กำลังแสดงผล 1 ถึง 1 จากทั้งหมด 1

หัวข้อ: จนคิดเล็ก รวยคิดใหญ่

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    จนคิดเล็ก รวยคิดใหญ่


    จนคิดเล็ก รวยคิดใหญ่



    ในชีวิตเราคงเคยพบว่า
    กับคำคำนี้ คือ


    คนจนคิดการเล็ก - คนรวยคิดการใหญ่


    คุณจะได้รับเงินเท่ากับมูลค่าของตัวคุณในท้องตลาด


    ปัจจัยที่บ่งบอกมูลค่าของคุณในท้องตลาดมี 4 ประการ

    นั่นคือ


    อุปสงค์
    อุปทาน
    คุณภาพ
    และปริมาณ


    จากประสบการณ์พบว่า ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคอันใหญ่หลวงที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่คือ ปริมาณ ซึ่งหมายถึง ปริมาณงานที่คุณสามารถทำได้ในสาขาอาชีพนั้นๆ


    พูดอีกอย่างก็คือ คุณสามารถให้บริการหรือสร้างผลกระทบกับจำนวนคนมากแค่ไหน?


    มีเพื่อนคนหนึ่งเคยมาเล่าให้ฟังว่าเพื่อนของเขาเป็นเจ้าของฟิตเนส ตั้งแต่นาทีแรกที่เขาคิดจะทำธุรกิจนั้น เขาตั้งใจจะเปิดสาขาให้ประสบความสำเร็จสักร้อยแห่งและให้บริการคนป็น หมื่นๆคน


    ในทางกลับกัน

    คู่แข่งของเขาซึ่งเริ่มทำธุรกิจนี้หลังจากเขาหกเดือน


    คาดหวังแค่การสร้างฟิตเนสที่ประสบความสำเร็จเพียงสาขาเดียวเท่านั้น

    สุดท้ายแล้ว เธอจึงมีฐานะแค่พออยู่ได้

    ขณะที่เพื่อนของคนที่นำมาเล่าให้ฟัง ได้ประสบความสำเร็จ และ ร่ำรวย!


    หนึ่งในนักประดิษฐ์และนักปรัชญาผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคของเราคือ บัคมินสเตอร์ ฟูลเลอร์ เขาเคยกล่าวไว้ว่า



    "จุดประสงค์ในชีวิตของเราคือการเพิ่มคุณค่าให้ชีวิตของผู้คนในยุคนี้และยุคต่อๆไป"


    เราต่างถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกพร้อมกับพรสวรรค์

    ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทำได้ดีโดยธรรมชาติ คุณได้รับของขวัญพิเศษนี้ด้วยเหตุผลประการเดียว


    นั่นคือ


    เพื่อนำไปใช้และแบ่งปันให้กับคนอื่นๆ

    ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า

    ผู้ที่มีความสุขที่สุดคือคนที่ใช้พรสวรรค์ของตนอย่างเต็มที่


    หนึ่งในภารกิจแห่งชีวิตของคุณคือการแบ่งปันพรสวรรค์
    และคุณค่าของคุณให้ผู้คนจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
    นั่นหมายถึงการเต็มใจที่จะคิดการใหญ่


    ความหมายของคำว่า ผู้ประกอบการ

    เราให้คำจำกัดความกับมันว่า


    "ผู้แสวงหาผลกำไรจากการช่วยคนอื่นแก้ปัญหา"
    ใช่แล้ว อาชีพนี้ไม่ต่างอะไรจาก "นักแก้ปัญหา"


    ยิ่งคุณช่วยคนมาก คุณก็จะ "ร่ำรวย" ยิ่งขึ้น
    ทั้งทางด้านจิตใจ อารมณ์ จิตวิญญาณ
    และที่แน่ๆ ก็คือ ด้านการเงิน


    เคยเห็นผู้คนมากมายที่คิดแต่เรื่องเล็กๆ
    และผู้คนอีกมากมายที่ปล่อยให้ตัวตนซึ่งยึดติดกับ
    ความกลัวมีอำนาจควบคุมชีวิต


    ผลก็คือพวกเราจำนวนมากไม่ได้ใช้ชีวิตด้วยศักยภาพขั้นสูงสุด
    ที่ตัวเองมี ทั้งในแง่ชีวิตส่วนตัวและการอุทิศตนให้ผู้อื่น



    มาเรียน วิลเลียมสัน ผู้ประพันธ์หนังสือชื่อ A Return to Love เขียนไว้ดังนี้


    "คุณคือบุตรของพระเจ้า การทำแต่สิ่งเล็กๆ ไม่ใช่การรับใช้โลก การหดตัวให้ลีบเล็กเพื่อคนอื่นๆ รอบตัวจะได้ไม่รู้สึกหวาดหวั่นนั้นไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อะไร เราต่างถูกลิขิตมาให้เปล่งประกายเฉกเช่นเด็กตัวน้อย เราถือกำเนิดมาเพื่อแสดงพระนามศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าซึ่งสถิตย์ในตัวเราให้เป็นที่ประจักษ์ มันไม่ได้มีอยู่เพียงแต่ในตัวเราบางคน มันมีอยู่ในทุกคน

    และเมื่อเราปล่อยให้แสงสว่างในตัวเราเจิดจ้า เท่ากับเราได้อนุญาตให้คนอื่นทำเช่นเดียวกันโดยไม่รู้ตัว เมื่อเราปลดเปลื้องตัวตนจากความกลัวของเราเอง การดำรงอยู่ของเราก็จะปลดเปลื้องคนอื่นไปด้วยโดยอัตโนมัติ"


    ท้ายที่สุด

    การคิดเล็กและทำแต่เรื่องเล็กจะนำไปสู่การสิ้นเนื้อประดาตัว
    และความไม่พอใจในตนเอง


    ส่วนการคิดใหญ่และทำการใหญ่จะนำไปสู่การมีพร้อม
    ทั้งเงินและความหมายในชีวิต คุณเลือกเอาได้ตามใจ!



    จาก FW mail
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 26-03-2010 at 07:13.

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •