กำลังแสดงผล 1 ถึง 4 จากทั้งหมด 4

หัวข้อ: เรื่องสั้นๆภรรยาหมอ" ตอนสระบุรีแล้วเลี้ยวขวา"

  1. #1
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ สาวเมืองกะสิน
    วันที่สมัคร
    Sep 2007
    กระทู้
    616

    เรื่องสั้นๆภรรยาหมอ" ตอนสระบุรีแล้วเลี้ยวขวา"


    พอดีอ่านเจอค่ะ อ่านแล้วได้ความรู้ดีมากๆเกี่ยวกับอีสานบ้านเฮา เมื่อยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา
    ผู้เขียนบ่แม่นคนอีสาน แต่เป็นคนกรุงเทพฯโดยกำเนิด แต่มีความรักและชื่นชมให้ผืนแผ่นดินอิสานบ้านเฮา
    กะเลยขออนุญาต นำมาเผยให้พี่น้องบ้านมหาเฮาให้อ่านและชื่นชมนำค่ะ
    มาๆๆตามมาอ่านกันเลย ในเว็บนี้ค่ะ

    "เรื่องสั้นๆภรรยาหมอ"
    ตอนที่ ๑: สระบุรีเลี้ยวขวา
    ประภาศรี วิริยพันธ์ สุฉันทบุตร



    เมื่อปี 2525 เป็นปีฉลองสองร้อยปี รัตนโกสินทร์ เรา คือ สามี และดิฉัน ไปหาข้อมูลที่กระทรวงสาธารณสุข ตอนนั้น กระทรวงอยู่ริมน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ที่วังเทวเวศม์ สามีของดิฉัน จบแพทยศาสตร์ แล้ว ใช้ทุน ให้รัฐบาล เหมือนแพทย์ ทุกคนที่มีข้อกำหนดว่า ถ้าเรียนจบ แพทยศาสตร์บัณฑิต แล้วต้อง ใช้ทุนให้รัฐบาลก่อน เพราะประเทศชาติ ขาดแคลน แพทย์ และการลงทุนให้เรียนแพทย์นั้น รัฐบาลต้องลงทุนมากกว่า ปริญญาสาขาอื่นๆ หมอ ทุกคนจึงต้องมีหน้าที่ใช้ทุนให้รัฐบาล โดยต้องทำงานให้รัฐบาลด้วย การทำงานในระบบราชการ ในร.พของรัฐบาลโดยเฉพาะในชนบท ก่อน หลังจากนั้น เมื่อมาเรียนต่อ ก็ต้องกลับไปใช้ทุนให้รัฐบาล โดยต้องรับราชการเป็นเวลา สองเท่าของ เวลาที่เรียน

    สามีของดิฉัน ใช้ทุนรัฐบาล จนหมดแล้ว จึงมา รับการ คัดเลือก เข้าเรียนต่อ เป็นแพทย์เฉพาะทาง จน จบวุฒิบัตร ผู้เชี่ยวชาญ ศัลยกรรมทั่วไป จากจุฬา วิชาและเวลาที่เรียนถ้าเทียบกับการศึกษา ในระดับอุดมศึกษา วิชาอื่นๆ ก็เทียบเท่าปริญญาเอก( ดุษฎีบัณฑิต หรือ phd.) เ เต่ ในแพทยศาสตร์ ศึกษา เขาจะเรียกว่าวุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญ ปัจจุบันอาจจะเรียกเป็นอย่างอื่นไปแล้วก็ได้ เงินเดือนที่ราชการให้ สำหรับวุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญ ก็เทียบเท่าปริญญาเอก สาขาอื่นๆ ( ศัลยกรรม ทั่วไปหมายถึงผ่าตัดที่รักษาโรค ให้หาย นะคะ ไม่ใช่ผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งที่ทำให้สวยงาม เพราะบางคนเข้าใจว่าหมอผ่าตัด คือ ผ่าตัดให้สวยงาม ตอนนั้น ผ่าตัดให้หายจากโรคก็พอแล้ว ความสวยงามไม่ค่อย ต้องการเท่าไรนัก)


    เจ้าหน้าที่ ฝ่ายกองการเจ้าหน้าที่ ของกระทรวงสาธารณสุข บอกกับสามี ดิฉันว่า “ หมอรีบตัดสินใจนะว่าจะลงที่จังหวัดไหน พี่จะพิมพ์ลงไปเดี่ยวนี้เลย ”

    ดิฉันมองไปที่แคร่ พิมพ์ดีดของพี่ท่านนั้น แล้ว หันไปมองหน้ากับสามี
    “ ขอดูแผนที่ประเทศไทย หน่อยได้ไหมคะพี่”

    พี่ท่านนั้น เอาแผนที่ประเทศไทยมากางให้เราดูทันที

    “ หนูชอบจังหวัด นี้ มุกดาหาร ชื่อจังหวัด หนูชอบจังเลย และเห็นบ่อยๆ หลังรถทัวร์”

    “ ที่ มุกดาหาร มีหมอผ่าตัดแล้ว เป็นอเมริกันบอร์ดด้วย ล่ะ ” พี่ท่านนั้นบอก

    “งั้น ขอจังหวัด ใกล้ๆ มุกดาหาร ก็แล้วกัน ที่เขาขาด หมอศัลย์ นะครับ ยโสธร เป็นยังไงครับพี่ ” สามีชี้ไปที่แผนที่จังหวัดยโสธร ซึ่งอยู่ในอิสานใต้ ใกล้ขึ้นมาหน่อย ห่างจาก มุกดาหาร นิดเดียว

    ภาพ และชื่อ จังหวัดยโสธร ในแผนที่ยังติดตา ดิฉัน ไม่เสื่อมคลาย

    “ ยโสธร ไ ม่มี หมอผ่าตัด เลยล่ะ ตกลงนะหมอนะ หมอไม่มีเวลาตัดสินใจแล้วล่ะ พี่จะพิมพ์ชื่อ หมอ ลงไป
    เดี่ยวนี้ ไม่มีเวลารอแล้วล่ะ เพราะพี่ต้องทำรายงานส่ง ผู้ใหญ่ ในวันนี้ ”

    “ ครับ ” สามีของ ดิฉั นตอบ ด้วยเสียง หนักแน่น มั่นคง เหมือนกับจะทราบ ว่า เป็นหน้าที่ที่จะต้องไปอยู่ที่ จังหวัดนี้ เป็น อันว่า ชื่อ “ ยโสธร ” คือ อนาคต ของเรา ณ. บัดนั้น



    “ ยโสธร แปลว่า ผู้ทรงไว้ซึ่งยศ ” ดิฉันรำพึงในใจ ด้วยความ ที่เป็นบัณฑิต ครุศาสตร์จุฬา วิชา โท ภาษาไทย ดิฉันจึงเข้าใจความหมายของชื่อจังหวัดนี้ ได้ในทันที


    สำหรับดิฉัน ได้เรียนต่อปริญญาโท จากมหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร) และเรียนจบแล้ว และได้งานทำ ในบริษัทอเมริกัน ที่เงินเดือนสูงมาก มีรถยนต์ประจำตำแหน่งให้ มีสวัสดิการที่ดีมากๆ เงินเดือนรายได้ สองหมื่นกว่าบาท ซึ่ง 25 ปีที่แล้วถือว่าสูงมากๆ ดิฉันเป็นคนเดียวที่ นายบอกว่า มาขอลาออกเอง ส่วนใหญ่ พนักงานบริษัทนี้ ถ้า ออก ก็เพราะบริษัทเขายื่นซองขาวให้ออก เพราะผลงาน ไม่ ถึงเกณฑ์ที่ฝรั่ง วางไว้ ซึ่งสูงมาก นาย ดิฉันบอกว่าตั้งแต่ตั้งบริษัท นี้ในเมืองไทย ดิฉันเป็นคนแรกที่ บริษัทได้เลี้ยงส่งด้วยความเสียดายยิ่ง

    ตัวดิฉันเองก็สุดแสนจะเสียดายในเงินเดือน สองหมื่นกว่าบาทนั้น แต่ความตั้งใจที่จะให้สามีได้ทำหน้าที่ของเขาให้สมบูรณ์ และ หน้าที่ความรับผิดชอบ ในฐานะหมอ ที่มีต่อประชาชน ในภาคอิสานที่แห้งแล้ง และกันดาร และขาดแคลนแพทย์ และต้องทำงานให้ราชการ เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่กว่า เรื่องอื่นๆ มากนัก


    เมื่อ วันเดินทางมาถึง เราขับรถยนต์กันมา มีลูกชายคนแรก ด.ช. ต้นกล้า สุฉันทบุตร (ปัจจุบันเป็นนายแพทย์ต้นกล้า สุฉันทบุตร) ตอนนั้นลูก อายุ เพียงสองปี แปดเดือน นั่งในตักดิฉัน และลุกขึ้นยืนส่งเสียง ตลอดเวลา เมื่อเห็นตรา สัญลักษณ์ รัตนโกสินทร์สองร้อยปี ที่ติดทั่วไปในเขตกรุงเทพมหานคร ในขณะนั้น

    “รัตนโกสินทร์สองร้อยปี รัตนโกสินทร์สองร้อยปีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” ด.ช ต้นกล้า ท่อง ประโยคนี้มาตลอด จน รถผ่านพ้นกรุงเทพมหานคร 25 ปี ผ่านมาแล้ว เสียงเจื้อยแจ้วของลูก ยังก้องอยู่ในหูของดิฉันตราบจนทุกวันนี้

    เราขับรถ กันมาเรื่อยๆ “ สระบุรีเลี้ยวขวา” เข้า นครราชสีมา แล้วเลี้ยวขวา อีกครั้งเมื่อถึงแยกเล็กๆ เข้า ถนนเล็กๆขรุขระ มาทาง อ. ประทาย เรา เกาะ แผนที่กรมทางหลวง เป็นใบ เบิก ทาง มาตลอด ขอขอบคุณกรมทางหลวง ด้วยเช่นกันที่ ทำให้เรามีวันนี้


    เมื่อมาถึง เขต ทุ่ง กุลาร้องไห้ เรา หยุดรถ ข้างทาง แล้ว เอาน้ำมันที่เรา ใส่ถัง ตุน ไว้ที่หลังรถ มาเติมน้ำมัน ให้รถของเรา

    วันที่เราเดินทาง เป็นวันอาทิตย์ ซึ่งรัฐบาลสั่งปิดปั๊มน้ำมัน เนื่องจาก วิกฤติเศรษฐกิจฟองสบู่แตกครั้งแรกของประเทศไทย จำได้ ว่าเป็นรัฐบาลสมัย พณ. พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ท่านประธานองคมนตรีในปัจจุบัน

    สมัยนั้น ดิฉันยังไม่ค่อยทราบเรื่องเศรษฐกิจของประเทศเท่าไรนัก ตระหนัก แต่เพียงว่า สามีเป็นหมอ และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแห่งแรกของชีวิตดิฉัน สอนให้เรารับใช้ประชาชน และออกไปชนบทเถิดคนหนุ่มสาว

    เราได้เริ่มทำหน้าที่นี้ แล้ว เพิ่งสนองคุณของจุฬาลงกรณ์มหาวิยาลัย ตามปณิธาน ของในหลวง รัชกาลที่ห้า ที่โปรดให้มีโรงเรียนมหาดเล็กหลวงรักษาพระองค์ขึ้น ด้วยมีพระราชดำรัส ใจความว่า

    นับแต่นี้ต่อไป เพื่อให้ลูกของพระองค์ท่าน ลูกชาวนา ชาวไร่ ลูกไพร่ฟ้า ข้าแผ่นดิน ลูกของชาวไทยทุกคน จะ ได้มีโอกาสเข้ามาศึกษาในสถาบันแห่งนี้โดยเท่าเทียมกัน และโรงเรียน มหาดเล็กรักษาพระองค์แห่งนี้ ได้ พัฒนา เป็นจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ในเวลาต่อมา

    บัณฑิตจุฬา ส่วนใหญ่จะตระหนักในหน้าที่ของตนเองเป็นอย่างดี ว่า จะต้องมีหน้าที่ รับใช้ประชาชนและประเทศชาติ เพราะบรรยากาศในจุฬา จะย้ำ เตือน ในเรื่องนี้เสมอมา

    ทุ่งกุลาร้องไห้ตอนนั้น ไม่เหมือนตอนนี้ ซึ่ง ได้กลาย เป็นทุ่งนาสีเขียวชอุ่มด้วย นาข้าวหอมมะลิ ไปแล้ว


    ตอนนั้น ทุ่งกุลา ร้องไห้ จริงๆ คือ ค่อนข้างแห้งแล้ง เป็นรอยต่อระหว่าง ห้าจังหวัด คือ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ยโสธร ศรีสะเกษ และ สุรินทร์ เขาเล่ากันว่า ที่เรียกว่า ทุ่งกุลาร้องไห้ เพราะแห้งแล้งมาก จน กุลา น่าจะหมายถึง สัตว์ใหญ่ชนิดหนึ่ง เดินผ่านทุ่งนี้ แล้วยากลำบาก กันดาร แสนเข็ญ จนต้องร้องไห้ น้ำตาไหล

    ถ้าสัตว์ที่แข็งแรง กำยำ ยังร้องไห้ แล้วคนที่อยู่ที่นี่ ล่ะ มิยิ่งกว่าร้องไห้หรือ ?

    แต่บางคนก็เล่าว่า กุลา หมายถึง ชนเผ่า เผ่าหนึ่ง ในอดีต ที่ต้องเดินเท้า ผ่านทุ่ง ที่ แสนร้อน กันดาร แห้งแล้ง แม้แต่น้ำ สักหยด ก็หา ไม่ได้ ค่อยๆอดตายไป แล้วคนเหล่า ก็ ร้องไห้ด้วยความทุกข์ระทม

    ดิฉันจับมือสามี แน่น “ เราต้องอยู่ ให้ได้ นะพ่อนะ ”

    สำหรับดิฉันแล้ว ไม่มีที่ไหนในประเทศไทยที่เราจะอยู่ไม่ได้ เราตั้งใจมาที่นี่ด้วยหัวใจ เรา ขอเป็นส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งที่ จะทำให้ทุ่งกุลา หายร้องไห้ ให้ได้

    หัวใจเล็กๆ ของเรา สาม หัวใจ พ่อ แม่ และลูก ตั้งใจอย่างนั้นจริงๆ

    โปรดติดตามตอน ๒
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สาวเมืองกะสิน; 02-07-2010 at 12:08.

  2. #2
    ฝ่ายบริหารระดับสูง สัญลักษณ์ของ พล พระยาแล
    วันที่สมัคร
    Mar 2008
    กระทู้
    6,940
    อ่านไปฮอดเคิงหนึ่งกะม่วนอยู่ครับ ไปเบิ่งหม้อข้าวก่อนเด้อจั่งค่อยสิมาอ่านใหม่ ย่านหม้อหนึ่งไหม่ซั่นดอกหวา เอิ๊ก ๆ ๆ ยาวคักแมะ อิอิ

  3. #3
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ สาวเมืองกะสิน
    วันที่สมัคร
    Sep 2007
    กระทู้
    616
    เป็นได๋น้อ อ้ายพล กลับมาอ่านใหม่แล้วไป่จ้า หม้อข้าวไหม้บ่หล่ะอ้าย
    อั่นๆๆๆถามแนจ้าอ้าย อำเภอเกษตรสมบูรณ์ทุกมื่อเป็นจังได๋แน คือสิอุดมสมบูรณ์อยู่น้อจ้า
    เห็นเพิ่นเขียนแล้ว กะอยากไปเที่ยวเน๊าะ อำเภอเกษตรสมบูรณ์(พูนสุข)

  4. #4
    Moderators สัญลักษณ์ของ ต่าย
    วันที่สมัคร
    Nov 2007
    ที่อยู่
    เชียงใหม่
    กระทู้
    1,244
    บล็อก
    5
    เขียนได้ละเอียดดีคะ จินตนาการเห็นภาพชัดเลย
    ต่ายกะชอบชื่ออำเภอแถวภาคอีสานคะ ชื่อเพราะๆทั้งนั้น
    มัญจาคีรี กุฉินารายณ์ กุมภวาปี เดชอุดม ....
    ...สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นนักปราชญ์โดยสายเลือดของชาวอีสานนะคะ

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •