กำลังแสดงผล 1 ถึง 6 จากทั้งหมด 6

หัวข้อ: ควบคุมความคิดด้วยปัญญา

  1. #1
    ดูแลตรวจสอบเนื้อหา สัญลักษณ์ของ ญา ทิวาราช
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    กระทู้
    838
    บล็อก
    17

    สว่างใจ ควบคุมความคิดด้วยปัญญา


    ควบคุมความคิดด้วยปัญญา


    ปัญญาควบคุมความคิดได้ ความคิดย่อมพ่ายแพ้แก่อำนาจของปัญญา ดังนั้นผู้มีปัญญาเท่านั้นที่จะสามารถควบคุมความคิดมิให้ก่อให้เกิดความทุกข์ได้ นั่นคือผู้มีปัญญาเท่านั้น
    ความทุกข์ทั้งหลายหลีกไกลด้วยปัญญา

    ปัญญามีอำนาจเหนือความคิด ก็คือปัญญาที่มีอำนาจเหนือกิเลสนั่นเอง เพราะเมื่อปัญญาควบคุมความคิดได้ ความคิดก็จะไม่ปรุงแต่งไปกวนกิเลสที่มีอยู่เต็มโลก ให้โลดแล่นเข้าประชิดติดใจ จึงเป็นการควบคุมกิเลสได้พร้อมกับควบคุมความคิด

    ความเกิดเป็นทุกข์ เพราะความเกิดนำมาซึ่งความเกิด ความแก่ ความตาย ความพรัดพรากจากของรักของชอบใจและความไม่ประจวบด้วยสิ่งที่ปรารถนาทั้งปวง

    ความทุกข์เหล่านี้หนีไม่พ้น เพราะเป็นผลตามมาของ ความเกิดอย่างแน่นอน ความทุกข์ทางกาย หนีพ้นได้ด้วยการไม่เกิดเท่านั้น ส่วนความทุกข์ทางใจ หนีได้ด้วยความคิด

    อนุภาพแห่งแสงปัญญา

    สติต้องรู้ก่อนว่า กิเลสคือโลภะ หรือราคะ โทสะ โมหะ ตัวใดกำลังเข้ามาประชิดติดใจ เมื่อมีสติรู้ก็ให้ใช้ “ปัญญาวุธ” คือใช้ปัญญาเป็นอาวุธ ด้วยความคิดง่ายๆ ว่า กิเลสเป็นความเศร้าหมอง

    กิเลสไม่ว่าความโลภ ความโกรธ ความหลง นำความมืดมัวเศร้าหมองให้เกิดแก่จิตใจ ยังให้เป็นทุกข์เป็นร้อนไปร้อยแปดประการ

    เมื่อปรารถนาความไม่ทุกข์ ต้องไม่ยอมตกอยู่ใต้อำนาจของ ความโลภ ความโกรธ ความหลง ต้องไม่โกรธ ต้องไม่หลง ไม่มีสิ่งใดน่ากลัวเสมอด้วยความไม่สบายใจ ไม่มีอะไรเลยที่มีค่าเสมอกับจิตใจ

    สมบัติทั้งปวงที่เกิดแต่ความโลภ ก็มีค่าไม่คุ้มกับความเสียหายที่เกิดแก่จิตใจ จึงควรรักษาใจไม่ให้เสียหาย ไม่ให้เศร้าหมอง ด้วยความบดบังของกิเลส

    ความคิดอันประกอบด้วยปัญญา

    ความคิดอันประกอบด้วยปัญญา สามารถหยุดยั้งความโลภ ความโกรธ ความหลง มิให้เคลื่อนตัวห้อมล้อมจิตใจได้จริง เช่นเมื่อเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ ว่าไม่ได้รับความความรักความสนใจจากคนนั้นคนนี้ ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจจะสิ้นสุดลงได้ ถ้าจะคิดได้ด้วยปัญญา

    ความไกลกิเลสได้ พาให้ไกลทุกข์ได้

    ชีวิตนี้ของทุกคนน้อยนัก น้อยจริงๆ และวาระสุดท้ายจะมาถึงวินาทีใดวินาทีหนึ่งหารู้ไม่ จึงไม่ควรประมาทอย่างยิ่ง คิดให้ไกลกิเลสให้ได้จริงๆ เถิด เพราะความไกลกิเลสเท่านั้นที่จะพาให้ไกลทุกข์ได้

    ความคิดนั้นแก้กิเลสได้ ดับกิเลสได้ คือทำที่ร้อนให้เย็นได้ ความสำคัญอยู่ที่ต้องคิดให้เป็น คิดให้ถูกเรื่อง ถูกจริตนิสัยของตน ความสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ต้องมีความจริงจังที่จะดับความร้อนในใจตน


    ควบคุมความคิดด้วยปัญญาควบคุมความคิดด้วยปัญญา

    ชีวิตไม่พอกับตัณหา เวลาไม่พอกับความต้องการ
    ไม่มีอะไรเป็นของเรา แม้แต่ตัวของเราเอง
    ที่พักครั้งสุดท้าย คือป่าช้า


    ควบคุมความคิดด้วยปัญญาควบคุมความคิดด้วยปัญญา

  2. #2
    Super Moderator สัญลักษณ์ของ หมูน้อย
    วันที่สมัคร
    Jul 2007
    ที่อยู่
    เหนือสุดในสยาม
    กระทู้
    2,046
    บล็อก
    17
    ความคิดนั้นแก้กิเลสได้ ดับกิเลสได้ คือทำที่ร้อนให้เย็นได้
    ความสำคัญอยู่ที่ต้องคิดให้เป็น คิดให้ถูกเรื่อง
    ถูกจริตนิสัยของตน ความสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ
    ต้องมีความจริงจังที่จะดับความร้อนในใจตน


    c06:c06: ทำไมเวลาเราใจร้อน...ทำร้ายความรู้สึกดีๆๆ
    ที่เรามีต่อคน..ที่เรารักและหวังดีต่อเรา.....เพราะเราไม่มีสติใช่ไหม
    .....คำพูด..เป็นสิ่งหนึ่งในหลายๆๆสิ่งที่ไม่สามารถดึงย้อนคืนมาได้
    .....แต่ทำไมคนเราถึงได้เผลอเลอพูดทำร้ายน้ำใจคนอื่นที่หวังดีต่อเรา
    .....เพราะความอารมณ์ร้อน..ใจร้อน..ที่มีในตัวเราใช่ไหมค่ะท่าน...ญา ทิวาราช

  3. #3
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ แตงอ่อน
    วันที่สมัคร
    Mar 2007
    กระทู้
    141
    คือสิคือที่เพิ่นว่า..ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าวอ่ะละเนาะ..

  4. #4

    "ชีวิตไม่พอกับตัณหา เวลาไม่พอกับความต้องการ
    ไม่มีอะไรเป็นของเรา แม้แต่ตัวของเราเอง
    ที่พักครั้งสุดท้าย คือป่าช้า"


    มักประโยคนี้แฮงจ้าท่านเจ้าของกระทู้ ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ จ้า มีประโยชน์หลายๆ จ้า ซ่อยเตือนสติผู้ข้าได้ดีที่เดียวว่า บ่ว่าสิเป็นคนรัก ตำแหน่ง หรือหัวโขนที่เฮาพากันสวมอยู่นี่ พอตายไปแล้วกะบ่มีไผสามารถเอาไปได้ มีแต่คุณงามความดีท่อนั้นที่สิเหลือไว้ให้คนรุ่นหลังได้จดจำเอาไว้

    มื้อนี้ พวกเฮาได้ทำดี มีน้ำใจ ต่อเพื่อนฝูง ญาติมิตร เพื่อนร่วมงาน หรือรักษาน้ำใจของคนที่เฮาฮักแล้วหรือยัง?

  5. #5
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197
    ฉากตอนจบของชีวิตมนุษย์ ก็คือ ความตาย

    การอยู่อย่างใส่ใจกัน เอื้อเฟื้อกัน แบ่งปันความสุข

    การหล่อหลอมกายกับธรรมะ เข้าด้วยกันด้วยการนั่งสมาธิ

    การใช้ธรรมะเป็นเครื่องชี้นำชีวิต เป็นสิ่งที่ประเสริฐทุกชาติภพ

    ขอบคุณมากนะคะ

    สำหรับบทความที่เตือนสติ ที่มอบให้ครั้งนี้นะคะ

  6. #6
    ดูแลตรวจสอบเนื้อหา สัญลักษณ์ของ ญา ทิวาราช
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    กระทู้
    838
    บล็อก
    17

    ดวงดาว The Star

    กระทู้ต้นฉบับโดยคุณ หมูน้อย
    ความคิดนั้นแก้กิเลสได้ ดับกิเลสได้ คือทำที่ร้อนให้เย็นได้
    ความสำคัญอยู่ที่ต้องคิดให้เป็น คิดให้ถูกเรื่อง
    ถูกจริตนิสัยของตน ความสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ
    ต้องมีความจริงจังที่จะดับความร้อนในใจตน


    c06:c06: ทำไมเวลาเราใจร้อน...ทำร้ายความรู้สึกดีๆๆ
    ที่เรามีต่อคน..ที่เรารักและหวังดีต่อเรา.....เพราะเราไม่มีสติใช่ไหม
    .....คำพูด..เป็นสิ่งหนึ่งในหลายๆๆสิ่งที่ไม่สามารถดึงย้อนคืนมาได้
    .....แต่ทำไมคนเราถึงได้เผลอเลอพูดทำร้ายน้ำใจคนอื่นที่หวังดีต่อเรา
    .....เพราะความอารมณ์ร้อน..ใจร้อน..ที่มีในตัวเราใช่ไหมค่ะท่าน...ญา ทิวาราช



    แมนข้าน้อย ..
    ณ เวลาวินาทีนี้ จงมีสติ รู้กาย รู้ใจ ตั้งมั่นเป็นกลาง อย่าประมาทชีวิตนี้เลยดีนักแล จากใจผู้ข้าสู่ทุกคน
    :l-:l-:l-
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ญา ทิวาราช; 21-03-2010 at 13:02.

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •