กำลังแสดงผล 1 ถึง 5 จากทั้งหมด 5

หัวข้อ: ผีเชื้อ ผีปู่ตา บรรพบุรุษไทอีสาน (ผมเรียบเรียงเอง)

  1. #1
    kitti101
    Guest

    ผีเชื้อ ผีปู่ตา บรรพบุรุษไทอีสาน (ผมเรียบเรียงเอง)


    ผีเชื้อเป็นชื่อเรียกของผีบรรพบุรุษของชาวไทยอีสาน โดยเรียกตามคำว่า ?เชื้อสาย? ซึ่งแสดงถึงความเชื่อในเรื่องการตายของคน ที่บรรพบุรุษตายไปแล้วจะไปอยู่ที่หมู่บ้านผีและยังปกปักรักษาลูกหลานอยู่ใกล้ คุ้มครองลูกหลานจนเกิดคำว่า ?เจ็ดโคตรเหง้าเฝ้าลูกเฝ้าหลาน? ซึ่งนักวิปัสสนาบางท่านอาจมองทางในเห็นว่าเวลาเราเดินไปไหนมาไหนจะมีบรรพบุรุษเจ็ดชั่วโคตรรอยู่บนหัวของเราไปด้วย ดังนั้นเมื่อท่านให้การดูแลปกปักรักษาเรา เราต้องเคารพเชื่อฟังญาติผู้ใหญ่และผู้เป็นญาติในตระกูลเดียวกันห้ามผิดใจหรือแตกคอกัน ต้องไปมาหาสู้กันเหมือนกับสมัยที่บรรพบุรุษกระทำมา และต้องทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้หรือต้องทำพิธีเลี้ยงผีเมื่อจะทำกิจการงานใดๆ ที่เกี่ยวกับครอบครัว(แต่บรรพบุรุษชาวจีนต้องเผาเงินเผาทองเลี้ยงข้าวเลี้ยงของในงานตรุษจีน) หากไม่กระทำตามผู้นั้นอาจต้องโดนลงโทษโดยขัดขวางงานหรือทำให้ป่วยและตายในที่สุด ซึ่งไม่ต่างจากการนับถือผีฟ้าหรือผีแถนมากนักเพราะเป็นเครือสายเดียวกันซึ่งกรณีผีฟ้ากระทำผู้ผิดผีหรือลบหลู่ ก็จะโดนลงโทษเช่นกัน ทีนี้ลองไปศึกษากรณีตัวอย่างในชุมชนแห่งหนึ่งในภาคอีสานที่ยังคงนับถือลัทธิผีสางเทวดาผสมผสานกับพระพุทธศาสนา โดนในอดีตตระกูลแรกของหมู่บ้านที่อพยพจากมาตั้งถิ่นฐานจะนับถือ ?ผีแถน? โดยจะร้องลำและฟ้อนรำวิงวอนขอร้องผีแถนที่บรรพบุรุษมอบให้สืบทอดต่อกันเพื่อให้ท่านบอกว่าคนๆนี้เขาเป็นอย่างนี้เพราะสาเหตุใดและจะแก้ไขอย่างไร ?ทองจันทร์? หญิงวัย 53 ปี ที่มีคุณยายคือยายนงค์นับถือผีแถนอีกคนหนึ่งและเขาได้ถ่ายทอดมาสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน คือร่นของคุณแม่ของทองจันทร์ เมื่อยายนงค์เสียชีวิตไปลูกหลานทุกคนก็อยู่กันอย่างปกติสุขไปมาหาสู่กันตลอดเวลาถึงจะแยกย้ายไปอยู่ห่างไกลกันก็ตาม จนกระทั่งวันหนึ่ง ทองจันทร์หายใจไม่สะดวก ปวดหัว ครั่นเนื้อครั่นตัว บางทีก็หมดสติไปเลย ญาติพี่น้องพาเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลอำเภอ หมอก็ไม่สามารถวินิจฉัยโรคได้จึงส่งเข้ารักษาที่โรงพยาบาลจังหวัดและโรงพยาบาลระดับภูมิภาคในลำดับต่อไป ในขณะที่ทองจันทร์รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลภูมิภาค ทองจันทร์ชอบละเมอพูดว่า ?สูทำไมไม่ให้เขาไป เก็บไว้ทำไม? บางทีก็ลุกขึ้นฟ้อนรำ ญาติพี่น้องก็พยายามฟื้นความคิดหาอดีตว่าเกิดจากสิ่งใด ทุกคนลงความเห็นว่าอาจเป็นเพราะผีเชื้อยายนงค์ แต่เกิดเนื่องจากสาเหตุใดเพราะทองจันทร์เป็นคนมีน้ำใจ โอบเอื้ออารี ไม่ผิดใจกับใครมาก่อน แล้วผีเชื้อลงโทษเขาทำไม การรักษาทางแพทย์ก็ดำเนินต่อไป หมอขออนุญาตผ่าตัดเส้นประสาท และทางลัทธิผี บัวผันผู้เป็นพี่สาวโทรศัพท์ตามผู้เป็นน้าที่จังหวัดขอนแก่นที่เป็นทายาทนับถือผีแถนคนเดียวที่ยังคงเหลือชีวิตอยู่ น้าของทองจันทร์เริ่มกระทำพิธีสืบดวงชะตาก็เลยถามทองจันทร์ว่า ?แม่แกกับป้าคนติดกันนะเขาผิดใจกัน แกลืมสัญญาอะไรหรือเปล่า? ญาติพี่น้องทุกคนก็พยายามหาต้นเหตุว่าทองจันทร์ให้สัญญากับใครไว้ เมื่อทุกคนไม่สามารถนึกได้ก็ช่วยได้เพียงแค่สวดมนต์อ้อนวอน และเลี้ยงผีตามธรรมเนียม คือแต่งสำรับคาวหวาน ปูเสื่อวางหมอน จุดธูปเรียกชื่อผีบรรพบุรุษมารับประทานอาหาร (บางคนโรยขี้เถ้าไว้รอบเสื่อปรากฏมีรอยเท้าจริงๆ) แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรไว้ได้นอกจากจะทรุดลงมากกว่าเดิม การรักษาด้านการแพทย์ก็ไม่เป็นไปตามที่หวัง หมอพบว่าเส้นประสาททุกเส้น สมองทุกส่วนปกติดี จนกระทั่งวันหนึ่งลูกสาวของทองจันทร์มาเยี่ยมและนำผอบทองมาด้วย ?แม่ผอบนี้ของใครเหรอ ฉันเห็นมันตกอยู่ใต้บันได? ทองจันทร์ก็นึกขึ้นมาได้ว่า ผอบใบนี้ตนได้สัญญากับป้าของตนว่าหากหลานคนแรกของแกลืมตาดูโลกเมื่อไหร่ให้นำผอบนี้ไปให้เขาด้วย ซึ่งในผอบนั้นบรรจุกรรจอนทองที่ป้าใช้ประกอบพิธีบูชาผีแถนแต่ทองจันทร์ก็ลืมเสียสนิท ญาติทุกคนต่างเห็นว่าจะเป็นเพราะสาเหตุนี้ก็ได้ ทองจันทร์จึงให้ลูกสาวนำไปให้เจ้าของเขาพร้อมกับทำพิธีขอโทษ ขอขมาผีเชื้อให้ยกโทษให้ ด้านหมอก็ขอผ่าตัดอีกครั้งคราวนี้หมอก็แก้ไขได้สำเร็จพบว่าเส้นเอ็นเคลื่อนไปทับเส้นประสาท แต่ก็ยังคงรอยผ่าตัดบนใบหน้าที่ทำให้หน้าเบี้ยวเบ้ไปคนละทิศละทาง สำหรับอีกกรณีหนึ่งก็เกิดขึ้นกับตระกูลเดียวกันนี้ ลำพูลลูกสะใภ้ของตระกูลหลังคลอดลูกคนเล็กก็ลุกไม่ไหวอยู่ไฟไม่ได้ ไม่ยอมให้ลูกดื่มนม พูดละเมอพร่ำเพ้อ บางทีก็ล้มทั้งยืน เวลากินยาเหมือนยาค้างที่ตกคอทำไมอ่อนเพลีย บอนผู้เป็นแม่ย่าก็ช่วยให้หมอดูทำนายดวงให้หมอดูบอกว่า ?ตระกูลคุณนับถือผีเหรอ? บอนบอกว่า ?ใช่แต่นานแล้วตั้งแต่สมัยคุณยายแม่ไม่ถือ? ซึ่งหมอดูได้บอกว่า?ผีเชื้อแกล้งเพราะลูกสะใภ้ผิดใจกับตระกูลสามี จึงมาบีบรัดคอเอาไว้? บอนก็ไปสอบถามกับพรผู้เป็นแม่ของลำพูลว่าไปผิดใจกับใครเขาหรือเปล่า พรเล่าว่า ?ตนผิดใจกับทองอินทร์ที่เป็นเพื่อนบ้านมาตั้งแต่สมัยพ่อแม่มาแล้ว บางทีต้องชี้หน้าด่ากัน บางทีก็มีเรื่องจนตบตีกันก็มีและผิดใจกับดาว เพื่อนบ้านที่แม่ของฉันเป็นพี่สาวแม่ของเขา ผิดใจกันเรื่องที่ดินนั้นเอง? ซึ่งทองอินทร์เองก็คืออาของบอนนั้นเอง บอนจึงพาพรไปขอโทษทองอินทร์ ?นะอา เรื่องที่แล้วไปแล้วก็ให้แล้วมันไปนะ สงสารหลานตัวเล็กๆเถอะไม่ได้กินนมแม่เลยนะ? ?สงสารก็จะให้ทำยังไงคิดดูสิมันกับแม่มันถือมีดมาด่าฉันถึงบ้าน? ?ฉันก็ขอโทษด้วยนะพี่อินทร์ ไปช่วยลูกสาวฉันทีนะ ไปผูกแขนให้มันหน่อย? แล้วพรก็ทำพิธีขอขมาผีแถน พ่อแม่และทองอินทร์ ทองอินทร์นึกเห็นใจก็เลยไปเยี่ยมไข้และผูกแขนป่าวประกาศบอกผีบรรพบุรุษว่ายังรักกันดี อยู่สงบสุข ไปมาหาสู่กันเหมือนเดิม ท่านไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ส่วนดาวก็มาทำพิธีเช่นกันแล้วก็เลี้ยงผีตามประเพณี เหตุการณ์ก็ผ่านไปด้วยดี อีกสองวันต่อมาลำพูลก็หายเป็นปลิดทิ้ง รู้สึกไม่เจ็บบริเวณลำคอเหมือนเดิมแล้ว สำหรับผีปู่ตาเป็นอีกผีบรรพบุรุษหนึ่งที่ชาวไทยอีสานให้ความคารพนับถือ โดยมีความเชื่อว่าเป็นบุคคลกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งรกรากถิ่นฐานในหมู่บ้านแห่งนั้นและอาสาที่จะปกปักรักษาหมู่บ้าน ให้เกิดความสงบสุขและประชาชนชาวบ้านได้อยู่เย็นเป็นสุข ณ หมู่บ้านแห่งนี้มีศาลปู่ตาอยู่ในวัดตั้งอยู่ข้างสระน้ำประจำหมู่บ้าน ลักษณะเป็นศาลเพียงตา สี่เสา ใช้แผ่นสังกะสีล้อมเปิดหนึ่งด้าน ให้ชื่อท่านว่า ?ญาพ่อปู่? คนเฒ่าคนแก่เล่าว่า ?ญาพ่อปู่เป็นผีปู่ตา ขี่ม้าขาว มือใหญ่เท่าใบตาล และถือดาบ ทุกคืนท่านจะควบม้าตรวจตราความสงบเรียบร้อยของหมู่บ้าน? ดังนั้นในทุกคืนวันพระชาวบ้านจะได้ยินเสียงคนควบม้าและเสียงม้าร้องทั้งที่หมู่บ้านนี้ไม่มีม้าแม้แต่ตัวเดียว ซึ่งมีเหตุการณ์ที่สนับสนุนคำกล่าวนี้ได้เกิดขึ้นในปีพ.ศ. 2540 เมื่อตุ้มชาวบ้านที่ไปเลี้ยงวัวในทุ่งนาพบคนผมยาวแต่แต่งกายด้วยผ้าจีวรเดินมาหาเขาและบอกกับเขาว่า ?เราอยากกินต้มงูเหลือมที่โนนบ้านเก่า พาเราไปจับงูเหลือมที? เหมือนมนต์สะกดตุ้ม ให้เดินไปที่โนนบ้านเก่า สักพักมีงูเหลือมยักษ์เลื้อยออกมาแล้วปรากฏว่าคนผมยาวนั้นเดินขึ้นไปนั่งบนหลังของงูเหลือมแล้วงูเหลือมก็เลื้อยเข้าชนตุ้ม ตุ้มก็หมดสติไป เมื่อตุ้มหายตัวไปชาวบ้านก็ออกตามหาจนมาพบสภาพตุ้มหมดสตินอนอยู่ที่โนนบ้านเก่า แล้วก็พาตัวกลับบ้าน พอตุ้มรู้สึกตัวชาวบ้านก็ไต่ถามเรื่องราว แต่ตุ้มกลับพูดเป็นภาษาเขมร บางทีก็ร้องไห้ บางทีก็หัวเราะ บางทีก็พูดภาษาไทยบอก อยากกินเด็กแรกเกิด ชาวบ้านจึงนำตัวตุ้มไปที่วัด หลวงตาได้ไต่ถามกับตุ้ม ?แกเป็นใคร มาจากไหน มาทำไม? ตุ้มบอกว่า ?ผมเป็นกระหัง ผมมาจากเขมร มากับหมอลำ อยากกินเด็กแรกเกิดแต่เข้ามาในหมู่บ้านนี้ไม่ได้มีคนขี่ม้าขาวเฝ้าอยู่ มือเขาใหญ่เท่าใบตาลตบหูผมไว้ แล้วไล่ผมให้กลับไปแต่ผมไม่กลับ ผมต้องหาทางเข้ามาในหมู่บ้านให้ได้ ผมจึงใช้คนนี้เป็นคนนำพาเข้ามา? สักพักหลวงพ่อก็เดินไปที่ศาลปู่ตา จุดธูปเทียนบูชาหน้าศาลปู่ตา แล้วชาวบ้านก็ต้องตกตะลึงเมื่อ ได้ยอนเสียงม้าร้อง ?ฮี้? ดังขึ้น ตุ้มอุทานด้วยความตกใจบอกว่า ?เขามาแล้ว ผมไม่อยู่แล้ว ผมไปแล้ว? ตุ้มก็หมดสติไป เสียงควบม้าออกจากวัดไป ไม่นานนักเสียงควบม้าก็กลับม้าพร้อมกับเทียนที่ศาลปู่ตาก็ดับลงพอดีที่เสียงหายไป อีกเหตุการณ์หนึ่งมีพระรูปหนึ่งเดินทางเข้ามาพร้อมกับอุ้มลิงมาด้วย ชาวบ้านไปเจอในสภาพกำลังแหวกกอข้าวหา บอกว่าลิงหาย ชาวบ้านบางคนก็หาช่วย ตกตอนบ่ายพระรูปนี้ไปนั่งใต้ร่มไม้ใกล้ปากทางเข้าหมู่บ้าน ชาวบ้านจึงเข้าไปไต่ตาม ท่านบอกว่า ?เรามาขายยาสมุนไพร พาลิงมาด้วยแต่ลิงหาย ชาวบ้านช่วยหาก็หาไม่เจอ เหนื่อยเลยนั่งพักสักพักก่อนค่อยไปหาต่อ? ชาวบ้านก็นิมนต์ท่านเข้าไปพักในหมู่บ้าน ท่านก็ไม่ไปบอกว่า ?ไม่ไปหรอก หาลิงให้เจอก่อนค่อยจะไป? ชาวบ้านจึงกลับเข้ามาในหมู่บ้าน ไม่นานนักพระภิกษุก็ตามมา ชาวบ้านก็ถามว่า ?เจอลิงแล้วเหรอครับ? ?ไม่เจอ แต่เราเข้ามาขายสมุนไพรก่อน? ท่านก็หยิบสมุนไพรออกมาจากย่าม ลักษณะเป็นหัวว่าน แข็งคล้ายหินท่านบอกว่าชื่อว่านสามพันปี เป็นยาอายุวัฒนะ และยังมีแหวนมาขายด้วย ท่านจึงถามชาวบ้านว่า ?เจ้าที่ในหมู่บ้านนี้แรงเหรอ? ?ทำไมหละท่าน? ?อ้ออาตมารู้สึกรับรู้เช่นนั้น? ?ใช่หละท่าน ญาพ่อปู่เป็นปู่ตาที่หมู่บ้านนี้ ลักษณะขี่ม้าขาว แต่งกายชุดขาว โจงกระเบนเหน็บเตี่ยว มือใหญ่เท่าใบตาล? ?อ้อมิน่าหละ อาตมาเห็นเขาอยู่ตรงปากทางเข้าหมู่บ้าน แล้วลังอาตมากลัวม้าก็เลยวิ่งหนีไป ตามหาก็ไม่เจอ? หลังจากคุยกันนานมาก พระก็พูดขึ้นว่า ?ไม่มีใครซื้อว่านเหรอ เราจะบอกหวยให้นะ จะได้รวยๆ? ชาวบ้านก็ไม่สนใจในเรื่องหวยแต่สนใจในเรื่องที่ท่านเห็นปู่ตาจริงๆเหรอ ก็เกิดความเลื่อมใสขึ้นมาในทันที ก็ขอร้องให้ท่านช่วยทำนายดวงให้ ท่านก็ให้ข้อสัญญาว่าต้องหาลิงให้เจอก่อนแล้วจะทำนายดวงให้ ว่าแล้ว เสียงลิงก็ร้อง ?เจี๊ยก ๆ? ที่สวนหลังบ้าน ชาวบ้านออกตามหาก็ไม่พบ แต่ที่น่าสงสัยคือท่านจะหาตามใบตอง ตามโคนต้นกล้วย เหมือนกับของที่หานั้นขนาดเล็กมาก ไม่นานนักเสียงควบม้าและเสียงม้าร้องก็ดังขึ้นที่ตรงหน้าบ้าน ทุกคนก็พนมมือไหว้ แต่เหตุการณ์ที่ทุกคนเห็นคือพระรูปนั้นวิ่งนี้พร้อมส่งเสียงร้อง ?เจี๊ยกๆ?ไปตลอดทาง และเสียงม้าควบก็วิ่งตามไปติดๆกันจนออกนอกหมู่บ้าน ชาวบ้านหลายคนก็ลงความเห็นว่าพระรูปนั้นอาจเป็นผีปอบ หรือผีชนิดอื่นที่มาก่อเรื่องในหมู่บ้านจึงถูกผีปู่ตาขับไล่ออกจากหมู่บ้าน จากหลายเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นนี้อาจจะพอสนับสนุนความเชื่อนี้ได้บ้าง และในพระพุทธศาสนาก็ได้กล่าวไว้ว่า ?หมู่บ้านผีนะมีจริง คือเป็นหมู่บ้านของผีที่เคยเป็นบุคคลที่มีความเชื่อในลัทธิผีสางเทวดา แบบประเภทวัดไม่เข้า พระเจ้าไม่เคารพ เมื่อตายไปย่อมไปอยู่ในหมู่บ้านผีนี้ร่วมกันกับบุคคลอื่นๆที่เชื่อเช่นกันซึ่งเป็นอีกมิติหนึ่งที่ซ้อนมิติกันอยู่ หากวันเวลาใดที่มิติตรงกันเขากับเราก็อาจอยู่ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น? แล้วคุณหละเคยประสบกับเหตุการณ์เหล่านี้ หรือพิสูจน์ความเชื่อแล้วหรือยัง และคุณมีความเชื่อในเรื่องนี้มากน้อยเพียงใด แต่อยากขอฝากไว้ว่า ?ไม่เชื่อแต่ก็อย่าลบหลู่?

  2. #2
    ฝ่ายบริหารระดับสูง สัญลักษณ์ของ ตรี ศรีเมืองใหม่
    วันที่สมัคร
    Apr 2006
    ที่อยู่
    หนุ่มอุบล คนศรีเมืองใหม่
    กระทู้
    4,876

    Re: ผีเชื้อ ผีปู่ตา บรรพบุรุษไทอีสาน (ผมเรียบเรียงเอง)

    ขอบคุณในข้อมูลครับ...เอาไป 1 คะแนน

  3. #3

    Re: ผีเชื้อ ผีปู่ตา บรรพบุรุษไทอีสาน (ผมเรียบเรียงเอง)

    มันยาวหลายเด้อ

  4. #4
    kitti101
    Guest

    Re: ผีเชื้อ ผีปู่ตา บรรพบุรุษไทอีสาน (ผมเรียบเรียงเอง)

    จริงครับ เกิดจริง

  5. #5
    เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ สัญลักษณ์ของ สาวบ้านนา
    วันที่สมัคร
    Oct 2006
    กระทู้
    1,918

    Re: ผีเชื้อ ผีปู่ตา บรรพบุรุษไทอีสาน (ผมเรียบเรียงเอง)

    โอวว์ มะเชื่อแตอย่าหลบหลู่ นะค่ะ สําหรับ น้องๆที่หยังบ่ฮู้อีโน่อีเหน่ กะดาย เดวเผิ่นสิบ่พอไจ๋เด
    ขอบคุณค่า สําหรับข้อมูล

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •