กำลังแสดงผล 1 ถึง 3 จากทั้งหมด 3

หัวข้อ: ขอบคุณแนวคิดจากกระทู้ดีเจปุ้ยค่ะ

  1. #1
    Super Moderator สัญลักษณ์ของ หมูน้อย
    วันที่สมัคร
    Jul 2007
    ที่อยู่
    เหนือสุดในสยาม
    กระทู้
    2,046
    บล็อก
    17

    ขอบคุณแนวคิดจากกระทู้ดีเจปุ้ยค่ะ


    เวลาเดินเร็วกว่าเข็มนาฬิกาใช่ไหม..นั่งถามตนเองในช่วงเวลาที่ได้หยุดหายใจเพียงไม่กี่นาที
    มันเกิดอะไร...เราทำทุกสิ่งเพื่ออะไร..ทำไมเราต้องทำงานเหนื่อยมากขนาดนี้..
    มีคนถามว่า “ทำงานเพื่ออะไร....ชีวิตเธอจะอยู่ถึงวันไหน”

    กี่ปัญหาที่เราต้องเผชิญ และหาแนวทางแก้ไขในวันๆหนึ่ง….ท้อไหม ขอบคุณแนวคิดจากกระทู้ดีเจปุ้ยค่ะ อาจมีบ้าง
    แต่อย่าถามเลยว่าเหนื่อยไหม.....เซลล์ในสมองตายเกือบหมดแล้วมั่ง...

    แรงใจที่ต้องกลับมาอ่านอีกหนึ่ง..เพื่อค้นหาคำตอบให้กับความคิด
    หวนมาอ่านกระทู้ที่แสนจะดีมากๆๆของดีเจปุ้ย
    เรื่องของ คิมฟุค...อ่านแล้ว..อ่านอีกหลายรอบ..
    พบคำตอบและข้อคิดมากมาย...
    ขอบคุณดีเจปุ้ยที่นำสาระดีๆมาฝาก
    ทำให้วันนี้แม้จะเหนื่อยมากกับการพิสูจน์อักษรเป็นร้อยหน้า
    กับการส่งกลับไป กลับมาเพื่อแก้ไข..เหนื่อยนะ..
    แต่มีคนเหนื่อยกว่าเราเยอะ..เราต้องอดทนต่อไป....


    โค้ด PHP:
    (Kim Phuc (คิม ฟุคจำภาพเด็กผู้หญิงวิ่งแก้ผ้าได้บ่(http://www.baanmaha.com/community/thread38154.html) 
    'อภัยว่ายากแต่ลืมยากกว่า ชนะด้วยการเผชิญกับความเจ็บปวด อภัยได้โดยไม่ต้องลืม'


    'ฉันอยากบอกเขาว่า เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ได้ แต่เราควรพยายามทำสิ่งดีๆ เพื่อส่งเสริมสันติภาพทั้งในปัจุบัน และอนาคต'


    'ฉันพบว่าการบ่มเพาะความเกลียดเอาไว้สามารถฆ่าฉันได้'


    'หัวใจฉันมีความอ่อนโยนมากขึ้นเรื่อยๆ เดี๋ยวนี้ฉันสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องเกลียด'


    เราไม่อาจควบคุมกำกับผู้คนให้ทำดี หรือไม่ทำชั่วกับเราได้ แต่เราสามารถควบคุมกำกับจิตใจของเราได้

    เราไม่อาจเลือกได้ว่า รอบตัวเราต้องมีแต่คนน่ารัก พูดจาอ่อนหวาน
    แต่เราสามารถเลือกได้ว่า จะทำใจอย่างไร เมื่อประสบกับสิ่งไม่พึงปรารถนา


    'ฉันน่าจะโกรธ แต่ฉันเลือกอีกทางหนึ่ง แล้วชีวิตฉันก็ดีขึ้น'

    บทเรียนของคิมฟุค คือ ในเมื่อเราเปลี่ยนแปลงอดีตไม่ได้ เราจึงไม่ควรปักใจอยู่กับอดีต แต่เราสามารถเรียนรู้จากอดีตเพื่อทำปัจจุบันและอนาคตให้ดีขึ้นได้



    บทเรียนจากอดีตอย่างหนึ่งที่เธอได้เรียนรู้มาก็คือ การอยู่กับความโกรธ เกลียด และความขมขื่น นั้น ทำให้เธอเห็นคุณค่าของการให้อภัย
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย หมูน้อย; 22-11-2010 at 20:07. เหตุผล: แก้ไขอักษร

  2. #2
    ฝ่ายบริหารระดับสูง สัญลักษณ์ของ พล พระยาแล
    วันที่สมัคร
    Mar 2008
    กระทู้
    6,940
    เขาชื่อดีเจปุ้ยจ้าน้องเจนจ๋า ...ดีเจปุ้ย แน่นอนอยู่แล้วจ้า อิอิ กรี๊ด ๆ ๆ ๆ ๆ

  3. #3
    ท่องเวบ สัญลักษณ์ของ pui.lab
    วันที่สมัคร
    Jul 2006
    ที่อยู่
    โสดไม่มีใครเอา หรือว่าเราไม่เอาใคร
    กระทู้
    10,156
    บล็อก
    9
    ด้วยความยินดีค่ะน้องหมูน้อย และขอบคุณเช่นกันที่น้องชอบกระทู้พี่
    พี่ปุ้ยเพิ่มเติมจ้าอ่านแล้วได้แนวคิด

    "ฉันอยากบอกเขาว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ได้ แต่เราควรพยายามทำสิ่งดี ๆ เพื่อส่งเสริมสันติภาพทั้งในปัจจุบันและอนาคต"

    เมื่อเราโกรธใคร อยากทำร้ายใครนั้น คนแรกที่ถูกทำร้ายคือตัวเรานั่นเอง ไม่ใช่แค่จิตใจเท่านั้นที่เร่าร้อนเหมือนถูกไฟสุม แม้แต่ร่างกายก็ยังได้รับผลกระทบด้วย

    การให้อภัยเป็นเรื่องยาก แต่การมีชีวิตด้วยจิตใจที่โกรธแค้นพยาบาทกลับเป็นเรื่องที่ยากลำบากกว่า คนที่มีความโกรธเกลียดอัดแน่นเต็มหัวใจย่อมไม่อาจพบความสุขและความเบิกบานใจได้ คนเช่นนี้ย่อมยากที่จะมีศรัทธาและกำลังใจในการมีชีวิต ด้วยเหตุนี้เราจึงควรเรียนรู้ที่จะปลดเปลื้องความโกรธเกลียดไปจากจิตใจ ด้วยการรู้จักให้อภัยและหมั่นแผ่เมตตาไปให้แก่คนที่ทำความเจ็บปวดให้แก่เรา


    พิเศษจากนายขนมต้อมค่ะน้องหมูน้อย :l-

    คนไทยนี้มีพิษสงรอบตัว แม้มือเปล่ายังเอาชนะคนได้ถึงเก้าคนสิบคน
    นี่หากว่ามีเจ้านายดี มีความสามัคคีกัน ไม่ขัดขากันเอง และไม่เห็นแก่ความสุขส่วนตัว และโคตรตระกูลแล้ว
    ไฉนเลยกรุงศรีอยุธยาจะเสียทีแก่ข้าศึก ดั่งที่เห็นอยู่ทุกวันนี้”

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •