กำลังแสดงผล 1 ถึง 3 จากทั้งหมด 3

หัวข้อ: ผี..ซีรี่ย์...2

  1. #1
    ครีเอทีพ โปรดิวเซอร์ สัญลักษณ์ของ บ่าวข้าวจี่
    วันที่สมัคร
    Dec 2008
    กระทู้
    1,172
    บล็อก
    7

    ดวงดาว The Star ผี..ซีรี่ย์...2


    ผี..ซีรี่ย์...2


    ...จาก หำน้อยซีรี่..ในฟอรั่ม งานเขียน วรรณกรรมเรื่องสั้น ในบ้านมหา ที่บางครั้งการเรียบเรียง และคิดเนื้อเรื่องเพิ่ม บางที่อาจทำให้ผู้เขียน นึกไม่ออก คิดไม่ทันเดี๋ยวสมาธิแว๊บไปเรื่องนั้นที เรื่องนี้ที จนเกิดซีรี่ เกี่ยวกับผี ที่นำมาเกริ่นไว้ตั้งแต่ตอนแรก ที่จริงใน หำน้อยซีรี่ ก็มีบางบทบางตอนนะครับที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับ ผี และ ความเชื่อ ของชาวอิสาน อยู่ในเนื้อเรื่องด้วย แต่ด้วยความที่ผู้เขียนตั้งใจอยากให้ได้อรรถรส เรื่อง วิถีวัยเด็กเป็นสำคัญ จึงขอหยิบยกเรื่อง ผี เต็มๆมาไว้ที่ฟอรั่ม สัพเพเหระนี่แหละนะครับ
    เอาเป็นว่าดี ไม่ดี อย่างไรขอคำติชมด้วยนะครับ ......

    ผีปู่สังกะสาผีย่าสังกะสี

    ปู่สังกะสา ย่าสังกะสี ตามตำนานและความเชื่อของชาวอีสานบ้านเฮา สมัยก่อน คือผีบรรพบุรุษผู้สร้างและให้กำเนิดลูกหลานมนุษย์ทั้งหลายขึ้นมา เชื่อว่า ตนสืบเชื้อสายมาจากต้นบรรพบุรุษนี้ จึงเรียกว่าปู่ – ย่า ซึ่งความจริง ปู่สังกะสา ย่าสังกะสี ตามความเชื่อแล้ว จัดเป็นเทพ ไม่ใช่ผี แต่เมื่อเรามองไม่เห็น และน่าจะตายไปนานแล้ว ก็เลยเรียกว่าผี หรือ สัง
    หมายเหตุ : เมื่อเราจะพูดถึง คนที่ตายไปแล้ว เพื่อให้ผู้ฟังใจว่าตายแล้ว และเป็นการให้เกียรติด้วย ก็จะมีคำนำหน้าชื่อผู้ตาย คือ “สัง” หรือ “สาง” เช่น “สังพ่อใหญ่ลี” “สังบักลา” “สังอีลุน” เป็นต้น
    มีคำโบรานเพิ่นกล่าวไว้ว่ามีธาตุทั้งสี่ เกิดก่อนสิ่งมีชีวิต คือ ธาตุ๔ ปฐวี อาโป วาโย และเตโช มีเบาบางกระจัดกระจาย ไม่แสดงความเป็นธาตุของตนได้อย่างชัดเจน ความว่างเปล่า หมุนวนนานตราบนาน
    ปฐวีธาตุ อันเกิดจากเศษซากส่วนเหลือที่ธาตุอื่นๆ สลัดทิ้ง มีกระจัดกระจาย และรวมตัวกันหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ เกิดเป็นวัตถุที่มีความแข็งกระด้าง ก้อนเล็กๆ และเมื่อรวมกันก้อนโตขึ้นอีก วัตถุนั้นได้แยกออกจากกันเป็นสองส่วน เพราะแรงลมและแรงผลักดันแห่งเตโชธาตุฝ่ายเย็น
    วัตถุทั้งสองส่วน ได้ลอยอยู่กลางมหาสมุทร ห่างกันออกไป เคว้งคว้าง พร้อมๆ กับดึงดูดเอามวลสารมารวมไว้ ทำให้วัตถุนั้นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็น แผ่นดิน หรือปฐวี ลอยไปลอยมากลางมหาสมุทร แผ่นดินทั้งสองผืน ก็ค่อยๆ สะสมรูปร่างให้โตใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
    จากนั้น ด้วยความสมดุลแห่งธาตุต่างๆ ได้ก่อกำเนิด พืชพันธุ์ เกิดต้นไม้ นะครับ และต้นกำเหนิดของมนุษย์เฮากะเริ่มขึ้นจาก แผ่นดินผืนหนึ่ง มนุษย์คนแรก ได้ถือกำเนิดจาก “ขี้ตมปวก” หรือก้อนเศษตะไคร้น้ำ ที่เป็นที่สะสมของมวลสารมากมาย มีเพศเป็นชาย ชื่อว่า ไกยสา ซึ่งต่อมา เราเรียกว่า สังกะสา
    และ ที่แผ่นดินอีกผืนหนึ่ง ก็เกิดมนุษย์เพศหญิง จากขี้ตมปวก เช่นเดียวกัน ชื่อว่า ไกยสี ซึ่งต่อมาเราเรียกว่า สังกะสี
    กาลต่อมา ลมได้พัดพาให้แผ่นดินสองผืน ลอยมาพบบรรจบกัน ทำให้สังไกยสา และสังไกยสี ได้พบกัน พูดคุยกัน ต่อมา ได้สังวาสกัน และให้กำเนิดมนุษย์ลูกหลาน ชายหญิงมากมาย ลูกหลานปู่สังไกยสา ย่าสังไกยสี ก็จับคู่สมสู่กัน มนุษย์ทั้งหลาย จึงเกิดมีมากมายทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ และด้วยกิเลสตัณหา ที่มีพอกพูนขึ้น ทำให้ ต่อมา มีโรคเบียดเบียนกาย ภัยไข้เจ็บ ภัยธรรมชาติ มีเฒ่าชรา และมีมรณะ เวียนว่ายตายเกิด เพื่อรักษาสมดุล นะครับ
    ...ที่เขียนมาทั้งหมดคือที่มาของ ผีปู่สังกะสา และ ผีย่าสังกะสี บ่แมนสังกะลีได๋ ฮ่า
    ขอบคุณข้อมูลจาก ทีมงานถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง สังกะ ที่มานั่งคุยกับบ่าวที่ฮ่มบักมี้ ได้ยินว่ากำลังหานักสดงสมทบอยู่นะครับ.......

    ผีปู่ตา
    .ผีปู่ตา เป็นผีที่ชาวบ้านให้ความเคารพ นับถือ บูชา จนเรียกว่า ปู่ ตา เสมือนเป็นญาติผู้ใหญ่ของตน ศาลสำหรับผีปู่ตา มักปลูกไว้ในที่ดอน จึงนิยมเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ดอนปู่ตา หรือ ดอนตาปู่
    บางแห่ง อาจเป็นผีสองสามีภรรยา ชาวบ้านก็อาจเรียกว่า ผีตายาย หรือ ผีปู่ย่า ก็มี
    ผีปู่ตา จัดเป็นผีประเภทบรรพบุรุษ ผู้เมื่อครั้งเป็นมนุษย์ เคยอยู่อาศัยในสถานที่นั้นๆมาเก่าก่อนนมนาน ครั้นตายไปแล้ว ด้วยความอาลัยรักในสถานที่นั้นๆ ดวงวิญญาณจึงยังคงสิงสถิต วนเวียน คอยปกปัก ดูแล คุ้มครอง รักษาสถานที่นั้นๆ อยู่
    ผีปู่ตา เมื่อพูดตามลักษณะทางภพชาติ ก็มีทั้งที่เป็นภูตผีจริงๆ(เป็นผีประเภทอสุรกาย) และที่เป็นเทวดา(รุกขเทวดาก็มี ภูมเทวดาก็มี)
    ผีปู่ตา เป็นผีระดับสูง คือมีอำนาจมาก มีบารมีมากเหนือภูตผีและสัมภเวสีทั่วไปในแถบนั้นบริเวณนั้น
    ผีปู่ตา มีทั้งที่มีบริวารมาก และที่มีบริวารน้อย หรืออยู่เพียงลำพังก็มี
    สมัยก่อน หมู่บ้านตามภาคอีสานแทบทุกหมู่บ้าน เมื่อแรกสร้างหมู่บ้าน เป็นความเชื่อที่ว่า ณ สถานที่นั้น อาจมีคนเคยอยู่อาศัยมาก่อน อาจมีเจ้าที่หวงแหนรักษาไว้ เมื่อจะตั้งหมู่บ้าน จึงต้องบอกกล่าวเล่าแจ้งขออนุญาต และก็ต้องสร้างที่พักให้เจ้าที่ด้วย เราเรียกที่พักนี้ว่า ศาล ซึ่งศาลเจ้าที่ แต่ละแห่ง ก็แตกต่างกันแล้วแต่ผู้สร้าง และจุดที่สร้างศาลเจ้าที่ โดยมาก ก็จะสร้างไว้นอกหมู่บ้าน ในที่ที่เป็นป่าละเมาะ หรือเป็นที่ดอนน้ำท่วมไม่ถึง และชาวบ้าน ก็จะกำหนดขอบเขตไว้เลยว่า ขอบเขตเท่านี้ เป็นอาณาเขตของผีปู่ตา ห้ามใครก็ตามเข้าไปถากถางทำกิจส่วนตน และมอบสิ่งของทั้งหลายในอาณาเขตนั้น ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ต้นไม้ สัตว์ต่างๆ ให้เป็นทรัพย์สมบัติของผีปู่ตา(ที่ดินและทรัพย์สินส่วนที่เหลือ ขออนุญาตให้ชาวบ้านไว้ทำมาหากิน)
    และนอกจากนั้น ก็ขอให้ผีปู่ตา ช่วยดูแล ปกปักรักษา คุ้มครอง หมู่บ้าน และคนในหมู่บ้านด้วย ซึ่งก็จะมีพิธีกราบไหว้ ขอขมาผีปู่ตา ปีละครั้ง ในช่วงประมาณเดือนหก หรืองานบุญเบิกบ้าน หรือตามที่หมู่บ้านนั้นๆกำหนด

    ผีปู่ตาสามารถคุ้มครองรักษาหมู่บ้าน จากสิ่งชั่วร้ายที่มองไม่เห็นได้ เช่นป้องกัน ขับไล่ผีตายโหง ผีปอบ ผีร้ายอื่นๆ รวมถึงอาถรรพ์อาคมร้ายทั้งหลาย ไม่ให้เข้ามาในหมู่บ้าน เป็นต้น นอกจากนั้น ก็ช่วยดูแลผืนป่ารวมถึงสรรพสัตว์ที่อยู่ในอาณาเขตให้ปลอดภัยจากการทำลายถาง ถากด้วย
    มักจะเป็นเรื่องราวอยู่เสมอ เมื่อมีคนเข้าไปตัดต้นไม้ ไปยิงสัตว์ ในอาณาเขตผีปู่ตา นั่นคือ ผีปู่ตาก็จะมาสั่งสอน ผ่านการเข้าสิงใครคนใดคนหนึ่ง แล้วบอกเล่า ว่ากล่าว ตักเตือน หรือกรณีสั่งสอนหนักหน่อย ก็จะทำให้เจ็บป่วยแบบไม่รู้สาเหตุ หมอธรรมดารักษาไม่หาย เป็นต้น เป็นเหตุให้ชาวบ้านกลัวเกรง ไม่ค่อยมีใครกล้าตอแยกับผืนป่าอาณาเขตผีปู่ตา ปัจจุบัน จึงมักพบเห็นร่องรอยดอนปู่ตา อยู่ในหลายๆ หมู่บ้าน
    ผีปู่ตา ไม่ใช่ภูตผีร้าย ที่หลอกหลอนคนแบบนึกสนุก ไม่ใช่ภูตผีร้าย ที่ทำร้ายคนแบบไร้เหตุผล ผีปู่ตา เพียงทำหน้าที่ปกป้อง ดูแล คุ้มครอง หมู่บ้านและคนในหมู่บ้าน แต่หากใครผิดกฎระเบียบ หรือทำสิ่งไม่ดีไม่งาม ผีปู่ตา ก็จะมาสั่งสอน การสั่งสอน หากเป็นคนด้วยกันเอง ก็พอทำเนา แต่หากเป็นสิ่งเร้นลับที่มองไม่เห็นมาสั่งสอน ก็จะน่ากลัว และอาจไม่เรียกว่าถูกสั่งสอน เรียกว่าถูกผีหลอกแทน

    เรื่องราวของ ผี ยังมีอีกหลายครับพี่น้อง ส่วนมากทางอิสาน จะมีผีที่ดี ผีที่เป็นประโยชน์ นำมาเป็นกุศโลบาย วิถีที่ทำให้ผู้คน รู้จักธรรมเนียมปฎิบัติ ไม่ให้ผิดจารีต หรือ ทำนองครองธรรม แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีคนหรือกลุ่มคน ที่ไม่เชื่อเรื่อง ผี ในปัจจุบันอาจเป็นเพราะเป็นยุควิทยาศาสตร์ ยุคดิจิตอลไปซะแล้วนะครับ จะเห็นได้ว่าบางหมู่บ้านก็ไม่มีศาลปู่ตา ถ้ามีก็รกร้าง หมดความศักดิ์สิทธิ์ไปซะแล้ว ปู่ตาก็ไม่สิงสถิต ไม่มีผีปู่ตา มาช่วยปัดเป่าความทุกข์ที่มองไม่เห็น ทำให้เกิดอาเพศ อยู่เนืองๆละครับ..........

    โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ.....


  2. #2
    ศิลปิน นักแต่งเพลง สัญลักษณ์ของ thedon
    วันที่สมัคร
    Aug 2007
    กระทู้
    1,507
    บล็อก
    1
    ขอบคุณสำหรับซีรีส์ดีๆที่นำเสนอครับ ผีนา ผีปอบ บักผีผ่วน อิ อิ

  3. #3
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา สัญลักษณ์ของ nuzing
    วันที่สมัคร
    May 2007
    ที่อยู่
    ตกฟากอยู่อุบล เป็นคนชราบางแคแล้ว
    กระทู้
    2,549
    บล็อก
    5
    ขอบคุณเด้อจ้า หำหลอด ที่นำมาเป็นวิทยาทาน ยายได้ยินที่ตาเฒ่าของยายพูดบ่อยๆว่า "สังลุงมั่น /สังลุงเภา/สังอาดม/ ยายพึ่งเข้าใจคำว่า "สัง" คือคนที่เสียชิวิตไปแล้ว ย่านเด๊
    (( หำบี้ บักผีผ่วน หน่วยบักใหญ่แดงอ่งต่ง มักเด้อเห็นอยู่ไสจ้อนสื่นใส่โลด ))

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •