กำลังแสดงผล 1 ถึง 1 จากทั้งหมด 1

หัวข้อ: พระคาถาปรัชญญาปรมิตตาหฤทัยสูตร

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    พระคาถาปรัชญญาปรมิตตาหฤทัยสูตร



    พระคาถาปรัชญญาปรมิตตาหฤทัยสูตร




    [wma]http://www.file2go.com/mrun.php?me=291s1[/wma]




    ปรัชญญาปรมิตตาหฤทัยสูตร ธิเบต



    ลิขสิทธิ์บน YouTube Credit By : https://www.youtube.com/watch?v=xF-U7qvUdts




    ปรัชญญาปรมิตตาหฤทัยสูตร (ไทย)


    ลิขสิทธิ์บน YouTube Credit By : https://www.youtube.com/watch?v=v_PJlULXIao



    คำสวดพระคาถา


    อายาวะโลกิติซัวรา โบดิสัตจัว กรรมบิรัม ปรัชญาปารมิตาจารัม จารา มาโน
    วียาวะโลกิติสมา ปัญจะ สกันดา อะสัตตัสจา ซัวปาวะสูญนิยะ ปาสัตติสมา
    อีฮา สารีบุทรา รูปังสูญญะ สูญนิยะตา อีวารูปา
    รูปานา เวทะสูญนิยะตา สูญญา นายะนา เวทะ ซารูปัง
    ยารูปัง สา สูญนิยะตะยา สูญนียะตา ซารูปัง
    อีวา วีดานา สังญาสัง สการา วียานัม
    อีฮา สารีบุทรา ซาวาดามา สูญนิยะตะ ลักษาณา
    อานุภานา อานิรูตา อะมะระ อะวิมะลา อานุนา อาปาริปุนา
    ทัสมาต สารีบุทรา สูญนิยะตายะ นารูปัง นาวิยานา นาสังญานา สังสการานา วียานัม
    นา จักษุ โสตรา กรรณนา ชิวหา กายา มะนา ซานะรูปัง
    สัพพะ กันดา รัสสัส สปัตตะ วียา ดามา
    นาจักษุ ดาตุ ยาวะนา มะโนวีนยะนัม ดาตุ นาวิดียา นาวิดียา เจียโย
    ยาวัดนา จาระมา ระนัม นะจาระมา ระนัม เจียโย
    นาตุขา สมุดา นิโรดา มาคา นายะนัม นาประติ
    นาอะบิส สะมะยัง ตัสมาตนะ ปรัตติถา โพธิสัตวะนัม
    ปรัชญา ปารมิตา อาสริดะ วิหะรัชชะ จิตตา อะวะระนา
    จิตตา อะวะระนา จิตตา อะวะระนา นัสติ ตวะนะ ทรัสโส
    วิปาริยะซา อาติกันดา นิสทรา เนียวานัม
    ทรียาวะ เรียววะ สิทธะ สาวา บุดดา ปรัชญา ปารมิตา
    อาสวิชชะ อะนุตตะระ สัมยัก สัมโบดิม อะบิ สัมโบดา
    ทัสมาต เนียทาวียา ปรัชญา ปารมิตา มหามันทรา
    มหาวิทยะ มันทรา อะนุตตะระ มันตรา อสมา สมาธิ มันทรา
    สาวา ตุขา ปรัชสา มานา สังญา อามิ เจียจัว
    ปรัชญา ปารมิตา มุขา มันทรา ตะติติยะ
    “คะเต คะเต ปาระคะเต ปาระสังคะเต โบดิซัวฮา”



    ………………………………………………………………………….



    คำแปล ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร


    พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ผู้ประกอบด้วยโลกุตรปัญญาอันลึกซึ้ง
    ได้มองเห็นว่า โดยธรรมชาติแท้แล้ว ขันธ์ทั้งห้านั้นว่างเปล่า
    และด้วยเหตุที่เห็นเช่นนั้น จึงได้ก้าวล่วง พ้นจากความทุกข์ทั้งปวงได้


    สารีบุตร รูปไม่ต่างจากความว่าง ความว่าง ก็ไม่ต่างไปจากรูป
    รูปคือความว่างนั่นเอง และความว่างก็คือรูปนั่นเอง
    เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ก็เป็นดังนี้ด้วย


    สารีบุตร ธรรมทั้งหลาย มีธรรมชาติแห่งความว่าง ไม่ได้เกิดขึ้นและไม่ได้ดับลง
    ไม่ได้สะอาดและไม่ได้สกปรก ไม่ได้เพิ่มขึ้นไม่ได้ลดลง


    ดังนั้น ในความว่างจึงไม่มีรูป ไม่มีเวทนา หรือสัญญา ไม่มีสังขาร หรือวิญญาณ
    ไม่มีตาหรือหู ไม่มีจมูกหรือลิ้น ไม่มีกายหรือจิต ไม่มีรูปหรือเสียง ไม่มีกลิ่นหรือรส
    ไม่มีโผฏฐัพพะหรือธรรมารมณ์ ไม่มีโลกแห่งผัสสะ หรือวิญญาณ
    ไม่มีอวิชชา และไม่มีความดับลงแห่งอวิชชา ไม่มีความแก่และความตาย


    และไม่มีความดับลงซึ่งความแก่ และความตาย ไม่มีความทุกข์
    และไม่มีต้นเหตุแห่งความทุกข์ ไม่มีความดับลงแห่งความทุกข์
    และไม่มีมรรคทางให้ถึง ซึ่งความดับลงแห่งความทุกข์


    ไม่มีการประจักษ์แจ้งและไม่มีการลุถึง เพราะไม่มีอะไรที่จะต้องลุถึง
    พระโพธิสัตว์ผู้วางใจในโลกุตรปัญญา จะมีจิตที่เป็นอิสระจากอุปสรรคสิ่งกีดกั้น


    เพราะจิตของพระองค์เป็นอิสระจาก อุปสรรคสิ่งกีดกั้น
    พระองค์จึงไม่มีความกลัวใดๆ ก้าวล่วงพ้นไปจากมายาหรือสิ่งลวงตา
    ลุถึงพระนิพพานได้ในที่สุด พระพุทธในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต


    ผู้ทรงวางใจในโลกุตรปัญญา ได้ประจักษ์แจ้งแล้วซึ่งภาวะอันตื่นขึ้น
    อันเป็นภาวะที่สมบูรณ์และไม่มีใดอื่นยิ่ง ดังนั้น จงรู้ได้เถิดว่า โลกุตรปัญญา
    เป็นมหามนต์อันศักดิ์สิทธิ์ เป็นมนต์แห่งความรู้อันยิ่งใหญ่


    เป็นมนต์อันไม่มีมนต์อื่นยิ่งกว่า เป็นมนต์อันไม่มีมนต์อื่นใดมาเทียบได้ซึ่งจะตัดเสียซึ่งความทุกข์ทั้งปวง

    นี่เป็นสัจจะ เป็นอิสระจากความเท็จทั้งมวล ดังนั้น จงท่องมนต์แห่งโลกุตรปัญญา
    คะเต คะเต ปาระคะเต ปาระสังคะเต โพธิ สวาหา

    ไป ไป ไปยังฟากฝั่งโน้น ไปให้พ้นอย่างสิ้นเชิง ลุถึง การรู้แจ้ง ความเบิกบาน



    ………………………………………………………………………………



    อานิสงส์ที่จากการสวดมนต์ภาวนา ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร



    1.เพื่อเพิ่มพูนสติปํญญาให้สามารถเห็นแจ้งในธรรมะ

    2.เพื่อการบรรลุภาวะการเป็นผู้มีดวงตาเห็นธรรม

    3.เพื่อการตรัสรู้และการบรรลุนิพพานโลกธาตุในที่สุด


    สำหรับผู้ที่มีเวลาน้อย เดินทางเสี่ยงต่ออันตราย หรือ เผชิญภาวะฉุกเฉินและ ต้องการตั้งสติขจัดความตื่นกลัวออกไปโดยเร็ว

    ควรบริกรรม โดยใช้บทสวดมนต์ย่อว่า





    “คะเต คะเต ปาระคะเต ปาระสังคะเต โพธิสวาหา”

    ซ้ำหลาย ๆ ครั้ง



    ท่านหลวงจีนเฮียงจั๋ง (พระถังซำจั๋ง) ท่านกล่าวว่า


    ท่านสวดบทนี้เมื่อท่านอยู่ในภาวะคับขันในการเดินทางข้ามทะเลทราย

    ท่านเชื่อว่าทำให้มีสติตั้งมั่น เกิดปํญญา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง











    ……………………………………………………………………………..






    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 23-05-2011 at 04:12.


Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •