ความสัมพันธ์ระหว่างภูมิศาสตร์และวิทยาศาสตร์




จากสภาพทาง ภูมิศาสตร์,ภูมิอากาศ,ภูมิประเทศ
เป็นศาสตร์ทางกายภาพ
การเก็บข้อมูลการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล
ไม่ต่างจากกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เท่าไหร่นัก
และมีการใช้ข้อมูลร่วมกันในเกือบทุกกรณี
ดังนั้นถึงตอบด้วยข้อมูลเชิงภูมิศาสตร์
ก็ยังถือว่าเป็นวิทยาศาสตร์อยู่ดีค่ะ

ขอยกตัวอย่าง
สภาพภูมิอากาศแบบหนึ่ง
ที่ต้องอธิบายด้วยวิทยาศาสตร์

ทำไมแถบขั้วโลกทั้งเหนือและใต้
จึงเป็นกลางวันครึ่งปีและกลางคืนครึ่งปีสลับกัน

ถ้าเราไม่รู้ว่าโลกกลมและไม่รู้ว่าแกนโลกเอียง
เราก็อธิบายปรากฏการณ์นี้ไม่ได้

หรือในทางกลับกัน
ปรากฏการณ์นี้อาจทำให้มีใครบางคนในอดีต
มีความมั่นใจในทฤษฎีโลกกลมมากขึ้น
และตั้งข้อสันนิษฐานเพิ่มเติมว่า
อาจเป็นเพราะแกนโลกเอียงด้วยก็ได้
เริ่มมีการมองหาปรากฏการณ์อื่นๆ
มาใช้อธิบายเพื่อสนับสนุนข้อสมมุติฐานนี้ เช่น

มีข้อสังเกตว่า
ทางแถบทรอปิก หรือบริเวณใกล้เส้นศูนย์สูตร
พระอาทิตย์จะตั้งฉากเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆเพียง2ครั้งในรอบ1ปี
พระอาทิตย์จะทำมุมคล้อยไปทางทิศเหนือประมาณครึ่งปี
และทำมุมคล้อยไปทางทิศใต้ประมาณครึ่งปี

มีคนสังเกตอีกว่า
ประเทศทางซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้
มีฤดูกาลที่สลับกันเป็นตรงข้าม

ข้อมูลเหล่านี้สอดคล้องกับข้อสันนิษฐานที่ว่า
แกนหมุนรอบตัวเองของโลก
ทำมุมเอียงกับระนาบวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์
ทำให้โลกหันเอาขั้วโลกเหนือหรือใต้เข้าหาดวงอาทิตย์เป็นเวลาครึ่งปี
และหันเอาขั้วโลกเหนือหรือใต้ออกจากดวงอาทิตย์เป็นเวลาครึ่งปี

เมื่อใดที่ขั้วโลกเหนือหันเข้าหาดวงอาทิตย์
ขั้วโลกเหนือจะเป็นกลางวัน
และอากาศทางซีกโลกเหนือ
จะอุ่นกว่าอากาศทางซีกโลกใต้
ทำให้ซีกโลกเหนืออยู่ในช่วงเป็นฤดูร้อน

เมื่อใดที่ขั้วโลกเหนือหันออกจากดวงอาทิตย์
ขั้วโลกเหนือจะเป็นกลางคืน
อากาศทางซีกโลกเหนือ
จะเย็นกว่าอากาศซีกโลกใต้
ทำให้ซีกโลกเหนืออยู่ในช่วงฤดูหนาว

นี้เป็นตัวอย่างหนึ่ง
ของการเกี่ยวพันธ์กันระหว่าง
ภูมิศาสตร์และวิทยาศาสตร์
ยังมีตัวอย่างอีกมากมาย
ที่แสดงความเกี่ยวพันธ์กันของ 2 ศาสตร์นี้