กำลังแสดงผล 1 ถึง 1 จากทั้งหมด 1

หัวข้อ: ความรู้เรื่องเพื่อนบ้านของเด็กไทย

  1. #1
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ สาวเมืองกะสิน
    วันที่สมัคร
    Sep 2007
    กระทู้
    616

    ความรู้เรื่องเพื่อนบ้านของเด็กไทย


    ความรู้เรื่องเพื่อนบ้านของเด็กไทย
    (นิติภูมิ นวรัตน์, ส่องโลก
    )

    [COLOR="Magenta"]ขณะนี้ที่เศรษฐกิจไม่ดี ผมตั้งใจว่า จะพยายามฝึกมัคคุเทศก์ท้องถิ่นในจังหวัดที่มีพรมแดนติดเพื่อนบ้าน

    ประสงค์แรก เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบหนึ่ง โดยการให้คนไทยเที่ยวภายใน เลียนแบบอินเดีย ที่มีการท่องเที่ยวระหว่างรัฐของสาธารณรัฐ[/COLOR
    ]

    [COLOR="Blue"]ประสงค์ที่สอง ก็เป็นการเตรียมคนไว้ให้รู้เรื่องของประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ประชิดติดกัน ผมมีความเชื่อว่า เมื่อเศรษฐกิจโลกดีขึ้น แนวโน้มของการท่องเที่ยวโลกจะเปลี่ยนไป ผู้คนส่วนใหญ่จะหันมาเที่ยวในดินแดนแสนบริสุทธิ์อย่างพม่า กัมพูชา ลาว เวียดนาม จีนตอนใต้ ฯลฯ ซึ่งคนไทยของเราเข้าไปมีส่วนทางด้านการท่องเที่ยวในขณะนี้น้อยมาก เมื่อเทียบกับจีน สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน มาเลเซีย ฯลฯ

    สิ่งหนึ่งซึ่งผมได้จากการสนทนากับผู้คนในจังหวัดพรมแดน ตั้งแต่ผู้คนระดับบนที่มีการศึกษา ถึงระดับรากหญ้าทั่วไป เราทั้งหลายรู้เรื่องเพื่อนบ้านกันน้อยมาก แถมยังเข้าใจเพื่อนบ้านไม่ถูกต้องอย่างใหญ่โตมโหฬารในแทบทุกเรื่อง

    ต้องโทษระบบศึกษากับสื่อละครับ นักเรียนไทยในจังหวัดชายแดนพม่า เรียนตั้งแต่ชั้นประถมต้นจนจบมัธยมปลาย ๑๒ ปี ไม่ค่อยได้เรียนเรื่องพม่า แต่ดันไปมีความรู้อย่างละเอียดละออเรื่องออสเตรเลีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ฯลฯ

    นักเรียนในจังหวัดสระแก้ว จันทบุรี ตราด สุรินทร์ บุรีรัมย์ ฯลฯ ที่มีพรมแดนติดกับกัมพูชา รู้เรื่องของประเทศแคนาดาดีกว่าเรื่องของเขมร หลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการของไทยสอนแต่อะไรไกลตัว สิ่งใกล้ตัวไม่ได้สอน เมื่อเยาวชนคนเหล่านี้จบการศึกษาไปแล้ว จึงไม่มีความรู้เพียงพอที่จะอยู่ต่อไปในจังหวัดเดิม ต้องอพยพไปกองกันอยู่ตามเมืองใหญ่ แออัดยัดยัดกันเข้าไปแต่ในกรุงเทพฯ

    ในขณะที่มหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย จีน ฯลฯ ทำวิจัยและจัดสัมมนาเรื่องของกัมพูชา ลาว เวียดนาม และพม่า อยู่เป็นประจำ

    ความรู้เรื่องเพื่อนบ้านของผมส่วนหนึ่ง ก็มาจากการคลิ๊กเข้าไปในอินเตอร์เน็ต เพื่ออ่านหรือฟังการสัมนาเรื่องเพื่อนบ้านของไทยจากมหาวิทยาลัยในประเทศทั้งหลายที่ผมเอ่ยชื่อไปแล้วนั่นแหละ สถาบันการศึกษาจากส่วนกลางบางแห่งของไทยก็พยายามสะสมองค์ความรู้เรื่องเพื่อนบ้านของไทยบ้าง แต่เมื่อเปรียบเทียบกับสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ สถาบันของไทยยังทำกันน้อยกว่ามาก

    ขอโทษเถิดครับ สมัยก่อนตอนยังเป็นเด็กเล็กอยู่ คุณครูท่านมีแผนที่ไทย กัมพูชา พม่า ลาว และมาเลเซีย มาให้เรียน แต่ทุกทีที่ศึกษาวิชาภูมิศาสตร์ ครูเพียงแต่ให้ระบายสีตรงที่เป็นแผ่นดินไทยให้สวยงาม แล้วก็จบ นักเรียนอย่างผมก็เลยไม่เคยรู้ว่า ตรงที่ติดกับพรมแดนไทยในแต่ละแห่งนั้นคือจังหวัดอะไรของเพื่อนบ้าน มีทรัพยากรธรรมชาติ มีภูเขา น้ำตก ทะเล หาดทราย อะไรบ้างที่สวยงาม

    ทุกทีที่มีการสอนเรื่องพม่า พวกเรานักเรียนไทยทั้งหลายก็เรียนแต่เฉพาะตอนที่พม่าเข้าเผาเมือง เรียนเรื่องไทยรบพม่า พม่ารบไทย ท่องกันแต่เพียงว่า สมัยที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีของไทย เราทำสงครามกับพม่าทั้งหมดถึง ๒๔ ครั้ง

    สมัยก่อนตอนยังเด็ก เมื่อเรียนเรื่องลาวและเวียดนาม เราก็เรียนกันแต่เพียงว่า แผ่นดินลาวและญวนไม่สงบ พวกนี้จึงต้องหนีร้อนมาพึ่งเย็น เพราะแผ่นดินไทยของเราสงบและสมบูรณ์พูนสุขไปด้วยทรัพยากรธรรมธรรมชาติทั้งหลาย

    สมัยก่อนตอนเป็นเด็ก ผมมีความฝังใจว่า ลาวและญวนจะต้องเป็นแผ่นดินแห้งแล้ง ไม่มีต้นไม้ใบหญ้า ผู้คนอดยากมากมาย ไม่มีอะไรกินจึงต้องอพยพเข้ามาพึ่งพาพระบรมโพธิสมภารในแผ่นดินไทย พอโตขึ้นมาหน่อย พวกเราเยาวชนคนไทยอย่างผมก็ได้เรียนเพียงเรื่องเจ้าอนุเวียงจันทน์หักหลัง แต่งกำลังทหารเข้ามาฆ่านายทหารในกองทัพโดยไม่รู้ตัว จึงกลายเป็นสาเหตุที่กองทัพไทยต้องเดินทางไปทำลายเมืองเวียงจันทน์ อาณาจักรเวียงจันทน์จึงล่มสลาย เจ้าอนุถูกคุมตัวมาขังไว้ที่กรุงเทพฯ

    ในส่วนของกัมพูชา ผมเรียนมาตั้งแต่เล็กเพียงว่า ไทยกับกัมพูชาเคยติดต่อกันมาแต่โบราณ เคยรบกัน หลายทีที่เขมรตกเป็นของไทย ในหนังสือแบบเรียนที่เราอ่าน มีสอนคนไทยไม่ให้ไว้ใจเขมร เขมรไม่น่าคบค้าสมาคม ไม่น่าเข้าไป

    ผู้อ่านท่านครับ ในอดีต ประเทศในทวีปยุโรปรบกันมากกว่ารัฐไทยรบกับรัฐที่มีพรมแดนประชิดติดกันกับเรา แต่หลักสูตรการศึกษาของประเทศในยุโรปสอนความจริง ๒ ด้าน ด้านประวัติศาสตร์ที่เป็นเรื่องราวซึ่งผ่านไปแล้ว และด้านที่เราหนีกันไม่พ้น ยังไงแผ่นดินของเราก็ติดกัน อย่าเป็นศัตรูกันเลย มาชุมนุมสุมหัวอยู่ร่วมกันดีกว่า ผู้คนของยุโรปจึงมีทัศนคติที่ดีต่อกัน ขนาดภายหลังมีมีเงินตราสกุลยูโรเดียวกัน มีกฏหมายอียู ไปมาหาสู่กันโดยไม่ต้องมีวีซ่า ทั้ง ๒๗ ประเทศอยู่รวมกันได้อย่างแนบสนิทและมีพลัง
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สาวเมืองกะสิน; 02-06-2010 at 22:34.

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •