กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

หัวข้อ: วัฏฏสงสาร

  1. #1
    ดูแลตรวจสอบเนื้อหา สัญลักษณ์ของ ญา ทิวาราช
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    กระทู้
    838
    บล็อก
    17

    สว่างใจ วัฏฏสงสาร


    วัฏฏสงสาร



    ความหมายและขอบข่ายของวัฏฏสงสาร

    วัฏฏสงสาร พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน แปลว่าการเวียนว่ายตายเกิด ผู้เขียนเข้าใจว่าเป็นการแปลแบบอรรถาธิบาย คือแปลเอาใจความเป็นใหญ่
    ซึ่งหมายถึงการที่จิตหรือใจหรือธาตุรู้หรือมโนวิญญาณดวงหนึ่งๆ เวียนว่ายไปจุติ (เกิด) หรือปฏิสนธิในภพใดภพหนึ่งหรือภูมิใดภูมิหนึ่ง
    ไม่ว่าจะเป็นภพน้อยหรือภพใหญ่หรือภพเดิมภูมิเดิมรอบใหม่ไม่มีที่สิ้นสุดไม่หยุดไม่หย่อน ออกจากภพหนึ่งก็ไปสู่อีกภพหนึ่งเรื่อยๆ ไปไม่มีที่สิ้นสุด
    ตามอำนาจของ วัฏฏะ 3 (พระราชวรมุนี 2528:118) คือ กิเลสวัฏฏะ กรรมวัฏฏะ วิบากวัฏฏะ พาให้เป็นไป มนุษย์ทุกคนสัตว์เดรัจฉานและอสุรกายทุกตัว ที่เกิดมาในกามภพนี้
    ต่างก็เป็นอย่างเดียวกัน คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย หรือ อุบัติขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป

    วัฏฏสงสาร คือ วัฏฏะ แปลว่าหมุนรอบหรือหมุนวน กับ สงสาร คือ ความสลดหดหู่ใจ มักเรียกว่าความน่าสงสาร
    เป็นอาการของจิตหรือใจหรือมโนวิญญาณ ที่มองเห็นโทษเห็นภัยในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่มีอยู่เป็นอยู่หรือจะมีจะเป็นในโอกาสต่อไป
    เป็นสิ่งที่ไม่เจริญตาไม่เจริญใจ ไม่น่ารื่นรมย์ เป็นสิ่งที่มีแต่ความทุกข์ทรมานแฝงอยู่ น่าเบื่อหน่าย น่าสงสารผู้ไม่รู้ตัวติดงมจมอยู่กับสิ่งเหล่านั้น

    ปุถุชนคนธรรมดา จะมองเห็นแต่ความน่าสงสารของคนอื่น มักมองไม่เห็นความน่าสงสารของตัวเอง เนื่องจากขาดโอปะนะยิโกคือการน้อมเข้ามาหาตน
    คิดว่าคงเป็นแต่เขา เราคงจะไม่เป็นเช่นนั้น ทั้งนี้เพราะกิเลสทิฐิมานะอวิชชาปิดบังเอาไว้
    ทำให้ตกอยู่ในอาการของคนประมาทมัวเมาทำให้ติดจมอยู่ในอาการของความน่าสงสารนั้น
    วนไปเวียนมาไม่มีที่สิ้นสุด ท่านอุปมาอุปมัยเหมือนมดแดง ไต่ขอบภาชนะที่เป็นวงกลม ไต่ไปหน้านานเท่าใดก็ไม่เห็นที่สิ้นสุด
    ไม่ทราบว่าเมื่อใดจะรู้ตัว และรู้จักวัฏฏสงสารมองเห็นโทษภัย ในการติดอยู่จมอยู่กับวัฏฏสงสาร และหาทางหลีกเลี่ยงไปเสียจากวัฏฏสงสารนั้น

    ความน่าสงสารเป็นเรื่องใหญ่ เกี่ยวข้องกับมนุษย์ทุกชาติ ทุกภาษา ทุกศาสนาเป็นอย่างไรการได้เกิดมาเป็นมนุษย์ท่านว่าเป็นลาภอันประเสริฐ
    เนื่องจากภพภูมิมนุษย์เป็นภพภูมิที่มีความพร้อมที่จะรองรับคุณธรรมศีลธรรมจริยธรรมมากกว่าภพภูมิอื่นๆ
    มนุษย์ สัตว์เดรัจฉาน อสุรกาย บางประเภท แม้จะมีร่างกายและจิตใจเช่นเดียวกับมนุษย์
    แต่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในกรอบของคุณธรรมศีลธรรม มนุษย์มีมากว่าสัตว์เดรัจฉาน
    ถ้ามนุษย์ที่เกิดมาไม่มีคุณธรรมศีลธรรมจริยธรรม มนุษย์ก็ไม่ต่างอะไรจากสัตว์เดรัจฉาน และอาจจะโหดร้ายยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานเสียอีก
    มนุษย์ที่เกิดมาแล้ว มิได้ใส่ใจทำบุญทำกุศล สะสมบุญบารมีให้แก่ตัวเอง ก็ไม่ต่างอะไรจากสัตว์เดรัจฉาน คือเกิดมาใช้กรรม เกิดมาใช้เวร หมดอายุขัยแล้วก็ตายไป

    มนุษย์แม้จะมีหลายเผ่าพันธุ์ หลายชาติ หลายภาษา หลายความเชื่อ หลายศาสนา ต่างก็มีร่างกายและจิตใจ เป็นองค์ประกอบสำคัญเหมือนกัน
    ถิ่นที่อยู่ของมนุษย์แม้จะอยู่คนละแห่ง แต่ก็อยู่โลกอันเดียวกัน สมัยก่อนห่างกันไกลกันมาก ไม่สามารถไปมาหาสู่กันได้
    แต่ปัจจุบันยานพาหนะเจริญก้าวหน้าขึ้น สามารถไปมาหาสู่กันได้ทุกที่ ความสำคัญของเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา น่าจะลดน้อยถอยลง ความเมตตาสงสารซึ่งกันและกันในหมู่มนุษย์น่าจะมีมากขึ้น

    มนุษย์ทุกชาติทุกภาษาทุกศาสนา มีความต้องการพื้นฐานเหมือนกัน คือต้องการอยู่ดี กินดี มีความสุข ร่างกายต้องการอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค ยานพาหนะ เครื่องมือสำหรับทำงาน
    จิตใจต้องการความรื่นรมย์ ความสะดวกสบาย ความสุขสงบเย็น การศึกษาเล่นเรียนจากคนรุ่นก่อน ทำให้มนุษย์สามารถดำรงฐานะอยู่ได้ และเจริญก้าวหน้าเรื่อยมา
    การศึกษากับการปกครองเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะทำให้มนุษย์อยู่กันเป็นหมู่เหล่าได้อย่างมีความสุข

    มนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมกับความทุกข์ยากลำบาก เนื่องจากเกิดมามีร่างกาย ร่างกายต้องการอาหาร น้ำ เครื่องนุ่งห่ม
    เกิดมาใหม่ๆ ผู้ทำให้เกิดต้องรับผิดชอบบำรุงเลี้ยงดู ถ้าเขามีความรับผิดชอบดี ก็จะสบายและเจริญเติบโตจนรู้จักรับผิดชอบ ทำมาหากินเลี้ยงดูตนเองได้
    ถ้าเขาไม่รับผิดชอบก็จะลำบาก อาจจะถูกปล่อยให้ตายเสียตั้งแต่ยังเล็ก เมื่อเจริญวัยขึ้นพอที่จะทำมาหากินเลี้ยงตนเอง
    และผู้เกี่ยวข้องที่มีบุญคุณต่อกันสืบต่อกันไป มนุษย์ทุกหมู่เหล่าต้องดิ้นรนขวนขวายทำมาหากิน
    เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนปรารถนา หาไม่หยุดหย่อน ไม่หาก็กลัวจะไม่มีอยู่ไม่มีกิน ไม่มีใช้การกินการหา เป็นความทุกข์ยากลำบาก เป็นความน่าสงสารของมนุษย์ประการที่หนึ่ง

    การทำมาหากินของมนุษย์ นอกจากจะเกิดความยุ่งยากลำบากแล้วยังเป็นบ่อเกิดแห่งการต่อสู้แย่งชิง เนื่องจากต่างคนต่างก็แสวงหา
    ต่างคนต่างก็จะเอาให้ได้ การต่อสู้แย่งชิงกันก็เกิดขึ้น กลายเป็นการลักขโมย ตีชิงวิ่งราว หลอกลวง คดโกงกันขึ้น
    นอกจากต่อสู้แย่งชิงระหว่างมนุษย์ด้วยกันเองแล้ว บางครั้งมนุษย์ก็แย่งชิงกับสัตว์เดรัจฉาน เบียดเบียนข่มเหงสัตว์เดรัจฉานผู้มีกำลังอ่อนด้อยกว่า
    กลายเป็นกรรมวัฏฏะ วิบากวัฏฏะ เกิดขึ้นตัดรอนความสงบสุขของมนุษย์ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต
    เนื่องจากกรรมบางอย่างแม้เปลี่ยนภพเปลี่ยนชาติไปแล้ว ก็ยังตามให้ผลอยู่

    เมื่อมนุษย์หาสิ่งที่ต้องการมาได้สมปรารถนาแล้ว มนุษย์จะมีความรู้สึกหวงแหนสิ่งเหล่านั้น จะพยายามรักษาสิ่งของเหล่านั้นเอาไว้
    เพื่อประโยชน์ตนและผู้เกี่ยวข้อง หามาได้แล้วก็มายุ่งยากเรื่องการเก็บรักษาอีก ความหวนแหนกลายมาเป็นความห่วงใย จะหนีไกลก็ไม่ได้ต้องคอยเฝ้าคอยดูแล
    นอกจากยุ่งยากลำบากเพราะการหาแล้ว ก็มายุ่งยากลำบากเพราะการห่วง การหวงอีก ความน่าสงสารของมนุษย์ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
    การต่อสู้แย่งชิงของมนุษย์ เกิดขึ้นทุกหมู่เหล่าเผ่าพันธุ์ แม้เผ่าพันธุ์เดียวกันก็แย่งชิงกัน ยิ่งต่างเผ่าพันธุ์ความโหดร้ายยิ่งเพิ่มมากขึ้น
    กลายเป็นสงครามประหัตประหารกันซึ่งหน้าเปิดเผย ชนิดใครดีใครอยู่ ประวัติอันยาวนานของมนุษยชาติ ชี้ให้เห็นความน่าสงสารของเหล่ามนุษย์มีมากมาย เมื่อใดหนอหมู่มนุษย์จึงจะอยู่กันอย่างสันติสุข

    ความต้องการของมนุษย์มีหลายสิ่งหลายประการ นอกจากหามาเพื่อกินเพื่อใช้ เพื่ออาศัย เพื่อรักษาโรคแล้ว ยังหามาเพื่อกามฉันทะ หามาเพื่อเกียรติยศชื่อเสียงอีก
    ยิ่งหลายอย่างหลายประเภทขึ้น ความยุ่งยากลำบากของมนุษย์ยิ่งทวีขึ้นเป็นเงาตามตัว ไฟกิเลสโลภ โหมกระหน่ำ เผาผลาญจิตใจของมนุษย์ตลอดเวลา
    น่าสงสารมนุษย์เหล่าผู้ไม่รู้จักธรรมะเครื่องแก้กิเลส ไม่รู้จักบรรเทาไฟกิเลสมิให้ลุกลามเกินความพอดี
    ไฟกิเลสโลภ ไฟกิเลสโกรธ ไฟกิเลสหลง ก็จะกระหน่ำความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และสุดท้ายโลกทั้งโลกก็จะลุกเป็นไฟ โหมไหม้เหล่ามนุษย์โดยไม่เลือกหน้า
    โอย มันช่างน่าสงสารเหล่ามนุษย์ผู้ไม่รู้จักศีล ไม่รู้จักธรรมแท้หนอ
    นอกจากทุกข์ที่เกิดจากเหตุภายนอก จะรุมเร้ามนุษย์ตลอดเวลาแล้ว มนุษย์ยังมีทุกข์ที่เกิดจากเหตุภายในรุมเร้าเพิ่มเข้าไปอีก
    นั่นคือความเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายของมนุษย์เอง มันเกิดขึ้นมีขึ้นตลอดเวลา ไม่ยกเว้นให้ใคร
    กล่าวคือ ร่างกายของมนุษย์ทุกคนที่เกิดมาจะเปลี่ยนแปลงไปตามกฎอนิจจัง คือไม่เที่ยง
    จะขลุกอยู่กับความทุกข์นานาประการเรียกว่าทุกขัง และสุดท้ายจะพบกับความเสื่อมสลาย ว่างเปล่า เรียกว่าอนัตตา คือ ไม่มีตัวตนแน่นอน หมุนเวียนเปลี่ยนไปตลอดเวลา

    ร่างกายมนุษย์ไม่ว่าชาติใดภาษาใดเผ่าพันธุ์ใด สูงต่ำดำขาว ขี้เหร่หรือสวยงามเพียงใดก็ตาม จะมีการ
    เปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเรื่อยๆ จะมีโรคภัยไข้เจ็บคอยรบกวนเบียดเบียน ตามอำนาจของกรรมวัฏฏะ วิบากวัฏฏะ บันดาลผลให้เป็นไป
    บางทีเกิดมาร่างกายพิกลพิการไม่สมประกอบบางคนเกิดมาวิกลจริต หาความสุขความเจริญไม่ได้ บางคนเป็นมาแต่กำเนิด บางคนก็มาเกิดเป็นในภายหลัง เนื่องจากมีกรรมบีบคั้นทรมานปรุงแต่งให้เป็นไป

    การเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายของมนุษย์เกิดขึ้นมีขึ้นตลอดเวลาตามกฎอนิจจังคือความไม่เที่ยง นานๆไปกลายเป็นแก่ชรา กำลังวังชาจะลดน้อยถอยลง
    ขณะเดียวกันก็จะมีโรคภัยไข้เจ็บคอยรบกวนเบียดเบียนโรคหนึ่งหายไปโรคใหม่เกิดขึ้นแทน รักษาเยียวยากันไม่หยุดไม่หย่อน ยิ่งแก่ชรายิ่งหนักหนาขึ้นไปอีก
    ป่วยง่ายหายยาก และสุดท้ายทุกคนไม่ว่าชาติใดภาษาใด ล้วนแต่จะต้องตายจากกันไป เกิดเท่าใดตายเท่านั้น

    หลายคนคิดว่าตายแล้วสูญ คือไม่มีอะไร ทุกอย่างจบสิ้นไป คนคิดเช่นนี้เป็นคนเห็นตนครึ่งเดียว คือ เห็นว่าตนเองหรือร่างกายเท่านั้น
    จิตหรือใจหรือผู้รู้หรือมโนวิญญาณนั่นเป็นใคร ใช่เราหรือเปล่า ร่างกายเสื่อมสลายผุพังแล้ว เขาไปไหน ไปอย่างไร เป็นอย่างไร
    ปกติวันที่ 3 หลังการตายเกิดขึ้น เขาจึงจะรู้ตัวว่าตายแล้วสูญหรือไม่สูญ จบสิ้นหรือไม่จบสิ้น
    ซึ่งเมื่อถึงวันนั้น แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว หมดหวังหมดโอกาสที่จะใช้ร่างกายทำประโยชน์ให้ตนเองแล้ว
    น่าเสียดายมาก คนไม่ได้ศึกษาเรื่องศีล สมาธิ ปัญญา ไม่เข้าวัดเข้าวาศึกษาปฏิบัติธรรม
    หมดโอกาสที่จะรู้จิตเห็นใจตนเองอย่างแจ้งชัด ทำให้เห็นผิด คิดผิด ทำผิด จากทำนองคลองธรรมหลายอย่างหลายประการ
    มรรคผลนิพพาน ไม่ได้อยู่ในความหวังของเขาเลยคนส่วนใหญ่เห็นผิดกันอยู่เช่นนี้





    วัฏฏสงสารวัฏฏสงสาร


    จงมีสติ รู้กาย รู้ใจ ตั้งมั่นเป็นกลาง อย่าประมาทชีวิต
    ไม่มีอะไรเป็นของเรา แม้แต่ตัวของเราเอง
    ที่พักครั้งสุดท้าย คือ ป่าช้า



    วัฏฏสงสารวัฏฏสงสาร









    โดย พิทักษ์ธรรม
    จากหนังสือ วัฏฏสงสารและมรรคผลนิพพาน
    ที่มา board.palungjit.com
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ญา ทิวาราช; 21-03-2010 at 18:57.

  2. #2
    ยาวมากเดียวกับมาอ่านใหม่คะ ถ้าทุกคนมีจิตที่สงสานซึ้งกันและกันอีกนิด

    โลกนี้จะน่าอยู่ขึ้นเยอะนะคะ

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •