กำลังแสดงผล 1 ถึง 3 จากทั้งหมด 3

หัวข้อ: พระพุทธสาวก ( อุบาสก ) หมอชีวกโกมารภัจจ์

  1. #1

    สว่างใจ พระพุทธสาวก ( อุบาสก ) หมอชีวกโกมารภัจจ์


    หมอชีวกเป็นบุตรนางโสเภณีนามว่า สาลวดี นางนครโสเภณีผู้ทรงเกียรติแห่งเมืองราชคฤห์ (เมืองหลวงของแคว้นมคธ) โดยพระเจ้าแผ่นดินทรงแต่งตั้ง มีเงินเดือนและค่าตัว สำหรับผู้ร่วมอภิรมย์อีกคนละ ๑๐๐ กหาปณะ (ประมาณ ๔๐๐ บาท)

    เพราะไม่ได้ตั้งใจให้เกิด เมื่อเกิดมาแล้วแถมเป็นชายเสียด้วย นางจึงไม่เลี้ยง สั่งให้เอาไปทิ้งที่หน้าประตูวัง เช้าตรู่วันนั้น เจ้าฟ้าอภัยพระโอรสของพระเจ้าพิมพิสาร เสด็จไปพบเข้า จึงนำไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม ตั้งชื่อให้ว่าชีวกโกมารภัจจ์ แปลว่า ผู้ยังมีชีวิตรอดมาได้ ตอนเป็นเด็ก

    ชีวกเป็นคนฉลาดมีปฎิภาณเฉียบคม ถูกเด็ก ๆ ในวัง ด่าเสียดสีว่าเป็นลูกไม่มีพ่อ จึงมีมานะจะเอาชนะหาความรู้ใส่ตัวให้ใครดูถูกไม่ได้ จึงหนีไปกับกองคาราวานไปยังเมืองตักกสิลา ฝากตัวเป็นศิษย์เรียนวิชาแพทย์กับอาจารย์ทิศาปราโมกข์ เรียนอยู่ ๗ ปีก็จบ ลาอาจารย์กลับบ้านเกิดเมืองนอน

    อาจารย์ให้เสบียงมานิดหน่อยหมดระหว่างทาง จึงต้องใช้วิชาความรู้ที่เรียนมารักษาโรคปวดหัวของภรรยาเศรษฐีเมืองสาเกต ที่เป็นมา ๗ ปีแล้ว รักษาหมอที่ไหนก็ไม่หายสักที สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการปรุงยาขนานเดียว ได้รับรางวัล ๔,๐๐๐ กหาปณะ

    เมื่อกลับถึงเมืองราชคฤห์แล้ว ได้มีโอกาสรักษาโรคภคันทบาพาธ (โรคริดสีดวงทวาร) ของพระเจ้าพิมพิสารจนหายขาด พระเจ้าพิมพิสารจึงแต่งตั้งให้เป็นแพทย์หลวงประจำพระราชสำนัก ได้พระราชทานบำเหน็จจำนวนมาก รวมทั้งสวนมะม่วงด้วย

    ได้ผ่าตัดเนื้องอกในลำไส้ ของบุตรเศรษฐีชาวเมืองพาราณสี คนหนึ่งให้หายขาดจากโรคร้ายได้ แล้วได้ผ่าตัดสมองเศรษฐีชาวเมืองราชคฤห์คนหนึ่ง จนอาการโรคปวดหัวหายขาด

    จากนั้นมา ชื่อเสียงเกียรติคุณของหมอชีวกก็แพร่สะพัดไปทั่วเมืองว่าเป็นหมอเทวดา ชื่อเสียงได้ฟุ้งขจรไปยังต่างแดน ถึงเมืองอุชเชนีแคว้นอวันตีซึ่งอยู่ห่างไกล พระเจ้าจัณฑปัชโชต กษัตริย์ผู้ดุร้ายประชวรด้วยโรคปวดพระเศียรข้างเดียวมาเป็นเวลานาน ๗ ปีแล้ว จึงส่งราชทูตมาขอจากพระเจ้าพิมพิสารให้ไปรักษา หมอชีวกถวายการรักษาจนหาย แต่ก็เกือบถูกประหารชีวิตเพราะพระองค์ไม่ชอบเนยใส หมอชีวกปรุงยาใส่เนยใส ถึงกับสั่งคนตามล่าหาว่าหมอชีวกแกล้ง แต่หมอชีวกก็เอาชีวิตรอดกลับมาได้ด้วยปัญญาของตน

    เมื่อพระเจ้าจัณฑปัชโชตหายประชวรแล้ว ทรงสำนึกในบุญคุณหมอชีวก จึงทรงส่งผ้ากัมพลหรือผ้าแพรเนื้อละเอียดอย่างดีสองผืนไปพระราชทานแก่หมอชีวก

    หมอชีวกได้นำผ้าสองผืนนั้นไปถวายพระพุทธเจ้า จนเป็นเหตุให้พระพุทธองค์ทรงอนุญาต ให้พระภิกษุสงฆ์รับผ้าสำเร็จ ทำชาวบ้านถวายได้แต่บัดนั้นมา ทำให้คหบดี และชาวเมืองต่างดีใจ พากันนำจีวรมาถวายพระเป็นจำนวนมาก

    ในสมัยนั้น พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเวฬุวัน เมื่อบำเพ็ญพุทธกิจตลอดทั้งวัน ทรงมีเวลาพักผ่อนน้อย พุทธกิจ ๕ ประการคือ

    ๑. เวลาเช้ามืด ทรงตรวจดูอุปนิสัยสัตว์โลกที่ควรโปรด

    ๒. เช้า เสด็จออกบิณฑบาต หรือโปรดสัตว์

    ๓. เวลาเย็น ทรงแสดงพระธรรมเทศนาแก่พุทธบริษัท

    ๔. เวลาค่ำ ทรงให้โอวาทแก่ภิกษุสงฆ์

    ๕. เวลาดึก ทรงแก้ปัญหาเทวดา

    พระวรกายของพระองค์ จึงเกิดหมักหมมด้วยสิ่งอันเป็นโทษ ท้องผูกอย่างร้ายแรง เนื่องจากนั่งนาน พระอานนท์จึงไปหาหมอชีวก แจ้งพระอาการของพระพุทธเจ้าให้ทราบ หมอชีวกได้ไปถวายยาถ่าย พระวรกายของพระพุทธองค์ได้กลับเป็นปกติดังเดิม และได้ถวายตัวเป็นแพทย์ประจำพระองค์ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา พร้อมทั้งถวายสวนมะม่วง ให้เป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้าอีกด้วย

    หมอชีวกได้ถวายการรักษาพระพุทธเจ้าอีกครั้งหนึ่ง เมื่อพระพุทธองค์ถูกพระเทวทัตรอบทำร้าย กลิ้งหินบนยอดเขาคิชฌกูฏ หมายจะให้ทับพระองค์ให้สิ้นพระชนม์ แต่ก็ทำได้ แค่ทำให้พระบาทของพระพุทธองค์มีพระโลหิตห้อเท่านั้นหมอชีวกได้ถวายการรักษาที่สวนมะม่วงนั้น

    หมอชีวกตลอดชีวิตท่าน ยุ่งอยู่กับการรักษาโรคคนทั้งเมือง ไม่มีเวลาปฏิบัติธรรม แต่ท่านก็เป็นพระโสดาบัน ได้ใช้วิชาความรู้ที่เล่าเรียนมาบำเพ็ญประโยชน์แก่ชนหมู่มาก ช่วยเหลือผู้เจ็บไข้ไม่เลือกยากดีมีจน จนได้รับยกย่องจากพระพุทธองค์ว่า เป็นเอตทัคคะในด้านเป็นที่รักของปวงชน คนเช่นนี้ชื่อว่า ไม่เสียชาติเกิดโดยแท้ และเราควรเอาเยี่ยงอย่างเป็นอย่างยิ่ง


    http://www.dhammathai.org/indexthai.php

  2. #2
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ ครูโนช
    วันที่สมัคร
    Sep 2007
    กระทู้
    372
    สาธุครับ....................................ญาติโยมทั้งหลาย

  3. #3
    ดูแลตรวจสอบเนื้อหา สัญลักษณ์ของ ญา ทิวาราช
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    กระทู้
    838
    บล็อก
    17

    บ้านมหาโพสต์

    การบูชา บรมครูแพทย์ ชีวกโกมารภัจจ์


    คาถาบูชาพระบรมครูแพทย์ชีวกโกมารภัจจ์
    (แพทย์ประจำองค์พระสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า)


    นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
    นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
    นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

    โอมนะโม ชีวะโก สิระสา อะหัง กะรุณิโก สัพพะ สัตตานัง
    โอสะถะ ทิพพะมันตัง ประภาโส สุริยาจันทัง โกมาระภัจโจ
    ปะกาเสสิ วันทามิ ปัณฑิโต สุเมธะโส อะโรคา สุมะนาโหมิ (๓ จบ)

    บทอธิษฐาน

    ขอบารมีแห่งบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ จงคุ้มครองให้ข้าพเจ้าฯ (ชื่อ/นามสกุล) พ้นจากโรคร้ายภัยเวร
    โรคเวรโรคกรรม ขอให้มีอายุมั่นขวัญยืน มีสุขภาพกายสุขภาพจิตที่ดี ขอให้อานิสงส์แห่งแรงอธิษฐานนี้
    คุ้มครองข้าพเจ้าตั้งแต่บัดนี้ ล่วงไปเมื่อหน้าเทอญ



    หมายเหตุ
    หากท่านต้องการบารมีรักษาโรคร้ายภัยเวรต่างๆ ในขณะที่เจ้บไข้ได้ป่วย ให้ท่านหาบาตรหรือขันน้ำมนต์ใส่น้ำดื่ม วางหน้ารูปหล่อบูชา
    ขอบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ และสวดอธิษฐานขอให้น้ำในบาตรหรือขันนี้ จงเป็นน้ำมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ เสร็จแล้วให้ดื่มกิน เพื่อขจัดโรคร้าย
    ภัยเวรต่างๆ ที่ปรากฎและเกิดขึ้น
    ผู้ใดได้กล่าวสรรเสริญคุณแห่งพระคาถาบทนี้ ผู้ใดได้เจริญภาวนาพระคาถาบทนี้ จะบังเกิดมีอานุภาพป้องกันสรรพโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายทั้งปวง
    จะเป็นผู้ไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐหาได้ยากและหากยิ่งได้ เผยแพร่ไป จะมีอานิสงส์ผลบุญ ทำให้ปราศจากโรคร้ายภัยเวรต่างๆ





    จากหนังสือสวดมนต์บรมครูแพทย์ ชีวกโกมารภัจ
    ที่มา ฟอร์เวิร์ดเมล์

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •