กำลังแสดงผล 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

หัวข้อ: มือของเราสอนธรรมะได้ด้วยหรือนี่?

  1. #1
    พ่อครัวแม่ครัวบ้านมหา สัญลักษณ์ของ สาวบ้านแต้
    วันที่สมัคร
    Jun 2007
    กระทู้
    1,066
    บล็อก
    28

    มือของเราสอนธรรมะได้ด้วยหรือนี่?


    มือของเราสอนธรรมะได้ด้วยหรือนี่?

    มือของเราสอนธรรมะเราได้ด้วยหรือนี่?



    ลูกจงดูมือของตัวเองทั้งหงายมือและคว่ำมือ ขณะหงายมือและคว่ำมือให้พิจารณามือเราไปด้วย ลูกจงหงายมือและคว่ำมือหลาย ๆ ครั้ง พ่อจะถามว่าเรามีมือเหมือนกันไหมมือของเราสอนธรรมะได้ด้วยหรือนี่??



    ......... (เหมือนกันค่ะ)



    แล้วตรงไหนไม่เหมือนกันมือของเราสอนธรรมะได้ด้วยหรือนี่?



    ............ (ขนาดมือไม่เท่ากัน นิ้วมือไม่เหมือนกัน ความสั้นยาวของนิ้วไม่เท่ากัน มือหยาบกระด้างไม่เหมือนกัน)



    ทำไมถึงไม่เหมือนกันมือของเราสอนธรรมะได้ด้วยหรือนี่?



    เพราะเป็นคนละคนกันใช่ไหมมือของเราสอนธรรมะได้ด้วยหรือนี่?



    เพราะหลากหลายการดูแลใช่ไหมมือของเราสอนธรรมะได้ด้วยหรือนี่??



    เหมือนกับชีวิตเราไหมมือของเราสอนธรรมะได้ด้วยหรือนี่??




    ชีวิตแต่ละคนแตกต่างกัน ลูกลองหงายมือและคว่ำมืออีกครั้ง แล้วลูกจงพิจารณามือที่คว่ำกับมือที่หงายว่ามือส่วนไหนสวยกว่ากัน?



    ...........(หงายมือสวยกว่าค่ะ)



    เพราะอะไร?



    ..........(ผิวพรรณสวยกว่า เต่งตึงกว่า)



    หงายมือหมายถึงชีวิตของเรา นี่คือตัวเราที่มีพระธรรม เมื่อมีพระธรรมก็เหมือนกับมือที่หงาย



    แต่หงายแล้วก็ยังไม่เหมือนกันอีก เหมือนกับชีวิตของเรา ขาวไม่เท่ากัน ความนิ่มไม่เหมือนกัน ความละเอียดของผิวไม่เท่ากัน ความผ่องใสก็ไม่เท่ากัน



    คนที่มือหนามือด้านก็เหมือนกับคนที่รู้พระธรรมแล้วจิตยังหยาบ หรือคนที่รู้พระธรรมดีแล้วแต่ไม่ปฏิบัติตาม




    มือคว่ำเปรียบเหมือนกับคนที่ไม่มีพระธรรม คือ ดำมืด



    มือหงายคือคนที่มีพระธรรมคือสว่าง



    ชีวิตของคนเรามีสองด้านคือมืดกับสว่าง จิตของคนมีหลากหลาย แม้แต่จิตที่เป็นกุศลยังมีจิตกุศลมากจิตกุศลน้อยเลย



    เหมือนกับมือของคนนับล้านทั่วโลกที่ไม่เหมือนกัน หากมือเหมือนกันก็เปรียบเหมือนกับคนที่มีจิตเหมือนกันมีกุศลเหมือนกันหรือคนที่มาทางเดินเดียวกัน



    เพราะฉะนั้นคนที่อยู่ในธรรมะก็ใช่ว่าเขาจะดีเสียทุกคนหรือเขาจะพร้อมเสียทุกคน มีไม่พร้อมก็มาก และมีพร้อมที่จะไปก็มาก
    บางคนเหมือนคนที่พร้อมที่จะไปแต่มือยังไม่นิ่ม เหมือนการทาโลชั่นต้องใช้เวลาไหม กว่ามือจะนิ่มเหมือนเดิม?



    จิตคนก็เช่นกัน บางคนเร่งวิปัสสนา เร่งกรรมฐาน เร่งสวดมนต์ เร่งทำความเพียรทั้งวันทั้งคืน แต่ยังไม่เห็นผลอะไร



    ถึงเราหักโหมนั่งสวดมนต์ทั้งวันทุ่มเททั้งวันทั้งคืนแล้วแต่ยังไม่เห็นผลอะไร



    นี่เป็นเพราะจิตเราเหนื่อย กายเราเหนื่อย เราก็เป็นทุกข์ เราควรทำพอดีๆ เหมือนการทาโลชั่น หากเราทาตลอดเวลาทามากเกินไปก็เปลืองโลชั่นเปล่า ๆ เพราะโลชั่นที่เราทาซึมซาบเข้าผิวได้ไม่หมด



    เช่นเดียวกันกับจิตของเราเวลาปฏิบัติ ให้ทำเต็มที่แบบพอดีๆ ทางสายกลางที่เราไม่เหนื่อย เราไม่ทุกข์ หากเราเหนื่อยเราก็พัก



    เหมือนทาโลชั่นเราควรทาพอดีกับผิวแล้วเราก็หยุดทา หากอยากทาโลชั่นมากกว่านั้นอีกก็ไม่ได้ช่วยให้ผิวดีขึ้นได้ ทางที่ดีเราควรเว้นระยะเวลาในการทาโลชั่น




    เช่นเดียวกับเราเราควรปฏิบัติแบบไม่ทุกข์ ทำพอดีๆ แบบทางสายกลาง พ่อไม่ได้สอนให้มุ่งทางธรรมจนลืมทางโลก ไม่ใช่ ถ้าเราทำแต่ทางนี้แล้วทำให้ข้างหลังเดือดร้อน หน้าที่ทางโลกไม่ทำก็ไม่ใช่ ต้องทำให้สมดุลกันทั้งทางโลกและทางธรรม ทั้งทางกายและทางจิต.......

    ขอบคุณจาก FW mail ค่ะ


  2. #2
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ บ่าวต้นฅนมุกดาหาร
    วันที่สมัคร
    Sep 2008
    ที่อยู่
    ..."มุกดาหาร"...
    กระทู้
    794
    อืมได้ข้อคิดอีกอย่าง ได้มุมมองอีกแบบ

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •