กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

หัวข้อ: ปาฏิหาริย์หลวงตาบัว

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    ปาฏิหาริย์หลวงตาบัว



    ปาฏิหาริย์หลวงตาบัว






    ลิขสิทธิ์บน YouTube Credit By : https://www.youtube.com/watch?v=sb3Nm_6Ypi0





    ...................................................





    คนค้นฅน - หลวงตามหาบัว (ตอน1) 8 – Mar - 2011






    ลิขสิทธิ์บน YouTube Credit By : https://www.youtube.com/watch?v=jssSPycAmMQ




    ลิขสิทธิ์บน YouTube Credit By : https://www.youtube.com/watch?v=jRbgzt5Lt14




    ลิขสิทธิ์บน YouTube Credit By : https://www.youtube.com/watch?v=ZK_ffGLXySE




    ............................................................






    พระธรรมวิสุทธิมงคล (บัว ญาณสัมปันโน) หรือ หลวงตามหาบัว เป็นพระวิปัสสนากรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต



    เกิด 12 สิงหาคม พ.ศ. 2456
    อุปสมบท 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2477
    มรณภาพ 30 มกราคม พ.ศ. 2554
    พรรษา 76 ปี, 263 วัน
    อายุ 97 ปี, 171 วัน
    วัด วัดเกษรศีลคุณ (วัดป่าบ้านตาด)
    จังหวัด อุดรธานี
    สังกัด ธรรมยุติกนิกาย
    วุฒิการศึกษาน.ธ.เอก, เปรียญธรรม 3 ประโยค




    หลังจากสำเร็จการศึกษาทางปริยัติ ท่านเดินทางไปจังหวัดนครราชสีมาเพื่อปฏิบัติกรรมฐานได้ระยะหนึ่ง จึงเดินทางไปจังหวัดสกลนครโดยตั้งใจจะไปถวายตัวเป็นลูกศิษย์ของพระอาจารย์มั่น โดยพระอาจารย์มั่นรับท่านเป็นลูกศิษย์และได้พูดขึ้นว่า



    ..ท่านมาหามรรคผลนิพพานอยู่ที่ไหน? ดินเป็นดิน น้ำเป็นน้ำ ลมเป็นลม ไฟเป็นไฟ ฟ้าอากาศเป็นฟ้าอากาศ แร่ธาตุต่าง ๆ เป็นของเขาเอง เขาไม่ได้เป็นมรรคผลนิพพาน เขาไม่ได้เป็นกิเลส กิเลสจริง ๆ มรรคผลจริง ๆ อยู่ที่ใจ ขอให้ท่านกำหนดจิตจ่อด้วยสติที่หัวใจ ท่านจะเห็นความเคลื่อนไหวของทั้งธรรมของทั้งกิเลสอยู่ภายในใจ แล้วขณะเดียวกัน ท่านจะเห็นมรรคผลนิพพานไปโดยลำดับ...

    — มั่น ภูริทัตโต





    คำกล่าวนี้ทำให้ท่านเชื่อมั่นว่ามรรคผลนิพพานมีอยู่จริงและเชื่อมั่นในพระอาจารย์มั่นที่พูดไขข้อข้องใจได้ตรงจุดแห่งความสงสัย ท่านรักษาระเบียบวินัยข้อวัตรปฏิบัติต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด หลังจากศึกษาอยู่กับพระอาจารย์มั่นในพรรษาที่ 2 ท่านเริ่มหักโหมความเพียรในการปฏิบัติกรรมฐาน จนกระทั่ง ผิวหนังบริเวณก้นช้ำระบมและแตกในที่สุด จนพระอาจารย์มั่นได้เตือนว่า "กิเลสมันไม่ได้อยู่กับร่างกายนะ มันอยู่กับจิต" ซึ่งท่านก็น้อมรับคำเตือนของพระอาจารย์มั่นทันที


    ด้วยจริตนิสัยของท่านในเรื่องการภาวนานั้นถูกกับการอดอาหารเพราะทำให้ธาตุขันธ์เบาสบาย การตั้งสติทำสมาธิภาวนาก็ง่าย และช่วยให้การบำเพ็ญจิตภาวนาเจริญขึ้นได้เร็วกว่าขณะที่ออกฉันตามปกติ ถึงแม้จะมีผู้คัดค้านก็ไม่ทำให้ท่านเปลี่ยนใจได้

    ด้วยท่านพิจารณาแล้วว่าพระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้พระภิกษุอดอาหารเพื่อบำเพ็ญจิตตภาวนาได้ แต่ไม่ใช่เพื่อการโอ้อวดหรืออดเพียงอย่างเดียวโดยไม่ฝึกฝนด้านจิตภาวนาเลยซึ่งไม่เกิดประโยชน์อันใด ดังนั้น ท่านจึงใช้อุบายนี้เพื่อบำเพ็ญจิตตภาวนาเรื่อยมา


    ในพรรษาที่ 10 ของท่าน

    ท่านฝึกสมาธิจนมั่นคงหนักแน่นและสามารถอยู่ในสมาธิได้เท่าไหร่ก็ได้
    ท่านมีความสุขอย่างยิ่งจากที่จิตใจไม่ฟุ้งซ่าน
    ท่านติดอยู่ในขั้นสมาธิอยู่ถึง 5 ปี โดยไม่ก้าวหน้าสู่ขั้นปัญญา


    จนกระทั่ง พระอาจารย์มั่นจึงให้อุบายเพื่อให้ท่านออกพิจารณาทางด้านปัญญาและเตือนท่านว่า


    "...สมาธิของพระพุทธเจ้า สมาธิต้องรู้สมาธิ ปัญญาต้องรู้ปัญญา อันนี้มันเอาสมาธิเป็นนิพพานเลย มันบ้าสมาธินี่ สมาธินอนตายอยู่นี่หรือเป็นสัมมาสมาธิ..."


    ท่านจึงออกจากสมาธิและพิจารณาทางด้านปัญญาต่อไป









    ขอบคุณ

    วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี







    ........................................................................









    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 09-03-2011 at 08:46.

  2. #2
    ฝ่ายบริหารระดับสูง สัญลักษณ์ของ พล พระยาแล
    วันที่สมัคร
    Mar 2008
    กระทู้
    6,940
    ถือว่าท่านได้สร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศไทยครับ โดยเฉพาะผ้าป่าช่วยชาติครับ

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •