กำลังแสดงผล 1 ถึง 3 จากทั้งหมด 3

หัวข้อ: บ้านเราแสนสุขใจ(1)

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    บ้านเราแสนสุขใจ(1)



    บ้านเรา...แสนสุขใจ 1



    [wma]http://www.file2go.com/mrun.php?me=461s2[/wma]




    ในชีวิตของเราที่ผ่านมา เราอยู่กับธรรมชาติมาตลอดเวลา
    เรามีความสุขกับการที่อยู่ป่า (เพราะนาติดป่า) เรามีความรู้สึกว่า
    เรามีชีวิตที่เข้มแข็งได้เพราะเราเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ


    ที่บ้านมีที่นาที่ติดกับป่า เราเห็นป่าเป็นของธรรมดาไปหมด
    มีทั้งต้นไม้ใหญ่ ต้นไม้ขนาดเล็ก ต้นไม้ที่เรียกว่าไต่เป็นบันได สามระดับเลยละค่ะ

    เราเคยสร้างกระต๊อบ(เถียงนา) อยู่ที่นา ตอนไปทำนาเมื่อก่อนนี้เคยนอนที่กระต๊อบน้อยกับพ่อ แม่ และน้องชาย ....




    ความที่ป่าโดยรอบ...มองข้างหน้าเป็นท้องนา มองไปข้างหลังก็เป็นป่า ที่เป็นดุจกำแพงกั้นเหมือนเป็นอาณาจักรส่วนตัวเลย เงียบ สงบ ร่มรื่น และธรรมชาติมากๆ เลย....


    เคยนั่งผิงไฟยามหน้าหนาว มองเปลวไฟเต้นระยิบ ตาชมดาวระยิบ ในชีวิตเลยชอบดาวเป็นพิเศษ มองดาวแล้วเหมือนมีชีวิตที่เต้นเริงระบำให้เราค้นหาคำทายไปด้วย ไม่ว่าลมหนาวจะพัดพามากี่มากน้อยก็ตาม แต่เราก็มีความสุขมาก ตอนที่เราอยู่ที่นานี่แหละ เราไม่เคยคิดว่าเป็นปมด้อยด้วยเลย ชีวิตที่เข้มแข็ง เป็นอิสระ เชื่อมั่นในตัวเอง เพราะชีวิตของเราสุขสงบจากธรรมชาติ


    ที่นาของเรา ที่ด้านบน(หัวนา)เป็นป่า จะมีเสียงนกและแมลง กรีดปีกตอนเช้าปลุกเรา มีเสียงไก่ป่าด้วย เพราะมากเลยทีเดียว นอนฟังเสียงไป ก็เพลิดเพลินไป มันมีความรู้สึกที่ดีมากๆ เมื่อมองดูต้นไม้ที่เขียวขจี ยิ่งตอนช่วงฝนตกแล้วและตอนเช้าเมื่อฝนหยุดตก บอกไม่ถูกเลยว่า มีความสุขกับธรรมชาติรอบตัวขนาดไหน ใบไม้ที่มีละอองน้ำเกาะพราวไปหมด เสียงแมลงกรีดปีก เสียงนกกระจิบร้อง เสียงนกคุ่มอืด เสียงนกกระทาก้องสนั่นป่า เห็นนกบินเริงร่า ลุกขึ้นออกมา เห็นสรรพสิ่งเหล่านี้สนุกสนาน ร่าเริง ใจเราก็ร่าเริงป่าไปด้วย


    เราเคยทดลองนอนบิดขี้เกียจฟังเสียงของธรรมชาติเหล่านี้ จนไม่อยากลุกจากที่นอนเลย แต่ก็ตื่นเพราะคนเคยตื่นเช้า อย่างไรก็ต้องตื่น แต่ตื่นขึ้นมาพร้อมความสุขสดชื่น รอยยิ้มของอรุณ กับธรรมชาติ มีความสุขที่เปี่ยมไปด้วยพลัง....


    พอเช้าขึ้นมา พ่อก็เดินไปที่คันนา ช้อนปลาซิว มาหมก กินกับพริก รสชาดยังจำได้คือหอมใบตองที่ทำจากใบไผ่ตงหลายๆๆใบมาห่อ รสขาดเค็มๆๆ หมกร้อนๆ มากินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยมาก กลิ่นปลาซิวหมกยังตรึงจมูกอยู่จนทุกวันนี้


    พอหน้าหน่อไม้ออก เราพากันถือเสียมคนละด้ามกับน้อง พากันบุกเข้าป่าลึกหน่อย ป่านั้นมีต้นไม้ไผ่ป่า พากันไปขุดหน่อไม้ไผ่ป่าออกมา แล้วก็ใส่ตะกร้าหาบออกมา ได้เยอะมาก แต่พอปลอกไม้ไผ่ออกเหลือนิดเดียว ก็พากันต้มหน่อไม้จนมันจืด แล้วนำมาแจ่วกับป่นปลาดุกที่ได้จากนา อร่อยมาก


    บางครั้งเราก็นำยอดหน่อไม้ไผ่ป่ามาสับ และต้มจนรสขมมันจางลงไป นำมาทำเป็นห่อหมกหน่อไม้กิน โดยหาใบย่านางซึ่งก็ได้จากรอบๆ กระต๊อบ นั่นเอง มาตำกับข้าวเบือ(ข้าวสารแช่น้ำจนนุ่ม เอามือบิดเป็นขลุยๆ ได้) แล้วนำปลาทูเค็มมาสับใส่(สำหรับปลาทูเค็ม ในเขตสุรินทร์จะซื้อกักตุนไว้) แล้วก็ใส่พริก หอม กระเทียม กระชาย พร้อมใส่หน่อไม้สับที่ต้มแล้ว โขลก (ตำ) พร้อมกัน แล้วนำมาห่อใบตองมัดให้แน่น เสร็จแล้วก็ตั้งน้ำนึ่งจนสุก แต่ที่บ้านทำจะมัดให้แน่นหนาแล้วนำลงต้มเลยโดยไม่ใช้วิธีนึ่ง ก็อร่อยมากมายเลย


    เราสองคนพี่น้องเดินไปโรงเรียน ไต่ไปตามคันนาแต่เช้า จำได้ว่าถือปิ่นโตให้เจ้าตัวเล็กเดินนำหน้าเลย มีกระเป่าเรียน กระติกน้ำ ต่างก็กระโดดโลดเต้นไปตามคันนา พากันตะโกนร้องเพลงแข่งกันไป น้องชายกระโดดไปด้วย พี่สาวคือเราถือปิ่นโตตามหลัง กระโดดไม่ได้ กลัวปิ่นโตหก น้องชายเห็นควายไม่ได้ วิ่งไปจะขี่หลังทุยลูกเดียว เราเองต้องตะโกนให้ลงมาไวไว เดียวจะไม่ทันขึ้นเรียน กว่าจะเอาเด็กชายดื้อมากๆ ไปถึงโรงเรียนได้ เฮ้อเหนื่อยมาก ....


    มาถึงโรงเรียนแยกกันเข้าชั้นเรียน เราก็วิ่งปร๋อเลย ลงมากระโดดยางกับเพื่อนๆ ยางที่ใช้กระโดดก็คือยางรัดของนี่และค่ะ นำมาร้อยห่วง โดยช่วยกันเก็บเส้นยางมาจากบ้าน ไปซื้อที่ร้านค้าในหมู่บ้านใกล้โรงเรียนบ้าง รวมความแล้วก็คือทำให้ได้ห่วงยางเส้นยาวๆ ออกมา ได้แล้วก็เป่ายิงฉุบ ผลัดกันเป็นคนกระโดดบ้าง จับเชือกบ้าง ถ้ากระโดดไม่หลุดออกจากขา แล้วละต้อง ต้องปรับแพ้เลย มาเป็นคนถือห่วงยาง ท่ากระโดดก็ชนิดคิดเอาก็แล้วกันนะคะ ว่าใส่กระโปรงนักเรียนบานชะเวิ๊บๆๆ กระโดดด้วยลีลาท่ากายกรรมจากเมืองจีนอายเลยละ


    พอโรงเรียนตีระฆังบอกเวลาขึ้นเรียน ก็วิ่งมาเข้าแถวหน้าเสาธง ร้องเพลงชาติสนั่นไปหมดเลย .... คุณครูก็อบรมหน้าเสาธงไป ฟังคุณครูอบรมได้เดี๋ยวเดียว... แนะ เริ่มคุยกันแล้ว... สารพัดเรื่องเด็ก จำได้ว่าคุยอวดกันเรื่องบ้าน เถียงกันอยู่นั่นแหละ ทั้งที่ก็พอๆ กันทั้งนั้น .... จนครูต้องปล่อยเข้าชั้นเรียน “นักเรียนเดินเป็นแถวนะคะ อย่าคุยเสียงดังในแถวด้วย...” เสียงคุณครูก็ลอยลม ชนิดหูซ้ายทะลุหูขวาเลยละ....


    พอเข้าห้องเรียนก็สวัสดีคุณครูค่ะ สวัสดีคุณครูครับ สนั่นห้อง และก็สวดมนต์ตอนเช้าด้วยนะ...จำได้ครูยิ้มให้เรา น่ารักมากที่สุด เราชอบคุณครูพูดเพราะๆ มาก ก่อนเรียนครูก็เล่านิทานให้ฟังบ้าง นำข่าวที่เกิดขึ้น ณ ขณะนั้นมาอ่านให้ฟังบ้าง พวกเราพากันซักถาม เรื่องราวที่ใหญ่โตสำหรับเราบางทีก็มีการซักถามอย่างนั้นอย่างนี้ตลอดเวลา จำได้ว่าเราชอบเรื่องราวของวิทยาศาสตร์มาก ถามคำถามหนึ่งที่คุณครูยังให้คำตอบไม่ได้ในขณะนั้นว่า "คุณครูขา ทำไมน้ำทะเลเค็ม แล้วปลาทะเลไม่เค็มเล่าคะ" คุณครูก็คงงง กับคำถามของลูกศิษย์ตัวน้อยๆๆ ตัวนี้ ไม่ได้เลย เลยบอกว่าเดี๋ยวครูไปค้นคว้ามาเฉลยนะคะ.....
    เรามาเป็นครูแล้ว เราก็ยังหาคำตอบไม่ได้เหมือนกันจ้า....เรียกว่ากรรมตามทันเลยจ้า


    เวลาเข้าเรียนชั่วโมงแรกหรือคะ ตอนนั้นอยู่ ป.4 (ประถมศึกษาปีที่ 4) คุณครูให้ท่องสูตรคูณ ก็พากันตะโกนท่องสูตรคูณแข่งกันเลยละค่ะ จำได้ถึงวันนี้เลยละ ชนิดที่แม่นเป๊ะเลย.....





    แล้วอ่านตอนต่อไปนะคะ.....




    ข้อคิด



    สร้างและรักษาสัมพันธภาพที่ดี



    ความสัมพันธ์ที่ดีกับคนในครอบครัว เพื่อนฝูง คนรู้จักเป็นหัวใจสำคัญของการมีชีวิตที่เป็นสุข และในยามที่มีวิกฤติเกิดขึ้นในชีวิต ความสัมพันธ์ที่ดีจะช่วยให้เราฝ่าฝันปัญหาไปได้ด้วยกำลังใจจากคนรอบข้าง


    นอกจากนี้

    การยอมรับความช่วยเหลือจากคนที่ห่วงใยและพร้อมจะรับฟังเรา จะช่วยเติมความเข้มแข็งทางใจให้กับเรา

    ในทางตรงกันข้าม ยามที่คนที่เรารักประสบปัญหา การหยิบยื่นความช่วยเหลือให้กับเขาจะเกิดประโยชน์กลับคืนมาที่เราได้ด้วย เพราะมันจะช่วยให้เราเกิดความรู้สึกที่ดี มีความภูมิใจ และมีความเข้าใจในชีวิตมากขึ้น ตลอดจนมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น





















    ........................................



    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 22-05-2011 at 17:07.

  2. #2
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ ธนกร
    วันที่สมัคร
    Sep 2008
    ที่อยู่
    มหาชัย
    กระทู้
    12
    อ่านแล้ว....................................
    55555555555555555
    โนคอมเม๊นนะ...

  3. #3
    ดูแลตรวจสอบเนื้อหา สัญลักษณ์ของ wundee2513
    วันที่สมัคร
    Aug 2006
    ที่อยู่
    ตามภารกิจ
    กระทู้
    1,167
    บล็อก
    11
    ... เดินลัดเลาะคันแทนา
    เบิ่งปูปลาเขียดน้อยลอยน้ำไหล
    ตั๊กแตนโดดข้างทางเจ้าตกใจ
    น้ำใสใสกอข้าวไหวเขียวขจี

    มาถึงนาเถียงน้อยคอยเจ้าของ
    จึงแหงนมองหลังคาผุอยู่หลายที่
    คงรอคอยรอใครอยู่หลายปี
    หรือเจ้าหนีทิ้งไกลไม่กลับมา

    มองคานเขียนด้วยถ่านอย่างประณีต
    ใครเขาขีดผ่านอักษรหวานหนักหนา
    ว่าคอยน้องคอยวันเจ้ากลับนา
    รักเท่าฟ้ารักเจ้าสุดหัวใจ ...


    ... ขออนุญาตแจมครับ ...

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •