กำลังแสดงผล 1 ถึง 3 จากทั้งหมด 3

หัวข้อ: บ้านเราแสนสุขใจ 2

  1. #1
    Maximum learning
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ khonsurin
    วันที่สมัคร
    Apr 2008
    ที่อยู่
    ท่าตูม สุรินทร์
    กระทู้
    9,605
    บล็อก
    197

    บ้านเราแสนสุขใจ 2



    บ้านเราแสนสุขใจ 2





    เพลง : แสงดาวแห่งศรัทธา
    ศิลปิน : หงา คาราวาน


    พร่าง พรายแสง ดวงดาวน้อยสกาว
    ส่อง ฟากฟ้า เด่นพราวไกลแสนไกล
    ดั่ง โคมทอง ส่องเรืองรุ่งในหทัย
    เหมือน ธงชัย ส่องนำจากห้วงทุกข์ทน


    พายุ ฟ้า ครืนข่ม คุกคาม
    เดือน ลับยาม แผ่นดิน มืดมน
    ดาว ศรัทธา ยังส่องแสง เบื้องบน
    ปลุก หัวใจ ปลุกคนอยู่ มิวาย


    ขอ เยาะเย้ย ทุกข์ยากขวากหนามลำเค็ญ
    คน ยังคง ยืนเด่นโดยท้าทาย
    แม้น ผืนฟ้า มืดดับเดือนลับละลาย
    ดาว ยังพราย ศรัทธา เย้ยฟ้าดิน


    ดาว ยังพราย อยู่จนฟ้ารุ่งราง






    ลิขสิทธิ์บน YouTube Credit By : https://www.youtube.com/watch?v=-SePxWPaSsA




    ...............จากชีวิตของคนชาวนาที่ตรากตรำ แต่เราก็มีความสุข สงบ และเข้มแข็งนะคะ ชีวิตของพวกเพราะบนความแร้นแค้น อาจจะต้องดิ้นรนบ้างเพื่อหาของกิน แต่เราก็ไมต้องเดือดร้อนอะไรเลยนะคะ เพราะในน้ำยังมีปลา ในนายังมีข้าวให้เราเสมอ....


    ...............จำได้ว่า ยามหน้าแล้ง น้ำในแม่น้ำมูลแห้งมาก พ่อบอกว่าจะไปทอดแห ตอนกลางคืน เราถามพ่อว่าทำอย่างไรบ้าง พ่อบอกว่าพ่อและพวกเพื่อนพ่อ จะพากันเดินไปตั้งหลักที่แม่น้ำมูล กะให้ไกลจากจุดสุดท้ายที่จะขึ้นประมาณสามจนถึงห้ากิโลเมตร ไปตั้งแต่ตอนบ่าย ห่อข้าวกับพริก และเกลือไปด้วย จากนั้นพ่อกับคนที่ไปด้วยกันก็จะวงล้อมทอดแห(ทางนี้เรียกว่าตึกแห) แบบวง เข้าหากัน ได้ปลามาก็จะมาก่อไฟที่ริมฝั่งมูล แล้วย่างปลาใส่เกลือ กินกับพริกที่เตรียมไป จากนั้นพอค่ำหน่อย ก็เริ่มออกเดินทอดแหตามแม่น้ำมูลที่บางช่วงก็ลึก บางช่วงก็ตื้น จากจุดเริ่มต้นที่ไกล มาจนถึงจุดสุดท้าย(ที่อยู่ใกล้บ้านมากที่สุด) เกือบเที่ยงคืน หรือ เลยเที่ยงคืน พ่อก็จะนำปลาที่ได้จากแม่น้ำมูล กลับสู่บ้าน พวกเรางัวเงียตื่นขึ้นมาหลังจากที่คอยพ่อ ก็พากันลุกขึ้นมาปิ้งปลากินแบบร้อนๆๆ ทีเดียวเลย เลยพบว่าคืนที่เงียบเหงาในตอนหัวค่ำ ที่พ่อไปหาปลา พอพ่อกลับมาถึงบ้าน มาพร้อมกับความสุข สุขใจที่อบอุ่นอีกครั้งหนึ่ง เพราะพอพ่อออกจากบ้าน บ้านเราก็เงียบเหงาลงไปทันที พอพ่อกลับถึงบ้าน บ้านเราก็อบอุ่น มีความสุขขึ้นมาทันทีเลย ....



    ................วันนี้พ่อสานข้องที่เรียกว่าแป่ม(บ้านเราเรียกว่าสานกันตรึม) โดยนำไม้ไผ่ข้อยยาวๆ เอาเลื่อยมาเลื่อยให้มีขนาดเท่ากัน เหลาเหมือนเหลาคันเบ็ดแต่ให้ไม้ไผ่แบนสักหน่อยไม่ให้กลม แล้วก็เอาเหล็กขอบปากถังน้ำมาวง ให้มีขนาดตามต้องการ(เมื่อก่อนใช้ถังน้ำสังกะสี) บางทีพ่อก็ฝากคนที่เข้าเมืองไปซื้อเหล็กสองหุนเบา มาทำเป็นวงโครงของข้องแป่ม ขนาดพอเหมาะ แล้วนำเชือกมาถักไม้ไผ่กับโครงเหล็กของข้องแป่ม(หรือกันตรึมที่เราเรียกตามประสาคนพื้นบ้าน (กันตรึมในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการละเล่นนะคะ) ใช้เชือกถักจนสำเร็จ คราวนี้ก็นำพลาสติกจากถังแกลลอนมาตัดโดยประมาณให้เท่ากับหัวท้ายของแป่ม แล้วเอาเหล็กเผาไฟเจาะเป็นรูๆ เพื่อมัดปิดท้ายแป่ม พ่อจะนำมีดตอก(มีดที่เหลาไม้ไผ่นั่นเอง) มาตัดตรงกลางมีขนาดพอที่เมือจะล้วงลงได้ เป็นปากแป่ม แล้วนำไม้ไผ่ที่เหลาให้หนาหน่อย มามัดประกบปากแป่ม หัวท้ายแป่ม และช่วงระหว่างหัวท้ายแป่ม จากนั้นก็ใช้ไม้ไผ่ยาวจาะหัวถึงท้ายแป่ม มาผูกประกบปากแป่มตามทางยาวอีกทีหนึ่ง แล้วใช้พลาสติกจากแกลลอนที่เหลือมาเจาะรูร้อยผูกกับปากแป่ม เป็นฝาปิด พ่อก็จะไ้ด้แป่ม สมความต้องการ เวลาไปหว่านแหแม่น้ำมูล ก็จะนำขวดน้ำโค๊กที่เป็นขวดพลาสติก ผูกติดแป่มไปด้วยเพื่อไม่ให้แป่มจมน้ำค่ะ


    ...............ได้ปลามาเยอะแยะ แม่จะนำมาทำปลาร้า โดยนำเกลือมาคลุกปลาแล้วนวดขยำให้เกลือเข้ากับปลา เกลือที่ใช้ต้องเป็นเกลือต้ม นวดขยำปลากับเกลือได้ที่แล้วก็จะนำรำผสม(ในที่นี้คือรำจากโรงสีชาวบ้านนะคะ) มาใส่คลุกกับปลาที่ขยำเกลือแล้ว แล้วนำมาใส่ไห ปิดอย่างดีไม่ให้แมลงวันมาตอมได้ รอประมาณหนึ่งเดือนเราก็จะได้ปลาร้าเก็บไว้กิน ได้


    ...............เมื่อโตขึ้นมา เรายังคิดถึงกลิ่นปลาร้าของแม่อย่างดี บางทีก็นำมาแกงหน่อไม้ โดยแม่จะตำใบย่านางกับข้าวเบือ แล้วคั้นกรองเอาแต่น้ำ มาแกง ใส่พริก กระชาย หอมแดง หน่อไม้ ปรุงรสด้วยปลาร้าทีแม่ทำไว้ พอจะนำขึ้นก็ใส่พริกเครือแบบเป็นเมล็ดลงไปด้วยสักหน่อย วันนั้นข้าวร้อนๆ ปลาปิ้ง แกงหน่อไม้หรือที่ทางภาคกลางเรียกว่าแกงต้มเปรอะ ก็เป็นวันที่แสนอร่อย รสแกงยังตรึงลิ้นมาถึงทุกวันนี้อยู่เลย......



    ...............ย้อนกลับไปช่วงไปโรงเรียน คุณครูร้องเพลงให้เราฟังด้วยตอนไปโรงเีรียน เสียงคุณครูเพราะมาก จากนั้นเพื่อนเราก็พากันออกไปร้องเพลงเป็นการใหญ่หวังได้รางวัลเป็นลูกอมที่คุณครูนำมาใช้เป็นรางวัล เราชอบฟังเพลงมากฟังแล้วประทับใจ มีความสุขยามได้ฟังเสมอ เพลงหนึ่งที่เราชอบมากและมากคือเพลง "บ้านเราแสนสุขใจ" ครูร้องให้พวกเราได้ฟังกัน เราชอบมากตรง "บุญนำพา กลับมาถึงถิ่น ซบกายลงจุบดิน ไม่ถวิลอายใคร" เป้นอะไรที่เด็กอย่างเราสมัยนั้นเกิดความรักในผืนแผ่นดินมากมาย เพลงที่พวกเราสนุกสนานมากที่สุดก็คือ "กันตรึมมาแล้ว"....กันตรึมมาแล้ว เสียงแจ๋วแจ๋วแว่วมาก่อน อย่าหนีจากจร อย่าหนีจากจรเลยนะพี่ยา มาเถอะพี่มา มาร่วมเฮฮากับสาวกันตรึม.... จำได้ว่าเราและเพื่อนๆ ออกไปเต้นประกอบเพลงนี้เป็นที่สนุกสนานมาก ยังคิดถึงภาพที่พวกเราออกไปเต้นประกอบเพลงกันตรึมมาแล้ว แล้วยิ้มได้ตลอดเลย ภาพเด็กเล็กๆ ออกไปเต้นหน้าชั้นมันช่างสนุกสนาน ชวนอภิรมย์เกินพิกัดเลย เต้นเหมือนระบำชาวเกาะเลย แบบใครอยากเต้นอย่างไรก็ตามสบายเลย เราเลยส่ายเอวแบบระบำฮาวาย กระโปรงนักเรียนบานแฉ่งเลยละ....




    ...............เราโตขึ้นมาท่ามกลางธรรมชาติ ท่ามกลางความสุข สงบ ชีวิตที่เรียบง่าย มีความสุขกับครอบครัวที่อบอุ่น ไม่ต้องดิ้นรนมากนัก ชีวิตสงบและเป็นสมาธิทำให้เราแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างมีสติ ทำให้เรารักทุกสิ่งที่เป็นหนทางแห่งธรรมชาติ



    ...............ปัจจุบันมีปัญหาของนักเรียนเข้ามามากมาย ปัญหาบางเรื่องมากมายเกินพลังเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งจะรับได้ แต่เราในฐานะที่เป็นครู เราพร้อมที่จะเผชิญกับปัญหาร่วมกับเด็กๆ ได้อย่างท้าทายไม่หวั่น เราพร้อมที่จะแบ่งปันความรัก ความอบอุ่นที่ตลอดชีวิตที่มีมาถ่ายทอดสู่เด็ก ให้พวกเขาพร้อมที่เผชิญชีวิตในวันข้างหน้าอย่าเข้มแข็งและสมบูรณ์ด้วยจิตใจ เพราะอะไรหรือคะ ก็เพราะว่าเราตระหนักได้ว่าความรัก ความบริสุทธิ์ใจ คือพลังขับเคลื่อนอันยิ่งใหญ่ที่ให้ต่อลูกศิษย์เราได้อย่างดี ถ้าเขาสัมผัสถึงความรัก ความจริงใจ ความอบอุ่น หน้าที่ และศักยภาพของตนเอง เขาก็พร้อมที่จะถ่ายทอดความดีงามสู่สังคมได้ เราเชื่อแบบนี้เช่นกันค่ะ...





    ข้อคิด



    อย่ามองวิกฤติที่เกิดขึ้นในชีวิต ว่าเป็นปัญหาที่แก้ไขไม่ได้

    เราอาจไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงที่เราไม่ชอบ
    ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดวิกฤติในชีวิตของเราได้


    แต่เราเลือกมุมมองและวิธีคิดของเราได้เสมอ
    เราเลือกได้ว่าเราจะคิดอย่างไร และจะตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไร


    การฝึกมองภาพที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว
    โดยไม่ติดอยู่แต่กับภาพของปัญหาในระยะสั้น
    จะช่วยให้เรามองเห็นอะไรได้ดีขึ้น
    ตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้ดีขึ้น






    แล้วอ่านต่อนะคะ






















    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย khonsurin; 26-05-2011 at 11:31.

  2. #2
    ดูแลตรวจสอบเนื้อหา สัญลักษณ์ของ wundee2513
    วันที่สมัคร
    Aug 2006
    ที่อยู่
    ตามภารกิจ
    กระทู้
    1,167
    บล็อก
    11
    เข้ามาอ่านงานเขียนที่บริสุทธิ์ ผมเป็นคนบ้านนอกคนหนึ่งที่อ่านแล้วมีความสุข
    เห็นภาพในอดีต เหมือนพึ่งผ่านมาในเมื่อวาน ทั้งที่ผ่านมาแล้วครึ่งชีวิตที่ยัง
    เหลือ ขอบคุณเจ้าของผลงานนะครับที่ได้จุดประกายความรู้สึกดีๆ...

    ... เบิ่งคันแทเห็นแม่อยู่แต่ไกล
    จึงวางไถนำควายเฒ่าเข้าในร่ม
    เดินโซเซผ่านขี้ไถลื่นขี้โคลนตม
    นั่งหลบร่มช่างสุขใจหนอชาวนา

    แม่วางคอนขวดน้ำทั้งข้าวเหนียว
    หอมจริงเชียวแจ่วพริกกับปลาร้า
    ได้อิ่มท้องอิ่มทั้งใจสุขอุรา
    สุขแท้หนาหาซื้อได้นั้นไม่มี ...

  3. #3
    ฝ่ายบริหารระดับสูง สัญลักษณ์ของ พล พระยาแล
    วันที่สมัคร
    Mar 2008
    กระทู้
    6,940
    ข่อยกะคนอีสานล้านเปอร์เซ็นต์ครับ มาอยู่ กทม.ตั้งแต่ ปี 27 กะยังเป็นคนอีสานเสมอ

    บ่เคยสอนลูกให้เว้าภาษากลางครับ เว่าอีสานนี่ล่ะจั่งคักดี

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •