กำลังแสดงผล 1 ถึง 9 จากทั้งหมด 9

หัวข้อ: การเดินทางสะสมเสบียงบุญ ตอน6ภาคสองจ้า

  1. #1

    การเดินทางสะสมเสบียงบุญ ตอน6ภาคสองจ้า


    การเดินทางก็มาถึงจุดหมายที่หนองคาย จุดแรกคือวัดโพธ์ชัยเป็นพระอารามหลวงที่มีหลวงพ่อพระใสโพธิ์ชัย ห่างจากตัวเมืองหนองคายไปประมาณ 2 กิโลเมตร ตามตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาว่า พระธิดา 3 องค์ แห่งกษัตริย์ล้านช้างเป็นผู้สร้าง บางท่านก็ว่าเป็นพระราชธิดาของพระไชยเชษฐาธิราช ได้หล่อพระพุทธรูปขึ้น 3 องค์ และขนานนาม พระพุทธรูปตามนามของตนเองไว้ด้วยว่า พระเสริมประจำพี่ใหญ่ พระสุกประจำคนกลาง พระใสประจำน้องสุดท้อง มีขนาดลดหลั่นกันตามลำดับ



    ตามตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาว่า พระธิดา 3 องค์ แห่งกษัตริย์ล้านช้างเป็นผู้สร้าง บางท่านก็ว่าเป็นพระราชธิดาของพระไชยเชษฐาธิราช ได้หล่อพระพุทธรูปขึ้น 3 องค์ และขนานนาม พระพุทธรูปตามนามของตนเองไว้ด้วยว่า พระเสริมประจำพี่ใหญ่ พระสุกประจำคนกลาง พระใสประจำน้องสุดท้อง มีขนาดลดหลั่นกันตามลำดับ

    การประดิษฐานพระใส
    เดิมทีนั้นหลวงพ่อพระใสได้ประดิษฐาน ณ เมืองเวียงจันทน์ พ.ศ. ๒๓๒๑ สมัยกรุงธนบุรีได้อัญเชิญไปไว้ที่เมืองเวียงคำ และ"พระใส"ถูกเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดโพนชัย เมืองเวียงจันทน์อีก ต่อมาในรัชกาลที่ ๓ เจ้าอนุวงศ์ เมืองเวียงจันทน์เป็นกบฎ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิ์พลเสพย์ เป็นจอมทัพยกพลมาปราบ จึงได้อัญเชิญพระสุก พระเสริม และพระใส ลงมาด้วย โดยอัญเชิญมาจากภูเขาควายขึ้นประดิษฐานบนแพไม้ไผ่ ซึ่งผูกติดกันอย่างมั่นคงล่องมาตามลำน้ำงึม เมื่อล่องมาถึงตรงบ้านเวินแท่นในขณะนั้น เกิดอัศจรรย์แท่นของพระสุกได้เกิดแหกแพจมลงไปในน้ำ โดยเหตุที่มีพายุพัดแรงจัด และบริเวณนั้นได้นามว่า "เวินแท่น"

    การล่องแพก็ยังล่องมาตามลำดับจนถึงน้ำโขง (ปากน้ำงึม) เฉียงกับบ้านหนองกุ้ง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ได้เกิดพายุใหญ่ เสียงฟ้าคำรามคะนองร้องลั่น ในที่สุดพระสุกได้แหกแพจมลงไปในน้ำ ซึ่งอาการวิปริตต่างๆ ก็ได้หายไปเป็นอัศจรรย์ยิ่ง บริเวณนั้นจึงได้ชื่อว่า "เวินสุก" และพระสุกก็จมอยู่ในน้ำตรงนั้นมาจนถึงปัจจุบันนี้

    ก็ยังเหลือแต่พระเสริม พระใส ที่ได้นำขึ้นมาถึงเมืองหนองคาย พระเสริมนั้นได้ถูกอัญเชิญประดิษฐานไว้ ณ วัดโพธิ์ชัย ส่วนพระใส ได้อัญเชิญประดิษฐานไว้ ณ วัดหอก่อง (ปัจจุบันคือวัดประดิษฐ์ธรรมคุณ)

    ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๔ สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้ขุนวรธานีและเจ้าเหม็น (ข้าหลวง) อัญเชิญพระเสริม จากวัดโพธิ์ชัย หนองคายไปกรุงเทพฯ และอัญเชิญพระใสจากวัดหอก่องขึ้นประดิษฐานบนเกวียนจะอัญเชิญลงไปกรุงเทพฯ ด้วย แต่พอมาถึงวัดโพธื์ชัย หลวงพ่อพระใสได้แสดงปาฏิหาริย์จนเกวียนหักจึงอัญเชิญลงไปไม่ได้ ได้แต่พระเสริมลงกรุงเทพฯ ประดิษฐาน ณ วัดปทุมวนาราม ส่วน"หลวงพ่อพระใส"ได้อัญเชิญประดิษฐาน ณ วัดโพธิ์ชัย อ.เมืองหนองคาย จนถึงปัจจุบัน ความอัศจรรย์ของ"หลวงพ่อพระใส"จนได้สมญาว่า "หลวงพ่อเกวียนหัก"

    ภายในโบสคะสวยมาก ม๊ากคะ
    การเดินทางสะสมเสบียงบุญ ตอน6ภาคสองจ้า





    หาใครช้วยเก็บภาพหมู่ให้ไม่ได้ตากล้องเลยต้องถ่ายเดียว
    การเดินทางสะสมเสบียงบุญ ตอน6ภาคสองจ้า



    ร่วมอนุโมทนาบุญกันนะคะ สาธุ สาธุ สาธุ
    การเดินทางสะสมเสบียงบุญ ตอน6ภาคสองจ้า


    แม้แต่ในวัดก็ขอให้ได้ภาพสวยหน่อยเถอะ การเดินทางสะสมเสบียงบุญ ตอน6ภาคสองจ้า
    การเดินทางสะสมเสบียงบุญ ตอน6ภาคสองจ้า


    ศาลาแก้วกู่ (วัดแขก) อุทยานเทวาลัย จังหวัดหนองคาย (สำนักพุทธมามกสมาคม จังหวัดหนองคาย) แหล่งท่องเที่ยว ห่างจากตัวเมืองหนองคายเพียง 3 กม. ด้วยความอลังการ งานสร้างด้วยความศรัทธา ยิ่งใหญ่
    *** ศาลาแก้วกู่ สร้างโดยปรารถนาให้ที่แห่งนี้เป็น เมืองอมตะแก้วกู่มหานิพพาน หรือดินแดนแห่งการหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง เชื่อว่า ทุกศาสนาผสมผสานกันได้ ...ตั้งอยู่ ชุมชนสามัคคี อ.เมือง จ.หนองคาย ในพื้นที่ 42 ไร่ รูปปั้น ทั้งเล็กใหญ่แล้วว่ากันว่ามีไม่น้อยกว่าหลักพัน
    *** ศาลาแก้วกู่สร้างขึ้นโดย “ปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์” หรือ “ปู่เหลือ” ( พ.ศ. 2476 – 2539 ) ซึ่งมีประวัติชีวิตและผลงานอัศจรรย์ โดยย่อ ดังนี้ นางคำปลิว สุรีรัตน์ (พี่สาวคนโตของปู่เหลือ) ชาวหนองคาย แต่งงานได้ระยะหนึ่ง ฝันว่ามีชีปะขาวนำ นาคมรกตมามอบให้ แต่บอกว่าอีก 7 เดือนค่อยไปรับมาเป็นของตน ต่อมาแม่ตั้งท้องลูกคนที่เจ็ด ในวัยสูงอายุและหมดประจำเดือนแล้ว และคลอดเมื่ออายุครรภ์ได้ 7 เดือน ทุกคนจึงเชื่อว่าเป็นไปตามนิมิตในฝัน นางคำปลิวและสามี จึงรับน้องชายมาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม ตั้งแต่แรกเกิด

    ....ด.ช.บุญเหลือชอบเข้าวัดมาแต่เด็ก พออายุได้หกขวบนางคำปลิวเสียชีวิตลง สามีนางคำปลิวมีภรรยาใหม่ ด.ช.บุญเหลือจึงกลับไปอยู่กับ พ่อแม่ผู้ให้กำเนิด แต่มักขัดขวางห้ามปรามผู้ใหญ่ในทางบาปต่างๆ จึงไม่เป็นที่รักใคร่ของญาติพี่น้อง ครั้นอายุ 12 ปี ทนความกดดัน รอบข้างไม่ไหว จึงหนีออกจากบ้านรอนแรม ไปจนพบสำนักอาศรมแก้วกู่ในเขตแดนลาว และได้ฝากตัวศึกษาเล่าเรียนปฏิบัติธรรมอยู่กับ พระมุนีที่นั่น จนอายุครบ 20 ปี พระมุนีจึงให้ออกจากสำนัก ไปจาริกแสวงบุญโปรดญาติโยมทั้งใกล้และไกล เมื่ออายุ 30 ปี จึงได้กลับมาปรนนิบัติตอบแทนคุณในวาระสุดท้ายของชีวิตพ่อแม่ ก่อนแม่สิ้นบุญในปี 2507 ได้มอบที่ดิน 8 ไร่ ณ บ้านเชียงควาน เมืองท่าเดื่อ เวียงจันท์ ไว้เป็นมรดก

    ...ปี พ.ศ. 2513 ปู่เหลือได้พัฒนาที่ดินดังกล่าวสร้างเป็น “ปูชนียสถานเทวาลัยอย่างมหึมา” พุทธศาสนิกชนทั้งในภาคพื้นยุโรป และเอเชียเลื่อมใสมาก แต่เมื่อเกิดเหตุวิกฤตในราชอาณาจักรลาวเมื่อปี พ.ศ. 2518 หลวงปู่จึงพาลูกศิษย์ข้ามโขงมา และรวมกันจัดตั้งเป็น “พุทธมามกสมาคมจังหวัดหนองคาย” โดยกรมการศาสนารับรองให้ในปี พ.ศ. 2519

    ... ปี พ.ศ. 2521 สานุศิษย์ได้จัดซื้อที่ดินราว 41 ไร่ ในเขตบ้านสามัคคี ต.หาดคำ ถวายให้เป็นที่ตั้งสำนักจวบจนปัจจุบัน ต้นปี พ.ศ.2527 ปู่เหลือถูกใส่ความ และมีผู้ไปแจ้งตำรวจตั้งข้อหาฉกรรจ์ (ซึ่งทางสำนักขอสงวนไว้) ต้องอยู่ในเรือนจำจนถึง ปลายปี 2529 เมื่อออกมาแล้วก็สร้างเทวรูป อีกมากมาย ทั้งเล็กและใหญ่ และทั้งขนาดที่สูงถึง 33 เมตร เมื่อสร้างทั้งพุทธรูปและเทวรูปถึง 209 ปางแล้ว ก็สร้างศาลาแก้วกู่หลังใหม่ โดยรื้อหลังเก่า (พ.ศ.2523 – 2538) ที่ทรุดโทรมลง ขณะก่อสร้างศาลาหลังใหม่ ปู่เหลือก็ล้มป่วย และต่อมาได้เสียชีวิตลงในเดือนสิงหาคม 2539 สานุศิษย์ได้นำผอบ (ผะ-อบ) แก้วใส่ร่างของท่านไว้ ตามความประสงค์ก่อนสิ้นชีวิต”

    การเดินทางสะสมเสบียงบุญ ตอน6ภาคสองจ้า

    อาคารศาลาแก้วกู่ ภายในจัดเก็บวัตถุโบราณ พระพุทธรูปโบราณล้ำค่า และร่างอันสงบ ไม่เปื่อยเน่า
    ของปู่เหลือ สิ้นชีวิตมาแล้วกว่า 10 ปี นักพรต ผู้ก่อตั้ง ศาลาแก้วกู่

    สักครู่นะคะจะมาต่อคะ:*-

  2. #2
    ในสถานที่นี้ผู้ตั่งกระทู้ เกิดอาการกลัวตั่งแต่เลี้ยรถเข้าลานจอดรถแล้วคะ บอกความรู้สึกไม่ถูกคะ ขณะที่นำภาพมาลงก็รู้สึเย็นหวาบตลอด ดูภาพเอาเองนะคะ ถ้าไงน้องอิ๊ทที่ซื้อหนังสือไปช้วยมาบรรยายภาพให้เพื่อนด้วยก็ดีนะจ้า


    [IMG][/IMG]











    ...เทวาลัย ยิ่งใหญ่สุดอลังการ บริเวณด้านหน้า อาคาร ศาลาแก้วกู่











    ต้องขออภัยคะต้อนนี้ขอลงภาพประทับใจมากหน่อยอย่าว่ากันนะคะ
    ขอความกรุณาติดตามต่อ การเดินทางสะสมเสบียงบุญ ตอนหก ภาคสามนะคะว่าเราจะไปต่กันที่ไหน
    แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สะใภ้อิสาน; 02-07-2011 at 19:14.

  3. #3
    ศิลปิน นักร้อง นักแสดง
    มิสบ้านมหา 2011
    สัญลักษณ์ของ ผู้ก่อการรัก
    วันที่สมัคร
    Feb 2006
    ที่อยู่
    HappyLand ดินแดนแห่งความสุข, Thailand
    กระทู้
    3,379
    อิอิ พี่นิกลัวแต่แม็กกี้ชอบมากเลยค่ะ ที่ศาลาแก้วกู่

    ชอบตรงที่แปลกตาดี ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

    การเดินทางครั้งนี้สนุกมากค่ะ 4 สาวตะลุยกันไปแบบไม่มีแผน เห็นตรงไหนสวยก็กระโดดลงไปถ่ายรูปเลย

  4. #4
    ร่วมถ่ายทอดความรู้สู่สังคม สัญลักษณ์ของ kung สาวขอนแก่น
    วันที่สมัคร
    Apr 2009
    ที่อยู่
    บ้านหนองกุง ขอนแก่น
    กระทู้
    749
    ไปกี่ครั้งก็ยังประทับใจเหมือนเดิมค่ะ

  5. #5
    ภาพประทับใจดูครั้งใดไม่เบื่อจ้า

  6. #6
    เคยไปมาแล้วครับ น่าดู น่าสนใจมากครับ

  7. #7
    Miss Papaya
    ศิลปิน นักแสดง
    แม่ครัวบ้านมหา
    สัญลักษณ์ของ สาวผู้ฮ้าย
    วันที่สมัคร
    Jun 2008
    กระทู้
    1,332
    แถวๆๆบ้านข้าข่อย ไปบ่อยค่ะทุกปี สงกานต้องไปหนองคายแล้วกะแวะสองวัดนี้ล่ะค่ะ

    ขอบคุณภาพสวยๆๆๆๆๆๆๆ สาธุ

  8. #8
    ลืมภาค 2 ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

  9. #9
    ศิลปินแดนไกล สัญลักษณ์ของ chudhancock
    วันที่สมัคร
    Oct 2008
    ที่อยู่
    cambridge, England
    กระทู้
    1,975
    อิอิอิหลานนิจ๋า ใช่แล้วเนาะจ้า ก็ต้องมีสองภาค เพราะว่าหลานไปแค่สองภาค อิอิอิ ภาคอีสาน
    และภาคกลาง พูดเล่น ป้าก็แวะเข้าไปนั่งดูรูปอยู่บ่อยๆจ้า วิวสวยมาก ธรรมชาติที่สุด
    ส่วนนางแบบก็สวยมากๆที่สุดจ้าน่ารักน่าชม

Tags for this Thread

กฎการส่งข้อความ

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •