กำลังแสดงผล 1 ถึง 3 จากทั้งหมด 3

หัวข้อ: รถชน...อย่าเพิ่งตกใจ ตั้งสติและอ่านบทความนี้ว่าจะทำอย่างไรดีค่ะ

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    รถชน...อย่าเพิ่งตกใจ ตั้งสติและอ่านบทความนี้ว่าจะทำอย่างไรดีค่ะ


    รถชน...อย่าเพิ่งตกใจ ตั้งสติและอ่านบทความนี้ว่าจะทำอย่างไรดีค่ะ




    อุบัติเหตุบนท้องถนน มีให้เห็นได้เสมอทุกวันนะคะ
    โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสารพัดตลอดทั้งปีของบ้านเรา
    มีทั้งบาดเจ็บเล็กน้อย กระทั่งเสียชีวิต


    อีกกรณีก็คือพวกที่ชอบ "ชนแล้วหนี" มีให้เห็นตามข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์แทบทุกวัน



    ซึ่งทำให้รู้สึกว่าคนสมัยนี้ขาดความรับผิดชอบและประมาทกันมาก


    เมื่อเกิดเหตุการณ์ก็มักจะตกใจจนไม่มีสติไม่รู้จะทำอย่างไรดี ที่สำคัญอุบัติเหตุบนท้องถนนยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทยนะคะ

    แต่เมื่อห้ามกันไม่ได้หากจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้น
    ตัวคุณไม่ว่าจะเป็นผู้ขับ ผู้โดยสาร หรือผู้พบเห็นเหตุการณ์ก็ตามลองมาดูแนวทางปฏิบัตินี้ไปนะคะ



    1 ถ้าเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์

    ควรช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ ตามสมควรและเราจะต้องแสดงตัวเป็นพลเมืองดีโดยยินดีที่จะเป็นพยานในคดีให้ สมมุติว่าเราเห็นคนคันหนึ่งชนคนแล้วหนีสิ่งที่เราควรทำก็คือพยายามจดจำทะเบียนรถ ชื่อยี่ห้อ สีรถแล้วรีบแจ้งตำรวจทราบ เพื่อติดตามจับกุมต่อไป มีบางคนถึงกับขับรถตามไปคนประเภทนี้ควรได้รับการยกย่องว่าเป็นคนดีต่อสังคม



    2 ถ้าคุณเป็นคนเจ็บเพราะรถชน

    สิ่งแรกที่ควรทำก็คือคุณต้องร้องให้คนอื่นช่วย ถ้าคุณยังมีสติอยู่ เพราะว่าคนที่มามุงดูอาจจะไม่ทราบว่าคุณบาดเจ็บร้ายแรงเพียงใดหากคุณยังสามารถพูดได้ก็ขอให้บอกว่าเจ็บที่ตรงส่วนใดเพื่อจะได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ส่วนเรื่องคดีนั้นเอาไว้พิจารณาทีหลัง หากเราบาดเจ็บเล็กน้อยและไม่มีพยานในที่เกิดเหตุเราควรจดทะเบียนรถไว้ เผื่อไปเรียกร้องค่าเสียหายที่หลัง



    3 ถ้าคุณเป็นผู้ขับ

    กรณีนี้อย่าหนีเป็นอันขาดเพราะความผิดฐานขับรถประมาทนั้นไม่ใช่เรื่องเจตนา ผู้กระทำผิดไม่ใช่อาชญากร โทษก็ไม่มากมายอะไรควรจะอยู่เพื่อต่อสู้กับความจริง
    เพราะถ้าคุณหนี คุณจะต้องหลบหนีนานถึง 15 ปี ถ้าคุณขับรถชนคนเสียชีวิต
    แต่ถ้าคุณมอบตัวสู้คดีบางทีคุณก็ไม่มีความผิด หรือมีความผิดศาลก็ปรานีลดโทษให้ ถ้าคุณมีน้ำใจ



    หน้าที่ของคนขับรถเมื่อเกิดรถชนกันนั้น กฎหมายกำหนดดังนี้



    3.1 ต้องหยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควร เช่น ขับรถชนคนก็ต้องหยุดรถช่วยเหลือคนที่ถูกชน นำส่งโรงพยาบาล

    3.2 ต้องไปแสดงตัวและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ใกล้เคียงทันที คือต้องรีบแจ้งตำรวจใกล้เคียงทันที แต่ต้องบอกด้วยว่าเราเป็นคนขับรถอะไร

    3.3 แจ้งชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู่หมายเลขทะเบียนรถแก่ผู้เสียหาย

    3.4 ถ้าเป็นผู้ขับขี่ที่หลบหนีหรือไม่แสดงตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่กฎหมายให้สันนิษฐานว่าเป็นผู้กระทำผิดและตำรวจมีอำนาจยึดรถไว้จนกว่าจะได้ตัวผู้ขับขี่หรือจนกว่าคดีจะถึงที่สิ้นสุด

    3.5 ถ้าคนขับคนใดไม่ปฏิบัติตามกฎข้อ 1, 2 และ 3 แล้วจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท แต่ถ้าคนที่ถูกชนบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตต้องจำคุกไม่เกิน 3 เดือนหรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท



    4 ถ้ารถคุณมีประกันก็ต้องรีบแจ้งต่อบริษัทประกันทันที

    เพราะบริษัทประกันจะมีเจ้าหน้าที่มาตามที่เกิดเหตุ พร้อมกับทำแผนที่เกิดเหตุไว้พร้อมเพื่อเอาไว้สู้คดี



    5 ถ้ามีกล้องถ่ายรูปต้องรีบถ่ายรูปรถไว้ทันที

    นอกจากนี้ยังต้องถ่ายรายละเอียดต่างๆไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่เกิดเหตุ ความเสียหายตามจุดต่างๆของรถ รวมถึงรถของคู่กรณี หรือหากว่ามีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุก็ให้ขอรูปจากมูลนิธิที่ทำการเก็บภาพไว้เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีในภายหลัง


    6 ควรช่วยเหลือคนเจ็บ หรือค่าทำศพของผู้เสียชีวิต

    เรื่องนี้สำคัญมากๆคนขับรถมักไม่ค่อยเห็นประโยชน์ ของการช่วยเหลือเหล่านี้ความจริงเมื่อคุณขับรถชนคนเสียชีวิต หรือบาดเจ็บหรือขับรถโดยประมาทนั้นมีโทษทางอาญา



    - ทางอาญา คุณอาจจะต้องรับโทษจำคุก

    - ทางแพ่ง คุณจะต้องชดเชยค่าเสียหายค่าบาดเจ็บ ค่าทำศพให้กับคู่กรณี หากคุณช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ไม่ชนแล้วหนี ต่อมาเมื่อเรื่องถึงศาล ศาลก็จะเห็นถึงความมีน้ำใจของคุณก็อาจจะรอลงอาญาให้เราโดยไม่จำคุกเรา แต่ในทางตรงกันข้ามถ้าคุณหนีศาลมักจะให้จำคุกเลยเพราะเห็นว่าคุณเป็นคนแล้งน้ำใจ การตกลงใช้ค่าเสียหายให้คนเจ็บก็มีประโยชน์มาก


    ยกตัวอย่างเช่น

    ถ้าไม่พยายามตกลงใช้ค่าเสียหายให้กับคนเจ็บ ตำรวจเขาจะมีระเบียบไว้ว่าไม่ให้คืนของกลางให้แก่ผู้ต้องหาจนกว่าผู้ต้องหาจะพยายามตกลงกับผู้เสียหายและถ้าคุณยอมชดเชยค่าเสียหายและค่าทำศพให้กับผู้เสียหาย คดีแพ่งก็ระงับเพราะถือว่ายอมความคดีแพ่งกันแล้ว จะฟ้องเรียกค่าเสียหายคุณในทางแพ่งไม่ได้อีกแล้ว



    ทั้งนี้การใช้รถใช้ถนนร่วมกันให้เกิดผลดีร่วมกัน

    เราทุกคนควรขับรถอย่างมีสติไม่ประมาท
    และที่สำคัญก็คือการมีน้ำใจให้แก่กัน
    เพียงเท่านี้อุบัติเหตุก็จะไม่เกิดขึ้นแล้ว





    ข้อมูลจากหนังสือ เชฟวี่ ทอล์ค



  2. #2
    ค่ะ เมื่อ มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น คนส่วนใหญ่มักจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่
    หายากมาก ๆ เลย ที่จะควบคุมสติได้ ขอบคุณนะคะ ท่านเจ้าของกระทู้ที่นำสิ่งดี
    มีประโยชน์ต่อพี่น้องเรา ขอบคุณมากจ้า

  3. #3
    ฝ่ายเทคนิค และถ่ายทอดสด สัญลักษณ์ของ อาวอ้วนเมืองยศ
    วันที่สมัคร
    Apr 2010
    ที่อยู่
    เมืองบั้งไฟ
    กระทู้
    1,597
    ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆ เคยประสบเหตด้วยตัวเองสองครั้ง
    นั่งสั่นหน้าซีดโทรแจ้งตำรวจและมูลนิธิเค้าบอกใจเย็นๆ
    กว่าจะใจเย็นได้ จนกลับฮอดบ้านค่ำมืดพุ้น
    สุมื่อนี่ขับรถนั่งรถ เซาห่าวเลย

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •