กำลังแสดงผล 1 ถึง 1 จากทั้งหมด 1

หัวข้อ: มหัศจรรย์แห่งรัก ตอน "คู่รัก IDOL"

  1. #1
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ สาวเมืองกะสิน
    วันที่สมัคร
    Sep 2007
    กระทู้
    616

    มหัศจรรย์แห่งรัก ตอน "คู่รัก IDOL"


    ต่อจากตอนที่แล้วเด้อจ้า เชิญอ่านเพื่อสร้างสรรค์ความรักกับคู่รักให้เป็นสุขจ๊ะ มหัศจรรย์แห่งรัก ตอน "คู่รัก IDOL"

    คู่รัก Idol

    ในสมัยพุทธกาลนั้น มีคู่รักอยู่คู่หนึ่ง คือ นกุลบิดา และ นกุลมารดา ทั้งคู่นี้เป็นคู่ที่รักที่พระพุทธเจ้าให้การยกย่องมาก ถึงกับทรงกล่าวไว้ว่า ถ้าจะครองเรือนครองรักให้ประสบความสำเร็จ ขอให้ดูตัวอย่างของนกุลบิดาและนกุลารดา
    วันหนึ่งทั้งสองสามีภริยานี้ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าแล้วขอปวารณาให้ทั้งคู่ได้พบกันในทุกชาติ ด้วยคำกล่าวที่ว่า
    “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ นับแต่เวลาที่ตระกูลนำนกุลมารดาคหปตานี ซึ่ง ยังเป็นสาว มาเพื่อข้าพระองค์ผู้ยังเป็นหนุ่ม ข้าพระองค์มิได้รู้สึกจะประพฤตินอกใจนกุลมารดาคหปตานีเลยแม้ด้วยใจ ที่ไหนจะประพฤตินอกใจด้วยกาย ข้าพระองค์ทั้งสองปรารถนาพบกันทั้งในปัจจุบัน และในสัมปรายภพ”
    และนกุลมารดาเอง ก็ได้กราบทูลพระพุทธองค์ ด้วยถ้อยคำในแบบเดียวกัน

    พระพทุธองค์จึงตรัสว่า

    “ดูกรคฤหบดีและคฤหปตานี ถ้าภรรยาและสามีทั้งสองหวังจะพบกันและกัน ทั้งในปัจจุบันทั้งในสัมปรายภพไซร์ ทั้งสองเทียว พึงเป็นผู้มีศรัทธาเสมอกัน มีศิลเสมอกัน มีจาคะเสมอกัน มีปัญญาเสมอกัน ภรรยาและสามีทั้งสองนั้น ย่อมได้พบกันและกันทั้งในปัจจุบันทั้งในสัมปรายภพ”
    จากพระพุทธวัจนะข้างต้นนี้ เป็นอันสรุปได้ว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสไว้อย่างชัดเจนว่า ถ้าสามีภรรยาคู่ใด ปรารถนาจะครองคู่กันตลอดไปในทุกชาติภพ สิ่งนั้นก็สามารถเป็นไปได้ไม่ใช่เรื่องเหลือวิสัยแต่อย่างใด ขอเพียงนำหลักธรรมของคู่ชีวิต คือ สมสัทธา สมสีลา สมจาคา สมปัญญา (สมชีวิธรรม ๔) และหลักธรรมของการครองเรือน คือ สัจจะ ทมะ ขันติ จาคะ (ฆราวาสธรรม ๔) ไปประพฤติปฏิบัติ ถ้าประพฤติปฏิบัติได้ คู่รักนั้นๆ ก็มีโอกาสที่จะพบกันและได้ครองรักกันในทุกภพทุกชาติ
    คู่รักตัวอย่างนั้นเคยปรากฏมาแล้ว และที่สามารถปรากฏได้และประสบความสำเร็จได้ ก็เพราะทั้งคู่ล้วนปฏิบัติธรรม ขอให้ถือว่าการปฏิบัติธรรมเป็นส่วนหนึ่งของการครองรักครองเรือน หรือกล่าวอีกนัยหนี่งว่า ก่อนที่จะครองรัก ก่อนที่จะครองเรือน จะต้องครองธรรมให้ได้เสียก่อน
    หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งว่า ครองรักครองเรือนด้วย การครองธรรม คู่ไหนทำได้ คู่นั้นก็จะเป็นคู่รักที่ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนตลอดไป

    ในวัฒนธรรมอินเดีย มีเรื่องเล่าที่ให้แง่คิดมุมมอง ที่ดีมากอยู่เรื่องหนึ่ง ซึ่งผู้คนมักเล่าสืบต่อกันมา ผู้เขียนจึงอยากถ่ายทอดไว้ ณ ที่นี้ เพื่อฝากเป็นแง่คิดไว้กับผู้อ่านว่า เวลาที่เราจะมองหาใครสักคนหนึ่งมาเป็นคู่สมรส ผู้ชายให้มองผู้หญิงจนทะลุถึงความเป็นแม่ที่มีอยู่ในตัวของผู้หญิง และผู้หญิงให้มองผู้ชายจนทะลุถึงความเป็นพ่อที่มีอยู่ในตัวผู้ชาย ถ้าเรามองไม่ทะลุจากรูปลักษณ์ภายนอก ไปถีงคุณค่าที่แท้ภายในของทั้งสองฝ่าย ท้ายที่สุดเมื่อแต่งงานกันไปแล้ว ก็จะค้นพบภายหลังว่า เราเลือกคนผิด ทุกวันนี้ มีคนจำนวนมากที่เลือกคนผิด เพราะวินิฉัยคู่รักของตน จากบุคลิกภายนอก โดยหารู้ไม่ว่า เมื่อผ่านพ้นช่วงเวลาที่หวานชื่นแล้ว ธาตุแท้ของแต่ละคนจะแสดงตัวออกมา
    ดังนั้น สุภาษิตของอินเดียที่กล่าวว่าเวลามองผู้หญิงให้มองทะลุไปถึงความเป็นแม่ถ้าเธอมีความเป็นแม่ในตัว นั่นแสดงว่า เธอมีคุณสมบัติความเป็นภรรยาของคุณได้ในอนาคต ขณะเดียวกัน ผู้หญิงถ้ามองผู้ชาย ก็ต้องมองให้ทะลุถึงความเป็นพ่อที่มีในตัวของเขา คุณเห็นความเป็นพ่อที่มีอยู่ในตัวเขา นั่นหมายความว่า เขาพร้อมแล้วที่จะมาเป็นสามีของคุณได้ในอนาคต

    บางครั้งในวัฒนธรรมอินเดียโบราณได้กล่าวว่า ผู้ชายและผู้หญิงที่มาแต่งงานกัน ต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ท่านใช้คำว่า อรธางคินี (ผู้เป็นครึ่งหนี่งของสามี ครึ่งหนึ่งของภรรยาเสมอมา) หมายความว่า ทั้งเธอและฉันต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน

    ด้วยเหตุนี้ เมื่อคู่สมรสมาแต่งงานกัน ก็จะให้คิดเสมอว่า ชีวิตของเรานั้นมีสัดส่วนของเธออยู่ครึ่งหนึ่ง ผู้หญิงก็ขอให้คิดอยู่เสมอว่า ชีวิตนี้มีสัดส่วนของสามีอยุ่ครี่งหนึ่ง ด้วยวิธีคิดแบบนี้ เวลาภรรยาหรือสามีจะทำอะไรก็ตาม ก็จะเกรงอกเกรงใจซึ่งกันและกัน ก็จะเคารพ นับถือ ให้เกียรติ ไว้วางใจ ซึ่งกันและกัน ถ้าเรามองว่าทั้งเธอและฉันต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน เราก็จะระมัดระวังในการดำเนินชีวิต ไม่ละเมิดจริยธรรมทางเพศต่อคู่สมรส สิ่งนี้เป็นอคติธรรมทางวัฒนธรรมอินเดียที่งดงาม และน่าหยิบยกมาเป็นแบบอย่างมาก

    นอกเหนือจากหลักธรรมทั้งหมดที่กล่าวมาแล้ว ยังมีหลักธรรมสำหรับคู่สมรส ที่ธนัญชัยเศรษฐี บิดาของนางวิสาขา มอบไว้แก่บุตรสาวของตน ก่อนที่จะเข้าพิธีวิวาห์กับปุณณวัฒกุมารแห่งเมืองสาวัตถีไว้ ๑๐ ประการด้วยกัน อันประกอบด้วย

    . ไฟในอย่านำออก หมายความว่า อย่านำเอาความไม่ดี ของพ่อแม่สามี และสามี ออกไปเปิดเผยกับคนภายนอก
    ๒. ไฟนอกอย่านำเข้า หมายความว่า เมื่อคนภายนอกตำหนิ พ่อแม่สามี และสามีอย่างไร อย่านำมาบอกเล่า ภายในบ้าน
    ๓. ควรให้แก่คนที่ให้เท่านั้น หมายความว่า ควรให้แก่คนที่ยืมของไปแล้วนำมาส่งคืน
    ๔.ไม่ควรให้แก่คนที่ไม่ให้ หมายความว่า ไม่ควรให้แก่คนที่ยืมของไปแล้วไม่นำมาส่งคืน
    ๕. ควรให้ทั้งแก่คนที่ให้และไม่ให้ หมายความว่า เมื่อมีญาติมิตรผู้ลำบากมาขอความช่วยเหลือพี่งพาอาศัย เมื่อให้ไปแล้วเขาจะนำมาคืนให้หรือไม่คืนให้ ก็ควรที่จะให้
    ๖. พึงนั่งให้เป็นสุข หมายความว่า ไม่นั่งในที่กีดขวางพ่อแม่ สามี และสามี ๗. พึงนอนให้เป็นสุข หมายความว่า ไม่ควรนอนก่อนพ่อแม่สามี และสามี
    ๘. พึงบริโภคให้เป็นสุข หมายความว่า ควรจัดให้พ่อแม่สามี และสามีบริโภคก่อน แล้วจึงบริโภคภายหลัง
    ๙. พึงบำเรอไฟ หมายความว่า ให้ระลึกอยู่เสมอว่า พ่อแม่สามี และสามี เป็นเสมือนกองไฟ และพญานาคที่จะต้องบำรุงดูแล
    ๑๐ พึงนอบน้อมเทวดาภายใน หมายความว่า ให้ระลึกอยู่เสมอว่า พ่อแม่สามี และสามี เป็นเสมือนเทวดาที่จะต้องให้ความนอบน้อม

    และโอวาททั้ง ๑๐ ประการ ที่กล่าวมานี้ นางวิสาขาก็ถือปฏิบัติอย่างดี จนสามารถรักษาประคับประคองชีวิตคู่ให้ยั่งยืนด้วยความสุข ตราบจนสิ้นกาลอายุขัย

    เรื่องจริง หรือเรื่องในอุดมคติ

    เรื่องทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น ไม่ใช่เรื่องที่ไม่มีจริงหรือเป็นเรื่องในอุดมคติเท่านั้น มีอยู่มากมายทีเดียวที่เป็นตัวอย่างของผู้ที่ครองเรือนครองรัก และครองธรรมได้ประสบความสำเร็จในยุคสมัยปัจจุบัน มีอยู่คู่หนึ่งที่ผู้เขียนรู้จัก ยกย่อง และอยากหยิบยกเพื่อเป็นตัวอย่างได้แก่ อาจารย์กรุณา และ อาจารย์เรืออุไร กุศุลาสัย

    สองท่านนี้เป็นคู่ที่รักที่ครองเรือนด้วยการครองธรรม กล่าวคือ อาจารย์กรุณา เป็นอาจารย์สอนภาษาบาลีสันสฤตให้อาจารย์เรืองอุไร ต่อมาทั้งอาจารย์และลูกศิษย์ก็ได้แต่งงานกัน และครองเรือนครองรักกันมาอย่างมั่นคงยั่งยืน

    แม้อาจารย์เรืองอุไรจะพิการทางสายตา แต่อาจารย์กรุณาจะทำหน้าที่เป็นดวงตาแทนให้อาจารย์เรืองอุไรเสมอมา ไม่ว่าจะไปแห่งหนไหนก็ตาม ก็จะเป็นที่ประทับอกประทับใจแก่ผู้ที่พบเห็น

    ชีวิตของคนทั้งคู่นั้น อาจกล่าวได้ว่ามีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน ด้วยกันอย่างแท้จริง แม้กระทั่งเวลาที่อาจารย์กรุณาต้องถูกจองจำในคดีการเมือง อาจารย์เรืองอุไรก็ไม่เคยละเมืดจริยธรรมทางเพศด้วยการคิดนอกใจ หรือคิดแต่งงานใหม่ ยังคงซือสัตย์และภักดีต่อาจารย์กรุณาอย่างสม่ำเสมอเสมอต้นเสมอปลาย จนกระทั่งล่วงเข้าสู่วัยชรา ทั้งคู่ก็ยังคงดูแลซึ่งกันและกันสืบจนกระทั่งทุกวันนี้

    คู่รักคู่นี้ จึงเป็นที่ยกย่องและกล่าวถึงเป็นอันมาก ในแง่ของคู่รักทีควรนำมาเป็นแบบอย่างในการครองเรือนครองรัก และนี่เอง คือตัวอย่างของคู่ชีวิตคู่ในอุดมคติซึ่งมีผู้นำเอาหลักกการดังกล่าวมาใช้อย่างได้ผล และมีตัวตนอยู่จริงๆ ในยุคสมัยปัจจุบัน
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สาวเมืองกะสิน; 23-07-2010 at 16:49.

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •