นักร้องผลงานเพลงชื่อดัง เช่น เดือนหงายที่ริมโขง, สาวฝั่งโขง สิ้นใจด้วยวัย 79 ปี ตั้งสวดอภิธรรมวัดธารารัตการาม อ.ชัยบาดาล ลพบุรี

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดลพบุรี ที่ห้องพิเศษ 1 โรงพยาบาลชัยบาดาล อ.เมือง ลพบุรี นายแพทย์เกรียงไกร ค้ำคูณ แพทย์รักษานายคำปัน ผิวขำ หรือ"ปอง ปรีดา" นักร้องดังเจ้าของต้นตำหรับบทเพลงเกี่ยวกับแม่น้ำโขง เช่น เพลงเดือนหงายที่ริมโขง, สาวฝั่งโขง เสียชีวิตแล้วเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 6 มกราคม โดยนางประดิษ ผิวขำ ภรรยา วัย 54 ปี และนายเอกชัย ผิวขำ บุตรชายวัย 28 ปี เฝ้าอย่างใกล้ชิด

นายแพทย์เกรียงไกร เปิดเผยว่า นายปอง ปรีดา ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และปอดบวม ทางโรงพยาบาลชัยบาดาล ส่งตัวไปรักษาโรงพยาบาลลพบุรีมาแล้ว พอค่อยยังชั่ว ภรรยาและบุตรชายก็รับตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลชัยบาดาล แพทย์ได้ให้การรักษาจนกระทั้งนายปอง ปรีดา มีอาการแทรกซ้อนขึ้นมาก โดยเฉพาะอาการติดเชื้อในกระแสเลือดและอาการตับแข็ง แล้วสิ้นใจอย่างสงบเมื่อเวลา 11.30 น.

นางประดิษ กล่าวว่าจะนำศพสามีตั้งสวดพระอภิธรรม ที่วัดธารารัตการาม(บ้านหนองเต่า ) ต.ชัยนารายณ์ อ.ชัยบาดาล โดยมีพิธีรดน้ำศพเวลา 17.00 น. โดยนายนิยม วรปัญญา ส.ส.ลพบุรี เป็นประธาน และกำหนดจะฌาปณกิจศพ วันที่ 11 มกราคม เวลา 16.00 น.

เป็นที่ยอมรับกันกว่า 50 ปี ในน้ำเสียงและเนื้อหาในบทเพลงลูกทุ่งอมตะ เกี่ยวกับแม่น้ำโขงจำนวนมากที่สุดในวงการเพลงลูกทุ่งไทย ไม่มีใครเกิน "ปอง ปรีดา" นักร้องลูกทุ่งรุ่นวงดนตรี"จุฬารัตน์" ซึ่งหลายๆ บทเพลง เช่น สาวฝั่งโขง เพียงเสียงผิวปากนำเพลงไพเราะเป็นเอกลักษณ์ที่จดจำได้ดีของแฟนเพลง อีกทั้ง เพลงล่องโขงคืนเพ็ญ เที่ยวฝั่งโขง สองฝั่งโขง ลอยเรือล่องโขง ฝั่งโขงในอดีต ล้วนแต่สร้างชื่อเสียงให้เขา


"ปอง ปรีดา" มีชื่อจริงนายคำปัน ผิวขำ เกิดเมื่อ พ.ศ.2475 ที่อ.เมืองขอนแก่น จบการศึกษาเพียงชั้น ม.2 แผนกช่างไม้ โรงเรียนช่างไม้จังหวัดขอนแก่น จากนั้นในพ.ศ.2496 เขาจึงเดินทางเข้ามากรุงเทพฯ เสี่ยงโชคขายเสียง

"ปอง ปรีดา" ชื่นชอบครูสมยศ ทัศนพันธุ์ มากเคยเล่าไว้ว่า จำเนื้อร้องจากรถขายยาเข้ามาในหมู่บ้าน และเขาใฝ่ฝันจะเป็นนักร้องได้ออกตระเวนประกวดร้องเพลงตามเวทีต่าง ๆ ได้เก็บรางวัลจำนวนมากจากแทบทุกเวที แต่เมื่อเข้าเมืองกรุง กลับถูกปฏิเสธ จึงหันไปหัดชกมวย พื่อหารายได้ประทังชีวิต ก่อนจะไปเป็นคนงานโยธา กรมช่างอากาศบำรุง ต่อมา มีรายการแมวมองเปิดเวทีประกวดร้องเพลงทางวิทยุ เขาใช้ความสามารถเป่าแคน ทำให้ชนะใจกรรมการ

"ปอง ปรีดา" เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังเมื่อ 24 กันยายน 2550 ว่าการเข้าสู่เมืองหลวง จากนั้นได้รู้จัก "กุงกาดิน" หรือ นคร ถนอมทรัพย์ ได้แนะนำให้ลองแต่งเพลง ซึ่งเพลงแรกที่บันดาลใจออกมา คือ เพลง"กลับอีสาน" และได้บันทึกเสียงในเวลาต่อมา จากนั้นพาไปฝากกับครูมงคล อมาตยกุล และอยู่กับ"วงประเทืองทิพย์" ของประเทือง บุญญประพันธ์ ปอง ปรีดา อยู่รับใช้ครูประเทือง 2 ปีจึงมีโอกาสร้องเพลงออกอากาศสถานีวิทยุที่ท่าราชวรดิฐ ระหว่างนั้นครูมงคลได้สอบถามถึงสภาพแม่น้ำโขง จนเป็นแรงบันดาลใจให้แต่งเพลงเกี่ยวกับแม่น้ำโขงหลายเพลง

"ครูมงคลสอบถามถึงบรรยากาศแม่น้ำโขงขึ้นมา ทำให้ผมเกิดแรงบันดาลใจแต่งเพลง สาวฝั่งโขง ในปี 2501 เพลงสาวฝั่งโขงโด่งดังอย่างมาก แต่ชื่อของผมออกเสียงยาก ครูมงคล อมาตยกุล จึงตั้งชื่อให้ใหม่ว่า ปอง ส่วน สัมพันธ์ อุนากูล ตั้งต่อท้ายว่า ปรีดา เป็นที่มาของชื่อ ปอง ปรีดา นักร้อง 1 ใน 3 ขุนพลวงดนตรีจุฬารัตน์ ร่วมกับ พร พิรุณ และ ทูล ทองใจ"

นอกจากนี้ ปอง ปรีดา มีความสามารถ เป่าแคน เลียนเสียงสัตว์ อีกด้วย และจากเนื้อหาบทเพลงสละสลวย ประกอบกับน้ำเสียงอันไพเราะและมีเอกลักษณ์ ซึ่งเพลงที่ร้องส่วนใหญ่ประพันธ์เอง โดยนำท่วงทำนองและภาษาพื้นบ้านภาคอีสานมาใส่ด้วย

อย่างก็ตาม ในช่วงเพลงลูกทุ่งลดความนิยม เขาจึงมุ่งหน้ามาตั้งรกรากอยู่ที่ลพบุรี ที่บ้านหนองเต่า ต.ชัยนารายณ์ อ.ชัยบาดาลตั้งแต่ปี 2512 มี "มัสชา ปาทาน" เพื่อนสนิทสนับสนุน ทำธุรกิจ ทำไร่ และลงหลักปักฐานมีครอบครัวอยู่ที่นี่ ขณะเดียวกัน ยังรับงานร้องเพลงตามงานทั่วไป บางงานเพียง 4,000 ถึง 5,000 บาท ไปไกลหน่อยก็ 10,000 บาท

เขาเคยกล่าวในงานที่ชาวขอนแก่นจัดพิธี มุทิตาจิตศิลปินมรกอีสาน "ปอง ปรีดา" วาระครบรอบ 78 ปี ว่าที่ไม่ได้ถูกเสนอชื่อเป็นศิลปินแห่งชาติ "เพราะไม่มีพรรคพวก"


ข้อมูลจาก : กรุงเทพธุรกิจ


ลิขสิทธิ์บน YouTube Credit By : https://www.youtube.com/watch?v=a27uoDP51V4