กำลังแสดงผล 1 ถึง 3 จากทั้งหมด 3

หัวข้อ: ฉากชีวิต...กำลังใจ

  1. #1
    ศิลปิน,ช่างภาพอิสระ สัญลักษณ์ของ เพ็นนี
    วันที่สมัคร
    May 2009
    ที่อยู่
    Bangkok
    กระทู้
    1,387
    บล็อก
    2

    ฉากชีวิต...กำลังใจ


    อ่านเรื่องราวเก่าๆ

    ฉากชีวิต...เธอหรือคือผู้ชนะ

    ฉากชีวิต...เอาคืน


    ฉากชีวิต...กำลังใจ
    ณ. เส้นขอบฟ้า สีเทาหม่น ความเหงา อ้างว้าง กัดกร่อนจิตใจ...ตั้งแต่ไม่มีเธอ

    “แม่ค้า ก๋วยเตี๋ยว 3”
    “เส้นหมดแล้วค่ะพี่” ฉันตอบกลับไปขณะกำลังเก็บร้าน
    “หมวย มาม่าอยู่หลังตู้ ถามลูกค้าดูจะเอาไหม”
    “เอาครับเอา เส้นอะไรก็ได้” ฉันต้องวางมือจากเก็บร้านทั้งที่หงุดหงิด
    “ขอบคุณครับ..แม่ค้าตากลม” มีแซว
    “ตาเราสวยนะเนี่ย.” อีกคนทักฉันขึ้นมา

    ฉันไม่รู้หรอกว่าตั้งแต่วันนั้นวันที่ฉันเห็นลูกค้าขี้เมามากินก๋วยเตี๋ยวเป็นชุดสุดท้าย
    จะกลายเป็นคนรู้จักสนิทสนมได้ขนาดนี้
    ทุกๆครั้งที่เราคุยกันทางโทรศัพท์(หยอดเหรียญ) ทำให้รับรู้ถึงความห่วงใยจากปลายสายได้อย่างชัดเจน
    ทุกๆครั้งที่เราเจอกัน ฉันคิดไปเองว่าเธอห่วงหาอาทรผ่านดวงตาคู่งาม
    เธอทำให้ผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้เติบโตมาได้ในโลกที่วุ่นวายและบิดเบี้ยว เธอทำให้ฉันต่อสู้มาได้ในสังคมที่มีแต่มัจจุราช

    “เธอต้องเรียนหนังสือนะ ที่ไหนก็ได้ สมัยนี้ ม.6 มันทำอะไรได้บ้างนอกจากโรงงาน ฉันเชื่อ เธอทำได้”
    ความเชื่อมั่น คำแนะนำ ทำให้ฉันสามารถค้าปริญญามานอนกอด

    “ไปวิ่งกันไหม เดี๋ยวไปรับ ออกกำลังกายเพิ่มน้ำหนักน่ะ เธอผอมไป” แม้แต่กระทั่งรายละเอียดเล็กๆเธอก็ยังใส่ใจ

    “วันนี้ว่าง ไปกินมังฯกัน ร้านนี้อร่อย กินผักเยอะๆย่อยง่าย” ทำอย่างกับว่าฉันกินผักไม่เป็นซะงั้น

    “ไปดูหนังกันไหม” และแล้วก็ได้ไปดูหนัง แต่กลับไม่ได้ไปกัน 2 คน

    “แม่ว่าไหมถ้าจะพาไปลอยกระทง ไปวัดภูเขาทองนะ ฉันจะพาไปวังสวนจิต เพื่อนฉันอยู่ที่นั่น” ฉันเริ่มรู้จักเพื่อนของเธอเป็นครั้งแรก

    “วันพ่อไปดูไฟกัน” เป็นครั้งแรกที่ฉันเหมือนเด็กตัวเล็กๆที่อ้อนพี่ชายอย่างเธอซื้อบอลลูนตัวการ์ตูนให้ เป็นอีกวันที่ฉันมีความสุข

    “สงกรานต์ฉันจะบวช เธอไปได้ไหม อีก 2 วันฉันจะเอาการ์ดไปให้ที่ร้านนะ” แน่นอนอยู่แล้วแม่ต้องอนุญาต

    ใครจะไปรู้ว่าในชีวิตฉันจะมีโอกาสได้ถือหมอน คนในบ้านของเธอให้ความสนิทสนมกับฉัน หลายคนสงสัยว่าฉันเป็นใคร
    ทำไมถึงมางานบวชลูกหลานท่านได้ ฉันก็กล้าซะเหลือเกิน ที่อยู่ตามการ์ดงานบวชนำพาหัวใจเล็กๆ
    เดินทางไปถึง อ.เสิงสาง โคราชสีมา ฉันเพิ่งรู้และเข้าใจว่าได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเธอไปแล้ว
    แม้เธอจะบอกใครต่อใครว่าฉันเป็นน้องสาวก็ตาม

    “ฉันปวดท้อง สงสัยธาตุไฟแตก” ตั้งแต่เธอบวชกลับมา ฉันกับเธอคุยกันมากขึ้น

    ด้วยความสนิทสนม ไว้วางใจ ทำให้ฉันรับรู้ถึงความเจ็บป่วยของเธอ 2 ปีแล้วที่เราได้รู้สึกกัน จากลูกแม่ค้าสาวโรงงานตากลม
    ต้นปีหน้าฉันจะเรียนจบ อนุปริญญาแล้ว เธอคือแรงบันดาลใจของฉัน พี่ชายที่แสนดี
    เธอยังคงทำหน้าที่พี่ชาย
    ด้วยการตั้งใจเรียนเช่นกัน อีกปีเดียวเธอจะคว้าปริญญาโทวิศวกรรมศาสตร์อุตสาหกรรม

    “ฉันอยู่โคราช ปวดท้องเลยลางานยาวมารักษาตัว ฉันไปถางหญ้าที่สวนที่ซื้อไว้ด้วยนะ
    เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปดู อยู่ใกล้เขื่อน” น้ำเสียงของเธอสดใส

    “หัวเราะอยู่นั่นแหละปวดท้องเป็นไงบ้างพี่ ดีขึ้นยัง” ฉันยังอดเป็นห่วงเธอไม่ได้

    “เออๆ คุยกับเธอนานแล้วท้องมันโตขึ้นว่ะ หัวเราะมากไปหน่อย ลมเข้าท้อง” ฉันเลยกลายเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว

    “วันอาทิตย์นี้ฉันเข้ากรุงเทพฯเดี๋ยวเจอกัน”
    หลังวางสาย สาวโรงงานตากลมคนนี้ทำงานอย่างกังวล กะกลางคืนอันแสนเงียบเหงาดูเหว่าเหว่
    เสียงหัวเราะเมื่อช่วงหัวค่ำกลายเป็นความวิตกกังวลที่ฉันได้รับ ด้วยความห่วงใย ด้วยใจที่ผูกพัน
    ฉันกลายเป็นคนป่วยโดยไม่รู้ตัว เมื่อไหร่จะผ่านค่ำคืนแห่งความโหดร้ายนี้ไปเสีย
    ฉันไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ใจของฉันจึงอยากไปหาหมอ

    วันอังคาร ที่ 23 กันยายน 2546 เวลา 7.30 น.
    ออกกะมาตอนเช้าก่อนจะไปหาหมอที่โรงพยาบาลพญาไท 2 ฉันมักจะโทรหาเธอก่อน ซึ่งมันเป็นแบบนี้แทบทุกครั้ง

    “........” ฉันพยายามกดโทรศัพท์หาเธอหลายๆครั้ง ก็ไม่สามารถติดต่อได้

    “ยังไม่เห็นจารย์เดชน์เข้ามาทำงานนะ เดี๋ยวจะลองต่อสายไปที่แพลนให้”
    ปลายสายตอบกลับเมื่อฉันแจ้งความประสงค์ถึงบุคคลที่ต้องการสนทนา

    “จารย์เดชน์ไปสบายแล้ว”

    “ไปไหน” ฉันถามกลับไปทั้งที่เสียงแหบแห้งด้วยอาการป่วย

    “ไปสวรรค์”

    “ไปเจอกันที่โรงบาลพญาไท 2 นะเพ็น ไปรับศพพี่เดชน์กัน” สิ่งที่ฉันได้ยินมันคือความจริงใช่ไหม
    คำถามที่ไม่มีใครตอบฉันได้ น้ำตารื้นเต็มดวงตาคู่กลม
    ฉันจะไปหาหมอ ไม่ได้ไปรับศพ ฉันต้องไปดูให้เห็นกับตา

    ที่โรงพยาบาล

    “ไม่ทราบว่าคนไข้มีแฟนไหมครับ” คุณหมอถามขึ้นมา พ่อของเธอหันมามองที่ฉัน

    “ทำไมเหรอหมอ”

    “ คนไข้เป็นมะเร็งที่ตับ สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสตับอักเสบกลายพันธุ์ ถ้าคนไข้สมรสแล้ว
    โอกาสจะทำให้คู่สมรสติดเชื้อไวรัสตับอักเสบมีสูงมาก ซึ่งอาการอาจไม่รุนแรง
    แต่เป็นพาหะของโรคได้ ควรได้รับวัคซีนด้วยครับ” คุณหมอพูดยาวเหยียดแต่ฉันยังจำได้

    “เพ็น โต๋มีหยังกับท่าวเดชน์บ่” พ่อหันมาถามฉันอีกครั้ง

    “พ่อไม่ไว้ใจลูกชายพ่อเหรอ พ่อคิดเหรอว่าพี่เขาจะทำอะไรหนู” ฉันตอบกลับไปเพียงเท่านี้

    อีก 1 เดือนจะออกพรรษา และอีกไม่กี่เดือนฉันจะเรียนจบอนุปริญญา
    อีก 1 เดือน เธอบอกให้พ่อมาสู่ขอลูกแม่ค้า
    อีกไม่กี่เดือนหลังฉันเรียนจบอนุปริญญา เธอจะขอฉันแต่งงาน แล้วค่อยเรียนต่อ

    “พ่อบอกเพ็นเดิ้งเด๋อ ให่ดูแลสุขภาพ พ่อรักเพ็นคือลูกเด้อ เดชน์รักเพ็นนะพ่อ”

    แม้คำพูดเหล่านี้ ฉันจะไม่ได้ยินจากปากเธอ แต่ฉันก็เชื่อว่าพ่อเธอไม่โกหกฉัน
    แม้เธอจะไม่เคยบอกฉันว่าคิดอย่างไรนอกจากน้องสาว แต่ฉันก็รักเธอ...

    4 ธันวาคม 2551 พ่อคงไปเจอพี่เดชน์ อีกโลกหนึ่งแล้ว....

    ด้วยความระลึกถึง

  2. #2
    เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ สัญลักษณ์ของ ลุนนี ศรีเกษ
    วันที่สมัคร
    Jun 2009
    ที่อยู่
    ศรีสะเกษ กรุงเทพ จอมเทียนชลบุรี
    กระทู้
    858
    บล็อก
    1
    อือมมมมมมม จะเขียนว่ายังไงดีละเพนนีเอ๋ย ป้าก็เคยฟังเรื่องนี้มาแล้วละนะ แต่พอมาอ่านอีกที รายละเอียดต่างๆมันก็เพิ่มขึ้น เห็นภาพชัดเจนจริงๆ แสดงว่าความทรงจำนี้ฝังแน่นมากเลยจ้า
    นึกแล้วก็เป็นกำลังใจดีๆอีกแบบหนึ่งนะจ๊ะ จำไว้เถอะจ้า มันไม่มีพิษภัยอะไรหรอก ป้าว่า

  3. #3
    Super Moderator สัญลักษณ์ของ ไก่น้อย
    วันที่สมัคร
    Aug 2006
    ที่อยู่
    นครโคราช
    กระทู้
    5,310
    บล็อก
    8
    เศร้าใจจังเลยจ้าน้องเพ็น ขอให้ความรักงดงามอยู่ในใจ ของทั้ง2คนตลอดไปเด้อจ้า คนไปเพิ่นกะคงสิสบายแล้วจ้า คนอยู่กะต่อสู้กับชีวิตต่อไปเนาะหล่า สู้ๆๆ

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •