กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

หัวข้อ: ปรากฏการณ์ดาวเรียงตัว คือสัญญาณ หายนะของโลก จริงหรือ??

  1. #1
    ศิลปิน นักแต่งเพลง สัญลักษณ์ของ thedon
    วันที่สมัคร
    Aug 2007
    กระทู้
    1,507
    บล็อก
    1

    บ้านมหาโพสต์ ปรากฏการณ์ดาวเรียงตัว คือสัญญาณ หายนะของโลก จริงหรือ??

    ดาวเรียงตัว จะสร้างหายนะรุนแรงต่อมนุษยชาติ?

    แม้วิทยาการทางด้านดาราศาสตร์ที่เป็นวิทยาศาสตร์จะก้าวล้ำมากขึ้นกว่าในอดีต แต่จนทุกวันนี้เรื่องของ “ดวงดาว” ก็ยังคงมี “ปริศนา” อยู่อีกมากมาย และปริศนาเหล่านี้บ่อยครั้งที่ “สร้างความตื่นกลัว” ทั้งโดยผู้ที่ตั้งใจปล่อยข่าว และโดยการ “เล่าลือ” ต่อ ๆ กันไป ซึ่งกับช่วงเดือน มิ.ย. 2553 นี้ก็มีการเล่าลือ...

    เล่าลือกันว่าจะเกิดปรากฏการณ์ “ดาวเรียงตัว”

    และจะสร้าง “หายนะรุนแรง” ต่อมนุษยชาติ ??

    กับการเล่าลือล่าสุด ซึ่งมีการโพสต์ข้อความส่งต่อกันไปในอินเทอร์เน็ต ก็เช่น... วันที่ 8 มิ.ย. 2553 ดวงดาวในระบบสุริยะ คือ ดาวศุกร์ ดาวเสาร์ ดวงอาทิตย์ ดาวพฤหัสบดี จะโคจร “เรียงตัวกัน” และประมาณวันที่ 12 มิ.ย. 2553 ดาวโลก ดาวพฤหัส ดาวยูเรนัส ก็จะเรียงตัวกัน ซึ่งก็เล่าลือกันต่อเนื่องว่าจะสร้างหายนะต่อโลก เช่น เป็นปรากฏการณ์ที่จะจุดชนวนปฏิกิริยาของดวงอาทิตย์ ส่งผลให้โลกเกิด น้ำท่วมครั้งใหญ่ แผ่นดินไหวรุนแรง อากาศแปรปรวนครั้งเลวร้าย ภูเขาไฟระเบิดไปทั่ว เลยเถิดถึงการระเบิดของรังสีแกมมา-การ “สิ้นโลก” อย่างที่เคยมีการเล่าลือว่าจะเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2012 หรือ พ.ศ. 2555

    ทั้งนี้ กับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ “ดวงดาว” นั้น ใน “เดลินิวส์” ฉบับวันนี้ ในหน้าวาไรตี้ก็มีข้อมูลมานำเสนอ ส่วนทาง “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์” ก็มีข้อบ่งชี้ชัด ๆ กล่าวคือ... เดือน มิ.ย. 2553 นี้ไม่มีการเกิดปรากฏการณ์ดวงดาวเรียงตัว !! จะมีก็แต่ จันทรุปราคาบางส่วน ในวันที่ 26 มิ.ย. 2553

    หรือต่อให้เกิดดาวเรียงตัว ดาวเคราะห์ระบบสุริยะเรียงตัว ถามว่าจะมีผลต่อโลกหรือไม่ ? ทางสมาคมดาราศาสตร์ไทยชี้ว่า... ตำแหน่งวงโคจรของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะปัจจุบัน แต่ละดวงอยู่ห่างกันมาก แรงดึงดูดจากดาวเคราะห์ดวงอื่นที่กระทำต่อโลกมีค่าต่ำมากจนเกือบเป็นศูนย์ ดังนั้นไม่ว่าดาวเคราะห์จะเรียงอย่างไร เป็นเส้นตรง สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม กากบาท ฯลฯ ก็จะไม่ส่งผลเสียต่อโลก

    นอกจากนี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีการจัดเสวนาเรื่อง “ตอบคำถามสังคมไทยต่อการล่มสลายของโลก” งานนี้ก็มีข้อบ่งชี้ที่เป็นข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ โดย ดร.สธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ ภาควิชาฟิสิกส์ ระบุถึงประเด็นเล่าลือเรื่องการเรียงตัวของดาวกับหายนะของโลก โดยยกตัวอย่างการเกิดแผ่นดินไหวว่า... จากการย้อนดูตำแหน่งดวงดาวในระบบสุริยจักรวาล ในวันที่โลกเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ ๆ หลายครั้งที่ผ่านมา ไม่ปรากฏว่ามีการเรียงตัวของดวงดาวเลย และโดยมากมีตำแหน่งที่อยู่คนละทิศละทางกัน ดังนั้น “ข้อสันนิษฐานที่ว่าดาวเคราะห์เรียงตัวจะทำให้เกิดแผ่นดินไหว เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้”

    ส่วนเรื่องแรงดึงดูดของดวงจันทร์ที่ก็มีการลือกันด้วยว่าจะสร้างหายนะให้โลก จะทำให้เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ ดร.สธนบอกว่า... แรงน้ำขึ้น-น้ำลงเกิดจากผลต่างของแรงดึงดูดของดวงจันทร์ต่อมวลสารบนโลกบนตำแหน่งต่าง ๆ ซึ่งแรงของดวงจันทร์ต่อโลกจะไม่เท่ากันในแต่ละพื้นที่ ถ้าอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้โลกก็จะมีแรงดึงมาก ถ้าอยู่ไกลก็จะมีแรงดึงน้อย แรงดึงของดวงจันทร์มีน้อยกว่าแรงโน้มถ่วงของโลกถึง 10 ล้านเท่า และแรงของดวงจันทร์จะดึงได้เฉพาะที่เป็นของเหลว คือน้ำ ขณะที่โลกทั้งโลกโดยรวมถือเป็นของแข็ง “อิทธิพลของดวงจันทร์ถ้าจะทำให้โลกเกิดแผ่นดินไหวก็จะต้องดึงโลกทั้งโลกซึ่งเป็นของแข็ง ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้”

    พร้อมกันนี้ ดร.สธนยังระบุถึงประเด็นเล่าลือเรื่องสนามแม่เหล็กโลกจะพลิกกลับขั้วจนทำให้สิ้นโลก โดยบอกว่า... การกลับขั้วของสนามแม่เหล็กโลกเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ โดยมีสาเหตุมาจากการไหลของกระแสโลหะหลอมเหลวที่อยู่ตรงกลางโลก และครั้งล่าสุดเกิดเมื่อกว่า 4,000 ปีมาแล้ว ซึ่ง “กว่าที่สนามแม่เหล็กโลกจะกลับขั้วแต่ละครั้งจะห่างกันหลักแสนหรือหลักล้านปี ดังนั้น จะไม่กลับขั้วอีกครั้งเร็ว ๆ นี้แน่”

    ด้าน ผศ.พงษ์ ทรงพงษ์ ภาควิชาฟิสิกส์เช่นกัน ก็บอกว่า.. ปฏิกิริยาบนดวงอาทิตย์กับการเกิดแผ่นดินไหวบนโลก การ “สิ้นโลก” นั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ซึ่งปฏิกิริยาบนดวงอาทิตย์เป็นเรื่องที่มีการเกิดขึ้นประจำอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น การระเบิดจ้าบนผิวดวงอาทิตย์, ลมสุริยะ, จุดดับบนดวงอาทิตย์ ฯลฯ จะมาก-จะน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณสนามแม่เหล็กบนดวงอาทิตย์ ซึ่งก็ไม่เคยส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อโลก

    สำหรับกรณีการระเบิดของรังสีแกมมา กับการสิ้นโลกนั้น ผศ.พงษ์อธิบายว่า... การระเบิดของรังสีแกมมาเป็นปรากฏการณ์ดวงดาว เป็นอาการหนึ่งของดวงดาวที่กำลังดับสูญ โดยจะส่งรังสีแกมมาออกมาจากซากดวงดาว ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับดวงดาวที่มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ไม่น้อยกว่า 10 เท่า ซึ่งผลจากการระเบิดของรังสีแกมมาแม้จะรุนแรงมาก แต่ โอกาสจะมีผลต่อโลกนั้นน้อยมาก เพราะถ้าจะมีผล ดวงดาวแหล่งกำเนิดต้องอยู่ไม่ไกล และมุมที่เกิดนั้นต้องส่องมายังโลกพอดี “โอกาสที่โลกจะสิ้นสูญจึงมีน้อยมาก โลกเกิดมาแล้ว 4,000 ล้านปี ยังไม่เคยโดนรังสีแกมมาแบบนี้แม้แต่ครั้งเดียว” ...ผศ.พงษ์ระบุ

    สรุปคือระยะนี้ยังไม่มีภัยดวงดาวที่จะทำให้ “สิ้นโลก”

    ภัยดวงดาวเป็นเพียง “ข่าวลือ” อย่าตื่นตระหนก !!!.



    ที่มาข้อมูล : ปรากฏการณ์ดาวเรียงตัว คือสัญญาณ หายนะของโลก จริงหรือ??


  2. #2
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197
    จับตาการเรียงตัวของดาวเคราะห์ในวันที่ 12 มิถุนายน คศ 2010







    ปรากฏการณ์ครั้งนี้จะเริ่มต้นประมาณวันที่ 8 มิถุนายน คศ 2010 ซี่งเป็นวันที่มีดาวเคราะห์เรียงตัวกันระหว่าง ดาว ศุกร์ พระอาทิตย์ และ ดาวพฤหัส ซี่งคาดว่าจะเป็นตัวจุดฉนวนปฏิกริยาพระอาทิตย์เป็นหลัก และ คาดว่าเราจะได้เห็นเปลวพลังงานขนาดใหญ่ปรากฏขี้นที่พระอาทิตย์ และอาจจะเหนี่ยวนำให้เกิดแผ่นดินไหวขี้นประมาณ 6.5 ริตเตอร์

    แนวเรียงตัวในวันที่ 8 มิถุนายน คศ 2010 เวลาประมาณ 18 UTC

    ในวันที่ 12 มิถุนายน คศ 2010 จะมีปรากฏการณ์ดาวเคราะห์เรียงตัวกันครั้งใหญ่อีกครั้งหนี่ง เป็นการเรียงตัวกันระหว่าง โลก ดาวพฤหัส และ ดาวยูเรนัส นอกจากนั้น แล้ว ยังมีการเรียงตัวกันระหว่าง โลก พระจันทร์ และ ดวงอาทิตย์ ในเวลาประมาณ 11:30 UTC.







    การเรียงตัวระหว่าง โลก ดวงจันทร์ และ ดวงอาทิตย์ ในเวลาประมาณ 11:30 UTC ของวันที่ 12 มิถุนายน คศ 2010

    ซี่งเรารายงานปรากฏการณ์ครั้งนี้มากกว่า 4 สัปดาห์ก่อนเกิดเหตุเพราะเห็นว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะมีความสำคัญมากอันหนี่ง เพราะปฏิกริยาพระอาทิตย์มีแนวโน้มจะสูงขี้นอย่างมากตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม โดยดูจากจำนวนจุดดับบนดวงอาทิตย์และคาดว่าจะสูงสุดในวันที่ 12 มิถุนายน ก่อนที่จะลดลงอีกครั้ง ซี่งเป็นการอ้างอิงจากการคำนวณแรงกระทำจากดาวเคราะห์ที่พี้นผิวของดวง อาทิตย์ซี่งเคยได้นำเสนอก่อนหน้านี้ โดยปฏิกริยาครั้งนี้จะสูงสุดในเวลาประมาณ 23:00 UTC ซี่งคาดว่าจะทำให้พระอาทิตย์ปลดปล่อยพลังงานขนาดใหญ่ออกมาและส่งผลกระทบต่อ โลก







    ตำแหน่งของดาวเคราะห์ในวันที่ 12 มิถุนายน คศ 2010






    ประมาณการแรงกระทำจากดาวเคาระห์ที่พี้นผิวของดวง อาทิตย์ ในเดือน มิถุนายน คศ 2010 ซ๊่งสูงสุดในเวลาประมาณ 23:00 UTC
    ผลกระทบต่อพระอาทิตย์


    ทางผู้จัดทำคาดว่าเราะจะเริ่มเห็นเปลวพลังงานขนาดใหญ่ที่ดวงอาทิตย์ในวัน ที่ 8-11 มิถุนายน รวมถีงจำนวนจุดดับบนดวงอาทิตย์จะเพิ่มตัวสูงขี้น เปลวพลังงานี้จะหลุดออกมาในวันที่ 12 มิถุนายน และจะทำให้เกิดแผ่นดินไหวบนโลกตามมาในวันนั้น และส่งผลกระทบต่อเนื่องอีกสองวันหลังจากนั้น




    ผลกระทบต่อโลก


    ปรากฏการณ์ครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อโลกโดยตรงในรูปแบบของสภาพอากาศแปรปรวน แผ่นดินไหว หรือ ภูเขาไฟระเบิด ซ๊่งตำแหน่งที่จะเกิดนั้นขี้นอยู่กับช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ปลดปล่อยพลังงาน ออกมา ซี่งเป็นการยากในตอนนี้ที่จะบอกตำแหน่งอย่างเที่ยงตรงเพราะโลกหมุนรอบตัว เองอยู่ตลอดเวลา เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่พระอาทิตย์ขี้นจะส่งผลกระทบต่อทุกโซนบนโลกในแนวเดียว กันหรือตั้งฉากกับพระอาทิตย์ ถ้าคาดการณ์พี้นที่ผิดพลาดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย


    ในวันที่ 8 มิถุนายนนั้นจะมีพี้นที่เสียงบริเวณ อเมริกาฝั่งตะวันตก ทวิปแอฟริกา และ ประเทศญี่ปุ่น ซี่งไม่ทราบตำแหน่งที่แน่ชัด


    ส่วนในวันที่ 12 มิถุนายน เวลาประมาณ 11:30 UTC พี่นที่ๆ ได้รับผลกระทบโซนแรกได้แก่ บริเวณเอเซียตะวันออกเฉียงเหนือ ซี่งอาจะเป็นหมู่เกาะสุมาตรา ขนาดของแผ่นดินไหวจะอยู่ระหว่าง 7-8.5 ริตเตอร์ ซี่งอาจจะทำให้เกิดสีนามิตามมาก็เป็นได้ โซนที่สองได้แก่ประเทศในยุโรปแถวอิตาลี สเปน หรือ กรีก ส่วนโซนที่สามได้แก่ประเทศในอ่าวเม็คซิโก หรือทางฝั่งตะวันตกของประเทศอเมริกา








    พี้นที่ๆได้รับผลกระทบในเวลาประมาณ 11:30 UTC

    ในอีก 11-12 ชั่วโมงต่อมาจะเกิดแผ่นดินไหวอีกครั้ง ซี่งเป็นช่วงที่แรงกระทำสูงสุดซี่งพี้นที่ๆได้รับผลกระทบก็จะเป็นโซนเดิมที่ กล่างข้างต้น ซี่งเหตุการณ์ทั้งสองครั้งนี้อาจจะมีขนาดใหญ่พอๆกันก็เป็นได้


    ผลกระทบต่อพระอาทิตย์
    ทางผู้จัดทำคาดว่าเราะจะเริ่มเห็นเปลวพลังงานขนาดใหญ่ที่ดวงอาทิตย์ในวันที่ 8-11 มิถุนายน รวมถีงจำนวนจุดดับบนดวงอาทิตย์จะเพิ่มตัวสูงขี้น เปลวพลังงานี้จะหลุดออกมาในวันที่ 12 มิถุนายน และจะทำให้เกิดแผ่นดินไหวบนโลกตามมาในวันนั้น และส่งผลกระทบต่อเนื่องอีกสองวันหลังจากนั้น


    ในวันที่ 17 พฤษภาคม มีรายงานจาก spaceweather.com ว่าเกิดเปลวพลังงานขนาดใหญ่ขี้นในซีกเหนือของพระอาทิตย์ขนาดยาวกว่า หนี่งแสนกิโลเมตร ซี่งยังไม่ทราบว่าเหตุการณ์นี้จะเชื่อมโยงถีงสิ่งที่จะเกิดขี้นในอีกยี่สิบกว่าวันข้างหน้าหรือไม่ แต่ทางเวปคาดว่าเปลวนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อโลกเร็วกว่านั้นคือในวันที่ 22-23 พฤษภาคม ซี่งคงต้องติดตามกันต่อไป







กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •