กำลังแสดงผล 1 ถึง 4 จากทั้งหมด 4

หัวข้อ: ความรักจากวาเลนไทน์สู่ความเป็นไทย

  1. #1
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ สาวเมืองกะสิน
    วันที่สมัคร
    Sep 2007
    กระทู้
    616

    ความรักจากวาเลนไทน์สู่ความเป็นไทย


    พอดีมีกัลยาณมิตรที่แสนดี ดีมาตลอดแบบเสมอต้น เสมอปลาย จนกลายเป็นหวานใจไปแล้ว (เพิ่งท่าเพิ่นถ่ายรูปคู่กันโลดจ้า 555)
    โพสธรรมะดีๆมาให้อ่านจ้า อ่านแล้วกะดีๆหลายๆอีกแล้ว ก็เลยอยากเอามาแบ่งปันจ้า ไผที่กำลังค้นหาคำตอบของความรัก
    ความรู้สึก อาการต่างๆที่จะของกำลังเป็นอยู่ก็ลองอ่านเบิ่งเอาเด้อจ้า เผื่อสิได้คำตอบบ้างจ้า มาๆอ่านจ้า ความรักจากวาเลนไทน์สู่ความเป็นไทย


    ♥♥♥ ความรักในทางพุทธศาสนา ♥♥♥ (พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต)
    (พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต)


    ธรรมกถานันมาฆบูชาปี 2544 ความรักจากวาเลนไทน์สู่ความเป็นไทย

    ♥ ถาม : จึง ใคร่ขอกราบเรียนถามท่านเจ้าคุณว่ามีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องของความ รักและในทางพุทธศาสนาให้คติหรือแนวความคิดอย่างไรบ้างเกี่ยวกับเรื่องนี้

    ♥ ตอบ : พระ พุทธศาสนายอมรับธรรมชาติของมนุษย์ปุถุชนเป็นอันดับที่หนึ่งก่อนแต่ไม่ได้ หยุดอยู่แค่นั้นคือมีการพิจารณาต่อไปว่าในกรณีที่ธรรมชาติของปุถุชนนั้นมี ข้อบกพร่องหรือมีโทษก็จะสอนถึงการปรับปรุงแก้ไขหรือทำให้ดียิ่งขึ้นเรียกว่า การศึกษาหรือการพัฒนาชีวิต

    อันนี้ก็ไปสอดคล้องกับธรรมชาติของมนุษย์อีกประการหนึ่งที่ว่ามนุษย์นั้นเป็น สัตว์ที่ฝึกได้หรือพัฒนาได้หรือพูดอีกอย่างหนึ่งว่าต้องพัฒนาและศักยภาพสูง สุดที่จะพัฒนาได้จนเป็นผู้ที่ประเสริฐอย่างยิ่ง

    ทีนี้เราก็เอาหลักการสองอย่างนี้มาใช้โดยวางวิธีการว่าทำอย่างไรจะให้เกิด ผลดีในกรณีที่มีความรักแบบที่ว่าตามธรรมชาติของปุถุชนที่จะมีครอบครัวอะไร นี่ก็กำหนดว่าทำอย่างไรจะให้เป็นไปในลักษณะที่ไม่เกิดโทษแก่ผู้อื่นแก่สังคม แต่ให้ดำเนินไปในทางที่ดีงามที่เป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่ชีวิตและแก่สังคม นั้นอย่างน้อยก็แก่ทั้งสองคนนั้นแหละให้เขาอยู่กันด้วยดีมีสุขอันนี้เป็น ขั้นที่หนึ่ง

    สำหรับขั้นนี้เราก็มีคำแนะนำให้ว่าเขาควรจะพัฒนาจิตใจของเขาอย่างไรพร้อม ทั้งหลักการในการดำเนินชีวิตและในการปฏิบัติต่อกันเพื่อให้มีผลดีทั้งต่อ ระหว่างสองคนและในแง่ของแต่ละคนโดยคำนึงถึงจิตใจของแต่ละคนโดยเฉพาะความสุข ของแต่ละฝ่ายตลอดจนประโยชน์ที่จะขยายออกไปสู่สังคมวงกว้างด้วยรวมทั้งถ้าเขา มีบุตรก็ให้เป็นประโยชน์แต่บุตรหลานของเขาต่อไปด้วย

    ทีนี้ต่อไปก็คือเหนือกว่านั้นทำอย่างไรจะพัฒนาเขาขึ้นไปให้เขาสามารถมีความ สุขที่สูงขึ้นไปอีกให้มีความรู้สึกที่ประณีตดีงามชนิดที่เป็นคุณธรรมซื่ง คล้ายๆว่าเข้ามาเสริมคุณค่าของความรักแบบแรกนี้ซึ่งอาจจะเรียกว่าเป็นความ รักแบบที่สองและเมื่อความรักแบบที่สองนี้เจริญงอกงามมากขึ้นก็จะช่วยให้ความ รักประเภทที่หนึ่งประณีตงดงาม จนกระทั่งแม้เมื่อเขาไม่สามารถอาศัยความรักประเภทที่หนึ่งต่อไปได้เขาก็ยัง มีความรักประเภทที่สองหล่อเลี้ยงชีวิตร่วมกันอยู่ตลอดไป

    เป็นอันว่าสำหรับความรักประเภทที่หนึ่งนี้ท่านก็ยอมรับแต่จะต้องให้อยู่ใน กรอบหรือในขอบเขตที่ดีงามแล้วก็ใช้ให้เป็นประโยชน์แต่ก็ว่ายังมีส่วนที่เป็น โทษจึงต้องปรับปรุงพัฒนาต่อไป

    ในทางพุทธศาสนาท่านพิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างทั้งในแง่ข้อดีหรือคุณและข้อเสีย หรือโทษคือข้อบกพร่องแล้วก็บอกทางออกหรือทางแก้ไขให้ด้วยอันนี้เป็นหลักใน การพิจารณาทุกอย่างเพื่อให้เราปฎิบัติต่อทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องด้วยสติและ ปัญญาอย่างรอบคอบที่จะแก้ปัญหาได้และเข้าถึงประโยชน์สุขที่แท้จริง



    ♥ ถาม : อยากจะขอให้ท่านแยกให้เห็นชัดว่าความรักแบบที่หนึ่งเป็นอย่างไรและความรักแบบที่สองเป็นอย่างไร

    ♥ ตอบ : ก็ มาดูเรื่องของความรักประเภทที่หนึ่งก่อนความรักประเภทที่หนึ่งที่คนทั่วไป รู้เข้าใจกันว่าเป็นความรักระหว่างเพศหรือความรักทางเพศมีจุดเด่นอยู่ที่ ความชื่นชมติดใจหรือความปรารถนาในรูปเสียง กลิ่นรสและสัมผัสกายของผู้ที่ตนรักอันนี้เป็นความรักสามัญของปุถุชนซึ่งมี ลักษณะสำคัญคือความต้องการหาความสุขให้แก่ตนเองหมายความว่าที่รักเขานั้นก็ เพื่อเอาเขามาเป็นเครื่องบำเรอความสุขแก่ตนต้องการเอาความสุขเพื่อตนเอง

    ความรักแบบที่หนึ่งนี้ที่แท้แล้วก็คือการคิดจะเอาจากผู้อื่นในเมื่อมันมี ลักษณะอย่างนี้มันจึงมีข้อเสียที่สำคัญติดมาด้วยคือถ้าหากว่าเราผู้นั้นไม่ อยู่ในภาวะที่จะสนองความปรารถนาให้เรามีความสุขได้เราก็จะเบื่อหน่ายแล้วก็ อาจจะรังเกียจจึงเห็นได้ว่าไม่ยั่งยืนอันนี้เป็นข้อบกพร่องที่สำคัญประการ แรก

    นอกจากนั้นเนื่องจากความรักแบบที่หนึ่งนี้มุ่งจะเอาความสุขให้แก่ตัวหรือจะ เอาผู้อื่นมาบำเรอความสุขหรือให้ความสุขแก่ตัวความรักแบบนี้จึงมีลักษณะ จำเพาะเจาะจงโดยมีบุคคลที่ชอบใจถูกใจเป็นเป้าเป็นความยึดติดผูกพันเฉพาะตัว

    เมื่อลักษณะสองอย่างนี้มาผนวกกันเข้าก็ทำให้เกิดปัญหาตามมาคือความหึงหวง ความรักแบบนี้จึงมาคู่กับความหึงมีอารยึดถือเป็นของตัวต้องการครอบครองเป็น เจ้าของแต่ผู้เดียวไม่ต้องการให้ใครอื่นมายุ่งเกี่ยวหรือแม้แต่ได้รับความ เอาใจใส่

    ความหวงแหนผูกพันเฉพาะตัวและต้องการให้เขาหรือเธอให้ความสุขแก่ตัวผู้เดียวนี้แสดงออกได้ทั้งทางกายและทางใจ ทางกายก็ต้องการให้เป็นของตนผู้เดียวไม่ให้ใครอื่นมายุ่งเกี่ยวอย่างที่เรียกว่าหวงผัสสะ

    ส่วนทางด้านจิตใจก็ต้องการความเอาใจใส่ความมีใจภักดีให้ฉันคนเดียวเป็นผู้ครองหัวใจเธอหรือให้ใจเธออยู่กับฉันอย่าปันใจให้คนอี่น

    เนื่องจากความรักแบบที่หนึ่งนี้มักจะมาด้วยกันกับความหวงแหนเห็นแก่ตัวหรือ ความหึงหวงจึงอาจจะทำให้เกิดการแย่งชิงทะเลาะเบาะแว้งแม้จะไม่ได้แย่งชิง ทะเลาะเบาะแว้งกับใครก็มักจะเกิดความมัวเมาหมกมุ่นจนกระทั่งบางทีก็ถึงกับ ละทิ้งกิจหน้าที่หรือความดีงามที่ควรจะทำหรือไม่เช่นนั้นก็จะเป็นไปในอีก ลักษณะหนึ่งคือทำให้ยิ่งโลภแล้วพยายามแสวงหาอะไรต่างๆมุ่งแต่จะกอบโอยเอามา เพื่อตัวเองและเพื่อคนที่ตนรักเท่านั้นโดยไม่เห็นแก่ผู้อื่นเลยจึงอาจทำให้ เกิดการเบียดเบียนกันได้มาก

    ที่ว่ามานี้คือโทษประการต่างๆของความรักแบบที่หนึ่งซึ่งในที่สุดแล้วจุดจบ ของมันก็คือความไม่ยั่งยืนเพราะว่าแท้จริงแล้วมันเป็นเรื่องของการหาความสุข ให้แก่ตัวเองแม้จะเป็นคู่ครองอยู่ร่วมกันก็เห็นเขาเป็นสิ่งสนองความสุขเป็น ที่สนองความต้องการของตนเองเท่านั้น
    ถ้าหากว่าเขาหรือเธอไม่สามารถสนองความต้องการของเราลองถามตัวเองซิว่าเราจะยังรักเขาไหม

    ต้องถามตรงๆอย่างนี้ถ้าเขาไม่สามารถสนองความต้องการของเราไม่สามารถให้ความ สุขแก่เราถ้าเรามีความซื่อสัตย์ต่อตนเองลองตอบดูเราจะรักเขาไหมหรือว่าเราจะ กลายเป็นเบื่อหน่ายรังเกียจ นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นโทษหรือข้อเสียของความรัก แบบที่หนึ่ง


    :l- อ่านแล้วขอให้โชคดีในความรักกันทุกๆคนเด้อจ้า ส่วนความรักแบบขั้นที่สอง เว้นวรรคพักสายตาไปจักหน่อยก่อนเด้อจ้า จังสิมาบอก อิอิ ไผมีความรักจริงในหัวใจ ต้องติดตามจ้า ความรักจากวาเลนไทน์สู่ความเป็นไทย
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สาวเมืองกะสิน; 02-09-2010 at 15:40.

  2. #2
    เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
    ขวัญใจบ้านมหา 2012
    สัญลักษณ์ของ สาวมุก
    วันที่สมัคร
    Mar 2010
    ที่อยู่
    มุกดาหาร
    กระทู้
    683
    อ่านแล่วอ่านอีกกะยังบ่เข้าใจแจ่มแจ้งปานใด๋จ้าเอื้อยสาวเมืองกะสิน..แต่กะพอฮู้อยู่จ้าที่เอื้อยนำมามาบอกกล่าวนี่น่ะ...

    ความจริงแล่วเรื่องความรักนี่ต้องให้เกิดกับเจ้าของซะก่อนเนาะจ้า จั๋งสิรู้ซึ้งดีที่สุด...

    บางทีเฮาอาจจะคิดว่าเข้าใจดีแล้ว..แต่พอไปเจอความรักของคนอื่นที่เพิ่นลึกซึ้งกว่าเฮากลับเทียบเขาบ่ได้เลย..

    .เว่าไปเว่ามากะงงแล่วล่ะจ้า..บางครั้งบางทีกะบ่เข้าใจความรักของเจ้าของคือกัน...

  3. #3
    ศิลปิน นักแต่งเพลง สัญลักษณ์ของ thedon
    วันที่สมัคร
    Aug 2007
    กระทู้
    1,507
    บล็อก
    1
    เว่าถึงเรื่องความฮักแล้ว ชาตินี้คง "เฮ็ดบุญกับความฮักบ่ขึ้น"ดอกครับ อิอิ

  4. #4
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ สาวเมืองกะสิน
    วันที่สมัคร
    Sep 2007
    กระทู้
    616
    หลังจากพักยกแล้ว กะอ่านเกี่ยวความรักในแบบที่สองเด้อจ้า แบบที่ต่างจากแบบที่หนึ่ง อ่านแล้วกะตอบจะของเด้อจ้าที่นิว่า ความรักจะของเป็นแบบได๋ หรือว่าจะเลือกความรักแบบได๋ดีจังสิทำให้จะมีความสุขกับความรักจ้า

    ถาม : สำหรับความรักแบบที่หนึ่ง คิดว่าชัดเจนแล้ว อยากจะทราบถึงความรักแบบที่สองว่าเป็นอย่างไร

    ♥ ตอบ : ความรักแบบที่สอง คือ ความรักที่อยากให้เรามีความสุขหรืออยากเห็นเขามีความสุข อย่างที่เรียกว่าเป็นความปรารถนาดี เรารักใคร เราก็อยากให้คนนั้นมีความสุข อยากทำให้เขามีความสุข และอยากทำอะไรๆ เพื่อให้เขามีความสุข

    ลองถามตัวเองก่อน เวลารักใครลองถามตัวเองว่า เราต้องการความสุขเพื่อตัวเรา หรือเราอยากให้เขามีความสุข ถ้าเป็นความรักที่แท้ก็ต้องอยากให้เขามีความสุข เมื่ออยากให้เขามีความสุข ก็ต้องการทำให้เขามีความสุข หรือทำอะไรๆ เพื่อให้เขามีความสุข การที่จะทำให้คนอื่นมีความสุขนั้น การกระทำที่สำคัญก็คือการให้

    การให้เป็นปฎิบัติการที่ชัดเจนและต้องใช้มากที่สุดในการทำให้ผู้อื่นมี ความสุข ดังนั้น ผู้ที่มีความรักแบบที่สองจึงมีความสุขในการให้และให้ด้วยความสุข ความรักแบบที่สองจึงทำให้การให้กลายเป็นความสุขแต่ต้องพูดกันไว้ก่อนด้วยว่า การให้ที่ว่านี้ไม่ใช่เป็นการให้แบบล่อเหยื่อหรือเอาอกเอาใจ ถ้าให้แบบนั้น พอไม่ได้เขามาก็จะเสียใจ เสียดายและแค้นใจ เพราะเป็นการให้เพื่อจะเอา ไม่ใช่ปรารถนาดีแก่เราจริง

    ในขณะที่ความรักแบบที่หนึ่ง เป็นความต้องการที่จะเอาความสุขจากผู้อี่น หรือต้องการความสุขจากการเอา ความรักแบบที่สอง เป็นความต้องการที่จะให้ความสุขแก่ผู้อื่น และเป็นการทำให้เกิดความสุขจากการให้
    ในแบบที่หนึ่ง การได้จึงจะเป็นความสุข แต่ในแบบหลัง การให้ก็เป็นความสุข พูดสั้นๆ ว่า ความรักที่เป็นการเอา กับความรักที่เป็นการให้
    ถ้าเรารักเขาโดยอยากให้เขามีความสุขแล้วมันก็มีความยั่งยืนมั่นคงเมื่อ เขามีความทุกข์ความเดือดร้อน แม้ว่าเขาจะไม่สามารถสนองความต้องการของเราได้ เราก็ยังรักเขา และเราจะเกิดความสงสาร ตอนแรกเรามีความรักความปรารถนาดีอยากให้เขามีความสุข พอเขาเกิดความทุกข์ มีความเดือดร้อนขึ้นมาความรักของเราก็จะกลายเป็นความสงสาร อยากจะช่วยเหลือเขาให้พ้นจากความทุกข์ เราจะไม่เบื่อหน่ายรังเกียจ ซึ่งต่างกันชัดเจนกับความรักแบบที่หนึ่ง

    ความรักแบบที่หนึ่งเป็นความต้องการที่จะหาความสุขให้แก่ตนเอง ชึ่งค็คือความเห็นแก่ตัวแบบหนึ่งนั่นเอง พอเขามีความทุกข์ลำบากเดือดร้อน หรืออยู่ในภาวะที่ไม่สามารถสนองความต้องการของเราได้เราก็เบื่อหน่าย รังเกียจ แต่ความรักแบบที่สองนี่ต้องการให้เขามีความสุขพอเขามีความทุกข์เดือดร้อน เราก็สงสารอยากจะช่วยปลดเปลื้องความทุกข์ให้เขาพ้นจากความลำบากเดือดร้อน

    ความรักแบบที่หนึ่งนั้นทางพระท่านเรียกว่า “ราคะ” หรือ “เสน่หา” ส่วนความรักแบบที่สองทางพระท่านเรียกว่า “เมตตา” รวมทั้ง “ไมตรี”

    ทีนี้ ถ้าหากว่าคนที่เรารักนั้น เขาเกิดเปลี่ยนเป็นมีความทุกข์ลำบากเดือดร้อน เมตตานั้นก็เปลี่ยนไปเป็น
    “กรุณา” คือ ความสงสาร คิดหาทางช่วยเหลือปลดเปลื้องทุกข์ จึงมี เมตตา - กรุณา เป็นคู่กัน
    นี่คือ ลักษณะของความรักสองแบบ รักแบบอยากให้เขามีความสุขกับรักแบบจะหาความสุขจากเขาหรือเอาเขามาทำให้เรา มีความสุขเรียกเป็นคำศัพท์ว่า รักแบบเมตตา กับ รักแบบราคะ - เสน่หา


    สำหรับน้องสาวมุก มาอ่านอีกเทื่อเด้อจ้า เพื่อจะได้ทำให้เข้าใจมากขึ้นกว่าเก่า ภาษาที่เพิ่นใช้ อ่านแล้วจะยาวไปนิดหนึ่งสำหรับการทำความเข้าใจแบบอ่านแบบรอบสองรอบจ้า (เอื้อยบ่สามารถตัดคำเว่าหรือทำให้ประโยคมันกระชับกว่าได้จ้า เพราะว่าไปยกเอาคำเว้าเพิ่นมา บ่แม่นของเอื้อยที่เขียนเองน้อจ้า) มาอ่านอีกหลายๆรอบจ้าเน๊าะ เอื้อยอ่านมาแล้วหลายรอบคือกัน กว่าจะเข้าใจจ้า แต่กะบ่ทันได้ลึกซึ้งปานได๋ดอก งงอยู่คือกันหล่ะ อิอิ

    อ.ดอน สำหรับอ.ดอนน่ะ บ่ต้องทำบุญกับความรักกะได่ดอกจ้า อยู่ซื่อๆความรักมันกะสิมีมาหาเองดอกน้อจ้า คนมีความสามารถ อยู่ไสกะมีแต่คนฮักจ้า :l- คิคิ
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สาวเมืองกะสิน; 02-09-2010 at 15:57.

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •