กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

หัวข้อ: เซียงเหมี่ยง วรรณกรรมอีสาน

  1. #1
    heroman
    Guest

    เซียงเหมี่ยง วรรณกรรมอีสาน

    เรื่องราวของ เซียงเมี่ยง หรือมักสิเอิ่นกันว่า บักเซียงเมี่ยง เป็นเรื่องราวที่มักนำมาเว้าต่อ ๆ กันมา ปากต่อปากแบบนิทานพื้นบ้าน เพื่อให้เกิดความบันเทิงใจ นั่นล่ะ กะมีผู้บันทึกรวบรวมไว้เป็นลายลักษณ์อักษร อยู่ดอกหว๋า แต่ว่าหาอ่านยากคัก ข้าน้อยเอง เคยอ่านฉบับภาษาอีสาน (โตหนังสือไทย) แต่สมัยยังเป็นเณรน้อย กะจำได้แหน่ บ่ได้แหน่ ตามประสาคนขี้ลืม(แต่บ่ลืมขี้....ย่างไปไสกะเอาใส่ท้องไปนำเด้เดียวหนิ ขี้กะดาย)

    นั่นล่ะ นอกจากนั้นกะเคยได้ฟัง ตอนนั่นแหน่ ตอนนี้แหน่ สำปะปิ..จากพ่อ จากผู้เฒ่า ผู้นั่น ผู้นี้ ผู้ข้าฯ กะเลยสิเอาหลาย ๆ ตอน มาเว้ารวมกัน ตั้งแต่บักเมี่ยงเกิดจนตาย...แต่ต้นจนจบ ตามความฮู้ ความจำที่มีอยู่นั่นล่ะ อาจสิได้บ่ครบเหมิดซุตอน ดอกเด้อ

    ชื่อโตละคอน เทิงชื่อเมืองนำนั่นล่ะ ที่นำมาเว้าให้ฟังนี้ เป็นแต่เพียงสมมตินาม ตามท้องเรื่องไปซื่อๆ ดอก อย่าสะถือเป็นจริงเป็นจัง เอาไปอ้างอิงทางประวัติศาสตร์ หรือทางวิชาการ เด้อล่ะ ขะน้อย

    แล้วกะ สำนวนที่นำมาเว้าอยู่หม่องนี่ เป็นสำนวนของผู้ข้าฯเอง อาจสิบ่ตรงกับสำนวนโบราณ บ่ตรงกับสำนวนเดิม กะอย่าสะว่ากันเด้อคะรับ...อ่านเอาความบันเทิง กะแล้วกันเด้อ ขะน้อย....

    --สิบล้อน้อย--
    เอามาให้อ่านดู

    จาก ชมรมวัฒนธรรมอีสาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


  2. #2
    heroman
    Guest

    Re: เซียงเหมี่ยง วรรณกรรมอีสาน

    ตอน กำเนิดเซียงเหมี่ยง

    ยังมีเมืองใหญ่กว้าง เฮียกซื่อ ? ทวาลี ? มีพญาทวาละ นั่งเมืองเป็นเจ้า มีมเหสีบ่ทันเฒ่า นามว่า สุวรรณบุปผา เพิ่นปกครองเมืองมา จนอยู่เย็นทั้งภายพื้น ซื่นซื่นพร้อม ชาวประชา หัวม่วน มวลชนสุขลื่นล้น ย่อนบุญเจ้าหน่อพญา ซั่นแหลว ...

    กะจั่งว่านั่นล่ะน้อ...แล้วกะในเมืองทวาลีเอง กะมีผู้ชายผู้นึง ชื่อว่า หมื่นดั้น กับผู้ญิงผู้นึง ชื่อว่า นางปลี แต่งงานอยู่กินนำกันมา กะหลายปีเติบล่ะหวา...กะยังบ่ทันมีลูก (น่าน น่าน เว้าแบบนี้ แสดงว่าใกล้สิมีลูกแล้วเด้หนิ..)

    อยู่มามื้อนึง ยามกลางคืน นางปลี (ฮู้ย..เอิ้นบ่แซบ...เอิ้นเลาว่า แม่ใหญ่ปลีซะเนาะ จั่งถนัดปาก.... เอ๋า เลาบ่ทันได้เฒ่าสิไปเอิ้นเลาว่าแม่ใหญ่จั่งได๋เนาะ เดี๋ยวเลาสิเคียดเด้ ....บ้อ บ่เอิ้นกะได้ขั่นน่ะ) นางปลี กะนอนหลับ ฝันว่า

    เจ้าของ หิวข้าว ย่างไปหาเก็บกินขี้หลักเหยี่ย จนว่าอิ่มท้องแป้แล้ (เว้าปานเป็นปลวก เป็นมอด เป็นแบคทีเรีย เด้เดียวหนิ)

    ตื่นขึ้น กะประหลาดใจบักอย่างขนาด เลยไปหาพราหมโณเฒ่า (พ่อพราหมณ์นั่นล่ะ) แถว ๆ นั้น เว้าความฝันให้ฟังว่า

    ? มื้อคืนนี้ ฝันเป็นปะหลาดต่าง ฝันว่า ข้าน้อยย่าง เลาะเก็บกิน หยากไย่ ขี้หลักเหยี่ย นั่น จนอิ่มเต็ม ท้องข้อย ซั่นแหลว ?. ฝันจั่งซี้ มันสิเป็นจั่งได๋น้อ พ่อหมอ ?



    พ่อพราหมณ์กะทำนาย ทายนำ ไปว่า

    ?ลูกชายเจ้า ผู้บุญหลาย สิมาเกิด มีปัญญาเลิศล้ำ กว่าชาวบ้านทั่วแผ่นดิน ดอกเด้อ.... เจ้าสิมีลูกชาย แล้วกะลูกชายเจ้า สิเป็นคนฉลาดหลักแหลม เด้อ ?

    แล้วกะจากนั้น อีกบ่ดน นางปลีกะท้องไค่อ่องล่อง ครบกำหนด กะออกลูกมาเป็นผู้ชาย ตามคำทำนาย อีหลี ตั้วล่ะ (โฮ้ ทำนาย ทายนำ แม่นคักน้อ หมอพราหมณ์กะดาย )

    ย่อนว่านางปลีฝันว่ากินขี้หลักเหยี่ย..

    คันสิตั้งชื่อลูกชาย ว่า บักขี้หลักเหยี่ย มันกะบ่เป็นมงคลเนาะ กะเลยคึดชื่อที่มีความหมายคล้ายๆ กัน

    เมี่ยง มันกะคล้าย ๆ ขี้หลักเหยี่ย เนาะ (เอาอั่นนั่น อั่นนี้ มารวมกัน ปนกัน เป็นเมี่ยง) เมี่ยง คนมักหย่ำ มักกินพร้อม เป็นมงคลดีกว่า กะเลยตั้งชื่อลูกชายว่า เมี่ยง

    นี่ล่ะคือ กำเนิด ของผู้ชายผู้นึง ที่มีชื่อเสียงขจรไกล ในเวลาต่อมา กะยังว้า กะยังว่า

    --สิบล้อน้อย--
    จาก ชมรมวัฒนธรรมอีสาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •