การขยายสิทธิประโยชน์ 6 ข้อ ทันประกาศใช้เป็นของขวัญผู้ใช้แรงงาน
  • พร้อมเร่งดำเนินการให้รักษาทุกโรงพยาบาลคู่สัญญาโดยไม่ต้องสำรองจ่ายก่อนในวันสงกรานต์
หลักการ 6 ข้อ คือ
  • เพิ่มค่าคลอดบุตรจาก 12,000 บาท เป็น 13,000 บาท
  • เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตร 350 บาทต่อเดือนเป็น 400 บาท
  • เพิ่มค่าทันตกรรมจาก 250 บาทเป็น 300 บาท และไม่เกิน 600 บาทต่อปี
  • การใส่รากฟันเทียมสำหรับผู้ประกันตนที่ประสบอุบัติเหตุหรือมีอายุ 53 ปีขึ้นไป
  • การรักษาโรคจิตได้ต่อเนื่อง
  • การเพิ่มค่ารักษาทุพพลภาพจาก 2,000 บาท เป็นรักษาฟรีในโรงพยาบาลรัฐ ส่วนโรงพยาบาลเอกชนเป็นผู้ป่วยใน 4,000 บาท
  • มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2554
--------------------------------------------------------------------------

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระบุ การขยายสิทธิประโยชน์ 6 ข้อ ทันประกาศใช้เป็นของขวัญผู้ใช้แรงงาน พร้อมเร่งดำเนินการให้รักษาทุกโรงพยาบาลคู่สัญญาโดยไม่ต้องสำรองจ่ายก่อน ในวันสงกรานต์
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงความคืบหน้าการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตน 6 ข้อว่า การประชุมคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดสปส.) ที่ผ่านมามีมติเห็นชอบในหลักการ 6 ข้อ คือ เพิ่มค่าคลอดบุตรจาก 12,000 บาท เป็น 13,000 บาท เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตร 350 บาทต่อเดือนเป็น 400 บาท เพิ่มค่าทันตกรรมจาก 250 บาทเป็น 300 บาท และไม่เกิน 600 บาทต่อปี รวมทั้งการใส่รากฟันเทียมสำหรับผู้ประกันตนที่ประสบอุบัติเหตุหรือมีอายุ 53 ปีขึ้นไป การรักษาโรคจิตได้ต่อเนื่อง และการเพิ่มค่ารักษาทุพพลภาพจาก 2,000 บาท เป็นรักษาฟรีในโรงพยาบาลรัฐ ส่วนโรงพยาบาลเอกชนเป็นผู้ป่วยใน 4,000 บาท ซึ่งขณะนี้ได้ส่งเรื่องดังกล่าวไปยังคณะกรรมการแพทย์เห็นชอบและประกาศใช้เป็นที่เรียบร้อย โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2554 เพื่อเป็นของขวัญวันปีใหม่ให้กับผู้ใช้แรงงาน นอกจากนี้สปส.ยังเร่งดำเนินการเพิ่มสิทธิประโยชน์ในด้านการดูแลรักษาผู้ป่วยเพิ่มเติมด้วย ผู้ประกันตนจะสามารถเข้ารักษาได้ทุกโรงพยาบาลที่อยู่ในคู่สัญญาของสปส. โดยไม่ต้องสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุอีกต่อไป ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 13 เมษายน ซึ่งเป็นวันสงกรานต์ หรือวันปีใหม่ของไทย

ด้านนายปั้น วรรณพินิจ เลขาธิการ สปส. กล่าวว่า กรณีเพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรนั้น เนื่องจากขณะนี้ยังไม่ส่งเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาเห็นชอบ จึงคาดว่าอาจจะประกาศบังคับใช้ภายหลังวันที่ 1 มกราคม 2554 อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการประกาศแล้วจะมีผลบังคับใช้ย้อนหลัง



ที่มา :
  1. กระทรวงแรงงาน
  2. http://thainews.prd.go.th/view.php?m_newsid=255312080089&tb=N255312