แม่เลี้ยงมักจะคู่กับลูกเลี้ยง และมักจะไม่ใช่ภรรยาของพ่อเลี้ยง บ้านหนึ่งๆจึงไม่ค่อยมีทั้งพ่อเลี้ยงและแม่เลี้ยงอยู่คู่ครัวเรือนเดียวกัน แม่เลี้ยงเป็นแม่ชนิดหนึ่งที่อุปโลกน์เรียกกันตามฐานะที่เกิดขึ้น เนื่องจากไปแต่งงานกับพ่อม่ายลูกติด ทำให้ลูกที่ติดสามีมากลายเป็นลูกเลี้ยงของแม่เลี้ยง ทั้งๆที่แม่เลี้ยงอาจไม่ได้เลี้ยงหรือไม่เคยเลี้ยงดูลูกเลี้ยงก็ได้
เมื่อต้องร่วมเรือนเดียวกันก็อาจมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง แม้จะรักลูกห่วงลูกปานใด แต่รักเมียใหม่ก็ย่อมต้องมีไม่มากก็น้อยคนเป็นลูกก็รักพ่อ แต่จะให้รักคนที่พ่อรักมากกว่าแม่ตัวก็ทำใจลำบาก และแม้จะคาดได้ว่ากฎหมายไม่ได้รองรับฐานะของแม่เลี้ยงให้มีสิทธิมีอำนาจบาตรใหญ่ในลูกเลี้ยงได้ แต่ก็ไม่ใช่เสียทั้งหมด เพราะแล้วแต่บทบาทของแม่เลี้ยงคนนั้นด้วยเหมือนกัน หลักมีอยู่ว่าลูกของใครก็ของคนนั้น จะมาจัดสรรให้เป็นกันตามอำเภอใจไม่ได้
ดังนั้น แม้จะมีแม่ใหม่ให้ลูกคนเดิม ก็ไม่ทำให้แม่คนใหม่ได้สิทธิอย่างแม่แท้ๆ เป็นต้นว่าสิทธิในการได้รับมรดก หากลูกเลี้ยงตายสิทธิที่จะเรียกค่าเสียหายเพราะขาดไร้อุปการะ หากว่าลูกเลี้ยงถูกคนขับรถมาชนตาย เบาๆ หน่อยก็เรื่องของอำนาจปกครองลูกเลี้ยงอันได้แก่ อำนาจในการจัดการทัพย์สินของลูก อำนาจในการกำหนดที่อยู่ของลูก หรือการว่ากล่าวสั่งสอนลูก
แปลอีกที ก็คือ แม้จะศักดิ์หรือฐานะเป็นแม่เลี้ยง แต่ก็เป็นเพราะสถานะทางครอบครัวที่เกิดขึ้น ไม่ใช่สถานะทางกฎหมายใดๆทั้งสิ้น ไม่ว่าแม่เลี้ยงคนนี้จะจดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมายกับพ่อของลูกเลี้ยงหรือไม่ก็ตาม อำนาจปกครองลูกก็ยังอยู่กับพ่อหรือแม่(จริง) ตามแต่จะได้ตกลงกันไว้ในตอนหย่า หรือหากว่าแม่ตายไปแล้ว อำนาจปกครองก็ต้องอยู่ที่พ่อของลูกไม่เผื่อแผ่มาที่แม่เลี้ยงแม้แต่น้อย
อำนาจก็ไม่มี หน้าที่ก็ไม่ต้อง ปกติแล้วหากลูกยังเด็กยังเล็ก พ่อแม่มีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูลูก และเมื่อลูกเติบใหญ่มีปัญญาหาเลี้ยงครอบครัวได้ ลูกก็มีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูพ่อแม่ด้วย แม้จะดองเป็นแม่เลี้ยงลูกเลี้ยงก็ไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายต้องเลี้ยงดูกันแต่ประการใด
แต่ในโลกแห่งความจริง ผู้หญิงมักเลี้ยงลูกได้ดีกว่าผู้ขาย จึงเป็นไปได้มากที่สามีมักจะหวังให้ภรรยาคนใหม่ทำหน้าที่แทนแม่แท้ๆของลูก การเลี้ยงดูขับกล่อมลูกนอกไส้จึงเกิดขึ้นจนได้ แบบนี้แม้กฎหมายจะไม่ได้ให้อำนาจไว้ แต่เมื่อพ่อเลี้ยงมอบหมายถือว่าให้ดูแลแทน แม่เลี้ยงย่อมอบรมเลี้ยงดู ทำโทษว่ากล่าวสั่งสอน หรือจัดการออกคำสั่งให้ต้องปฎิบัติตามประสาแม่ที่ต้องเลี้ยงดูลูก
แม่เลี้ยงทั้งหลายก็อย่าได้ฉวยโอกาสทองที่สามีมอบความไว้วางใจการดูแลก็ต้องอยู่ในขอบเขต จะมาล่วงเกินสิทธิในตัวลูกไม่ได้เช่น เมื่อแม่ของลูกมาเยี่ยมพบ แม่เลี้ยงจะหวงก้างวางอำนาจที่สามีให้มาห้ามเขาพบกันไม่ได้ ทั้งการทำหน้าที่ดูแลก็ต้องใช้ความระมัดระวังอย่าให้เกิดความเสียหาย หากพาไปเดินเล่นตามห้างแล้ว มือเด็กระรานไปปัดถ้วยโถโอชามเขาระเนระนาด ความเสียหายตรงนี้เห็นทีแม่เลี้ยงต้องรับไว้ จะมาหยิบหลักฐานแสดงว่าไม่ใช่แม่ที่แท้จริงไม่ได้ เพราะกฎหมายท่านว่าไว้ว่า ถ้าเด็กอยู่ในความดูแลของเราแล้วเด็กไปละเมิดเกิดความเสียหายขึ้นมา ทั้งเด็กและตัวเราก็ต้องร่วมกันรับผิด เว้นแต่จะพิสูจน์ว่า ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควร วันไหนแม่เลี้ยงอยากจะโฮมอโลน ลูกเลี้ยงที่อายุยังไม่เกิน 9 ปี โดยไม่มีใครดูแลก็มีความผิดทางอาญาฐานทอดทิ้งเด็กได้
เป็นแม่คนนั้นแสนลำบาก เป็นแม่เลี้ยงก็ยุ่งยากหลายเท่า เมื่อรักพ่อของเด็กก็ต้องรู้ไว้ว่า กฎหมายให้แม่เลี้ยงมีฤทธิ์เดชแค่ไหน
อย่าได้ล้ำเส้นออฟไซด์ถูกใบเหลืองใบแดงจนสามีปลดกลางอากาศจากตำแหน่งภรรยา เพราะไปทำหน้าที่แม่เลี้ยงใจยักษ์