กำลังแสดงผล 1 ถึง 6 จากทั้งหมด 6

หัวข้อ: เอาแนวทางการเขียนเพลงของครูบา อาจารย์มาฝากครับ

  1. #1
    ศิลปิน นักแต่งเพลง สัญลักษณ์ของ ธีระปลัด
    วันที่สมัคร
    Oct 2009
    กระทู้
    561
    บล็อก
    8

    เอาแนวทางการเขียนเพลงของครูบา อาจารย์มาฝากครับ

    ครูสลา คุณวุฒิ มีหลักในการเขียนเพลงที่เป็นระบบ ชัดเจน จัดวางองค์ประกอบและแยกส่วนด้วยประสบการณ์ที่ศึกษาจากครูเพลงรุ่นเก่า ๆ หลอมรวมเข้ากับบทเพลงของคนรุ่นใหม่ โดยมีเทคนิคและเคล็ดลับในการแต่งเพลงเป็น หลัก ๕ ประการในการแต่งเพลงของครูสลา คุณวุฒิ คือ " ขึ้นต้นต้องโดนใจ เนื้อในต้องคมชัด ประหยัดคำไม่วกวน ทำให้คนฟังนึกว่าเป็นเพลงของเขา จบเรื่องราวประทับใจ" หมายถึง
    ๑. ขึ้นต้นต้องโดนใจ หมายถึง โดนใจผู้ฟังด้วยคำร้องหรือประโยคเด็ด ๆ แต่ถ้าหาประโยคเด็ด ๆ ไม่ได้ ก็ต้องใช้ทำนองขึ้นมาอุ้มเนื้อร้องให้ไปด้วยกัน ทำให้คนฟังสนใจตั้งแต่เริ่มแรก
    ๒. เนื้อในต้องคมชัด หมายถึง การเดินเรื่องให้คนฟังเห็นภาพ หรือเรียกว่าให้มีกลิ่นของเพลงเพื่อให้คนฟังจินตนาการได้ว่าเพลงกำลังพูดถึงอะไรอยู่ เช่น ถ้าเป็นชนบทก็ต้องมีฉากเถียงนา ทุ่งข้าว ทุ่งหญ้า ถ้าเป็นเรื่องหนุ่มจีบสาวห้างต้องมีฉากบันไดเลื่อนหรือสิ่งที่มีอยู่ในห้างสรรพสินค้า ถ้อยคำเหล่านี้ต้องมีในเพลงเพื่อให้คนฟังนึกภาพออก
    ๓. ประหยัดคำไม่วกวน หมายถึง การตัดคำฟุ่มเฟือยออก ถ้อยคำที่ใช้แทนตัวผู้หญิงอย่าง เนื้อเย็น เนื้อทอง ทรามวัย ที่หยิบมาใช้อย่างเกินความพอดี ทำให้เปลืองเนื้อที่โดยเปล่าประโยชน์
    ๔. ทำให้คนฟังนึกว่าเป็นเพลงของเขา หมายถึง ทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่าเพลงนั้นเป็นเพลงแทนตัวเขาได้
    ๕. จบเรื่องราวประทับใจ การจบ คือ การสรุป ทั้งนี้อาจสรุปเป็นคำตอบที่ชัดเจน หรือหาคำตอบไม่ได้ต้องทิ้งเป็นคำถามเอาไว้


    จากหลักการ ๕ ข้อ ครูสลา คุณวุฒิ ได้นำมาร้อยคำให้คล้องจองกัน ให้จำง่าย โดยใช้หลักการสำคัญที่ทำให้เพลงไพเราะน่าฟัง คือ การใช้คำภาษาไทยให้คุ้มค่า "คำทุกคำต้องทำงาน" โดยเฉพาะคำใน "ภาษาไทยอีสาน" ทำให้บทเพลงที่แต่งอยู่ในประเด็นและเห็นผลชัดเจน ซึ่งตามปกติสูตรในการแต่งเพลงทั่ว ๆ ไปที่นักแต่งเพลงทั้งเก่าและใหม่จะรู้กันดี คือการจัดวางลำดับท่อนเพลงไว้ ๔ ท่อนโดยให้ท่อนที่ ๓ เป็นท่อนแยกและท่อนที่ ๔ เป็นท่อนจบ ซึ่งโครงสร้างเพลงของครูสลา คุณวุฒิ ก็ใช้โครงสร้างนี้มาขยายความ แล้วใส่เทคนิคเฉพาะตัวลงไปโดยเรียบเรียงเป็นสูตร ดังนี้
    ท่อนแรก ต้องยึดหลักว่าให้คนรู้เรื่องก่อน ถ้าเปรียบเป็นหนังสือพิมพ์ก็คือ การโปรยหัวข้อคำหรือถ้าเป็นความเรียงก็คือตัว บทนำ
    ท่อนที่ ๒ คือ การขยายความจากท่อนแรก
    ท่อนที่ ๓ คือ ท่อนแยก ซึ่งเปรียบเหมือนท่อนส่งอารมณ์ ต้องพยายามใส่คำเด็ด ๆ ลงไปรวมไปถึงเทคนิคการวางคำด้วย ท่อนแยกนี้สำคัญมากเพราะทำให้คนฟังติดหูง่ายกว่าท่อนอื่น ซึ่งหากเปรียบเพลงทั่วไปก็คือ ท่อนฮุค นั้นเอง
    ท่อนที่ ๔ มีความสำคัญในแง่ของการรับลูกส่งจากท่อนแยก เพื่อให้งานสมบูรณ์


    งานเพลงของครูสลา คุณวุฒิ จะเป็นเพลงที่ต้องมี พล๊อตเรื่อง หรือมีประเด็นของเรื่องก่อน ซึ่งเขาไม่ถนัดในการเขียนเพลงที่เน้นอารมณ์แบบนามธรรมแล้วลื่นไหลไปตามอารมณ์ แต่จะเขียนเพลงแบบมีโครงเรื่อง ซึ่งได้มาจากการเขียนเรื่องสั้นนั่นเอง" ดังนั้นงานเพลงของครูสลา คุณวุฒิจึงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายและทำให้นักร้องมีชื่อโด่งดังมากที่สุด เช่น เพลง ยาใจคนจน ขับร้องโดย ไมค์ ภิรมย์พร และ ปริญญาใจ ขับร้องโดย ศิริพร อำไพพงษ์ และอีกหลายผลงานเพลงที่อยู่ในระดับที่ติดอันดับเพลงยอดนิยมในวงการเพลง ลูกทุ่งเมืองไทย

    จากความสำเร็จในการก้าวมาสู่ นักแต่งเพลงลูกทุ่งมือทอง ของประเทศไทยในวันนี้
    ครูสลา คุณวุฒิ ต้องขอบคุณสถาบันราชภัฏอุบลราชธานี ที่มีส่วนให้เขาได้มีโอกาสฝึกฝนวิชาความรู้และนำความรู้ที่ได้รับจากวิธีการเรียนและวิธีการคิดแบบวิทยาศาสตร์ตามสาขา
    ที่เรียนมา ประยุกต์ใช้ในการแต่งเพลงได้อย่างเหมาะสม


    การเขียนกลอนลำ ครูสลา คุณวุฒิ มีแนวทางเป็น หลักการเขียนกลอนลำ ของตนเอง โดยใช้ปรัชญา คือ
    - เขียนงานเข้าหาชาวบ้าน ไม่ใช่ดึงชาวบ้านเข้ามาหางานของเรา
    - นั่นคือ การนำเรื่องราวชีวิตของชาวบ้านมาเขียนกลอนลำให้ชาวบ้านฟัง ไม่ใช่สร้างเรื่องของเราขึ้นมาแล้วดึงชาวบ้านมาฟัง
    ส่วน "วิธีการนำเสนอ"กลอนลำของครูสลา คุณวุฒิ ใช้หลักการ ดังนี้
    - ด้านเนื้อหา ยังคงยึดแนวทาง ๕ ข้อ แบบเดียวกับการเขียนเพลงลูกทุ่ง คือ ขึ้นต้นต้องโดนใจ เนื้อในต้องคมชัด ประหยัดคำไม่วกวน ทำให้คนนึกว่าเป็นเพลงของเขา จบเรื่องราวประทับใจ
    - ด้านรูปแบบ กลอนลำแต่ละประเภทมีจังหวะทำนองเป็นของตนเอง การเขียนเนื้อนอกจากกินใจแล้ว จะต้องไม่ขัดกับทำนองของกลอนลำแต่ละประเภท และการประยุกต์รูปแบบต้องกลมกลืน ที่สำคัญประยุกต์อย่างไรก็อย่าให้หมอลำเป็นอย่างอื่น เปรียบเหมือนทำส้มตำแม่ครัวจะใส่อะไรลงไปก็ได้ แต่จะต้องให้คงความมีรสชาติเป็นส้มตำ ถ้าฝืนทำส้มตำให้เป็นพิซซ่าคนกินก็รับไม่ได้
    ด้วยหลักการเขียนกลอนลำดังกล่าวทำให้ครูสลา คุณวุฒิสามารถเขียนกลอนลำได้อย่างดี มีผลงานมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน




    [MUSIC]http://charyen.com/download.php?id=c946b453a746d480b39baf3f8ea514fa[/MUSIC]



    ขอบคุณข้อมูลจาก เว็บไซต์บ้านออนซอน http://www.onsorn.com/salaubon.html


  2. #2
    Super Moderator สัญลักษณ์ของ ไก่น้อย
    วันที่สมัคร
    Aug 2006
    ที่อยู่
    นครโคราช
    กระทู้
    5,310
    บล็อก
    8
    ขอบคุณเรื่องราว สาระดีๆจ้า ประทับใจเพิ่นสุเพลงเลยเนาะ สำหรับเพลงจากปลายปากกา ครูสลา ...ครูเพลงระดับเทพแห่งเมืองอิสาน

    ที่ประทับใจไก่น้อยอิหลีกะแม่น ....เมื่อเลิกงานเดินเหงา มีเงาเป็นเพือนเข้าซอย ผุสาวบ้านไกลใจลอย บ่มีคนคอยปลอบเหงา... ขอใจกันหนาว ต่าย อรทัย สุดยอดอิหลีจ้า

  3. #3
    ฝ่ายบริหารระดับสูง สัญลักษณ์ของ พล พระยาแล
    วันที่สมัคร
    Mar 2008
    กระทู้
    6,940
    โอ้ สุดยอดครับเป็นแนวทางที่ดี ปกติผมจะแต่งเพลงตามอารมณ์ครับ ไม่ได้คำนึงถึงสิ่งทั้งหลายตามที่กล่าวมา ตอนวัยรุ่นกำลังมีความรักล้นเปี่ยม หยิบอะไรมาก็เป็นเพลงเป็นกลอนไปหมดครับ

    ผมชอบร้องเพลงของสายัณห์ สัญญา ตอนไปเลี้ยงควาย นอนร้องบนเถียงนา ร้องจนจบเล่ม ร้องไปด้วยร้องไห้ไปด้วยครับ ในช่วงที่อกหัก อิอิ ร้องจบกะมาอ่านหนังสือศาลาคนเศร้าต่อ เพลงที่โดนใจคือ "ไก่จ๋า" เพราะหลงมักคนชื่อไก่ ตอนอยู่ ม.6 ฮ่า ๆ ๆ บ่แมนไก่น้อยบ้านมหาเด้อ ฮ่า ๆ ๆ ๆ

    "นั่งมองท้องฟ้าเมื่อคราหน้าแล้ง ตะวันทอแสงสีแดงสาดส่อง ตะวันลับยอดไม้หัวใจพี่หมองคิดถึงนวลน้องพี่ต้องเหว่ว้า นั่งดูหนองแวงหน้าแล้งนี่หนอ นกเป็ดเคลียคลอคงสุขอุรา นกเป็ดบินจากไปสุดเสน่หา คิดถึงแก้วตาแทบบ้าคลั่งตาย" ตอนหนึ่งของ "อดีตรักที่คอนสวรรค์ คำร้อง-ทำนองโดย พล พระยาแล ฮ่า ๆ ๆ ๆ
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย พล พระยาแล; 15-07-2010 at 09:28.

  4. #4
    ครีเอทีพ โปรดิวเซอร์ สัญลักษณ์ของ บ่าวข้าวจี่
    วันที่สมัคร
    Dec 2008
    กระทู้
    1,172
    บล็อก
    7
    โอ้..ถูกต้องแล้วครับ....แต่เราใช้เป็นตัวอย่าง..ไม่ควรเลียนแบบเอาแบบ...รุ่นใหม่เราใส่ความเป็นตัวเอง(นักแต่งเพลง)ของเราไปด้วย...ก็จะเป็นmodelของเราเอง..ไม่ซ้ำแบบคนอื่นครับ ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ...

  5. #5
    ศิลปิน นักแต่งเพลง สัญลักษณ์ของ thedon
    วันที่สมัคร
    Aug 2007
    กระทู้
    1,507
    บล็อก
    1
    แม่นหละครับ เพิ่นกะคือ Idol พู่นแหล๋ว ภาษาปะกิต จักถืกบ่ถืก เอิ๊กๆๆ เอามาเป็นแนวทางในการฝึกฝนในการเขียนและสุดท้ายก็จะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเรา

  6. #6
    เพลงฟังน่ารักดีคะ ฟังแล้วสบาย ๆ น่ารักดีนะคะ

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •