กำลังแสดงผล 1 ถึง 3 จากทั้งหมด 3

หัวข้อ: @@@หนองคาย@@@

  1. #1

    @@@หนองคาย@@@


    @@@หนองคาย@@@
    @@@หนองคาย@@@

    สวัสดีครับ ท่านไหนคนหนองคายนะครับ ผมมีโคงการนี่ไม่ทราบท่านใดสนใจกับผมไหม 15ค่ำเดือน11 บังไฟพญานาค
    ผมจะไปช่วยงานที่วัดโพธิ์ชัย ก็ไปทุกปีละครับ วัดโพธ์ชัยเขาจะมีการถ่ายทอดรายงานเกี่ยวกับบั้งไฟ
    ที่เกิดปรากฎการลูกไฟโดยใช้การรายงานผ่านทางวิทยุสมัครเล่น (HS4kav นามเรือกขานผม)
    ทั่วทั้งจังหวัดโดยรายงานผ่านวิทยุวัดโพธิชัย(97.75MHZ)ผมก็ทำมาหลายปีแล้วครับ
    กะปีนี้จะดึงบ้านมหาเข้าไปด้วย(ปกติก็รายงานเข้าอินเตอร์เน็ตระบบแอ็ดโค้ตลื่งค์อยู่แล้ว)
    พอมาปีนี่ผมมีเวลาเล่นเน็ตมาเป็นสมาชิกบ้านมหา ก็เลยอยากจะขอดีเจ บ้านมหาสักคนไปเป็นเพื่อน
    ขอคนหนองคายครับ เป็นชายดีหน่อย มี ที่พัก มีเน็ต อาหาร ผมเป็นเจ้าของงานเอง
    หากไม่เข้าใจโทรหรือขอเบอร์มาคุยกันดูครับ ขอเริ่มเป็นงานเป็นการละครับ





    [WMA]http://charyen.com/download.php?id=ae506dceeee163584cb8cf376de44e04[/WMA]

    เดี้ยวผมกำลังเขียนโครงการเกี่ยวกับ บั้งไฟพญานาค มันเป็นจังได(HS4KAV QRU)

    พระธาตุพังพวน หนองคาย

    @@@หนองคาย@@@
    @@@หนองคาย@@@


    [WMA]http://www.file2go.com/mrun.php?me=919s3[/WMA]

    นำเสนอโดยบ่าวเค หนองคาย ชื่อเพลง อีสานตัวน้อยๆ



    @@@หนองคาย@@@
    ศาลาแก้วกู่ (วัดแขก) อุทยานเทวาลัย จังหวัดหนองคาย (สำนักพุทธมามกสมาคม จังหวัดหนองคาย)
    แหล่งท่องเที่ยว ห่างจากตัวเมืองหนองคายเพียง 3 กม. ด้วยความอลังการ งานสร้างด้วยความศรัทธา ยิ่งใหญ่


    *** ศาลาแก้วกู่ สร้างโดยปรารถนาให้ที่แห่งนี้เป็น เมืองอมตะแก้วกู่มหานิพพาน หรือดินแดนแห่งการหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง เชื่อว่า ทุกศาสนาผสมผสานกันได้ ...ตั้งอยู่ ชุมชนสามัคคี อ.เมือง จ.หนองคาย ในพื้นที่ 42 ไร่ รูปปั้น ทั้งเล็กใหญ่แล้วว่ากันว่ามีไม่น้อยกว่าหลักพัน
    *** ศาลาแก้วกู่สร้างขึ้นโดย “ปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์” หรือ “ปู่เหลือ” ( พ.ศ. 2476 – 2539 ) ซึ่งมีประวัติชีวิตและผลงานอัศจรรย์ โดยย่อ ดังนี้ นางคำปลิว สุรีรัตน์ (พี่สาวคนโตของปู่เหลือ) ชาวหนองคาย แต่งงานได้ระยะหนึ่ง ฝันว่ามีชีปะขาวนำ นาคมรกตมามอบให้ แต่บอกว่าอีก 7 เดือนค่อยไปรับมาเป็นของตน ต่อมาแม่ตั้งท้องลูกคนที่เจ็ด ในวัยสูงอายุและหมดประจำเดือนแล้ว และคลอดเมื่ออายุครรภ์ได้ 7 เดือน ทุกคนจึงเชื่อว่าเป็นไปตามนิมิตในฝัน นางคำปลิวและสามี จึงรับน้องชายมาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม ตั้งแต่แรกเกิด

    ....ด.ช.บุญเหลือชอบเข้าวัดมาแต่เด็ก พออายุได้หกขวบนางคำปลิวเสียชีวิตลง สามีนางคำปลิวมีภรรยาใหม่ ด.ช.บุญเหลือจึงกลับไปอยู่กับ พ่อแม่ผู้ให้กำเนิด แต่มักขัดขวางห้ามปรามผู้ใหญ่ในทางบาปต่างๆ จึงไม่เป็นที่รักใคร่ของญาติพี่น้อง ครั้นอายุ 12 ปี ทนความกดดัน รอบข้างไม่ไหว จึงหนีออกจากบ้านรอนแรม ไปจนพบสำนักอาศรมแก้วกู่ในเขตแดนลาว และได้ฝากตัวศึกษาเล่าเรียนปฏิบัติธรรมอยู่กับ พระมุนีที่นั่น จนอายุครบ 20 ปี พระมุนีจึงให้ออกจากสำนัก ไปจาริกแสวงบุญโปรดญาติโยมทั้งใกล้และไกล เมื่ออายุ 30 ปี จึงได้กลับมาปรนนิบัติตอบแทนคุณในวาระสุดท้ายของชีวิตพ่อแม่ ก่อนแม่สิ้นบุญในปี 2507 ได้มอบที่ดิน 8 ไร่ ณ บ้านเชียงควาน เมืองท่าเดื่อ เวียงจันท์ ไว้เป็นมรดก

    ...ปี พ.ศ. 2513 ปู่เหลือได้พัฒนาที่ดินดังกล่าวสร้างเป็น “ปูชนียสถานเทวาลัยอย่างมหึมา” พุทธศาสนิกชนทั้งในภาคพื้นยุโรป และเอเชียเลื่อมใสมาก แต่เมื่อเกิดเหตุวิกฤตในราชอาณาจักรลาวเมื่อปี พ.ศ. 2518 หลวงปู่จึงพาลูกศิษย์ข้ามโขงมา และรวมกันจัดตั้งเป็น “พุทธมามกสมาคมจังหวัดหนองคาย” โดยกรมการศาสนารับรองให้ในปี พ.ศ. 2519

    ... ปี พ.ศ. 2521 สานุศิษย์ได้จัดซื้อที่ดินราว 41 ไร่ ในเขตบ้านสามัคคี ต.หาดคำ ถวายให้เป็นที่ตั้งสำนักจวบจนปัจจุบัน ต้นปี พ.ศ.2527 ปู่เหลือถูกใส่ความ และมีผู้ไปแจ้งตำรวจตั้งข้อหาฉกรรจ์ (ซึ่งทางสำนักขอสงวนไว้) ต้องอยู่ในเรือนจำจนถึง ปลายปี 2529 เมื่อออกมาแล้วก็สร้างเทวรูป อีกมากมาย ทั้งเล็กและใหญ่ และทั้งขนาดที่สูงถึง 33 เมตร เมื่อสร้างทั้งพุทธรูปและเทวรูปถึง 209 ปางแล้ว ก็สร้างศาลาแก้วกู่หลังใหม่ โดยรื้อหลังเก่า (พ.ศ.2523 – 2538) ที่ทรุดโทรมลง ขณะก่อสร้างศาลาหลังใหม่ ปู่เหลือก็ล้มป่วย และต่อมาได้เสียชีวิตลงในเดือนสิงหาคม 2539 สานุศิษย์ได้นำผอบ (ผะ-อบ) แก้วใส่ร่างของท่านไว้ ตามความประสงค์ก่อนสิ้นชีวิต”

    อ่างอิ่งจากhttp://salasaeoku.blogspot.com/

    Bump:

    ลิขสิทธิ์บน YouTube Credit By : https://www.youtube.com/watch?v=b6UYJppbg90
    ศาลาแก้วกู่ ยิ่งใหญ่ อลังการ เหมือนเมือง อีกเมืองหนึ่ง ที่ตื่นตาตื่นใจ และให้ความรู้ด้านศาสนา และการทำความดี มีเทวาลัยมากมาย

    บ่าวเค หนองคาย(เค จอมโว-K_jomvo)ไอ้หนุ่มลุ่มแม่น้ำโขง

    Bump: ปีนี่ตรงกับวันที่23ตุลาคม2553 คืนวันออกพรรษา ลุ้นระทึกกับ‘บั้งไฟพญานาค’



    ทุกๆปี ในคืนวันออกพรรษา หรือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11(ปีนี้ตรงกับวันที่ 23 ต.ค.53) ณ ลำน้ำโขงรอยต่อจังหวัดหนองคายกับเมืองเวียงจันทน์ โดยเฉพาะที่ อ.โพนพิสัย จะเกิดปรากฏการณ์อันน่าพิศวงที่คนรู้จักกันดีในนาม“บั้งไฟพญานาค” ซึ่งมีลักษณะเป็นลูกไฟประหลาดลักษณะเหมือนไข่ไก่สีแดงส้ม พวยพุ่งขึ้นมาจากใต้ลำน้ำโขงแล้วดับหายไปในอากาศ แบบไร้เสียงไร้ควัน ไร้กลิ่น ในระยะเวลาสั้นๆเพียง 5-10 วินาที ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำไปจนถึงกลางดึกที่ดูแล้วน่าอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง


    ตราบจนทุกวันนี้บั้งไฟพญานาคยังคงเป็นปริศนาดำมืดรอคอยให้มนุษย์ขี้สงสัยทั้งหลายพิสูจน์กันต่อไปว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร


    บ้างก็ว่าเป็นการกระทำของพญานาคที่อยู่ใต้ลำน้ำโขง?!?


    บ้างก็ว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ?!?


    ส่วนบางคนว่าจริงๆแล้วบั้งไฟพญานาคเกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์?!?นี่แหละ


    Bump:
    แต่ไม่ว่าบั้งไฟพญานาคจะเกิดขึ้นมาได้อย่างไร สิ่งหนึ่งที่ถือเป็นสีสันในเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็คือ เรื่องราวของเมืองพญานาคใต้ลำน้ำโขงช่วงเขต จ.หนองคายและเมืองเวียงจันทน์ ซึ่งไปสอดรับกับเรื่องของพญานาคในทางพุทธศาสนา ที่มีบันทึกไว้ว่า


    ...เดิมพญานาคที่อาศัยอยู่ในเมืองบาดาลมีนิสัยดุร้าย แต่พอพระพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดสัตว์ก็เกิดความเลื่อมใสในพุทธศาสนา เลิกนิสัยดุร้าย และคิดจะหันมาออกบวช แต่ติดตรงที่เป็นสัตว์ไม่สามารถบวชได้เนื่องจากเป็นสัตว์ พญานาคจึงปวารณาตนเป็นพุทธมามะกะในกาลต่อมา


    เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นไปโปรดพระมารดาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จนครบ 1 พรรษา ( 3 เดือน) และเสด็จกลับโลกมนุษย์ในวันออกพรรษา(15 ค่ำ เดือน 11) พญานาคที่อยู่เมืองบาดาลเมื่อรู้ข่าว จึงได้จัดทำ “บั้งไฟพญานาค” ถวายในคืนวันออกพรรษาของทุกๆ ปี
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย บ่าวเค หนองคาย; 10-07-2010 at 22:35. เหตุผล: เจ้าของกระทู้พิมพ์คำว่าบ้านมหาไม่ถูกครับ

  2. #2

    น้ำตกธารทิพย์ อยู่ เลยอำเภอสังคมไปประมาณ 9 กิโลเมตร โดยเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 211 ถึงบริเวณ กม. 97-98 มีป้ายบอกทางเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร เมื่อถึงลานจอดรถต้องเดินเท้าอีก 100 เมตรจึงถึงตัวน้ำตก น้ำตกธารทิพย์ เป็นน้ำตกที่สูงและสวยงามท่ามกลางป่าเขียวขจี แบ่งออกเป็น 3 ชั้น ด้านล่างเป็นน้ำตกชั้นแรกสูงประมาณ 30 เมตร ไหลจากหน้าผาเป็นสายยาวสีขาวสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง ชั้นที่ 2 สูงประมาณ 100 เมตร ต้องปีนขึ้นไปตามเส้นทางที่ทำไว้ และชั้นที่ 3 สูงประมาณ 70 เมตร มีน้ำไหลอยู่ตลอดปี และจะมีน้ำมากในฤดูฝน
    อ้างอิงจากการท่องเทียวแห่งประเทศไทย
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย บ่าวเค หนองคาย; 12-07-2010 at 08:15.

  3. #3
    Membership renewed สัญลักษณ์ของ บ่าวจ้ำ
    วันที่สมัคร
    Jan 2009
    ที่อยู่
    ขัวข้วมของหนองคาย
    กระทู้
    579
    บล็อก
    2

    พบปะพูดคุย บุปผาเทพ

    หนองคายได้เปนเมืองน่าอยู่อันดับ 7 ของโลกในปีได๋ครับ
    และจัดโดยนิตยสารฝรั่งชื่อหยังครับ

    แบบว่าบ่ค่อยได้อยุ่บ้านโดนแล้วเลยจำบ่ได้น่ะครับ...ซ่อยบอกแหน่ :l-

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •