กำลังแสดงผล 1 ถึง 5 จากทั้งหมด 5

หัวข้อ: ระวัง..ไข้เลือดออก

  1. #1
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ teerapat
    วันที่สมัคร
    May 2010
    กระทู้
    177

    ฟังเพลง Music Streaming ระวัง..ไข้เลือดออก


    ถ้ามีไข้สูง..อย่านิ่งนอนใจ อาจเป็นไข้เลือดออก

    ให้สังเกตุอาการ:
    มีไข้ลอยสูง แม้ให้ยาลดแล้วก็ยังไม่ลด ซ้ำยังเบื่ออาหาร คลื่นใส้อาเจียน
    ใน 2-3 วัน พาไปให้แพทย์ตรวจช้ำ เพื่อค้นหาอาการสำคัญในการวินิจฉัย
    เช่น (จุดเลือดออกที่ผิวหนัง เส้นเลือดเปราะ ตับโต กดเจ็บชายโครง )และ
    เจาะเลือดตรวจ ดูเกร็ดเลือด
    เมื่อแพทย์วินิจฉัยเป็นไข้เลือดออก : ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำ

    ระวัง..ไข้เลือดออกดื่มน้ำผลไม้ น้ำเกลือแร่บ่อย ๆ
    ระวัง..ไข้เลือดออกกินยาลดไข้ตามแพทย์สั่ง (พาราเวตามอล)ห่างกันอย่างน้อย 4 ชั่งโมง
    ถ้าไข้ลดลงต่ำกว่า 39 องศาเชลเซียล ไม่ต้องกินซ้ำ
    ระวัง..ไข้เลือดออกให้เช็ดตัวช่วยลดไข้เป็นระยะ ๆ
    ระวัง..ไข้เลือดออกห้ามกินยาลดไข้ชนิดอื่น ๆ โดยเฉพาะแอสไพริน ไอบุโปรเฟน เพราะอาจทำให้เลือดออกมาก และเป็นอันตรายต่อตับ
    ระวัง..ไข้เลือดออกให้ทานอาหารอ่อน ๆ ย่อยง่าย ตามที่ต้องการ
    ระวัง..ไข้เลือดออกควรงดอาหาร และ เครื่องดืมที่มีสีแดง ดำ เพราะหากอาเจียนออกมา อาจเข้าใจผิดว่าเป็นเลือด
    ระวัง..ไข้เลือดออกพาไปพบแพทย์เพื่อติดตามดูอาการและตรวจเลือด(เกร็ดเลือดและความเข้มข้นของเลือด)แพทย์จะบอกได้เมื่อไรจำเป็นต้องเข้าอยู่โรงพยาบาล
    การป้องกัน:
    ระวัง..ไข้เลือดออกใช้มุ้งลวดครอบเมื่อเด็กนอนกลางวัน
    ระวัง..ไข้เลือดออกนอนในห้องที่มีมุ้งลวด
    ระวัง..ไข้เลือดออกอยู่ในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก และมีแสงสว่าง
    ระวัง..ไข้เลือดออกบริเวณที่อยู่อาศัยตองช่วยกันกำจัดลูกน้ำให้หมด

  2. #2
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ ระพินทร์
    วันที่สมัคร
    Apr 2009
    ที่อยู่
    thai
    กระทู้
    145
    ผมเป็นละครับ บุ้ยยยบ่ออกอาการปานใดครับ ผู้ใหญ่เนาะ อาการผมไข้ยามแลงตกยามคืนมากะไข้กินยากะเซา เป็นอยู่อาทิตย์กว่าพุ้นละครับ อาการจั่งเห็นชัดคือโตผมบ่ฮ้อนแต่ไข้ยุทางใน หนาวปวดกระดูก กินหยังกะบ่ได่ น้ำกะบ่ได่ครับออกทางเก่าเหมิด ไปจ้ำเลือดขึ้นหน้า ไปโรงพยาบาลตรวจหาเชื้อ ผมกะว่าบ่ไหวครับขอนอนเตียงถ่าตรวจก่อนเด้อคุณพยาบาล เพิ่นกะว่าเป็นไข้เลือดออกครับ...เป็นคักเติบยุ
    เลือดออกในช่องท้องพุ้นละเกร็ดเลือดกะต่ำ ต้องให้น้ำเกลือ7กระปุก เกร็ดเลือดอีก2ถุงตามด้วยเลือดอีก..คราวเคราะห์เลือดเหมิดได้แลนหาเลือดอีกวุ้ยว่าแม่นจิไปทางเพิ่น555คนขี้ดื้อเนาะเพิ่นเลยบ่เอาไปนำ5555นอนเป็นอาทิตย์เช็คเกร็ดเลือตลอดเวลา ไคแนแต่เซามาคุยนำพี่น้องพอได้หม่องๆแมงๆไปเนาะครับ..55เกือบบ่รอด เข็ดเด้อครับไผว่าบ่อันตราย แฮงเป็นผุใหญ่แฮงเป็นตาย้านเด้อพี่น้องขอบอก...ไคแต่พยาบาลงามสุคน55555555บ่อยากเซาเลยพะนะ
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ระพินทร์; 17-06-2010 at 14:47.

  3. #3
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ teerapat
    วันที่สมัคร
    May 2010
    กระทู้
    177
    ผู้เขียนนี่กะ เคยเป็นอยู่ครั้งหนึ่งครับตั้งแต่อายุ 13-14 ปี อาการหนักครับ กินหยังกะบ่ได้ ไข้นี่ขึ้นสูงตลอด ถ้ากินอีหยังเข้าไปกะออกทางเก่า ตอนนั้นดีครับที่ไปหาหมอทัน หมอว่าถ้าช้ากว่านี้คือสิ เด็ดสะมอเล่ ครับ กะเลยเขียนมาเล่าสู่กันฟังครับ จั่งได๋กะซ่อยกันเบิ่งสงสารแต่เด็กน้อยล่ะครับถ้าเป็นแล้วมันยากแม่นบ่ครับ c06:c06:

  4. #4
    เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
    ช่างภาพอิสระ
    สัญลักษณ์ของ ฅนภูค่าว
    วันที่สมัคร
    Feb 2010
    ที่อยู่
    นครโคราช บ้านเกิดกาฬสินธุ์
    กระทู้
    1,368

    ฝนตก ยุงลายชุกชุม ระวังไข้เลือดออกคุกคามเด็กๆ

    พอดีผมกะข้อมูลโตนี่ยุ กะเลยถือโอกาสขอลงนำกันเด้อ

    ฝนตก ยุงลายชุกชุม ระวังไข้เลือดออกคุกคามเด็กๆ

    ช่วงนี้ฝนตกชุกทุกพื้นที่ ทำให้ยุงลายเพาะพันธุ์ได้ง่าย ทั้งที่บ้านและโรงเรียน ผู้ปกครองระวังโรคไข้เลือดออกระบาดสู่เด็กๆ...

    "ไข้เลือดออก" เป็นโรคติดเชื้อจากไวรัสเดงกี่ (Dengue virus) ที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค โดยทั่วไปยุงลายจะออกหากินกัดคนในเวลากลางวัน ยุงลายจะเพาะพันธุ์ในน้ำใสสะอาดและนิ่ง แหล่งเพาะพันธุ์ส่วนใหญ่คือภาชนะที่มีน้ำขัง เมื่อยุงลายตัวเมียดูดเลือดจากผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสเดงกี่เข้าไป เชื้อไวรัสเดงกี่ในยุงจะเพิ่มจำนวน และกระจายเชื้อเข้าไปสู่ต่อมน้ำลายของยุง เตรียมพร้อมที่จะปล่อยเชื้อให้กับคนที่ถูกกัดครั้งต่อไปได้ โดยเชื้อจะอยู่ตลอดอายุของยุง จะพบยุงลายชุกชุมมากในฤดูฝน การควบคุมยุงลายทำได้โดยทำลายแหล่งเพาะพันธุ์อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และกำจัดลูกน้ำยุงลายโดยใส่ทรายอะเบต (abate) ลงในภาชนะที่มีน้ำขัง

    การติดเชื้อไวรัสเดงกี่จากยุงลายจะมีอาการอย่างไร ?
    ผู้ป่วยส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 90 ที่ได้รับเชื้อไวรัสเดงกี่ จะไม่แสดงอาการ ส่วนผู้ป่วยที่แสดงอาการจะแบ่งอาการออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

    ไข้ไวรัส ผู้ป่วยจะมีเพียงไข้ 2-3 วัน และอาจมีผื่นตามตัว ซึ่งจะมีอาการคล้ายกับการติดเชื้อไวรัสอื่นๆ

    ไข้เดงกี่ ผู้ป่วยจะมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว มักมีผื่นตามตัว และพบจุดเลือดออกจากการทดสอบ
    tourniquet test ถ้าเจาะเลือดมักจะมีเม็ดเลือดขาวต่ำ บางรายอาจมีเกล็ดเลือดต่ำร่วมด้วย

    ไข้เลือดออกเดงกี่ ผู้ป่วยมีไข้สูง 2-7 วัน มีอาการเลือดออก ส่วนใหญ่พบที่ผิวหนัง ตับโต และพบจุดเลือดออกจากการทดสอบ tourniquet test ลักษณะเฉพาะของโรคคือ มีการรั่วของพลาสมาหรือน้ำเหลืองออกจากเส้นเลือด ทำให้มีโอกาสเกิดภาวะช็อกได้ โดยส่วนใหญ่จะมีการรั่วของพลาสมาประมาณ 24-48 ชั่วโมง หลังจากระดับเกล็ดเลือดลดต่ำลง

    ไข้เลือดออกมีอาการอย่างไร ?
    การดำเนินโรค แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้

    ระยะไข้สูง ผู้ป่วยจะมีไข้สูง 39-41 องศาเซลเซียส ส่วนใหญ่ติดต่อกันเป็นเวลา 2-7 วัน มักมีอาการหน้าแดง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว เบื่ออาหาร อาเจียน ปวดท้องบริเวณลิ้นปี่หรือใต้ชายโครงขวา ตับโต กดเจ็บ บางรายอาจมีจุดเลือดออกเล็กๆ กระจายที่ผิวหนัง มักไม่มีอาการหวัดชัดเจน

    ระยะวิกฤติ เป็นระยะที่ไข้มักลดลงอย่างรวดเร็วและมีการรั่วของพลาสมา ถ้าหากมีการรั่วอย่างมาก จะเกิดภาวะช็อกได้ ผู้ป่วยจะมีอาการกระสับกระส่าย มือเท้าเย็น ชีพจรเต้นเร็วและเบา มีความดันโลหิตต่ำ และอาจมีอาการเลือดออกที่อวัยวะอื่นๆ ในรายที่รุนแรงอาจอาเจียน และถ่ายอุจจาระเป็นเลือด ซึ่งมักจะเป็นสีดำ

    ระยะฟื้นตัว เป็นระยะที่พลาสมากลับเข้าสู่กระแสโลหิต ผู้ป่วยจะมีอาการทั่วไปดีขึ้น มีความอยากอาหาร ปัสสาวะเพิ่มขึ้น มีผื่นเป็นวงกลมสีขาวกระจายอยู่บนปื้นสีแดง และอาจมีอาการคันร่วมด้วย

    ทราบได้อย่างไรว่าเป็นไข้เลือดออก ?
    วินิจฉัยจากลักษณะอาการทางคลินิก ร่วมกับการตรวจทางห้องปฏิบัติการเบื้องต้น ดังนี้
    การตรวจนับเม็ดเลือด ในตอนต้นของระยะไข้สูง จำนวนเม็ดเลือดขาวอาจปกติหรือสูงเล็กน้อย ในตอนปลายของระยะไข้สูงจำนวนเม็ดเลือดขาวมักต่ำลง ต่อมาจะพบว่าจำนวนเกล็ดเลือดต่ำลง

    การตรวจภาพรังสีปอด อาจมีน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด
    การตรวจอื่นๆ เช่น การตรวจภาวะการแข็งตัวของเลือด การตรวจการทำงานของตับ การตรวจทางภูมิคุ้มกันจำเพาะต่อเชื้อ การเพาะเชื้อไวรัส เป็นต้น

    การรักษาโรคไข้เลือดออก
    ผู้ป่วยที่มีอาการของโรคไข้เลือดออก ควรได้รับการตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อตรวจปริมาณเกล็ดเลือด และระดับความเข้มข้นของเลือด

    ในช่วงระยะไข้สูง ควรเช็ดตัวเพื่อลดไข้ ระวังอาจมีการชักได้โดยเฉพาะในเด็กเล็ก หรือเด็กที่มีประวัติชักมาก่อน การรับประทานยาลดไข้ควรให้ด้วยความระมัดระวัง และให้เป็นครั้งคราวเวลาที่มีไข้สูงเท่านั้น กรณีจำเป็นต้องให้ยาลดไข้ควรใช้ยาพวกพาราเซตามอล ไม่ควรใช้ยาลดไข้จำพวกแอสไพริน เนื่องจากเสี่ยงต่อภาวะเลือดออก

    ในกรณีที่เริ่มเข้าสู่ระยะวิกฤติ หรือระยะที่มีการรั่วของพลาสมา แพทย์จะพิจารณารับผู้ป่วยไว้ในโรงพยาบาล

    ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการเบื่ออาหารมาก ไม่รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำเลย ถ่ายปัสสาวะน้อยลง อาเจียนมาก ปวดท้องอย่างรุนแรง ซึม มีอาการแย่ลงเมื่อมีไข้ กระสับกระส่าย มือเท้าเย็น อาจเป็นอาการนำของภาวะช็อก ควรรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที

    คำแนะนำ
    ถ้าผู้ป่วยมีไข้สูงติดต่อกันเกิน 3 วัน ควรพบแพทย์ เพื่อการวินิจฉัยโรคที่ถูกต้อง ระวังไม่ให้ยุงกัดในเวลากลางวัน และกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย

    โรงพยาบาลเวชธานี
    ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฝนตก ยุงลายชุกชุม ระวังไข้เลือดออกคุกคามเด็กๆ

  5. #5
    ศิลปิน นักร้อง นักแสดง สัญลักษณ์ของ จ่าเหลือง
    วันที่สมัคร
    Mar 2010
    ที่อยู่
    กรุงเทพ
    กระทู้
    1,626
    เห็นยุ่งโตนี้แล้วอยากตบจั่งๆจักบาดเด้ โพ้ะๆ ตายๆๆๆ ยุ่งมันร้ายกว่าเสือแต่ที่เหนือกว่ายุ่งคือ ..อิอิอิ:l-

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •