หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 2 หน้า 12 หน้าสุดท้ายหน้าสุดท้าย
กำลังแสดงผล 1 ถึง 10 จากทั้งหมด 12

หัวข้อ: ความรู้ทั่วๆไป....

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ความรู้ทั่วๆไป....


    ท่านเชื่อหรือไม่



    ขณะที่ร้านก๋วยเตี๋ยวใช้แก๊สหุงต้ม 15 กก. เปิดแก๊สต่อเนื่องตั้งแต่ 7 โมงเช้า ถึงบ่าย 2 โมงเย็น
    เปิดขาย 2 วัน ใช้เแก๊ส 1 ถัง
    เฉลี่ยแล้วถังแก๊สหุงต้มขนาด 15 กก.
    เปิดไฟแรงต่อเนื่องได้ 14 ชม.
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 06-05-2010 at 10:55.

  2. #2
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197
    น้ำยาลบคำผิด ที่เรียกว่าหมึกขาว (Liquid Paper)




    Bette Nesmith Graham ทำงานในหน้าที่เลขานุการ เวลาเธอพิมพ์งาน เธอต้องเจอกับปัญหาการพิมพ์ผิด ซึ่งเธอใช้ยางลบดินสอเป็นตัวช่วยลบ ทำให้การทำงานทั้งล่าช้าและงานไม่เรียบร้อย

    ต่อมามีเครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้าออกมาใช้ คราวนี้เธอเผชิญปัญหาหนักกว่าเก่า เพราะไม่สามารถใช้ยางลบดินสอลบคำผิดได้อีกต่อไป ต้องพิมพ์ใหม่สถานเดียว เธอจึงหาทางแก้ปัญหานี้ด้วยการประดิษฐ์น้ำยาลบคำผิดขึ้นมา

    ในปี ค.ศ. 1956 เธอก็ค้นพบวิธีทำน้ำยาลบหมึกแบบง่ายๆ เพียงใช้น้ำสีขาวบรรจุลงในขวดน้ำยาทาเล็บ ใช้พู่กันป้ายน้ำยาทาเล็บป้ายน้ำสีขาวลงบนกระดาษ แค่นี้คำผิดก็ลบไป พิมพ์ซ้ำทับได้แนบเนียน ใช้ง่าย รวดเร็ว และแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ บรรดาเพื่อนร่วมงานเห็นเช่นนั้น ก็ขอน้ำยาลบหมึกของเธอมาใช้กันบ้าง นี่คือจุดกำเนิดน้ำยาป้ายคำผิด

    เมื่อมีความต้องการน้ำยาป้ายคำผิดมากๆ นางเกรแฮมจึงพัฒนาสีน้ำขาวและทำการผลิตที่บ้านออกจำหน่าย ด้วยการผสมสีขาวลงในเครื่องปั่นน้ำ กรอกใส่ขวดยาทาเล็บ เป็นอุตสาหกรรมครอบครัวยาวนานถึง 17 ปี

    ปี ค.ศ. 1976 เธอสามารถผลิตลิควิด เปเปอร์ได้ถึง 25 ล้านขวด ออกจำหน่ายไปทั่วโลก และต่อมาในปี ค.ศ. 1979 เธอได้ขายกิจการให้กับบริษัทยิลเล็ต (Gillette)


    ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์แจกของ M K Restaurant






  3. #3
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    กางเกงลีวาย

    กางเกงลีวาย



    นายลีวาย สเตราส์ (Levi Strauss) ชาวเยอรมัน เป็นผู้หนึ่งที่ร่วมอยู่ในยุคตื่นทอง เมื่อปี ค.ศ. 1850 ซึ่งทุกคนต่างมุ่งหน้าไปขุดทองที่เหมืองในเมือง ซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา นายสเตราส์ เดินทางไปที่นั่นเช่นกัน เขาไปเพื่อขายของ ซึ่งของที่นำไปขายได้ขายหมดระหว่างทาง เหลือเพียงผ้าเต็นท์เท่านั้น เมื่อไปถึงเหมือง ชาวเหมืองคนหนึ่งบอกให้เขาหากางเกงที่ทนทานมาขายบ้าง เพราะกางเกงคนขุดเหมืองขาดง่าย


    คำพูดนี้จุดประกายความคิดให้สเตราส์ทันที เขาจึงนำเอาผ้าเต็นท์มาให้ช่างตัดเป็นเสื้อและกางเกง แล้วนำออกขาย ปรากฎว่าขายดีอย่างนึกไม่ถึงจนผ้าเต็นท์หมดไปในไม่ช้า


    สเตราส์จึงสั่งผ้าใบเรือมาตัดเสื้อผ้า ในขณะที่ผ้าเต็นท์ขาดตลาด เขาสั่งผ้าหนาอีกหลายชนิดมาจากนิวยอร์ก และนำมาย้อมเป็นสีน้ำเงินคราม อันเป็นสัญลักษณ์ของเสื้อผ้ากรรมกร


    ปี ค.ศ. 1860 ช่างตัดเสื้อชื่อ จาคอบ เดวิส (Jacob Davis) จากมลรัฐเนวาดา ได้ตอกหมุดตามมุมกระเป๋ากางเกงของคนงานเหมือง เพื่อให้บริเวณนั้นที่มักขาดเสมอแข็งแรงขึ้น สเตราส์นำวิธีการตอกหมุดมาใช้กับกางเกงเสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าหนาของเขา และตั้งชื่อ ลีวายส์ (Levi's) ในวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 1873 สเตราส์ได้จดทะเบียนสิทธิบัตรขึ้น ถือเป็นวันกำเนิดกางเกงยีนส์ลีวายส์ที่นิยมใช้ทั่วโลกขณะนี้


    ดังนั้น ที่มาของกางเกงยีนส์ลีวาย คือ จากคนขุดเหมือง ค่ะ


    สรุปก็คือ กางเกงลีวาย คือ กางเกงของกรรมกร
    คล้ายๆกับสีกรมท่า จริงๆก็คือ สีน้ำเงิน แต่สมัยหนึ่งพวก"กรม-ท่า"
    เคยมีเครื่องแบบสีน้ำเงิน ชาวบ้านก็เลยเรียกว่าสี"กรมท่า"จนติดปากกัน
    มาตราบเท่าทุกวันนี้


    ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์แจกของ M K Restaurant

  4. #4
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ความฮิตกางเกงลีวายส์

    ความฮิตกางเกงลีวายส์


    เมื่อไม่นานนี้ ความฮิตกางเกงลีวายส์ ถึงขนาดก่อคดีปล้น


    วัตถุนิยมสังคมเสื่อม ฮิตปล้นยีนส์
    ล่าสุดเป็นแก๊งโจรโจ๋
    (ข่าวจาก นสพ. เดลินิวส์ วันที่ 30/09/2005)

    ปล้นกางเกงยีนส์ลีวายส์อีกแล้ว คราวนี้ 4 เยาวชนอายุเพียง 14-17 ปี
    ตั้งแก๊งออกตระเวนหาเหยื่อที่มีเครื่องประดับติดตัว แล้วช่วยกันรุมทำร้ายเอาทรัพย์สิน
    แต่มาเจอเหยื่อรายนี้ นุ่งกางเกงยีนส์ยี่ห้อแพง เลยเอากางเกงด้วย
    ตำรวจก็ไวเร่งติดตามตัวไม่ทันข้ามคืนก็สามารถจับได้ยกแก๊ง ให้การรับสารภาพสิ้นปิดฉากชีวิตชั่วลงทั้งแก๊ง

    เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 29 ก.ย. พ.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา สวส.สน.ราษฎร์บูรณะ
    พร้อมด้วยพนักงานสอบสวนคดีเด็กและเยาวชน พนักงานอัยการ นักสังคมสงเคราะห์ และทนายความ
    ร่วมกันสอบปากคำเยาวชนอายุ 14-17 ปีรวม 4 คน
    ซึ่งถูกจับได้ในซอยราษฎร์บูรณะ 18 แขวงและเขตราษฎร์บูรณะ หลังจากที่ทั้งหมดร่วมกันก่อเหตุปล้นทรัพย์
    นายพงศธร กวานสุพรรณ อายุ 23 ปี เกิดเหตุที่ปากซอยราษฎร์บูรณะ 18 ฝั่งตรงข้ามห้างบิ๊กซี สาขาราษฎร์บูรณะ

    โดยขณะที่ นายพงศธร กำลังเดินอยู่ริมถนน ได้ถูกวัยรุ่นทั้ง 4 คนล้อมกรอบ บังคับให้ถอดกางเกงยีนส์ลีวายส์
    แต่ นายพงศธรขัดขืน จึงถูกรุมทำร้าย และช่วยกันจับถอดกางเกงยีนส์ออก
    โดยในกระเป๋ากางเกงมีเงินอยู่ 140 บาท แล้วทั้งหมดก็พากันหลบหนีไป

    ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถติดตามจับกุมกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 4 คน
    ได้ภายในซอยราษฎร์บูรณะ 18 ในชุมชนหมอผึ้ง
    ควบคุมตัวมาสอบสวนในเบื้องต้น ทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า อยากได้กางเกงลีวายส์
    และต้องการเงินไปกินเหล้าและเที่ยวเตร่ โดยจะออกตระเวนหาเหยื่อไปในที่เปลี่ยวทุกคืน
    เมื่อเจอเหยื่อที่แต่งตัวดี มีเครื่องประดับ ก็จะเข้ารุมทำร้ายเอาทรัพย์สินทั้งเงินและเครื่องประดับดังกล่าว
    เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ ควบคุมตัวส่งสถานพินิจต่อไป

    สำหรับคดีปล้นกางเกงยีนส์ลีวายส์ เคยเกิดเหตุลักษณะนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ท้องที่ สน.ทุ่งสองห้อง
    โดยคน 3 คนร้ายนั่งดื่มสุราอยู่ใกล้ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น
    ส่วนผู้เสียหายนุ่งกางเกงยีนส์ลีวายส์ริมแดง ราคาตัวละหลายพันบาท
    กำลังจะกลับบ้าน กลุ่มคนร้ายได้ใช้มีดจี้บังคับให้ถอดกางเกงยีนส์ส่งให้ แล้วพากันหลบหนีไป
    โดยปล่อยให้ผู้เสียหายนุ่งกางเกงในกลับบ้านไป
    ซึ่งจนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง
    ก็ยังไม่สามารถติดตามจับกุมกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้มาดำเนินคดีได้แต่อย่างใด

    จาก คอลัมน์รู้ไปโม้ด โดยน้าชาติ ประชาชื่น ในมติชน วันที่ 06 กรกฎาคม 2549

  5. #5
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    กะทะจำพวก เทฟลอน Teflon

    กะทะจำพวก เทฟลอน Teflon



    ปี ค.ศ. 1938 นายรอย เจ พลันเค็ต (Roy J. Plunkett) นักวิทยาศาสตร์และช่างเทคนิค ได้พบสารเทฟลอนโดยบังเอิญ ในขณะที่เขาทำการคิดค้นก๊าซทำความเย็น เพื่อนำไปใช้ดูดความร้อนในเครื่องปรับอากาศและตู้เย็น เขาได้ผสมส่วนผสมของก๊าซฟรีออน (freon) บรรจุลงในขวดให้เกิดก๊าซตัวใหม่เพื่อนำมาศึกษา เมื่อนายแจ็ค เรบอกซ์ (Jack Rebox) ผู้ช่วยของเขาเปิดขวดเพื่อจะเทก๊าซที่คาดว่าจะเกิดออกมา ปรากฎว่าไม่มีก๊าซใดๆ ออกมา หากแต่มีของเหลวบางอย่างอยู่ในขวดนั้น เขาจึงผ่าขวดออกดู พบสารคล้ายแป้งสีขาว เป็นมันวาว


    พลันเค็ต สนใจสารตัวนี้อย่างมาก ถึงกับนำมาชิม ดม ดู และทำการทดสอบหาคุณสมบัติของสารที่ได้มาโดยบังเอิญ ก็พบว่า เป็นสารที่มีความหล่อลื่นดีเยี่ยม มีจุดหลอมเหลวสูงมาก


    ในปี ค.ศ. 1946 พลันเค็ตนำสารตัวนี้มาประกอบการผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรที่มีความลื่นสูง โดยไม่ต้องใช้น้ำมันหล่อลื่นเข้ามาช่วย ชิ้นส่วนนี้ใช้ในวงการทหารและวงการอุตสาหกรรมต่างๆ มากมาย แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักกันมาก จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1960 สารดังกล่าวถูกนำมาใช้ทำ "เทฟลอน" (Teflon) ประกอบหม้อเทฟลอน กระทะเทฟลอน หรือแม้แต่ตะหลิวเทฟลอน เพื่อช่วยทำให้อาหารไม่ติดก้นกระทะ และยังใช้น้ำมันในการทอดน้อย โดยใจสาวๆ ทั้งหลายที่ต้องการลดความอ้วน รวมถึงบุคคลผู้ต้องกินอาหารสุขภาพ เทฟลอนจึงโด่งดังเป็นที่รู้จักทั่วโลกแต่นั้นมาจนปัจจุบันนี้



    ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์แจกของ M K Restaurant
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 06-05-2010 at 11:43.

  6. #6
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    กางเกงยีนส์ลีวาย (Blue Jeans) กับ ผ้าม่อฮ่อม

    กางเกงยีนส์ลีวาย (Blue Jeans) กับ ผ้าม่อฮ่อม



    เมื่อดู Levi แล้วทำให้ข้าพเจ้านึกไปถึงผ้าพื้นเมืองของไทย

    ผ้าม่อฮ่อม.... เป็นผ้าพื้นเมืองที่สำคัญของจังหวัดแพร่ ใช้ผ้าฝ้ายที่ได้จากการทอ
    ย้อมด้วยสีครามที่ได้จากต้นฮ่อมหรือต้นคราม จะได้ผ้ามีสีเดียวกันตลอดทั้งผืน
    ปัจจุบันนำมาตัดเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น กางเกง กระโปรง เสื้อ ผ้าเช็ดหน้า เป็นต้น

    งานเทศกาลต่าง ๆ เช่น ลอยกระทง ,สงกรานต์ ,วันขึ้นปีใหม่ , งานบุญประจำปี
    ,งานไหว้พระธาตุ , การท่องเที่ยว และอื่น ๆ อีกมากมาย ม่อฮ่อมเป็นที่นิยม
    ในการสวมใส่ของคนภาคเหนือ และของคนทั่วประเทศ ซึ่งแสดงได้ถึงเอกลักษณ์ผ้าไทย
    ที่เหมาะกับทุกเทศกาล...



    กางเกงยีนส์ลีวาย (Blue Jeans) กับ ผ้าม่อฮ่อม


    กางเกงยีนส์ลีวาย (Blue Jeans) กับ ผ้าม่อฮ่อม


    กางเกงยีนส์ลีวาย (Blue Jeans) กับ ผ้าม่อฮ่อม


    กางเกงยีนส์ลีวาย (Blue Jeans) กับ ผ้าม่อฮ่อม

  7. #7
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    เตาไมโครเวฟ มาจากไหน

    เตาไมโครเวฟ มาจากไหน




    ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 นักวิทยาศาสตร์สองคนได้ช่วยกันคิดประดิษฐ์หลอดแม็กนิตรอน ซึ่งผลิตคลื่นไมโครเวฟเพื่อนำไปใช้ในระบบเรดาร์ของอังกฤษ ทั้งนี้เพื่อให้คลื่นไมโครเวฟตรวจจับเครื่องบินรบของฝ่ายนาซี ขณะบินมาทิ้งระเบิดที่อังกฤษ


    ปี ค.ศ. 1946 นายเพอร์ซี แอล สเปนเซอร์ (Percy L. Spencer) ช่างอิเล็กทรอนิกส์แบบครูพักลักจำ เรียนรู้เรื่องไฟฟ้าด้วยตนเอง เขาทำงานอยู่ที่บริษัทเรธิออน แมนูแฟคเจอริ่ง (Raytheon Manufacturing) ขณะที่เขากำลังทำการทดสอบแท่งแม็กนิตรอนนั้นเอง ทอฟฟี่ที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อของเขาก็ละลายไปด้วย


    ด้วยความเป็นคนช่างสังเกต ประกอบกับสัญชาติญาณนักประดิษฐ์ เขาลองเอาเมล็ดข้าวโพดแห้งวางไว้หน้าแท่งแม็กนิตรอน ทันใดนั้นเมล็ดข้าวโพดก็ปริแตกออกเป็นป๊อปคอร์น เขาตื่นเต้นต่อปรากฏการณ์นี้มาก


    ในปี ค.ศ. 1947 วิศวกรของบริษัทเดียวกัน ได้ผลิตเตาไมโครเวฟรุ่นแรกออกมา มีขนาดใหญ่มาก หนัก 750 ปอนด์ สูง 5.5 ฟุต ต่อมาอีก 20 ปี มีการผลิตเตาไมโครเวฟขนาดเล็กที่ใช้ตามบ้านเรือนออกมา และปี ค.ศ. 1975 เตาไมโครเวฟก็กระจายสู่ครัวเรือนทั่วประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างรวดเร็วมากเสียยิ่งกว่าเตาอบเตาแก๊สทั่วๆ ไป


    สเปนเซอร์จดสิทธิบัตรของการค้นพบอานุภาพคลื่นไมโครเวฟกับกระบวนการทำให้อาหารสุก เมื่อปี ค.ศ. 1950 ระหว่างที่เขามีชีวิตอยู่ ในปี ค.ศ. 1999 เขาได้รับการยกย่องให้อยู่ในทำเนียบเกียติยศนักประดิษฐ์แห่งชาติ ทีถือสิทธิบัตอยู่ถึง 150 รายการ



    ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์แจก ของ MK Reataurant

  8. #8
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ทำไมต้องนับถอยหลัง..เวลาจะปล่อยจรวด

    ทำไมต้องนับถอยหลัง..เวลาจะปล่อยจรวด



    มีใครเคยนึกสงสัยบ้างไหมว่า....
    เวลา NASA จะปล่อยจรวด....
    ทำไมต้องนับถอยหลัง จาก 10 ไปถึง 0
    ทำไมไม่นับแค่ 1 2 3....


    เหตุผลก็คือ..
    ก่อนส่งจรวดไปสู่อวกาศ
    จะต้องมีการตรวจสอบระบบการทำงานต่างๆอย่างละเอียด
    ซึ่งต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง
    งานเหล่านี้ต้องทำตามเวลา เพื่อให้แน่ใจว่าทำเสร็จแล้ว

    ผู้ประกาศจะต้องคอยประกาศบอกช่างว่า
    เหลือเวลาอีกกี่ชั่วโมง...กี่นาทีก่อนจะถึงกำหนดการปล่อยจรวด


    เมื่อผู้ประกาศ ประกาศว่า 'T minus ten'
    หมายความว่าเหลือเวลาอีก 10 นาที
    ต่อไปก็จะเป็น 'T minus nine..T minus eight.....'
    จนกระทั่งเหลือเวลา 1 นาที
    ก็จะนับถอยหลังทีละวินาที จนถึง ศูนย์
    จรวดก็จะถูกปล่อยออกไป


    นี่คือที่มาว่า..ทำไมการปล่อยจรวดต้องนับถอยหลัง



    จาก 108 ซองคำถาม

  9. #9
    เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ สัญลักษณ์ของ ธิดายาเย็น
    วันที่สมัคร
    Feb 2008
    กระทู้
    1,756
    ขอบคุณหลายจ้าสำหรับข้อมูลและความรู้ดีๆแบบนี้..ขอบคุณค่ะ

  10. #10
    ฝ่ายบริหารระดับสูง สัญลักษณ์ของ พล พระยาแล
    วันที่สมัคร
    Mar 2008
    กระทู้
    6,940
    เล็ก ๆ ครูเล็กไม่ ใหญ่ ๆ ครูเล็กทำ กรี๊ด เอาอีก ๆ อ่านได้ความรู้ประเทืองปัญญาครับครูครับ

    สู้ ๆ ครับครูครับc06:

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •