กำลังแสดงผล 1 ถึง 3 จากทั้งหมด 3

หัวข้อ: สามคนกลายเป็นเสือ

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    สามคนกลายเป็นเสือ


    สามคนกลายเป็นเสือ



    สำนวนจีนมีอยู่คำหนึ่งซึ่งใช้กันมานานและมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบถึงคำของคนคือ "ซาน เหยิน เฉิน หู่" ซึ่งแปลว่า "สามคนกลายเป็นเสือ"
    ซาน แปลว่า สาม
    เหยิน แปลว่า คน
    เฉิน แปลว่า กลายเป็น, เทียบเท่า
    หู่ แปลว่า เสือ



    เรื่องมีอยู่ว่า...


    ในสมัยสงครามระหว่างรัฐ (จั้นกั๋ว) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีรัฐประเทศเล็กๆ อยู่หลายรัฐ ซึ่งแต่ละรัฐก็มักจะก่อสงครามรบพุ่งกันเสมอ จึงถือได้ว่ายุคนั้นเป็นยุคแห่งการสงคราม


    ในยุคนั้นมีรัฐ 2 รัฐ ที่มีเขตแดนติดกันคือรัฐเว่ย และรัฐเจ้า และเพื่อเป็นคำมั่นในการเจริญสัมพันธไมตรีเพื่อต้องการหยุดสู้รบ ทั้ง 2 รัฐจึงได้ตกลงที่จะแลกเปลี่ยนคนซึ่งกันและกันเพื่อเป็นหลักประกัน ดังนั้นอ๋องรัฐเว่ยจึงส่งบุตรชายคนเดียวของตนไปเป็นตัวประกันยังเมืองหลวงรัฐเจ้า ทั้งยังส่งขุนนางชั้นสูงนาม ผางชง เดินทางไปยังรัฐเจ้าด้วยเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้องค์รัชทายาทแห่งรัฐเว่ย


    ผางชง เป็นขุนนางที่มีความรู้ความสามารถอย่างยิ่ง ในวังหลวงจึงมีขุนนางอื่นที่ตั้งตนเป็นปรปักษ์กับเขามากมายเนื่องจากความริษยา ดังนั้นเข้าจึงเกรงว่าหากตนเองเดินทางออกจากวังหลวงแล้วจะมีผู้ไม่หวังดีมาเพ็ดทูลให้ร้ายตน ดังนั้นก่อนออกเดินทาง เขาจึงกล่าวกับ อ๋องรัฐเว่ย ว่า


    "ท่านอ๋อง หากตอนนี้มีคนผู้หนึ่งกล่าวว่า บนท้องถนนกลางเมืองมีเสือเดินมา ท่านจะเชื่อหรือไม่?"


    อ๋องรัฐเว่ยกล่าวว่า "ย่อมไม่เชื่อ เสือที่ไหนจะวิ่งขึ้นมาบนท้องถนนกลางเมือง"


    ผางชงกล่าวอีกว่า "หากมีคน 2 คนกล่าวเช่นเดียวกันเล่า ท่านจะเชื่อหรือไม่?"
    อ๋องรัฐเว่ยตอบว่า "หาก 2 คนพูดเหมือนกัน ข้าก็คงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง"


    ผางชงจึงกล่าวว่า "งั้น หากมีคนถึง 3 คนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า บนท้องถนนปรากฏเสือตัวใหญ่ ท่านเห็นอย่างไร?"


    คราครั้งนี้อ๋องรัฐเว่ยจึงตอบว่า "ถ้าทุกคนพูดเหมือนกัน ข้าก็ได้แต่เชื่อเช่นนั้นแล้ว"

    เมื่อได้ยินอ๋องรัฐเว่ยกล่าวเช่นนั้น ขุนนางใหญ่ได้แต่ถอนหายใจ พลางกล่าวว่า "ท่านอ๋อง เสือไม่อาจวิ่งเข้ามาบนท้องถนน เรื่องนี้คนทั่วไปต่างทราบดี แต่เพียงมีคน 3 คนพูด เหมือนกัน เรื่องเสือบนถนนนี้กลับกลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมา เช่นเดียวกับหานตาน(เมืองหลวงแห่งรัฐเจ้า)ซึ่งห่างไกลจากต้าเหลียง(เมืองหลวงแห่งรัฐเว่ย) เรามากโข ทั้งคนที่รอจะเพ็ดทูลเรื่องต่างๆ ต่อพระองค์ก็ไม่ใช่ว่าจะมีเพียง 3 คนเท่านั้น"


    อ๋องรัฐเว่ยเข้าใจความนัยของคำพูดขุนนางเอก จึงพยักหน้ากล่าวว่า "ข้าเจ้าใจ เจ้าจงวางใจและเดินทางไปเถิด"

    จากนั้นรัชทายาทพร้อมด้วยขุนนางผางชงจึงออกเดินทาง


    หลังจากที่ผางชงจากไปไม่นาน ก็มีบรรดาขุนนางที่ริษยาพากันมาเพ็ดทูลให้ร้ายเขาดังที่เขาคาดไว้ แต่อ๋องรัฐเว่ยก็แก้ต่างให้ผางชงในทุกๆ ครั้ง และยกย่องว่าผางชงเป็นขุนนางผู้มีสติปัญญาและความจงรักภักดี


    แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า เมื่ออ๋องรัฐเว่ยได้รับฟังเรื่องราวความไม่ดีของผางชงมากขึ้นๆ สุดท้ายอ๋องรัฐเว่ยก็กลับคล้อยตามและเชื่อว่าผางชงเป็นขุนนางโฉดไปในที่สุด


    สามคนกลายเป็นเสือ แม้ความจริงไม่มีเสือ แต่เมื่อหลายคนพูดเช่นเดียวกัน ข่าวลือว่ามีเสือก็ทำให้ผู้คนที่รับฟังเชื่อว่าเป็นความจริงได้ สุภาษิตคำนี้หมายความถึง ข่าวลือ หรือคำเท็จ เมื่อถูกพูดออกไปแบบปากต่อปากมากเข้าๆ ก็สามารถทำให้คนทั่วไปที่ไม่ได้รับข้อมูลด้านอื่นเข้าใจผิด ว่าเรื่องที่ไม่มีมูลความจริงหรือเรื่องเท็จเหล่านั้นเป็นความจริง


    ข้อคิดจากเรื่องนี้...

    • คำพูดของคนหลายคนที่พูดเหมือนๆกัน จะสร้างน้ำหนักให้เกิดความเชื่อได้
    • แม้นคำพูดของคนเพียงคนเดียวที่น่าเชื่อถือ ก็สามารถสร้างน้ำหนักให้เกิดความเชื่อได้
    • หากแม้นไม่เชื่อในคำพูดเพียงครั้งเดียว การจะให้เขาเชื่อ ก็ต้องพยายามพูดให้เขารับฟังมากครั้ง เขาก็จะโอนอ่อนเชื่อตาม
    • การนำเสนอเหตุผลที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริง ก็จะทำให้คนฟังเชื่อในสิ่งที่เปรียบเทียบให้เห็นด้วย
    • คนดี คนเก่ง มักจะมีภัยจากความริษยา
    • ความเชื่อมั่นในความคิดของตน จะสามารถโน้มเอียงหรือทำให้ไขว้เขวได้ [/INDENT]





    จาก FW mail

  2. #2
    ร่วมกิจกรรมนำความรู้ สัญลักษณ์ของ เซียนเมา
    วันที่สมัคร
    Jun 2009
    ที่อยู่
    Suratthani
    กระทู้
    1,703
    เป็นเช่นนั้นจริงๆครับ
    ผมเคยประสพกับตัวเองมาแล้วครับ (คนเราคงไม่ทั้งหมด เห็นคนอื่นดีกว่า แล้วเกิดความริษยาขึ้นในใจ)

  3. #3
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์
    วันที่สมัคร
    Mar 2009
    กระทู้
    267
    "ความจริงเป็นสิ่งที่ไม่ตาย"เพิ่นว่าจังสั่นแต่ความเท็จทำไมกลับกลายเป็นความจริงได้
    เป็นธรรมดาที่คนโกหก(ปากมาก)จะมีผู้ที่คล้อยตามได้ง่ายโดยเฉพาะการโกหกแบบเป็นกลุ่มเป็นพวก
    มีคนหลายคนที่เว่าคือกันเฮ็ดให้คนที่ได้ยินได้ฟังเชื่อส่วนคนที่ถูกใส่ความก็ได้แต่ฮ้องแบะๆๆ.....

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •