กำลังแสดงผล 1 ถึง 1 จากทั้งหมด 1

หัวข้อ: ออกกำลังใจ และ ให้อาหารสมอง

  1. #1
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ maxwell007
    วันที่สมัคร
    Dec 2007
    ที่อยู่
    สามย่าน
    กระทู้
    652
    บล็อก
    14

    กระพริบตา ออกกำลังใจ และ ให้อาหารสมอง


    สองหัวข้อนี้มีความสำคัญพอกัน โดยถ้าเป็นในส่วนของอาหารสมองนั้นท่านไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องดื่มอะไรให้เปลืองไปเลย ด้วยว่าหลักการของสมองก็คือจะทำงานดีมีชีวิตชีวาได้ต้องมี “สารสื่อประสาท” ไปหล่อเลี้ยงให้กระแสประสาทวิ่งไปได้คล่องขึ้นไม่ติดขัดตะกุกตะกัก อุปมาไปก็เหมือนกับเครื่องยนต์ที่ได้หยอดน้ำมันหล่อลื่นเข้าไป ลูกสูบกลไกต่างๆก็จะไม่สำลักสะดุดหยุดเอาดื้อๆ ซึ่งน้ำมันหล่อลื่นของสมองนี้มีอยู่ 5 ส่วนสำคัญได้แก่

    1) น้ำมันปลาจากปลาทะเลหรือปลาน้ำจืดก็ได้
    2) น้ำสะอาด อย่างน้อยวันละ 1 ออนซ์ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
    3) ผักผลไม้บำบัด โดยเฉพาะผักใบเขียวจัด, ผลไม้หลายสีและถั่วต่างๆ
    4) หัดมองโลกในแง่บวก ถ้ารู้สึกขุ่นใจสิ่งใดขึ้นมาก็หาไดอารี่มาเขียนบันทึกจะช่วยได้มากทีเดียว
    5) ครองสติอยู่กับปัจจุบัน


    บัญญัติหัดสมองให้ไม่ต้องฝ่อนั้นช่วยได้มากทีเดียวค่ะ โดยเฉพาะข้อสุดท้ายคือการมี “สติอยู่กับปัจจุบัน” นั้นถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุด ที่จะช่วยหยุดทุกข์ได้ เพราะเมื่อทุกข์หายไป ก็ทำให้ไม่มีสารเครียดมากัดกินเนื้อสมองให้ต้องฝ่อ และเมื่อเนื้อสมองที่เป็นส่วนสำคัญในการรู้ผิดชอบชั่วดีหายไปแล้ว ก็อาจทำให้จิตยิ่งดิ่งลงไปสู่สัญชาตญาณฝ่ายต่ำ นำไปสู่อบายได้ง่ายเข้า แม้เราจะเกิดมาดีมีชาติตระกูลสูงเรียกว่าเกิดมาสว่าง แต่ถ้าสมองฝ่อไปเสียแล้วก็อาจทำให้เสียศูนย์จนชีวิตเข้าสู่ความมืดมนได้ โดยเรื่องเกิดมาสว่างแต่ไปมืดนี้มีให้เห็นอยู่เป็นเนืองนิตย์ บางทีไม่จำเป็นต้องเป็นอัลไซเมอร์ก็เกิดได้

    ดังนั้น จะเห็นว่า ในขณะที่ทุกอย่าง “ไม่นิ่ง” วิ่งแปรไปตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นเรื่องบริษัทประกันยักษ์ใหญ่ล้มครืน โรคตื่นทอง หรือรัฐบาลที่น่าข้องใจ แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปรเลยก็คือ ชรา พยาธิและมรณะ ซึ่งยังคงทำหน้าที่ของมันอยู่อย่างสัตย์ซื่อมาตลอดกาลนับแต่เริ่มมีตัวตนมนุษย์เกิดขึ้นมา ถ้าเพียงแค่เรารู้จักมีความสุขอยู่ให้ได้ในปัจจุบันก็จะทำให้สมองไม่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงกับโรคเสื่อมแล้ว ฝึกรู้เท่าทันจิตได้ ท่านก็จะได้สมองที่ดี และจิตที่เป็นสุขอยู่เสมอไม่ว่ารอบข้างจะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ตาม

    ที่มา : นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ
    ขอขอบคุณ : ครูบ้านนอกดอทคอม


    เซื้อซาติแฮ้งอย่าเหม็นสาบกุยกัน
    เกิดเป็นคนอีสานให้ฮักแพงกันไว้
    ไผเฮ็ดดีให้ซ่อยยู้ ซอยซูอย่าย่านเหลิน
    ไผเฮ็ดผิดให้ซอยเว้า ไขแก้ดอกซอยกัน ซันดอกหวา
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย maxwell007; 26-05-2010 at 17:18.

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •