย เซาบายเสียม จอบ และพร้า ระบบค้าจั่งแม่นแนว
คนกะเลยถิ่มแก้ว ไปหลงแอ่วอยู่ทางผิด
เขาลิขิตปิดทางหนี ล้วนแต่มีกฎหมายไว้
นโยบายแต่ละท่าน ไปอ่านเองหลายปีข่าว
หม่องได๋ซ่อยให้เห็นขาว หม่องได๋ซาวซ่อยพี่น้อง มาเปิดข้องเบิ่งปลา....แน่นา
ไซเขาดักเอาไว้ถ้า พี่น้องบ่าหลงกับดัก
เข้าปากไซไร้บ่อนหนี ข่อนนทีเมืองหลวงกว้าง
เพียงบ่หวงแผ่นดินเหย้า ไปเข้าไซไหลลงป่อง
หาทางหนีบ่มีช่อง มีแต่ข้องจับเทื่อหน้า ยามเขาฆ่าเอาใส่งาย
แปลกอยู่แหลว....
คันแม่นพี่น้องอ้าย ไปหลงฝ่ายเทิงสอง
ความปรองดองก็คงหาย พวมเบิ่งไปสุวันนี้
เฮาเคยดีนำกันได้ เพียงแต่นายสองทางส่อ
หนึ่งพ่อค้าปากสอพลอ สองหัวหมอนักการบ้าน มาถูหว่านให้แบ่งกิน


พี่น้องเอ้ย....
นักการเมืองเอาลมลิ้น ไผเห็นถิ่นทางไผ
สุขสำบายย้อนการเมือง อันเรื่องผลประโยชน์มุ่ง
ยามเขาสูงเขากะเมินหน้า บ่มามีไมตรีส่ง
มีอำนาจบาทบ่ลง ย่างจกถงบ่ให้ใกล้ ยามสิใช้จั่งค่อยหา
วินัยห้ามบ่ให้ท้า เสียดสีว่าผู้คนได๋
บ่ขยายหม่องมีมา แนวว่าตาเคยเห็นแล้ว
คิดเห็นแหลวแนวเคยล่วง ทรวงถืกหลอกเขาปอกง่าย
แนวเขาคิดแบบค้าขาย ให้คนไทยเป็นผู้ซื้อ พอปานหมื่อขั่นผี่เห็น
นโนบายหลอกตื่นเต้น เห็นแล้วผ่านหลายสมัย
บ่เว้าไปให้คนคิด พินิจมองแล้วตรองบ้าง
วิจารณ์ทางอันเคยก้าว ว่าเฮาเดินผิดเกินฝ่าย
หลงมาอยู่แต่กรุงไทย เลยมีใจคิดแต่ค้น ผลเงินได้เป็นเรื่องชู

เจ็บบ่เจ็บเลยบ่ฮู้ เชิดชูฝ่ายเหตุผลโต
บัดนี้โสเข้าทางได๋ เลยยกใจให้เหมิดเกี้ยง
ขอให้เมียงมองบ้าง ระวังเฮาเข้าผิดท่า
แนวสองฝ่ายผู้นำพา ล้วนแต่หาประโยชน์สิ้น เขากินแล้วสิแส่วหนี
ล่อให้เฮาป่นปี้ หนีคนฝ่ายไปคนฝา
เขามุสาเทิงสองทาง ให้ย่างตีราวีช่วย
ล่อเฮาซวยประจันหน้า พี่น้องมาด่ากันใส่
เห็นแล้วหดหู่ใจ กะเลยบายปากกาจ้ำ เขียนคำบ้างอยู่หว่างการณ์
บ่ได้อยู่ฟากนี้-นั้น ผญากลั่นจากหัวใจ
อยากเห็นไทยปรองดอง เลิกคิดปองเวรร้าย
อย่ามักไผเกินร้อย สลักถ้อยตอกเป็นลิ่ม
บ่มีไผซ่อยเฮาอิ่ม เขาล่อชิมแล้วปล่อยฮ้อง ยามเหมิดหม่องสิเพิ่งพา
อัตตา หิ อัตตะโน นาโถ
โตเพิ่งโตจั่งแม่นกล้า อย่าหวังว่าไปเพิ่งไผ
ปัญหาไสสิเพิ่งเขา อย่าหวังเงาสิเห็นได้
ทอดอาลัยหลายชั่วรุ่น ความสมบูรณ์อยู่ใกล้ถิ่น
“บ้านใกล้ท่ามีน้ำกิน ช่างปั้นดินมีหม้อใช้” คนไทยแท้เป็นผู้ทำ
อย่าไปถ้ากินน้ำ ไผกะซ่ามปากมุสา
เฮาบ่หาแนวฮอง ต่งกินบ่มีได้
สิให้เขาเอาขวดป้อน สะออนนำยามเขาเบื่อ
บ่ได้กินจากเม็ดเหื่อ อย่าเชื่อไผเกินโตเจ้า เฮาข้อยเป็นผู้หา
เชื่อคนไทย ล้วนใจกล้า แต่กล้าป่องถืกคองหลัก
ไทยสลักว่าฮักไทย ไผบ่ชวนให้มวลอ้าย
พี่น้องไทยฆ่ากันม้วน ชวนไทยเดียวเทียวฆ่าหมู่
ไผกล้าบอกย่อมผิดครู ผู้เชิดชูเลือดพี่น้อง สัมพันธ์ต้องเป็นหนึ่งเดียว
หัวขบวนพาย่างเลี้ยว ให้เซาเที่ยวนำสองสาย...เด้อไทยเด้อ
บัดเฮาตายเขาบ่แล แก้แต่เขาผู้เผาบ้าน
อันธพาลบ้านเมืองฮ้าย เป็นย้อนไผให้เฮาเบิ่ง
ลองมานั่งอยู่ทางเทิง เบิ่งละครเขาป้อนให้ คนไทยจ้องซ่อยกัน
สะกิดใจในทุกท่าน เมื่อเฮาอ่านเหตุผลจริง
ยามได้หลิงสิ่งเขาทำ แม่นถืกกรรม-ผิดนำฮู้
นำเบิ่งดูแต่ละข้อ ย้อนพอศอ ปี เดือนผ่าน
ชีวิตเฮาเกื้อกูลกัน ต่างสัมพันธ์ย้อนฮักพ้อง บ่เคยข้องขุ่นใจ
ถือเป็นพี่น้องอ้าย บ่แหนงหน่ายไทยทางได๋
เดี๋ยวนี้ใจถืกเขาชวน เลยป่วนนำเชื่อคำล่อ
พอสาน้อไทยพี่น้อง คิดนำคองเฮาเคยอยู่
แม่นฆ่ากันเหมิดหมู่ มีแต่ผู้บ่ได้ กำไรแท้แม่นผู้ได๋
ไทยฆ่ากัน..ไผผู้ได้ ล้วนทุกฝ่ายไทยสูญเสีย
พี่น้องเฟียน้ำตาไหล ไห้คิดนำสุยามมื้อ
เคยเห็นหรือโลกใบนี้ ไผว่ามีการเมืองซ่อย
ประชาชนถืกถิ่มปล่อย ย้อนรอคอยได้แต่ถ้า หวังปากอ้าได้แต่ลม
สงครามกายหลายเทื่อม้ม ลองคิดข่มอารมณ์สูน
เหมิดแต่ทุนชาวมนุษย์ บ่ขุดคนขึ้นมาได้
แสนเสียดายชีวิตกี้ เคยย่ำยียาดแย่ง
ความเป็นใหญ่หลอกฆ่าแกง คนทิ่มแทงชีวิตได้ เสียดายย้ำคิดใส่หลัง
โลกสงบอยากพบบ้าง ประวัติต่างคนสร้างผิด
ทุจริตผิดศีลธรรม เลยก่อกรรมบ่เซาสิ้น
คิดนำศีลอย่าเพม้าง ชีวิตยังมีคุณค่า
อย่าเอาชีพลงก้นสา ไปหาความเดือดร้อน หลงเฮฮ้อนคิดบ่อนกรรม
อย่าคิดเด้อ...คิดทำลายอีกฝ่ายช้ำ ก่อกรรมชั่วให้มัวหมอง
อย่าคิดจองเวรภัย ให้หมู่นายเขาคนแก้
เขาผูกแพอย่าหลงล่อง อยู่เหนือของแม่น้ำใหญ่
มาซ่อยกันเบิ่งเขาพาย ไผเอามือแช่น้ำ สิเห็นถ้ำอยู่กะใจ
พี่น้องเอ้ย...แม่นฆ่ากันกะบ่ได้ อีหยังง่ายตามใจหา...ดอกนา
จิตโกรธา โทสา ซูน โมหะดุน ให้หลงเป้า
ชีพของเขา ของเฮานั้น ค่าอนันต์ เกินตีใส่
ชีพของคนแต่ละฝ่าย ล้วนค่าหลายเกินตีฆ่า อย่าเป็นบ้าตีต่อยกัน.....
สมประสงค์แต่ละท่าน สมมุติอ่านเหตุการณ์หา
มองเบื้องหน้าสิเกิดหยัง ล้วนแต่พังอุราวุ่น
มีแต่สูญเสียสิ้น เกิดราคินประเทศใหญ่
ยิ้มสยามนามเมืองไทย กะเลยได้บูดบึ้ง ย้อนไทยขึ้งเข้าใส่กัน
เซาสาน้อ...แต่ละท่าน มาคิดอ่านหนทางไกล
ไผก่อภัยให้เขาฮับ จับประเด็นขึ้นมากว้าง
ท้วงสองทางผู้สร้างเรื่อง อย่าเป็นเพียงหมากเดินย่าง
เฮากำหนดบทบาททาง ให้เขาวางอำนาจไว้ แล้วเฮาไง้ส่องกระดาน
หันมาเป็นไทยคู่บ้าน เบิ่งสองย่านแก้ปัญหา
เฮาฮักษาความเป็นไทย ให้หมู่นายเป็นคนบ้า
แก้ปัญหาเขาผูกขึ้น เอาอย่าบืนจนเลือดหลั่ง
“สามัคคีคือพลัง” ไทยเคยขวางศัตรูบ้าน ปักหลักต้านบ่ถอย
อย่าเชื่อคำชนกลุ่มน้อย ให้เฮาค่อยสมัครสมาน
ค่อยประสานความเป็นไทย เป็นหนึ่งใจขวานทองด้าม
เป็นสยามเมืองยิ้มแย้ม แนมเห็นตาอุราม่วน
แบ่งฝ่ายกันบ่สมควร ผิดกันชวนแต่สิฮ้าง บ้านเมืองฮ้างสิย่างไส
ย้ำไปมาขออย่าได้ ทำลายหมู่ไทยเดียวกัน
อย่าประหารกันเด้อไทย ให้ชั่งใจระวังเน้น
ระวังเวรสิผูกคล้อง จองผลาญกันทุกชาติไล่
บ่ต้องถามไผเป็นไผ สุคนไทยดั่งด้าม สยามนี้ เป็นหนึ่งเดียว....พี่น้องไทยเอ้ย ฯ
พี่น้องเอ้ย...อย่าได้เป็นไทยเสี้ยว เทียวถามว่าให้คาจิต
ฮ่วมมือติดประกาศนาม จำจื่อไทยนามไกลก้อง
พลังของไทยใหญ่ยิ่ง ไทยจริงคือเป็นปึกแผ่น
สามัคคีหมั่นแก่น ไตรรงค์แทนชาติเชื้อ อารีเอื้อแก่กัน
ต่อลูกหลานผู้สืบชั้น สิได้อ่านประวัติหา
สมัยตา ปู่ ย่า ยาย เคยซ่าไกลไปทั้งพื้น
โลกนี้ผืนไทยยอดแคว้น อย่าเป็นแดนให้หลานซ่า
ประวัติหนึ่งอย่าให้คา “สามัคคีคือหยัง” ตั้ง กังขาพ้อเกิดหน่อไทย
ยุติบทโทษเอาไว้ ขั่นไผอ่านรำคาญจิต
เมตตาปิดประกาศมา เผื่อผญาทุเลาได้
เบาจิตใจอันหนักหน้า อุ้มบาตรมาขอบิณฑ์ท่าน
ขอสาเด้ออย่าฆ่ากัน อย่าตีกัน ไทยพี่น้อง มาตีฆ้องแต่งป่องดี....สาเด้อ ฯ
จ.เขมจิตต์
๑๖ มี.ค. ๕๓
(ด้วยความปรารถนาไม่ให้สร้างเวรต่อกันและกัน)