ข้อมูลของดวงจิต




ข้อมูลที่ 1


เป็นข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์จากสารคดี ดีสคัฟเวอรี พบว่า ตัวอสุจินับแสนนับล้านตัวนั้น ตัวอสุจิแต่ละตัวจะมีพลังงานที่มีแสงสว่างในตัวเองซุกซ่อนหรือซ้อนอยู่ภายใน จึงทำให้ตัวอสุจิเรืองแสงออกมาจากภายในตัวอสุจิ

การค้นพบครั้งนี้นักวิทยาศาสตร์เองก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่า พลังงานที่มีแสงสว่างส่องออกมานั้นคืออะไร ได้แต่ตั้งสมมติฐานความน่าจะเป็นไว้ว่า น่าจะเป็นสิ่งที่มีคุณสมบัติเช่น ประจุไฟฟ้าหรือชนวน ที่มีหน้าที่นำพาตัวอสุจิให้พุ่งตรงเจาะเข้าไปทำปฏิสนธิภายในรังไข่


ข้อมูลที่ 2


เป็นข้อมูลของนักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นเป็นข่าวตามสื่อไม่นานมานี้ พบว่า ร่างกายของมนุษย์เรืองแสง การค้นพบด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่นี้ ทำให้เชื่อได้ว่า ร่างกายของมนุษย์จะต้องมีแหล่งกำเนิดแสงสว่างซุกซ่อนอยู่ภายใน จึงทำให้ร่างกายของมนุษย์เรืองแสงออกมาจากภายในของร่างกาย

แต่การค้นพบครั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่ทราบว่า อะไรทำให้ร่างกายของมนุษย์เรืองแสงออกมาได้



ข้อมูลที่ 3


เป็นข้อมูลความเชื่อของมนุษย์ตั้งแต่อดีตกาลที่ยาวนานจนถึงปัจจุบัน กับการพบเห็นดวงไฟดวงเล็กๆที่สามารถล่องลอยไปมาได้ หรือสิ่งสถิตวนๆเวียนๆอยู่กับสถานที่แห่งใดแห่งหนึ่งได้ ที่มีความเชื่อว่า ดวงไฟดวงเล็กๆนั้นก็คือ ดวงจิตวิญญาณของคนที่ตายไปแล้ว

หากพิจารณาข้อมูลที่สามให้ดีๆก็จะพบว่า มีข้อมูลที่คล้ายๆเหมือนๆกันทั่วโลก ดั่งเช่นในหนังภาพยนตร์หลายเรื่องทั้งสองฝั่งฝากตะวันตกและตะวันออก ที่พยายามสื่อสารให้คนดูเข้าใจว่า ดวงจิตวิญญาณของคนที่ตายไปแล้วจะมีลักษณะเป็นดวงไฟที่สามารถล่องลอยไปมาได้

ใน..ชัดเตอร์กดติดวิญญาณ..ที่มนุษย์มีความเชื่อว่า ดวงไฟดวงเล็กๆที่ติดเข้ามาในภาพถ่ายก็คือ ดวงจิตวิญญาณของคนที่ตายไปแล้ว เช่นกัน


ข้อมูลที่ 4


เป็นข้อมูลของนักวิปัสสนากรรรมฐานที่มีหลากหลายมากมายตามแผงหนังสือ แต่เมื่อเอาข้อมูลต่างๆมาวิเคราะห์พิจารณาหารูปแบบ เราก็จะพบรูปแบบของข้อมูลที่เหมือนๆกันคล้ายๆกันข้อมูลหนึ่ง ก็คือ เมื่อเราพากเพียรนั่งสมาธิไปจนถึงจุดๆหนึ่ง ก็จะเกิดการเคลื่อนย้ายโยกย้ายสิ่งที่ทำให้เราเกิดความรู้สึกรับรู้ขันธ์ห้า จากร่างกายสังขารที่กำลังนั่งวิปัสสนาหลังขดหลังแข็ง ไปตั้งอยู่ยังดวงตาที่มีแสงสว่างห่อหุ้มล้อมรอบ มองไปทิศทางใดก็เห็นแต่แสงสว่าง กับความรู้สึกที่มีตัวตนแต่ไม่มีตัวตนหรือมองไม่เห็นตัวตน เห็นแต่แสงสว่างล้อมรอบอย่างเดียวเท่านั้น กับความรู้สึกที่เบาโปร่งโล่งสวยงามเย็นสบายตา

แล้วต่อจากนั้นก็จะเกิดภาพเหตุการณ์ที่เสมือนจริงเหมือนกับภาพเหตุการณ์จริงของโลกปัจจุบัน ที่มีความละเอียดคมชัดของภาพดั่งภาพเหตุการณ์ความฝันขณะที่เรานอนหลับ แล้วนักวิปัสสนาก็เรียกภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังเห็นแสงสว่างนั้นว่าภาพนิมิต


ข้อมูลที่ 5


เป็นข้อมูลของเพื่อนมนุษย์ในปัจจุบัน พบว่า หลายคนสามารถจับความรู้สึกของพลังงานเล็กๆประมาณเมล็ดถั่วเมล็ดงาบริเวณหน้าผากของตนเองได้ และหลายคนก็สามารถที่จะกำหนดพลังงานเล็กๆนั้น ไปมาบริเวณใบหน้าของตนเองได้ และมีเพื่อนมนุษย์บางท่านกล้าที่จะฟันธงว่า ถ้าเราไม่ไปกำหนดเคลื่อนย้ายมัน มันก็จะตั้งถาวรของมันอยู่ตรงกึ่งกลางระหว่างคิ้วของเรา แต่ปัจจุบันก็ยังไม่มีใครรู้ว่า พลังงานเล็กๆตรงหน้าผากของตนเองนั้นคืออะไร


ข้อมูลที่ 6


เป็นข้อมูลของนักบุญล้างป่าช้า กับการค้นพบกะโหลกศีรษะของมนุษย์บางคน มีรูเล็กๆประมาณเส้น ถ้า แหย่เข้าไปในรูนั้นได้ ตรงกึ่งกลางระหว่างคิ้วของ กะโหลกศีรษะนั้น กับความเชื่อว่า มนุษย์ผู้นั้น บรรลุหรือสำเร็จอะไรบางสิ่งบางอย่าง


ข้อมูลที่ 7


เป็นพระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้าบทหนึ่งในพระสูตรคิริมานนทสูตร ข้อมูลของมหาบุรุษที่เราจะมองข้ามไม่ได้เลย

"ดูก่อนอานนท์ สัตว์ที่ตกอยู่ในนรกมากมายนับไม่ได้ แน่นอัดยัดเยียดกันอยู่ในนรกดั่งข้าวสารหรือเมล็ดถั่วเมล็ดงาในกระสอบ แต่ก็ไม่เห็นกันได้ ด้วยเขาไม่รู้ไม่เห็นซึ่งนรก ไม่รู้สุข ทุกข์ บาปบุญคุณโทษ ไม่รู้ว่าจิตของตนเป็นทุกข์เป็นสุข มีแต่มัวเมาอยู่ด้วยตัณหา กามราคะกิเลสต่างๆ จึงชื่อว่าตกอยู่ในนรก เบียดเสียดยัดเยียดกันดั่งข้าวสารหรือเมล็ดถั่วเมล็ดงาในกระสอบ ร้องเรียกหากันก็ไม่เห็นกัน คือ ไม่เห็นทุกข์แห่งกันและกัน เท่านั้นเอง"

สังเกตให้ดีๆพระพุทธเจ้าระบุชัดเจนว่า วัตถุเล็กๆนั้น..มีการมองเห็น..และมี..ภาพเหตุการณ์..ที่บ่งบอกสภาวะแห่งความสุขความทุกข์ของวัตถุเล็กๆนั้น ชัดเจน..แต่ผู้ที่เป็นเจ้าของวัตถุเล็กๆนั้นกลับไม่รู้ตัวว่าตนเองกำลังเป็นสุขหรือเป็นทุกข์