กำลังแสดงผล 1 ถึง 1 จากทั้งหมด 1

หัวข้อ: ฉันกุมชะตาตัวฉันเอง

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ฉันกุมชะตาตัวฉันเอง


    ฉันกุมชะตาตัวฉันเอง



    เมื่อถามว่าใครๆก็อยากถูกล็อตเตอรี่
    จะพบว่า ทุกคนอยากถูกล้อตเตอรี่ เกือบร้อยละ 100 ทีเดียว


    ในการซื้อล๊อตเตอรี่ อาจจะพบว่า คนรวยก็ซื้อบ้างเป็นบางครั้งเพื่อความสนุก


    แต่ข้อแตกต่างอย่างแรกสำหรับการซื้อล๊อตเตอรี่ ของคนรวย กับคนที่ยังไม่ทันรวย


    ก็คือ คนรวยไม่ได้ซื้อล็อตเตอรี่ด้วยเงินครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งหมด
    และข้อสองคือ การถูกล็อตเตอรี่ไม่ใช่ "กลยุทธ์" หลักที่ทำให้พวกเขาร่ำรวยขึ้นมา


    เราต้องมีความเชื่อมั่นว่า เราคือผู้สร้างหนทางสู่ความสำเร็จด้วยตนเอง คือผู้ที่ทำให้ตัวเองมีฐานะปานกลาง และคือผู้ที่ทำให้ตัวเองหาเงินและความสำเร็จสู่ความร่ำรวย
    แต่ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม ให้คิดว่า คนๆ นั้นก็คือคุณ เสมอ


    คนยากจน มักจะเลือกที่จะสวมบทบาทผู้ถูกกระทำ แทนที่จะยืดอกรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต


    ความคิดอันดับต้นๆในหัวของผู้ถูกกระทำจะเป็นในทำนองที่ว่า "ฉันนี่น่าสงสารจังเลย " ดังนั้นด้วยพลังแห่งความตั้งใจ เขาคนนั้นก็จะกลายเป็นคนที่ "น่าสงสาร" ขึ้นมาจริงๆ


    แล้วเรายังจะบอกได้อย่างไรเวลาคนเราสวมบทบาทของ ผู้ถูกกระทำ อีกหรือคะ

    พวกเขาจะมีพิรุธที่เห็นได้ชัดอยู่ 3 ข้อ



    พิรุธที่ 1 : นักกล่าวโทษ


    เมื่อถามว่าทำไมพวกเขาถึงไม่ร่ำรวย ผู้ถูกกระทำส่วนใหญ่จะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการกล่าวโทษ ซึ่งหมายถึงขีดความสามารถของคุณในการโยนความผิดใส่คนอื่นๆ หรือสถานการณ์ต่างๆโดยไม่ต้องหันมาดูตัวเอง


    ผู้ถูกกระทำโทษระบบเศรษฐกิจ โทษรัฐบาล โทษตลาดหุ้น โทษผู้จัดการ โทษบริษัทแม่ โทษหัวหน้า โทษลูกน้อง โทษแผนกจัดส่ง โทษคู่สมรส โทษพระเจ้า และแน่นอน พวกเขากล่าวโทษพ่อแม่ตัวเองเสมอๆ

    สำหรับคนกลุ่มนี้ ทุกอย่างเป็นความผิดของคนอื่นหรือสิ่งอื่นเสมอๆ สิ่งที่เป็นปัญหาคือสิ่งใดๆ หรือใครก็ตามที่ไม่ใช่ตัวเขาเอง


    พิรุธที่ 2 : นักแก้ตัว


    ถ้าผู้ถูกกระทำ จะไม่หาทางโทษคนอื่น เราและท่านก็คงเคยที่จะได้ยินพวกเขาพูดแก้ตัวในทำนองที่ว่า "เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญอะไรนักหรอก"


    ประเด็นก็คือ ถ้าเราบอกสามีหรือภรรยา หรือแฟน หรือคนรัก หรือเพื่อนของเราว่าพวกเค้าไม่ใช่คนสำคัญอะไรนัก คุณว่าพวกเขาจะอยากอยู่กับเราต่อไปหรือเปล่าคะ?
    เล็กว่าเราไม่คิดอย่างนั้นนะ ดังนั้นเงินก็คงเหมือนกันนะคะ!


    ขอบอกได้เลยว่า ใครก็ตามที่บอกว่าเงินไม่ใช่สิ่งสำคัญย่อมไม่มีเงิน!


    พวกเขาอาจจะเถียงข้างๆคูๆว่า "ยังไงซะ เงินก็ไม่สำคัญเท่าความรัก" เอาล่ะ มันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเอามาเปรียบเทียบกันได้นะคะ


    หรือคุณคิดว่าอะไรสำคัญกว่ากันล่ะ ท่อนแขนหรือท่อนขา? บางที่มันอาจสำคัญทั้งสองอย่างก็ได้นะคะ


    แม้ว่าความรักจะช่วยให้โลกหมุนไป แต่มันก็ไม่สามารถช่วยให้คุณสามารถจ่ายค่าสร้างโรงพยาบาล บ้าน สิ่งอำนวยความสะดวกได้เลย และที่สำคัญก็คือ มันก็ไม่ทำให้ใครอิ่มท้องด้วย



    พิรุธที่ 3 : นักบ่น


    จงเชื่ออย่างหมดใจในกฎครอบจักรวาลที่กล่าวว่า "สิ่งที่คุณให้ความสนใจจะยิ่งเพิ่มขยายผล"

    เวลาคุณบ่น เห็นได้ชัดว่าคุณเพิ่มความสนใจไปยังเรื่องร้ายๆที่เกิดขึ้นในชีวิต และเนื่องจากคุณจะได้ในสิ่งที่คุณให้ความสนใจ คุณก็จะได้รับเรื่องร้ายๆในชีวิตมากขึ้นไปอีก


    จะว่าไป เล็กขอบอกว่าคุณไม่ควรเข้าไปคลุกคลีกับพวกชอบบ่น เพราะพลังงานในด้านลบเป็นโรคติดต่อ แต่ก็ยังมีคนจำนวนมากชอบขลุกอยู่กับพวกชอบบ่น เพราะอะไร? เหตุผลง่ายๆคือ พวกเขากำลังรอให้ถึงตาตัวเองบ่นบ้างน่ะสิคะ!


    ตั้งแต่นี้ไป ถ้าเราพบว่าตัวเองกำลังกล่าวโทษตัวเอง หาข้อแก้ตัวให้ตัวเอง หรือพร่ำบ่นกับตนเอง


    ประการแรกที่ควรจะรีบทำก็คือ

    จงรีบละและเลิกในทันที เตือนตัวเองเอาไว้ว่า เรากำลังลิขิตชีวิตตัวเอง

    เราสามารถดึงดูดความสำเร็จไม่ก็ความผิดพลาดเข้ามาในชีวิตได้ตลอดเวลา

    จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่คุณต้องเลือกสรรการใช้ความคิดและถ้อยคำอย่างชาญฉลาด


    และจำไว้เสมอว่า โลกนี้ไม่มีผู้ถูกกระทำที่ร่ำรวยได้หรอกค่ะ
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 26-03-2010 at 06:59.

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •