กำลังแสดงผล 1 ถึง 1 จากทั้งหมด 1

หัวข้อ: ใครคิดว่าจะอยู่ค้ำฟ้า เข้าใจผิดเข้าใจใหม่ได้

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ใครคิดว่าจะอยู่ค้ำฟ้า เข้าใจผิดเข้าใจใหม่ได้


    ใครคิดว่าจะอยู่ค้ำฟ้า เข้าใจผิดเข้าใจใหม่ได้






    บทความนี้ ข้าพเจ้าเขียนขึ้นเพื่อต้องการชี้ให้เห็นว่า
    ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ล้วนมีการเปลี่ยนแปลงไป
    ต้องการให้ทุกคนร่วมกันตระหนักถึงการอนุรักษ์โลก
    โดยเฉพาะสิ่งแวดล้อมรอบๆๆ ตัวเรา
    ตระหนักถึงความดี เมตตาต่อกัน ให้อภัยกัน
    เพราะไม่อยากให้มนุษย์เป็นผู้ล่ามนุษย์ด้วยกันเอง




    สิ่งที่ทำลายระบบนิเวศน์ทางธรรมชาติได้เร็วที่สุดก็คือมนุษย์
    เพราะมนุษย์คิดค้นเทคโนโลยี ใหม่ๆ เกิดขึ้นมา
    และมนุษย์นี่เองได้พัฒนาเครื่องมือในการทำลายล้างด้วยตัวเอง



    แต่ลืมคิดไปว่ามนุษย์ไม่สามารถอยู่ค้ำฟ้าได้เลย...




    ปัจจุบันพบว่า แนวโน้มที่มนุษย์จะสูญพันธุ์ มากขึ้น
    ทีพบเห็นในปัจจุบันก็คือ



    เช่น



    - โรคร้ายที่มนุษย์เราเผชิญในปัจจุบันเช่นโรคเอดส์ โรคหวัด 2009 มะเร็ง
    และโรคระบาดร้ายแรงหลายชนิด


    - ภัยพิบัติจากนอกโลกและภายในโลกรุนแรงเพิ่มขึ้น และ พร้อมๆ กัน


    - มนุษย์เปลี่ยนพฤติกรรมเป็นผู้ล่า แต่ผู้ถูกล่า ก็คือมนุษย์ชาติพันธุ์เดียวกัน


    - ป่าไม้ ดิน น้ำ ภูมิอากาศ ที่เปลี่ยนแปลงไปมาก


    - สายพันธุกรรมของมนุษย์อ่อนแอลง...ทำให้ได้พบว่า ปัจจุบันนี้มนุษย์เกิดโรคทางพันธุกรรมเพิ่มมากขึ้น


    - การขาดแคลนอาหาร…




    สาเหตุใดที่ทำให้...เผ่าพันธุ์ของมนุษย์สูญพันธ์ไป ….


    สัตว์-พืช หลายชนิด มีหลักฐานว่าเคยมีอยู่บนโลก
    แต่ปัจจุบันสูญสิ้นไปแล้ว......

    มนุษย์ล่ะ..จะเป็นแบบนั้นหรือไม่...อย่างไร?....




    วิเคราะห์ว่า



    การสูญพันธุ์นั้นมีอยู่ 2 รูปแบบ คือ



    1 สิ่งมีชีวิตหนึ่งๆค่อยๆลดจำนวนลงหรือล้มตายลงพร้อมๆกันจนหมดไป


    2 สิ่งมีชีวิตหนึ่งๆมีวิวัฒนาการเปลี่ยนไปจากเดิมจนกลายเป็นสายพันธุ์หรือชนิดพันธุ์ใหม่ (รูปแบบที่เป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมก็หมดไปโดยปริยาย)




    หรืออาจสรุปว่าการสูญพันธุ์มี 2 แบบ คือ



    1 เป็นการสูญพันธุ์แบบสิ้นชาติขาดวงศ์กันจริงๆ ไม่มีลูกหลานให้สืบค้นว่ามาจากบรรพบุรุษสายไหนกันแน่...


    2 เป็นแบบที่ยังมีลูกหลานสืบสายพันธุ์ใหม่ๆต่อๆกันมา สามารถสืบค้นถึงบรรพบุรุษดั้งเดิม ว่าเคยเป็นอะไรหรือเป็นชนิดไหนมาก่อน



    แต่ทั้ง 2 รูปแบบล้วนมีสาเหตุมาจากสิ่งเดียวกันนั่นคือ



    “สภาพแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลง”



    ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไปหรือเปลี่ยนแปลงแบบเฉียบพลันกะทันหัน




    การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม


    ปัจจุบันพบว่า สิ่งแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น
    ทำให้มนุย์ไม่อาจดำรงเผ่าพันธุ์ของตัวเองได้ในอนาคต



    - เพราะมนุษย์ไม่สามารถปรับตัวไม่ทันกับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป เช่นการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ภูมิประเทศ ป่าไม้ และน้ำ


    - มนุษย์จะเปลี่ยนจากผู้ล่า เป็นผู้ถูกล่า จนต้องสูญพันธุ์


    - การเกิดภ้ยพิบัติร้ายแรง การทำลายล้างภายในและจากนอกโลก เช่น


    อุกกาบาต (ตามสันนิษฐานว่าไดโนเสาร์สูญพันธุ์เพราะอุกกาบาตขนาดใหญ่ชนโลก)
    รังสีทำลายล้างจากดวงอาทิตย์ หรือการปะทุครั้งใหญ่ของภูเขาไฟ ทำให้สภาพดิน น้ำ และอากาศเปลี่ยนแปลงเฉียบพลัน

    - โรคระบาดร้ายแรง โรคระบาดที่จะทำให้พืชหรือสัตว์สูญพันธุ์ได้ เชื้อโรคได้วิวัฒนาการให้มีการทำลายล้างรุนแรงและรวดเร็ว จนกระทั่งผู้เป็นโรคไม่อาจสร้างภูมิคุ้มกันหรือเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมเพื่อตั้งรับได้ทัน



    จะเห็นได้ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมนั้นต้องส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิตมีผลทำให้การดำรงชีพของสิ่งมีชีวิตในรูปแบบเดิมๆ ตามสัญชาติญาณหรืออุปนิสัยเดิมๆในรูปร่างโครงสร้างอวัยวะภายนอกแบบเดิมๆ ภายใต้การควบคุมและระบบการทำงานของอวัยวะภายในแบบเดิมๆ เป็นไปอย่างยากลำบากยิ่งขึ้น ส่งผลให้อัตราการเกิดลดลงอัตราการตายเพิ่มขึ้น




    ดังนั้น สิ่งมีชีวิต จึงต้องต้องมีทางเลือก 2 ทาง คือ



    1.เลือกที่จะเป็นแบบเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ถ้าเลือกที่จะเป็นแบบเดิมๆและสภาพแวดล้อมมันเปลี่ยนแปลงแบบถาวรไม่กลับไปเป็นแบบเดิมอีกในที่สุดสายพันธุ์นั้นก็จะลดจำนวนลงจนหมดสิ้นสูญพันธุ์ไปในที่สุด


    2.เลือกที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลง โดยเริ่มที่พฤติกรรมการดำรงชีพให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ ซึ่งก็จะส่งผลต่อรูปร่างหน้าตาภายนอกและระบบการทำงานของอวัยวะภายใน สู่ลูกหลานชั้นต่อๆไปทีละน้อยจนกลายเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่ดีกว่า


    ถ้ามนุษย์เลือกที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์นั้นๆก็จะวิวัฒนาการไปสู่ลักษณะใหม่สายพันธุ์ใหม่ที่เข้ากันได้ดีกับสภาพแวดล้อมใหม่และสามารถดำรงเผ่าพันธุ์อยู่ไปได้อีกระยะหนึ่งจนกว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมขึ้นอีก


    ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมน่าจะเป็นสาเหตุหลักแห่งการสูญสิ้น
    ทำให้มนุษย์เกิดการกลายพันธุ์และนำไปสู่การสูญพันธุ์ และ ทำให้สายพันธุ์มนุษย์ อ่อนแอลง และเป็นโรคทางพันธุกรรมมากขึ้น...



    จากเหตุผลที่กล่าวมาแล้วนั้น


    ทำไมพวกเราไม่ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อทำให้สภาพสิ่งแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงที่ช้าลงไป และทำให้พันธุกรรมของมนุษย์เปลี่ยนแปลงได้ทันการเปลี่ยนแปลงของสภาวะสิ่งแวดล้อม...

    และคำถามที่ว่า...




    1 อนุรักษ์ป่า ทำได้ดีพอสมควรหรือไม่...

    2 อนุรักษ์ต้นและน้ำ ทำได้ดีพอสมควรหรือไม่...

    3 อนุรักษ์ภูมิอากาศ ด้วยไม่ไปเร่งความร้อนให้โลก ทำได้ดีพอสมควรหรือไม่...

    4 อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ทำได้ดีพอสมควรหรือไม่...


    5 มองเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ด้วยการใช้ความเมตตาธรรมที่มีต่อกัน ให้อภัยกัน ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร อยู่อย่างพอเพียง อยู่กับธรรมชาติอย่างแสนสุข อยู่อย่างธำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรมประเพณีร่วมกัน ใช้ศีลธรรม คุณธรรม เป็นเครื่องป้องกันไม่ให้มนุษย์เปลี่ยนแปลงไปเป็นผู้ล่ามนุษย์ชาติพันธุ์เดียวกัน ทำได้ดีพอสมควรหรือไม่...

    ฯลฯ



    หวังว่าเมื่ออ่านบทความชิ้นนี้จบลงแล้ว...

    เราคงเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของโลกได้ดีขึ้นนะคะ
    และก็คงมีจิตใจที่ช่วยให้มนุษย์สูญชาติพันธ์ได้อย่างยาวนานขึ้น...

    เพราะไม่มีใครที่จะอยู่ค้ำฟ้าได้...ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไป
    มีวันสูญสลายไป...


    คงจะดีมากเลยนะคะ ถ้าโลกนี้มีแต่ ศานติสุข ย่ำเท้าไปที่ใดมีแต่รอยยิ้ม มีแต่ความสดชื่น สดใส ทักทายธรรมชาติรอบตัวเราได้ด้วยรอยยิ้ม ปล่อยให้ธรรมชาติได้เยียวยารักษาสภาพจิตใจ รักษาสภาพแวดล้อมได้ดีขึ้น....
    หรืออย่างน้อย ก็ให้ธรรมชาติ รักษาธรรมชาติด้วยกันเอง ....





    เขียนโดย...khonsurin
    19 ธันวาคม 2553



    ………………………………………........................................................







    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 18-12-2010 at 12:33.


Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •