หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 2 หน้า 12 หน้าสุดท้ายหน้าสุดท้าย
กำลังแสดงผล 1 ถึง 10 จากทั้งหมด 13

หัวข้อ: ..ตะเกียงชีวิต น้องหนู...

  1. #1
    มิสบ้านมหา 2010
    ศิลปิน นักเขียน
    สัญลักษณ์ของ เขมราฐ
    วันที่สมัคร
    Sep 2008
    ที่อยู่
    กลางท่งเมืองเขมฯ
    กระทู้
    2,078

    ..ตะเกียงชีวิต น้องหนู...


    น้องหนู เด็กหญิงวัย 4 ขวบ

    ชีวิตของเธอเต็มไปด้วยเรื่องน่าสงสัย สิ่งนี้คืออะไร มีไว้ทำไม คำถามที่เธอถามแม่และ

    ยายเสมอ บางครั้งแม่นั่งร้องไห้คนเดียว เธอถามว่าแม่ร้องไห้ทำไม แม่ไม่ตอบแต่จะดึง

    ตัวเธอเข้ามากอดแล้วร้องไห้เงียบ ๆ เธอไม่เคยอึดอัดที่แม่กอดเธอแน่น ๆ ออกจะชอบ

    ใจเสียด้วย เมื่อแม่ร้องไห้จนพอใจแล้วแม่จะคลายอ้อมกอดแล้วจ้องหน้าเธอ แล้วบอก

    กับเธอว่า “น้องหนูคือชีวิตของแม่” รอยยิ้มที่แม่ยิ้มทั้งน้ำตาอบอุ่นนักในความรู้สึกของ

    เธอ ตั้งแต่จำความได้ ชีวิตของน้องหนูมีเพียง ตา ยาย และแม่ 4 ใช้ชีวิตอยู่ร่วม

    กันในบ้านที่หลายคนเรียกกระท่อม วันหนึ่งหลังจากที่แม่กลับจากรับจ้างกรอกเชื้อเพาะ

    เห็ด พร้อมด้วยกระเป๋าหนังสือและชุดนักเรียน 1 ชุด แม่บอกว่า น้องหนูโตพอที่จะ

    ไปเข้าเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแล้ว น้องหนูสงสัย “ทำไมน้องหนูต้องไปศูนย์พัฒนา

    เด็กเล็ก” น้องหนูถามแม่ แม่ยกมือขึ้นลูบผมน้องหนูเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู แล้วบอก

    กับน้องหนูว่า “ทุกคนต้องเรียนหนังสือ จะได้อ่านออกเขียนได้ ถ้าลูกไม่เรียนหนังสือ

    ลูกจะเป็นคนโง่ เหมือนแม่” น้องหนูไม่เข้าใจที่แม่พูด คนโง่เป็นอย่างไร แล้วทำไมแม่

    เป็นคนโง่ แต่น้องหนูไม่ถามอีกทุกอย่างที่แม่บอกน้องหนูจะเชื่อ เมื่อแม่ให้ไปศูนย์

    พัฒนาเด็กเล็กน้องหนูก็จะไป แม่บอกว่าที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจะมีครูใจดีคอยอบรมสั่ง

    สอนน้องหนูแทนแม่ เมื่อแม่ออกไปรับจ้าง ที่ศูนย์มีเพื่อนแยะ ของเล่นและหนังสือ

    นิทาน ที่น้องหนูเคยอยากให้แม่เล่าให้ฟังแต่แม่อ่านหนังสือไม่ออก น้องหนูดีใจที่จะได้

    เล่นกับเพื่อนหลาย ๆ คนมากกว่า พี่หนึ่งกับพี่สองลูกลุงบาง รุ่งเช้าน้องหนูตื่นแต่

    เช้า อาบน้ำแล้วมารอให้แม่แต่งชุดนักเรียนให้ แม่แต่งชุดนักเรียนให้น้องหนู เอาห่อ

    ข้าวห่อเล็ก ๆ พร้อมด้วยกระติกน้ำใส่กระเป๋าเป้สะพายหลัง ตายายนั่งมองน้องหนูแต่ง

    ชุดนักเรียนวันแรกด้วยความชื่นชม แม่พาน้องหนูซ้อนท้ายจักรยายมาที่ศูนย์พัฒนาเด็ก

    เล็ก ที่ตั้งอยู่ในวัดมีเพื่อนนักเรียนใหม่ หลายคนบางคนยิ้มแป้นที่ได้ใส่ชุดนักเรียน

    ใหม่ บางคนร้องไห้โยเย บางคนก็อาละวาดหนักขว้างปากระเป๋าเป้ พ่อแม่ต้องคอย

    ปลอบ พ่อแม่บางคนก็ดุตวาดเสียงดัง แม่จอดจักรยานใต้ร่มไม้ใหญ่อุ้มน้องหนูลงพา

    เดินไปหาคุณครู คุณครูคนสวยเดินมาหาน้องหนูกับแม่แล้วบอกว่า “น้องหนูเก่งมากค่ะ

    ไม่ร้องไห้เลย ไม่ต้องกลัวนะคะ วันนี้ครูจะพาน้องหนูร้องเพลงเล่นของเล่น ให้คุณแม่

    ไปทำงาน แล้วตอนเย็นคุณแม่ก็มารับกลับบ้าน วันนี้น้องหนูอยู่ที่ศูนย์นะคะ” น้องหนู

    เงยหน้าขึ้นมองแม่ แม่ยิ้มให้แล้วบอกว่า”แม่จะมารับ วันนี้อยู่กับคุณครูอย่าซนนะลูก”

    เมื่อได้ยินดังนั้นน้องหนูก็ยิ้มแล้วเดินตามครูเข้าไปในศูนย์วันทั้งวันน้องหนูสนุกสนาน

    กับเพื่อนใหม่ ของเล่นใหม่ และนิทานเรื่องกระต่ายกับเต่าที่คุณครูอ่านจากหนังสือ

    นิทานสีสวยให้น้องหนูกับเพื่อน ๆ ฟัง ตกบ่ายคุณครูให้น้องหนูและเพื่อน ๆ

    นอนกลางวัน พอนอนตื่น ก็มีนมให้ดื่มคนละ 1 กล่อง แล้วแม่ก็มารับกลับบ้าน

    ระหว่างที่แม่พาน้องหนูขี่จักรยานกลับบ้าน น้องหนูเล่าเรื่องที่ศูนย์ให้แม่ฟังเจื้อยแจ้วไม่

    หยุด น้องหนูชอบศูนย์น้องหนูอยากมาศูนย์ฯทุกวัน ถึงบ้านน้องหนูสวัสดีตา กับ

    ยาย ทั้งสองแปลกใจมาก “คุณครูที่ศูนย์บอกว่ากลับจากศูนย์ให้สวัสดีพ่อแม่ ตายาย

    ค่ะ” ตายายยิ้มไม่หุบน้องหนูพูดเพราะขึ้น แล้วจำทุกอย่างที่ครูสอนได้แม่นยำ แล้วน้อง

    หนูก็ทำหน้าฉงน “พ่อคือใครคะยาย” น้องหนูถามยาย ยายหุบยิ้มทันที ดึงให้น้องหนู

    มานั่งตักแล้วพูดกับน้องหนูว่า “ทุกคนที่เกิดมาต้องมีพ่อ แม่ เหมือนแม่ของน้องหนู

    ยายคือแม่ แล้วตาคือพ่อ น้องหนูก็มีพ่อเหมือนกัน แต่พ่อน้องหนูมีความจำเป็นอยู่กับ

    เราไม่ได้ น้องหนูเลยต้องอยู่กับตา ยาย กับแม่ ถึงพ่อไม่ได้อยู่ด้วยแต่ ตา ยาย

    กับแม่ก็รักน้องหนูนะลูก” ยายพูดพลางยกมือลูบผมน้องหนู “น้องหนูอยากเจอพ่อไหม

    ลูก”ตาถามบ้าง น้องหนูนิ่งสักครู่แล้วยิ้มกับตาบอกว่า “ไม่ค่ะ น้องหนูอยู่กับตา

    ยาย แม่ น้องหนูก็สนุกแล้ว” น้องหนูเด็กเกินกว่าจะรู้ว่าที่เธอเป็นอยู่นั้นคือเธอมีความ

    สุขดี ชีวิตน้องหนู ดำเนินไปอย่างเนิบนาบเหมือนเพื่อนนักเรียนคนอื่น ๆ น้องหนูแต่ง

    ชุดนักเรียนเองเป็นแล้วแม่ไม่ต้องคอยช่วย ตื่นเช้าน้องหนูจะอาบน้ำแต่งตัวรอแม่ พอแม่

    เตรียมห่อข้าวเสร็จก็พาน้องหนูซ้อนท้ายจักรยานไปส่งศูนย์ฯ แล้วตอนเย็นก็รับกลับบ้าน

    ทุกวันตามปกติ แล้ววันหนึ่งก็มีเหตุผิดปกติ น้องหนูรอแม่มารับหลังเลิกเรียนเหมือนทุก

    วัน แต่คนที่มารับวันนี้ปรากฏว่าเป็นตา “แม่ไปไหนคะตา” น้องหนูถามตา ตาน้ำตา

    คลอแล้วตอบน้องหนูว่า “แม่ไปธุระลูก” แล้วพาน้องหนูมาบ้าน ที่บ้านยายไม่อยู่ แม่

    ไม่อยู่ ตาบอกให้น้องหนูเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วตามานั่งเหม่ออยู่รั้วหน้าบ้าน เหมือนจะรอ

    ใคร น้องหนูไม่กล้าถามตาเลยไม่ออกไปเล่นเหมือนเคยน้องหนูก็นั่งมองตาที่เหม่อลอย

    สักพักมีรถโรงพยาบาลวิ่งมาจอดหน้าบ้าน ตาผุดลุกขึ้นทันทีปราดเข้าไปหารถโรง

    พยาบาลคันนั้น เจ้าหน้าที่เปิดรถโรงพยาบาลเข็นเตียงที่มีร่างของแม่ที่ห่อด้วยผ้า

    ขาวสะอาด ตายาย ห้องไห้แทบขาดใจ น้องหนูตกใจร้องไห้เสียงดัง คนพวกนี้

    ทำไมต้องเอาผ้ามาห่อแม่ของเธอ แล้วทำไมแม่ไม่ตื่น น้องหนูรอให้แม่กลับมาจากธุระ

    จะเล่านิทานที่ครูเล่าให้ฟังจากโรงเรียนให้แม่ฟัง น้องหนูปลุกแม่เสียงดัง แต่แม่ไม่ตื่น

    ตัวแม่เย็นเฉียบ เพื่อนบ้านต่างมามุง บางคนเตรียมสถานที่บางคนช่วยงานต่าง ๆ ลุง

    บางแอบเช็ดน้ำตา น้องหนูยังคงนั่งปลุกแม่ แม่ก็ยังไม่ตื่น สักพักลุงบางกับเพื่อนบ้าน

    เอากล่องไม้ใบใหญ่มาวางแล้วเอาแม่ใส่ในกล่อง น้องหนูตกใจทำไมเขาต้องขังแม่ใน

    กล่อง แม่น้องหนูจะหายใจไม่ออก “แม่จ๋า แม่ตื่นเร็ว ๆ ลุงบางจะเอาแม่ขังในกล่อง

    แล้ว ตื่นสิแม่” น้องหนูร้องเสียงดัง “อย่านะลุงบาง ลุงจะเอาแม่น้องหนูใส่กล่อง

    ไม่ได้นะ” น้องหนูยื้อยุดลุงบางไว้ จนตาต้องมากอดน้องหนูไว้แล้วร้องไห้ไปด้วยกัน

    พอลุงบางเอาร่างแม่ใส่กล่องเสร็จแล้วก็ประดับประดาด้วยดอกไม้ไฟแสงสี น้องหนูถาม

    ยายว่าทำไมแม่นอนไม่ตื่นสักที ยายน้ำตาร่วงอีกครั้ง ดึงน้องหนูมากอดแน่น “แม่

    ไปสวรรค์ลูก ถ้าคนไปสวรรค์ก็นอนหลับใครปลุกไม่ตื่นแบบนี้แหล่ะลูก” ยายตอบเสียง

    สั่น “ที่แท้แม่ไปสวรรค์นี่เอง แสดงว่าแม่ต้องเจอนางฟ้าใช่ไหมคะยาย” น้องหนูถาม

    ยาย “แม่จะเป็นนางฟ้าอยู่บนสวรรค์ลูก แม่ไม่กลับมาแล้ว” ยายตอบสะอื้นเบา ๆ ได้

    ยินดังนั้นน้องหนูก็ร้องไห้อีก “น้องหนูอยากไปอยู่สวรรค์กับแม่ค่ะยาย” น้องหนูร้องไห้

    จนตาต้องเข้ามาปลอบ “น้องหนูยังเด็กอยู่ลูก ยังไปไม่ได้ ไว้ให้น้องหนูโตแล้วตาจะ

    เล่าให้ฟังนะลูก จากนี้ไปแม่ไม่อยู่น้องหนูต้องเป็นเด็กดีนะแม่เขาอยู่บนสวรรค์จะได้

    ดีใจ เข้าใจไหมลูก” ตาปลอบน้องหนูจนเธอสงบลง ตั้งแต่วันนั้นวันที่ทุกคนพร้อมใจ

    กันจุดไฟเผากล่องที่มีแม่อยู่ข้างใน น้องหนูก็ไม่พบแม่อีก น้องหนูคิดถึงแม่ ชีวิตน้อง

    หนู เด็กหญิงวัย 4 ขวบ มีเพียง ตา ยาย ในกระท่อมหลังเก่า คนไปส่ง ไปรับ

    น้องหนูจากศูนย์ฯ เป็นยาย ยายขี่จักรยานไม่เป็น น้องหนูกับยายต้องเดินจากศูนย์ฯ

    มาบ้าน ตาออกไปรับจ้างแทนแม่ ตากับยายเศร้าหมองทุกวัน บางวันตานอนไม่หลับ

    บางคืนตาลุกมามวนยาเส้นสูบกลางดึก บางครั้งน้องหนูตื่นมาเห็นตานั่งจุดตะเกียงสูบยา

    เส้น แสงตะเกียงที่สะท้อนใบหน้าตา น้องหนูแลเห็นเงาน้ำตาอาบแก้ม ตาคงคิดถึงแม่

    เหมือนกับน้องหนู น้องหนูอยากโตไว ๆ อยากให้ตาเล่าให้ฟังไว ๆ ว่าทำไมแม่ต้อง

    ทิ้ง ตา ยาย และน้องหนูไปสวรรค์คนเดียว ทำไมไม่พาพวกเราไปด้วย ไปสวรรค์

    แล้วทำไมกลับมาไม่ได้....


    ..ตะเกียงชีวิต น้องหนู...


    เรื่องของน้องหนูเด็กหญิงวัย 4 ขวบที่แม่เสียชีวิตเพราะถูกกระแสไฟที่ต่อเข้าเตาอบเชื้อ

    เห็ดที่เธอไปรับจ้างช๊อต เสียชีวิตด้วยวัย 29 ปี
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เขมราฐ; 15-06-2011 at 11:56.

  2. #2
    ศึกษาหาความรู้ สัญลักษณ์ของ คนไกลเติบ
    วันที่สมัคร
    Jan 2011
    ที่อยู่
    สวิสเซอร์แลน
    กระทู้
    45
    อ่านแล้วก็ร้องไห้ตามไปด้วย ชีวิตคนเราความปลอดภัยอยู่ที่ไหนไม่รู้ ก็ขอเอาใจช่วย
    คุณตากับยายให้แข้มแข็งและน้องหนูเป็นเด็กดีของตากับยายค่ะ

  3. #3
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ ทิดแหล่
    วันที่สมัคร
    Jun 2008
    กระทู้
    475
    หนึ่งในเรื่องราวความจริง ที่ยิ่งกว่าละคร
    เขมราฐถ่ายทอดได้ลึกซึ้ง กินใจยิ่ง
    อ่านแล้วอดสะเทือนใจไม่ได้
    ขอเป็นกำลังใจให้คุณตา+คุณยาย
    น้องหนูก็ขอให้เป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน นะครับ...

  4. #4
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ bnserver
    วันที่สมัคร
    Jan 2009
    กระทู้
    368
    แบบนี้แหละครับ คนดีย่อมไปเร็ว..คนไม่ดีย่อมไปช้าครับ...ก็ขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัวน้องหนู ด้วยนะครับ..มีอะไรให้ช่วยก็แจ้งผ่าน เว็ป ได้นะครับพี่ ครับ....

  5. #5
    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมหา สัญลักษณ์ของ sompoi
    วันที่สมัคร
    Mar 2007
    ที่อยู่
    japan
    กระทู้
    6,363
    บล็อก
    23
    เศร้าสะเทือนอีกแล้วน้องหลิน ทุกชีวิตเกิดมาเพื่อดิ้นรนให้พ้นทุกข์ เหมือนพระท่านว่า เกิดมาก็ร้องไห้แล้ว นั่นคือทุกข์อย่างหนึ่งของการเกิดมาของมนุษย์เรานะ..ขอเป็นกำลังใจอีกแรงค่ะ

  6. #6
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ ลูกหินกอง
    วันที่สมัคร
    Jul 2008
    กระทู้
    278
    อ่านเรื่องราวแล้วสะเทือนใจแฮงครับ..สงสารเด็กน้อยครับ...คนดีมักไปไวน้อครับ

  7. #7
    แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ สัญลักษณ์ของ บ่าวกระสัง
    วันที่สมัคร
    Nov 2008
    ที่อยู่
    บุรีรัมย์
    กระทู้
    197
    น้าตาไหลเลย เป็นกำลังใจให้น้องหนูนำนะ

  8. #8
    ศิลปิน นักร้อง นักแสดง สัญลักษณ์ของ พงศ์น้อย ส กสิน
    วันที่สมัคร
    Jan 2007
    ที่อยู่
    ผมไม่รู้ ผมนอนนา
    กระทู้
    1,171
    บล็อก
    5
    เป็นกำลังใจให้น้อง เติบโตขึ้นเป็นคนดีของสังคม และอย่าลืมความกตัญญูต่อพ่อ แม่ ตา ยาย ที่เลี้ยงดูน่ะครับ

  9. #9
    ฝ่ายเทคนิค และถ่ายทอดสด สัญลักษณ์ของ อาวอ้วนเมืองยศ
    วันที่สมัคร
    Apr 2010
    ที่อยู่
    เมืองบั้งไฟ
    กระทู้
    1,597
    ขอบคุณเรื่องราวดีๆ ที่ช่วยนำมาแบ่งปันกันครับ อ่านเรื่องของน้องหลินเมื่อไหร่ไม่ผิดหวังสักทีครับ

  10. #10
    เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ สัญลักษณ์ของ ลุนนี ศรีเกษ
    วันที่สมัคร
    Jun 2009
    ที่อยู่
    ศรีสะเกษ กรุงเทพ จอมเทียนชลบุรี
    กระทู้
    858
    บล็อก
    1
    อ่านเรื่องนี้แล้ว อยากให้น้องหลินแนะนำคนรอบข้างทุกๆคนทำประกันอุบัติเหตุ ค่าใช้จ่ายน้อยกว่าประกันชีวิตทั่วไป แต่มันช่วยได้มากๆๆๆเลยค่ะ และอยากเตือนเพื่อนๆชาวบ้านมหาทุกๆๆๆคนเดอค้า
    ด้วยความหวังดีกรุณาทำประกันชีวิตเถิด แบบอุบัติเหตุ แบบประกันชีวิตทั่วๆไปก็ได้

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •