กำลังแสดงผล 1 ถึง 5 จากทั้งหมด 5

หัวข้อ: ฆ่า...เอาเงินประกันชีวิต

  1. #1
    ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย สัญลักษณ์ของ sert1964
    วันที่สมัคร
    Nov 2007
    กระทู้
    340

    ฆ่า...เอาเงินประกันชีวิต


    ฆ่า...เอาเงินประกันชีวิต (Lisa ฉ.21/2552)
    โดย อ.ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช
    น.บ. , น.บ.ท. , น.ม. (กฎหมายมหาชน)

    ต้นเดือนพฤษภาคม 2552 มีข่าวหนึ่งที่สะดุดตาสะดุดใจผม และผมก็คิดว่าคุณผู้อ่าน Lisa หลายท่านก็คงคิดไม่ต่างจากผม นั่นก็คือข่าวที่ศาลอาญาพิพากษาประหารชีวิต ในคดีที่ภรรยาสาวใหญ่จ้างวานฆ่าอดีตสามีเอาเงินประกัน 2 ล้านบาท ซึ่งในเรื่องการฆ่าเพื่อเอาเงินประกันนี้ไม่ใช่แค่ “ภรรยาฆ่าสามี” หรือ “สามีฆ่าภรรยา” เพื่อเอาเงินประกันเท่านั้นนะครับ ยังมีข่าวที่ว่าตัวแทนประกันฆ่าลูกค้าเอาเงินประกันอีก ซึ่งใช่ว่าพอใครฆ่าใครแล้วจะสามารถรับเงินประกันได้เลยนะครับเพราะในกฎหมายที่เกี่ยวกับการประกันชีวิตนั้นมีรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย ที่ผมจะพูดคุยกับคุณผู้อ่านในคอลัมน์ “Woman & Law” ฉบับนี้ครับ

    เงินประกัน” ต่างจากทรัพย์สินและหนี้สิน
    เงินประกันต่างจากทรัพย์สินและหนี้สิน ตรงที่ทรัพย์สินและหนี้สินจะตกไปยังทายาทโดยอัตโนมัติ แต่เงินประกันจะตกแก่ผู้รับประโยชน์ที่คุณระบุไว้ในสัญญาเท่านั้น นอกจากนี้เงินประกันชีวิตที่ระบุผู้รับประโยชน์ เจ้าหนี้ไม่สามารถยึดอายัดได้ทั้งหมดเหมือนมรดก เพราะไม่ใช่ทรัพย์สินของเจ้ามรดก ดังนั้นคุณภรรยาที่ไม่อยากใช้หนี้ให้กับสามีก็ควรตรวจสอบให้ดีนะครับว่าคุณสามีแอบทำประกันชีวิตแล้วระบุชื่อผู้รับประโยชน์เป็นคนอื่นหรือเปล่า ? มิฉะนั้นคุณกับลูกก็ต้องรับผิดชอบแต่หนี้สินที่เขาก่อเอาไว้หัวโต โดยที่ไม่มีเงินก้อนอื่นมาช่วยเหลือในการใช้ชีวิตต่อได้เลยนะครับ

    ประกันชีวิต…ควรระบุผู้รับประโยชน์
    คุณผู้อ่านครับพึงจดจำให้ขึ้นใจเลยนะครับว่า ถ้าท่านคิดจะทำประกันต้องระบุชื่อผู้รับประโยชน์ไว้เลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็น ญาติพี่น้อง สามี-ภรรยา คนรัก เพื่อนสนิท ฯลฯ เพราะมิฉะนั้นเงินที่คุณพากเพียรผ่อนจ่ายให้กับบริษัทมาตลอดชีวิตทั้งหมดรวมกับดอกเบี้ยที่เป็นผลประโยชน์ของคุณ ก็จะอันตรธานกลายเป็น “กองมรดก” ที่เจ้าหนี้ของคุณสามารเข้ามายึดครองได้ทั้งหมด
    แต่กฎหมายก็ป้องกันความเห็นแก่ตัวของผู้ที่ชอบก่อหนี้แล้วเอาเงินไปออมกับบริษัทประกัน ด้วยการระบุชื่อผู้ได้รับประโยชน์ไว้ โดยกำหนดให้เจ้าหนี้สามารถยึดหนี้ได้จากจำนวนเงินเบี้ยประกันที่ส่งให้บริษัทประกันได้เหมือนกัน แต่ไม่มีสิทธิยุ่งเกี่ยวกับดอกเบี้ยที่เป็นผลประโยชน์ เช่นคุณต้องได้เงินทั้งหมด จากการเสียชีวิต 2,000,000 บาท ซึ่งมาจากเงินที่คุณผ่อนจ่ายทั้งหมดก่อนเสียชีวิตจำนวน 500,000 บาท และดอกเบี้ยอีก 1,500,000 บาท ทำให้เจ้าหนี้ของคุณสามารถเข้ามายึดหนี้ได้จากวงเงิน 500,000 บาทเท่านั้น

    ฆ่าตัวตาย…หวังเงินประกัน! คนบางคนเป็นห่วงลูกหลานว่าจะลำบากหาเงินหาทองมาจัดการงานศพ หรือไม่ก็เพิ่งคิดได้ว่าที่ผ่านมาไม่ได้สร้างสินทรัพย์ใดๆ ให้ลูกหลานไว้ทำมาหากิน ก็เลยคิดจัดแจงไปทำประกันชีวิตให้เสร็จสรรพ หลังจากนั้นก็ตัดสินใจฆ่าตัวตายเพื่อหวังเงินประกันให้ลูกหลานได้นำไปใช้เป็นทุนในอนาคตดีกว่า ช้าก่อนครับคุณบุพการี อย่าคิดสั้นๆอย่างนั้น แถมไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ครับ เพราะ กม.แพ่งและพาณิชย์มาตรา 895 บรรพ 1 ระบุไว้ว่า บริษัทประกันชีวิตไม่ต้องจ่ายเงินประกันชีวิตแก่ผู้ทำประกันชีวิต ที่ฆ่าตัวตายด้วยใจสมัครภายใน 1 ปี นับแต่วันทำสัญญา

    กฎหมายกำหนดระยะเวลาไว้แค่ 1 ปี เพราะกฎหมายเห็นว่า ความคิดในการฆ่าตัวตายของคนเราเป็นอารมณ์ชั่ววูบ ซึ่งน่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงความคิดแบบนี้ได้ภายใน 1 ปี คือถ้าคนเรามุ่งมั่นตั้งใจจะฆ่าตัวตาย เพื่อหวังเงินประกันตั้งแต่วันที่ลงมือทำสัญญา เขาคงไม่สามารถมีอารมณ์ชั่ววูบเช่นนี้ได้เกิน 1 ปี แต่ถ้าหากว่าลักษณะความผิดปกติของผู้จะทำประกันชีวิต เช่นมีอาการเศร้าซึม หงอย เหงา วิตกจริต หรือมีความผิดปกติอื่นใด บริษัทประกันชีวิตก็มีสิทธิที่จะไม่รับท่านให้เป็นลูกค้าอยู่แล้วครับ…ดังนั้นอย่าหวังได้เงินจากการนี้เลยครับ รับรองได้ตายเปล่าแน่นอนครับ

    ผู้รับประโยชน์…ฆ่าคนทำประกัน! ผู้รับประโยชน์จากประกันบางคนนรกส่งมาเกิดจริงๆ นะครับ จึงมีความคิดเป็นลูกหลานทรพี หรือเป็นสามีภรรยาสุดโหด ที่อยากให้ผู้ทำประกันเสียชีวิตเร็วๆ เพราะหวังเงินประกันชีวิต แต่บังเอิญคนที่ทำประกันชีวิตทำบุญไว้เยอะจึงมีชีวิตยืนยาว รอแล้วรอเล่าก็ยังมีลมหายใจอย่างสมบูรณ์ บรรดาผู้หวังเงินประกันจึงร่วมมือกันฆ่าคนทำประกันให้ตาย ไม่ว่าจะหลอกให้ดื่มยาพิษที่ผสมอยู่ในเครื่องดื่มหรืออาหาร (เหมือนในละคร) อำพรางว่าเกิดอุบัติเหตุ เช่น ตกบันได ตกภูเขา ตกแม่น้ำ ตกทะเล ฯลฯ
    แต่อย่าหวังเลยครับว่าคนเช่นนี้จะได้เงินจากการทำประกัน เพราะโดยปกติบริษัททำประกันมักจะมีหูตากว้างไกล ละเอียดอ่อน ต้องตรวจสอบหลักฐานทางการแพทย์ก่อนจึงยอมจ่ายเงิน และถ้าสืบไปสืบมาทั้งจากคนและศพ ก็ต้องมีหลักฐานชัดเจนก่อนครับว่าท่านผู้ทำประกันชีวิตไม่ถูกผู้รับประโยชน์ฆ่าให้ตายเพียงหวังเงินประกัน เพราะหากเป็นเช่นนั้น กม.แพ่งพาณิชย์ 895 วรรค 2 ก็อนุญาตให้บริษัทประกันชีวิตยกเว้นการจ่ายเงินประกันได้เลยครับผม

    พ่วงด้วยคดีอาญา...ฆ่าคนตายการที่ผู้หวังเงินประกันลงมือฆ่าหรือจ้างวานผู้อื่นฆ่าผู้ที่ทำประกัน แน่นอนครับว่าหลังจากนั้นผู้ลงมือฆ่าและผู้จ้างวานฆ่าก็จะถูกดำเนินคดีในข้อหาฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนซึ่งมีโทษถึงขั้นประหารชีวิตเลยทีเดียว อย่างกรณีในคดีหมายเลขดำ อ.3140/2551 ที่ พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ ฟ้องนางไข่ สุขสัมพันธ์ อายุ 53 ปี น.ส.อรนุช หรือนุช หล้าจันทร์ นายมาโนช ภูมิภาวร นายพงษ์ศักดิ์ หงษ์เงิน นายกวี วัดเฉย และนายแสวง หรือผาคำ เป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานใช้ จ้างวานให้ฆ่าผู้อื่น ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน นอกจากนี้ยังร่วมกันลักทรัพย์ โดยเอาโทรศัพท์มือถือและเงินสด 15,000 บาทของผู้ตายไป โดยอัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 22 ส.ค.51

    ล่าสุดเมื่อ 6 พ.ค.2552 ศาลพิเคราะห์คดีแล้วเห็นว่าจำเลยที่ 3, 4, 5 และ 6 กระทำผิดตามฟ้อง และจำเลยที่ 3, 5 และ 6 ยังได้ลักทรัพย์ผู้ตายไปด้วย ส่วนจำเลยที่ 1 เป็นผู้วางแผนและจ้างวานจริงตามฟ้อง ขณะที่จำเลยที่ 2 นั้นโจทก์ไม่มีพยานที่ยืนยันได้ว่าเกี่ยวข้องกับการร่วมกันฆ่านายแสวง จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ลงโทษประหารชีวิต จำเลยที่ 3, 5, 6 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ลงโทษประหารชีวิต และความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ลงโทษจำคุก 2 ปี แต่เนื่องจากว่าจำเลยที่ 3, 5, 6 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ลงโทษจำคุก 25 ปี และความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ลงโทษจำคุก 1 ปี รวมจำเลยจำเลยที่ 3, 5 และ 6 เป็นเวลา 26 ปี จำเลยที่ 4 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ลงโทษประหารชีวิต เมื่อจำเลยรับสารภาพจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลยที่ 4 ไว้มีกำหนด 25 ปี ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 แต่ให้ขังไว้ระหว่างอุทธรณ์ และให้จำเลยที่ 3, 5 และ 6 ร่วมกันชดใช้โทรศัพท์มือถือและเงินสดจำนวน 15,000 บาท ให้แก่ทายาทของนายแสวงผู้ตายอีกด้วย

    ตัวแทนประกัน...ฆ่าโหดลูกค้า ก่อนหน้าการพิจารณาคดีสาวใหญ่จ้างวานฆ่าอดีตสามีเพื่อหวังเงินประกันนั้น ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2552 เจ้าหน้าที่ตำรวจ จ.พิจิตรก็สามารถจับกุมนายนันทวุฒิ คล้ายเนียม อายุ 42 ปี ตัวแทนขายประกันชีวิตของบริษัทชื่อดัง สาขา อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร ผู้ต้องหาในคดีฆ่านายชาญยุทธ บุตรเกตุ ลูกค้าที่ทำประกันชีวิตไว้กับผู้ต้องหาจำนวน 4 กรมธรรม์ วงเงินประกันกว่า 2 ล้านบาท ที่ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำเสียชีวิต แต่ผลการชันสูตรพบว่าเหตุของการเสียชีวิตไม่ใช่อุบัติเหตุและมีผู้พบเห็นว่านายนันทวุฒิ ตัวแทนประกันชีวิตเป็นผู้อยู่กับผู้ตายคนสุดท้ายก่อนที่จะเสียชีวิต จนตำรวจสืบทราบว่าผู้ลงมือฆ่า คือนายนันทวุฒิ ตัวแทนขายประกันชีวิตคนนี้แหละครับที่เป็นผู้มีส่วนฆ่าโหดลูกค้า เพื่อสวมรอยเอาสินไหมจากการประกันชีวิต!

    คุณผู้อ่าน Lisa ครับจากการสืบสวนของ จนท.ตำรวจ สิ่งที่น่าตกใจมากกว่านั้นก็คือผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำกับผู้ทำประกันรายอื่นๆ อีก สรุปแล้วรายที่มีหลักฐานชัดเจน รวม 4 ราย คือรายแรกที่เสียชีวิต คือ นายชาญยุทธ บุตรเกตุ เสียชีวิตเมื่อปี 2548 ด้วยการทำให้เกิดอุบัติเหตุมีกรมธรรม์ที่ทำประกันชีวิตไว้ 4 กรมธรรม์ สินไหมกว่า 2 ล้านบาท

    รายที่สอง คือ นายนายบุญชู พิณเขียว เสียชีวิตเมื่อปี 2548 จากการซ้อนท้ายจักรยานยนต์ ของนายนันทวุฒิ ตัวแทนขายประกันโหดแล้วทำให้รถจักรยานยนต์ล้มเสียชีวิต รายนี้ทำประกันไว้ 4 กรมธรรม์ โดยมีนายนันทวุฒิ เป็นคนส่งเบี้ยประกันให้ (อันนี้คุณผู้อ่านต้องระมัดระวังเป็นพิเศษนะครับ หากใครมาขันอาสาเป็นผู้ส่งเบี้ยประกันให้คุณ) วงเงินสินไหม 660,000 บาท

    รายที่สาม คือ นายเจือ ฟักแสง เสียชีวิตเมื่อปี 2549 รายนี้พบว่าขี่รถจักรยานยนต์ตกน้ำตายไม่ทราบสาเหตุ แต่ได้ทำประกันชีวิตไว้กับ นายนันทวุฒิ แต่ทาง บ.ประกันชีวิต ไม่ยอมจ่ายสินไหมทดแทน เนื่องจากหลักฐานการทำประกันถูกปลอมแปลงขึ้น แต่นายนันทวุฒิ ก็ทำทีไปวิ่งเต้นจนได้สินไหม 600,000 บาท แล้วไปแบ่งกับทายาทของผู้ตาย คนละ 300,000 บาท โดยทายาทไม่รู้มาก่อนว่ามีการฆาตกรรมอำพรางคดีเพื่อหวังสินไหมจากบริษัทประกันนั่นเอง

    รายที่สี่ คือ นายสว่าง คล้ายเนียม เสียชีวิตเมื่อปี 2551 เขาจมน้ำตายขณะไปทอดแหหาปลา มีประวัติทำประกันชีวิตกับนายนายนันทวุฒิซึ่งเป็นตัวแทนขายประกันชีวิต โดยตำรวจสืบสวนแล้วพบว่ายังมีการแอบอ้างให้คนชื่อนางฉายเป็นผู้ส่งเบี้ยประกันให้กับผู้ตายและไปสวมรอยรับสินไหมการประกันชีวิต จำนวน 113,000 บาท

    คดีนี้ถือได้ว่ากระทบต่อประชาชนมาก เพราะแม้ว่าภายหลังการจับกุมตัวผู้ต้องหาแล้ว ผู้ต้องหาได้ยื่นขอประกันตัวในขั้นศาล แต่ จนท.ตร. ก็คัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีและไปข่มขู่พยาน ซึ่งจะทำให้เสียรูปคดี ผลจากการขออำนาจศาลเพื่อฝากขัง ปรากฏว่าศาลไม่อนุญาตให้ผู้ต้องหาประกันตัว จึงได้นำตัวไปฝากขังยังเรือนจำจังหวัดพิจิตร เพื่อเบิกตัวมาสอบปากคำในการดำเนินคดีต่อไปครับ

    แม้ว่าเนื้อหาในคอลัมน์ “Woman & Law” ฉบับนี้ อาจจะนำเอาแง่ที่ไม่งามของการทำประกันชีวิตที่ผู้ทำประกันเป็นเหยื่อของผู้หวังประโยชน์มานำเสนอก็ตาม แต่กระนั้นผมก็ขอย้ำให้คุณผู้อ่านเห็นว่าการรับผลประโยชน์ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ซึ่งกฎหมายก็พร้อมป้องปรามคนที่จ้องหาผลประโยชน์เหล่านั้น รวมทั้งลงโทษผู้ที่ได้กระทำผิดไปแล้วอย่างที่ผมยกตัวอย่างคดีทั้งสองเรื่องใน Lisa ฉบับนี้แหละครับ

    ระวังโตไว้แหน่กะดีเด้อพลเอ้ย เฮาได้ข่าวว่าโตทำประกันไว้วงเงินตั้ง 2 ล้าน 555

  2. #2
    ฝ่ายกิจการพิเศษ สัญลักษณ์ของ กำพร้าผีน้อย
    วันที่สมัคร
    Apr 2009
    ที่อยู่
    รัตนาธิเบศร์..ใกล้แยกแคราย
    กระทู้
    2,330
    มีประโยชน์หลายครับอ้าย...

    แต่เท่าที่ได้รู้จากการเคยเป็นตัวแทนขายประกัน....ผู้ที่จะรับผลประโยชน์ถ้าไม่ใช่
    ญาติ หรือบุตรภรรยา พูดง่ายๆคือไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับผู้ทำประกันเลย ถ้าจะเป็นผู้รับผลประโยชน์
    ทางบริษัทประกันเองจะมีเอกสารมาให้ทำบันทึกว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร ต้องระบุ.. ถึงกฏหมายจะทำได้ก็ตาม ไม่ใช่เรื่องง่าย
    ที่จะหลอกบริษัทเขา ถึงจะทำสำเร็จ มีกรมธรรม์ออกมา แต่ถึงคราวที่จะจ่ายเงินสินไหม
    เขาก็สืบสาวอยู่ดี ..แม้แต่บุุคคลที่ทำร้ายตัวเองตามที่เคยเป็นข่าวคือ ตัดนิ้วโป้งตัวเองเพื่อรับเงินสินไหมจากประกันในกรณีอุบัติเหตุ..ทีแรกก็ทำท่าว่าจะได้สินไหมทดแทน แต่สุดท้ายก็อด เจ็บตัวฟรี......
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย กำพร้าผีน้อย; 15-12-2010 at 22:59.

  3. #3
    ข้อแนะนำเพิ่มเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการทำประกันชีวิต
    - อย่าเที่ยวไปยกผลประโยชน์ให้ใครๆที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในชีวิตของเราเช่นไม่ใช่พ่อ,แม่,พี่,น้อง,ภรรยา,สามี,ลูกของเรา เพราะอาจนำมาซึ่งความสูญเสียที่คาดไม่ถึง
    - อย่าแม้แต่จะคิดว่าจะแหกตาบริษัทประกันฯเพราะมันยากยิ่งกว่างมเข็มในคลื่นซือนามิ
    - อย่าเชื่อตัวแทนที่บอกกับคุณว่า"ไม่ต้องกังวลผมมีทางช่วยคุณได้"เพราะในความเป็นจริง ไม่มีทาง
    - จงอย่าเชื่อในสิ่งที่ตัวคุณเองก็คิดว่าไม่น่าเป็นไปได้ หรือไม่น่าจะทำได้ เพราะความจริงมันต้องเป็นอย่างนั้นแน่นอน
    - สำคัญที่สุด ประกันชีวิตคือสัญญาที่ถือเอาความบริสุทธิ์ใจอย่างยิ่งทั้งสองฝ่ายเป็นที่ตั้งหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่บริสุทธิ์ใจสัญญานั้นเป็นโมฆียะ ตั้งแต่ต้น
    - ก่อนซื้อประกันชีวิตทุกครั้ง อย่าลืมตรวจสอบใบอนุญาตตัวแทนนะครับและอย่าลืมเรียกใบเสร็จรับเงินที่ลงลายมือผู้รับเงินทุกครั้งก่อนจ่ายเงิน...ถึงแม้ตัวแทนคนนั้นจะเป็นคนในครอบครัวของคุณเอง
    -ประกันชีวิตคือหลักประกันความมั่นคงของคุณและครอบครัวทั้งในวันนี้และวันหน้า จึงควรพิจารณาให้รอบคอบและเลือกแบบที่เหมาะสมตามสถานการณ์และความจำเป็น....:l-:*-:*-

  4. #4
    ฝ่ายกิจการพิเศษ สัญลักษณ์ของ กำพร้าผีน้อย
    วันที่สมัคร
    Apr 2009
    ที่อยู่
    รัตนาธิเบศร์..ใกล้แยกแคราย
    กระทู้
    2,330
    อะป้าดดดด.ทั่นผู้จัดการมาตอบเองเลยติ...

    ผมทำประกันมา 15 ปีแล้ว อีก 5 ปีจะครบสัญญา แต่กะบ่ได้ระบุผู้รับผลประโยชน์ ย่อนคึดว่าครบสัญญาเฮากะได้เงินที่ทำไว้เองคือเก่า..แต่ถ้าเป็นหยังไปผลประโยชน์สิตกกับพี่น้องหรือญาติเฮาบ่ครับ ..บ่มีหนี้สินดอกเด้อ เจ้าหนี้อย่ามาใกล้..55

  5. #5
    ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย สัญลักษณ์ของ sert1964
    วันที่สมัคร
    Nov 2007
    กระทู้
    340
    ขอบคุณผู้จัดการหลายๆครับ ที่มาให้ข้อมูลเพิ่มเติม เป็นประโยชน์สำหรับสมาชิกเฮา เท่าที่ผมสังเกตสมาชิกบ้านมหามีหลากหลายอาชีพ แต่ละคนมากด้วยประสบการณ์ โอกาสต่อไปถ้ามีการจัดงานรวมสมาชิกดังเช่นที่ผ่านมา ผมจะปรึกษาผู้บริหารฯเพื่อจัดทำทำเนียบสมาชิกบ้านมหาไว้(เฮ็ดแบบรุ่นทหาร-ตำรวจ) เป็นข้อมูลยามคึดฮอดกันหรือปรึกษาหารือปัญหาและข้อขัดข้องต่างๆ จะได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกันครับ :l-

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •